กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
I should be happy.. จิบไวน์ ฟังเพลงเศร้า สไตล์ Burt Bacharach
I should be happy.. but all I do is cry…

เป็นวลีที่ลอยวนเวียนอยู่ในหัว ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลง One less bell to answer ที่ร้องไว้ในคอนเสิร์ต Burt Bacharach with the Sydney Symphony Orchestra ที่ซื้อมาจากร้านแมงป่อง เอกมัย เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา

No more laughter… ฟังแล้วเศร้าจับใจจริงๆ

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟังเพลงนี้ เพลงของ Burt Bacharach สุดยอดนักแต่งเพลงอมตะคนนี้ เป็นที่รู้จักในหมู่นักฟังเพลงโดยทั่วไปอยู่แล้ว เพลงที่เค้าแต่ง ถูกเอามา Remake นับครั้งไม่ถ้วน จนหลายต่อหลายคนที่ไม่รู้จักชื่อนี้ด้วยซ้ำ ฟังซะจนเบื่อ หรือร้องตามได้โดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ เช่น Say a little pray, Close to you, the Look of Love..และอื่นๆอีกมากกก.. (จนเรานึกไม่ถึง)

จึงไม่ใช่เพราะเพลงคุ้นหู ที่ทำให้เราหยุดฟัง หากแต่เป็นเสียงนักร้อง ที่เป็นใครก้อไม่รู้ ชื่อไม่คุ้นหู เอามาร้องในคอนเสิร์ต ที่ทำให้เราสะดุด และหันกลับมาตั้งใจฟังในบทเพลงที่เธอพยายามสื่อ

เสียงหวานเศร้า คลอไปกับเสียงนุ่มที่บรรเลงอยู่เบื้องหลังด้วยวงออเครสตร้าช่างมีมนต์ขลังต์

ทำให้เราได้หยุด.. จากชีวิตที่เร่งรีบ หันมาซึมซาบกับเสียงบาดใจ และคำร้องที่แต่งไว้ด้วยภาษาสละสลวย งดงาม ที่หาฟังได้ยากจากเพลงในปัจจุบัน

ต้องขอบคุณร้านแมงป่อง ที่บังเอิญเิปิดอัลบั้มชุดนี้ ไม่รู้ว่าเพราะไว้เรียกลูกค้า หรือ พนักงานเปิดตามใจตัวเองช่วงจะปิดร้านกันแน่ จนทำให้คนเขียนได้รู้จักอัลบั้มรวมเพลงสุดแสนวิเศษชุดนี้

จากคนที่ไม่ชอบฟังเพลงเก่า เล่าใหม่ เนื่องด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่ามันเหมือนดูถูกสติปัญญาคนฟัง กลับเป็นว่า บางครั้ง การเล่าใหม่ หากทำอย่างสร้างสรรค์ ยิ่งทำให้ผลงานอมตะที่ทรงคุณค่า น่าจดจำ สวยงามเหมาะกับยุคสมัย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

นอกจาก One Less Bell to Answer ยังมีอีกหลายๆเพลง ที่ฟังง่าย เพราะ และฮัมตามได้โดยไม่รู้เบื่อ เหมาะกับวันว่างๆ ที่ต้องการเสียงเพลงคลอ ให้บรรยากาศรื่นรมย์ โดยไม่ต้องไต่กระไดฟังอีกหลายเพลง เช่น What the world needs now is love (ที่เราคุ้นๆหูกัน และเป็นท่อนที่ทำให้ผู้เขียนสะดุดกับเพลงอัลบั้มนี้) This guy’s in love with you, Anyone Who Have A Heart, Walk on by, Wish & Hoping และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ยังมีนักร้องชาย ที่ร้องเพลงได้เพราะเหลือเกิน สำเนียงละม้าย Michael McDonald และลุง Burt เอง ร้องสลับกันเรื่อยๆ (ส่วนนักร้องผู้หญิงเสียงละม้าย Randy Crowdford ผสม Dionne Warwick เล็กน้อย)

ชุดนี้ ถึงจะไม่ใช่สาวกลุง Burt หรือ ป้า Dionne Warwick ที่เป็นนักร้องขาประจำของลุงแก อาจไม่รู้จักเพลงซักเพลงในนี้ ก้อยังฟังแล้วเพลิน จนอาจแปลงสภาพเป็นสาวกของลุงแกไปก้อได้ เนื่องจาก คัดมาแต่เพลงเพราะๆ และท่อนฮุคติดหู ถึงแม้จะร้องไม่เต็มเพลง หรือแนวเมดเลย์แทบทั้งคอนเสิร์ต แบบ Discography ฉบับย่อ รวบรัด ภายในเวลาจำกัด ก้อยังอินได้

หาข้อมูลอัลบั้มชุดนี้ ได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.huliq.com/13/80979/sydney-symphony-presents-burt-bacharach


จะให้ดี ฟังท่ามกลางแมกไม้ สวนสวย บนเก้าอี้หวายเบาะนุ่มๆ พร้อมจิบไวน์ขาว คงทำให้ลืมโลกที่วุ่นวายไปได้เลยค่ะ

ปล. ถึงเรื่องที่เขียน และภาษาที่ใช้ อาจฟังดูโบราณ แต่โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าคนเขียนเป็นป้าแก่ๆซะนะคะ แค่เป็นสไตล์ (แก่) เฉพาะตัวเท่านั้นอ่ะคะ (ตัวจริงเปรี๊ยวซ้าา..) อิอิ

Credits แบบย่อ:
Burt Bacharach: Live at the Sydney Opera House with the Sydney Symphony Orchestra (Live) (2008)
Composers: Burt Bacharach, Hal David (lyricist เพลงฮิตๆซะส่วนใหญ่), Carole Bayer Sager (อดีตภรรยาและนักแต่งเพลง)
Vocalists - Josie James, John Pagano and Donna Taylor
เกี่ยวกับ Burt Bacharach http://en.wikipedia.org/wiki/Burt_Bacharach



เสริมท้าย:

One Less Bell to Answer
(Popularized by the 5th Dimension)

One less bell to answer
One less egg to fry
One less man to pick up after
I should be happy

But all I do is cry (Cry, cry, no more laughter)
Oh, I should be happy (Oh, why did he go)
I only know that since he left my life’s so empty

Though I try to forget, it just cant be done
Each time the doorbell rings I still run (I still run)
I dont know how in the world to stop thinking of him
Cause I still love him so (Love him so)
I end each day the way I start out crying my heart out

Oh, one less man to pick up after
No more laughter, no more love
Since he went, oh, he went away (He went away)
(One less bell to answer) Why did he leave me
(Oh, why, why did he leave)

Now Ive got one less egg to fry (One less bell to answer)
One less egg to fry (Oh, why, why did he leave)
And all I do is cry
(One less bell to answer) Because a man told me goodbye
(Oh, why, why did he leave)

Somebody tell me please (One less bell to answer)
Where did he go, why did he go (Oh, why, why did he leave)
How could he leave me








Create Date : 11 กรกฎาคม 2552
Last Update : 12 กรกฎาคม 2552 5:06:50 น.
Counter : 579 Pageviews.

1 comments
  
คนนี้แหละ ปู่ทวดเราเอง !!!
เพลงดังๆที่แกแต่งไว้มีเยอะจริงๆด้วย โดยเฉพาะในหนังเรื่อง my best friend's wedding ^^

... raindrops keep fallin' on my head
โดย: prunelle la belle femme วันที่: 12 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:33:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

COS Stylist
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



การไตร่ตรองและคิด วิเคราะห์ เป็นหนทางสู่การพัฒนาสมอง การพัฒนาตนเอง และพัฒนาสังคม

คนเรามักสนใจแต่การปรุงแต่งรูปลักษณ์ภายนอก บุคคลิกภาพ พื้นฐานทางสังคม และความสุขส่วนตัว หากมีซักกี่คนที่มุ่งเน้นการพัฒนา "ใจ"

บล็อคนี้ เขียนจากคนธรรมดา ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น หากแต่ชอบคิด ชอบเขียน และ อยากพัฒนา"ใจ"ของตนเอง ให้พบกับความสุขที่ยั่งยืน ที่ไม่มีวัตถุเป็นตัวกำหนด พร้อมทั้งยังอยากให้เพื่อนๆร่วมโลกได้ประโยชน์จากประสพการณ์และเรื่องเล่าต่างๆ ให้เป็นสาระแก่การดำเนินชีวิต และได้ข้อคิดแล้วต่อจะไปปรับใช้ในชีวิตของแต่ละคน

ทั้งนี้ ผู้เขียนขอไม่ประสงค์ออกนามของทั้งตนเอง และผู้ใดก้อตามที่ได้กล่าวอ้างถึง ไม่ให้พาดพิงต่อสิทธิส่วนบุคคลของทั้งตนเองและผู้อื่น

ทั้งนี้ข้อคิด และ เรื่องราวต่างๆนานาๆ ผู้เขียนไม่อาจรับรองได้ว่าเป็นวิธีคิด การกระทำ หรือทางเลือกที่ดีที่สุด สิ่งที่นำเสนอ เพียงแต่เป็นมุมมองของแต่ละบุคคล และขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่านเป็นหลัก

ทั้งนี้ อยากให้เพื่อนๆเพียงแค่ได้นำสิ่งที่เขียนไปคิดพิเคราะห์ คนเขียนก็ปลื้มใจมากมายแล้ว

ทั้งนี้ในฐานะชาวพุทธ ขอยกคำสอนของพระพุทธเจ้าผู้ปราดเปรื่องให้ข้อเตือนใจก่อนจะรับฟังเรื่องใดๆดังนี้

กาลามสูตร แปลว่า พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล (เรียกว่า เกสปุตสูตร ก็มี[1]) กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการคือ

อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล
ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่
ปัจจุบันแนวคิดและหลักสูตรที่สอนให้คนมีเหตุผลไม่หลงเชื่องมงาย ในทำนองเดียวกับคำสอนของพระพุทธองค์เมื่อ 2500 ปีก่อนได้รับการบรรจุเป็นวิชาบังคับว่าด้วยการสร้างทักษะการคิดหรือที่เรียกว่า "การคิดเชิงวิจารณ์" (Critical thinking) ไว้ในกระบวนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยของประเทศพัฒนาแล้ว

ที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3

New Comments
MY VIP Friend