Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
กรกฏาคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
4 กรกฏาคม 2559
Nikko











20 พ.ค.

วันนี้ต้องอำลาโตเกียวแล้ว

ตื่นแต่เช้ามืด เก็บกระเป๋า แล้วรีบมาขึ้นรถไฟเที่ยวแรกที่ สถานีโทบุอาซาคุสะ
กะว่าจะไปถึงนิกโก้ให้เช้าหน่อย

เราไม่ได้จ่ายตังค์เพิ่มก้อนั่งขบวนหวานเย็น




ภายในธรรมดา แต่สะอาดสะอ้านมาก




ขบวนออกจากอาซาคุสะ ก้อต้องข้ามแม่น้ำสุมิดะก่อน




นั่งดูวิวไปเรื่อยๆ









ใช้เวลาเกือบๆ2ชั่วใมง ก้อมาถึงสถานี Tobu-Nikko




เราใช้ตั๋ว 2day pass ก้อจะเที่ยวได้เฉพาะโซนมรดกโลก 
ขึ้น loop bus ที่หน้าสถานี สาย world heritage



วิวข้างทาง





มาลงที่ป้ายหน้าศาลเจ้าโทโชกุ ตรงนี้วัด-ศาลเจ้าต่างๆจะอยู่ใกล้ๆในระยะเดินถึงกันหมด 

ลงรถมาแล้วก้อเดินต่ออีกหน่อย






เสียค่าเข้าคนละ1300เยน





ตอนนี้วัด-ศาลเจ้าต่างๆในโซนมรดกโลกกำลังอยู่ระหว่างการบูรณะ 
จะมีบางส่วนที่ปิดซ่อมแซม ทยอยซ่อมไปเรื่อยๆ มีกำหนดเสร็จทั้งหมดประมาณปี 2019
บางจุดที่ยังไม่ได้บูรณะก้อจะเห็นว่าทรดโทรมมาก








นักท่องเที่ยวเยอะมว๊ากกกกกกก
90%เป็นคนญี่ปุ่นเอง ทั้งทัวร์เด็กทัวร์คนแก่ 
วัยทำงานเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 555
เรากลายเป็นชนกลุ่มน้อยไปเลย




กลุ่มคุณป้ายืนดู "ช้าง" ในจินตนาการของคนสมัยก่อนกัน
เพราะญี่ปุ่นไม่มีช้าง




โรงเก็บม้าที่มีไฮไลท์อยู่ที่ภาพไม้แกะสลักรูปลิง3ตัว




ได้ข้าวว่าตอนนี้ถูกยกไปซ่อมแล้ว
ก้อยังดีที่ไปแล้วได้เห็นไฮไลท์บ้าง







อันนี้ข้างในเป็นเชิงเทียน
สวยมาก





ตรงประตูใหญ่โยเมมงที่ปิดซ่อม
เค้าก้อยังเว้นช่องให้มองเข้าดูได้อยู่













รูปไม้แกะสลักแมวหลับที่โด่งดัง
อยู่เหนือประตูทางเข้าสุสาน
ทุกคนมาถึงตรงนี้ก้อจะมาหยุดยืนดูกัน
จริงๆมันเล็กนิดเดียวเอง




เข้ามาส่วนของสุสานของท่านโชกุน โตกุกาว่า อิเอยาสุ
ต้องขึ้นบันไดไปอีกจ้า






ยังไม่ถึง ยังเหลืออีกหน่อย

ประเทศนี้เขาปลูกฝังมาดีจริงๆ ทุกคนเดินชิดขวาเหมือนกันหมดโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเด็กน้อยแค่ไหน 
แถมแรงดีกันจริงๆ เราแค่นี้ก้อหอบแล้ว






ถึงตรงนี้มีให้นั่งพักสำหรับคนที่เหนื่อย(อย่างเรา)
มีน้ำฟรีให้ดื่ม และมีตู้กดชาเขียว !!!








จุดนี้ ที่ตั้งของสุสานท่านโชกุน








ข้างๆสุสานมาต้นสนศักดิ์สิทธิ์
ไม่รู้ประวัติความเป็นมาเหมือนกัน






ส่องลงมาข้างล่าง








ขากลับลงมาคนก้อยังล้นหลามเหมือนเดิม




เราเดินกลับออกมา
ด้านข้างมีทางเดินไปศาลเจ้าฟุตาระซัง




โคมหินล้มลงมาต้นนึง 
ไม่รู้ว่าเพราะแผ่นดินไหวเมื่อวันก่อนรึเปล่า










ที่นี่น่าจะเป็นจุดเดียวที่(ยัง)ไม่ได้มีการปิดซ่อมแซม






จริงๆทางเข้าข้างหน้ามันอยู่ทางนี้




วัดไทยุอินเบียว ไม่ได้เข้าไป เพราะปิดซ่อมเหมือนกัน






คนรวยมาถ่ายรูปครอบครัวกัน 
อิจฉาเนอะ




เดินมาเรื่อยๆ
สองข้างทางร่มรื่นสดชื่นมาก ได้ยินเสียงน้ำไหลตลอดทาง






วัดรินโนจิก้อปิดซ่อมอีกเหมือนกัน



นี่ต้องเรียกว่าปิดกันได้เป็นเรื่องเป็นราวมาก
ต้องบอกสร้างเป็น"อาคาร"คลุมทับกันเลย ไม่ใช่แค่นั่งร้านนะ เป็นตึกแบบจริงจังมาก
แต่ข้างในก้อยังเปิดให้เข้าไปชมได้
แต่เราไม่อ่ะ ถ้าเสียตังค์มันก้อต้องได้ดูแบบเต็มๆ





คราวนี้ก้อเหลือแค่เป้าหมายสุดท้าย 
สะพานชินเคียว
อันนี้ต้องนั่งloop bus กลับออกมา

ขึ้นไปเดินบนสะพานได้ แต่เสีย 300เยน
เราก้อดูวนอยู่รอบๆเนี่ยแหละ

ของจริงสวยกว่าที่เคยดูในรูปเยอะ




สีแดงมันตัดกับสีเขียวดีจริงๆ





ฝั่งตรงข้ามสะพานมีศาสเจ้าเล็กๆอยู่อีกแห่ง




อีกฝั่งถนนจะมีรูปปั้น...น่าจะเป็นพระสงฆ์ผู้เริ่มสร้างสะพาน สมัยตรงนี้เป็นเส้นทางแสวงบุญ





เรามาแวะกินข้าวกลางวันตรงร้านอาหารแถวสะพาน

ชื่อร้านอาซายะ
ข้างล่างขายของฝากของที่ระลึก ข้างบนเป็นร้านอาหาร






ที่นิกโก้นี่มีชื่อเสียงเรื่องYuba ยุบะคือฟองเต้าหู้ ได้ศัพท์ใหม่ 1คำ
เดินไปทางไหนก้อจะเจอแต่ Yuba Yuba
ลองซะหน่อยซิ

ราเมงน้ำเต้าหู้+ฟองเต้าหู้




ของผชเขาเน้นเนื้อๆ ชาชูเมง 




และเกี๊ยวซ่า 1จาน







ทีแรกยังคิดว่าจะกินได้มั๊ย แต่กินแล้วไม่มีกลิ่นเต้าหู้เลย 
โอ๊ยย อร่อยมากกกก มันนัว มันเนียน 
10 เต็ม 10 อ่ะ 

เกี๊ยวซ่าก้ออร่อย 




หลักฐานความอร่อย





เรากลับมาที่สถานีโทบุนิกโก้ เกือบบ่ายสอง เพื่อที่จะทำเวลาไปถึงที Yunishigawa Onsen เร็วหน่อย
จะได้มีเวลาอยู่ที่เรียวคังมากหน่อย





จากนี้จะต้องเปลี่ยนรถไฟ+รถบัสรวม 4ต่อ
หาข้อมูลทีแรกก้องงหนักเลยว่าจะไปยังไง 
ถ้าไม่ได้กระทู้นี้คงมีคิดหนักเหมือนกัน

ช่วงนี้ยังคงใช้พาสได้เหมือนเดิม
ออกจากโทบุนิกโก้แล้วนั่งมาลงShimo-imaichiก่อน
แล้วข้ามฝั่งเปลี่ยนขบวนไป Shin Fujiwara




จากShin Fujiwara ตรงนี้หมดเขตฟรีแล้ว 
เราต้องมาเปลี่ยนเป็นสายท้องถิ่น Yagan Tetsudo ไปลงสถานี Yunishigawa Onsen

เวลาเปลี่ยนสายก้อข้ามชานชาลามาง่ายๆกันแบบนี้เลย ไม่ต้องซื้อต๋งซื้อตั๋ว




เพราะขึ้นมาแล้วจะมีกระเป๋ารถไฟมาเก็บตังค์แบบนี้จ้า
(ญี่ปุ่นก้อมีกระเป๋ารถไฟนะ)




โหรงเหรงมาก ทั้งขบวนไม่ถึง 10คนมั๊ง








Create Date : 04 กรกฎาคม 2559
Last Update : 9 กรกฎาคม 2559 9:11:40 น.
Counter : 356 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Fly Me to the Other Moon
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]