แบร์แนแด็ท....น่ารัก....น่ารัก ขี้ลืม.....ขี้ลืม ...... หนังปายหนายหว่า buy แล้ววbuyอีก......... faith, hope and charity เฟศบุ๊ค http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Braveheart (1995) :History is written by those who have hanged Heros.

ดูFilm เรื่องนี้ เราชอบม๊ากกกับ Soundtrack บรรเลงนำด้วยปี่สก๊อต ที่เค้าเรียกกันว่า

Braveheart Soundtrack Enya




The Great Highland Bagpipe (Gaelic : A' Ph?ob Mh?r, มันคือปี่ที่มีถิ่นกำเนิดสก๊อตแลนด์ และมันได้ถูกใช้แพร่หลายในกองทัพของอังกฤษ และมันกะได้แพร่หลายไปทั่วโลก ปี่ของอังกฤษมันจะย่อให้สั้นลง ที่เรียกกันว่าBagpipe
ปี่สก๊อตพิสูจน์ได้ว่าพบในสก๊อตแลนด์ครั้งแรกประมาณ ปีคริสตศักราชที่ 1400 ปี่ลักษณะเช่นนี้มันปรากฎในยุโรปครั้งแรกจากการพบในงานศิลปะที่สเปน ในปีคริสตศักราชที่ 1200

ในสมัยโบราณ ปี่สก๊อต The Great Highland Bagpipe ชาวสก๊อตใช้มันในยามสงครามและมันได้แพร่หลายไปที่กองทัพอังกฤษ และในปัจจุบันนี้ bagpipe ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในธรรมเนียมของประเทศยุโรป จากสเปนไปจนถึงรัสเซีย และเกือบไปทั่วโลก ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19th



และคำว่า I'm Scott.มันคือคำพูดของชาวสก๊อต เค้าถือว่า เค้าคือชาวสก๊อต หรือพูดคำหยาบก็ "Kuเป็นสก๊อตโว๊ย ทำนองว่าไม่ขึ้นกับอังกฤษทำนองนี้อะ "ทั้งที่ในปัจจุบันนี้ คนสก๊อตก็พูดคำนี้กันอยู่ เวลาแนะนำตัว ต่อทุกทุกคน
สก๊อตแลนด์ถูกปกครองกับระบบของประเทศอังกฤษที่เรียกกันว่า Great Britain หรือชื่อเต็ม The United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland.

Braveheart Trailer




ฮีโร่ หรือ วีระบุรุษของชาวสก๊อตที่เป็นตำนานไม่รู้จบนั้นคือท่านผู้นำ เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ (ท่านได้รับตำแหน่งอัศวินด้วย) William Wallace ท่านเป็ฯผู้นำต่อสู้อิสระภาพจากการรุกรานการปกครองที่กดขี่ของอังกฤษของอังกฤษ

กฎหมายการกลืนชาติสก๊อต ที่ออกโดย สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ หรือ ลองแชงค์
นั้นคือ อนุญาติให้ขุนนางของอังกฤษครอบครองที่ดินของชาวสก๊อตได้ ( จะได้ไปอยู่กันเยอะ กลืนชาติไปเลย) และ เจ้าสาวที่แต่งงานวันแรกของชาวสก๊อตทุกคน ต้องไปสังเวยเหล่าขุนนางของชาวอังกฤษก่อน

สมัยโบราณ กฎหมายเรื่อง สิทธิมนุษยชน Human Rights ยังไม่มีอะ มันไม่ใช้เรื่องแปลก ที่ผู้หญิง และเด็ก จะตกเป็นในเรื่องของความทารุณ โหดร้าย ทางสังคม

สก๊อตแลนด์ ปี 1280 กับเรื่องปรกติ ถ้านักประวัติศาสตร์ของอังกฤษจะบอกว่า เรื่องนี้คือเรื่องโกหก

....ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้แขวนคอวีระชน History is written by those who have hanged Heros.....


ใน Film เราขอพูดถึงประเด็น ในความเป็นผู้นำ ของท่านเซอร์ วิลเลียม วอลเลซ ที่เค้าสามารถ ปลุกเร้าพี่น้องชาวสก๊อต ที่อังกฤษมองว่า พวกคนเถื่อน บ้าน ที่มีแต่ ขวาน จอบ ไม้ มาเป็นอาวุธในยามสงคราม

สก๊อตในตอนนั้น มันคือช่วงแห่งการแตกแยกของ ราชวงค์สก๊อต เหล่าขุนนาง ประจบสอพลอ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ หรือ ลองแชงค์ สก๊อตตอนนั้นร้างKing และราชวงค์ของสก๊อต เหล่าขุนนางสก๊อต มีที่ดิน ทั้งสก๊อตแลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศสด้วย

ชาวบ้านตาดำดำชาว สก๊อต ตามแพ็ทเทิ้น ถูกอังกฤษข่มแหง กดขี่ ขาดผู้นำ ปลุกเร้าในความรักชาติ และความเอกราช.... เราจะไม่มีอะไรเหลือเลย อังกฤษมันบุกมาแน่ เหลือแต่เถ้าถ่าน

ความร้ายกาจของราชวงค์สก๊อตที่ยังอยู่ พ่อของโรเบริด ให้ โรเบริด เข้าร่วมกับ วิลเลียม วอลเลซ และพ่อของเค้าเอาใจอังกฤษอย่างลับๆ

และการปลุกใจของ วิลเลียม วอลเลซ ในสมรภูมิแรก ของชาวสก๊อตกับอังกฤษ ที่ชาวสก๊อต ถอดใจจะกลับบ้านกันหมด.... ไม่รบแล้ว

วิลเลียม วอลเลซ :
ข้าเห็นกองทัพเพื่อนข้ามาท้าทายอำนาจทรราชย์ ....มารบเฉกเช่นเสรีชน ท่านจะทำยังไงเพื่อเอกราช ...จะรบมั๊ย....ถ้ารบท่านอาจตาย หนีท่านอาจรอด ....อย่างน้อยก็สักพักหนึ่ง ...และนอนตายบนเตียง ....ถ้าท่านพร้อมจะแลกวันเหล่านั้นทั้งหมด ....กับวันนี้เพื่อโอกาสเดียว ....เอกราช เอกราช



และมันคือชัยชนะครั้งแรก ของสก๊อต

วิลเลียม วอลเลซ ได้รับพระราชทานยศเป็น เซอร์ และอัศวิน ครองใจประชาชน ตอนนี้ เหล่าขุนนาง และราชวงค์ทะเลาะกันเอง แก่งแย่งกันเป็นใหญ่ สถาปณาKing แห่งสก๊อต

เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ :
เราบดขยี้อังกฤษแล้ว แต่เค้าจะกลับมาใหม่ ....เพราะพวกท่านไม่ปรองดองกัน
ข้าจะบุกอังกฤษ ....ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ พวกท่านมัวห่วงแต่สมบัติ ....ห่วงอำนาจที่รองแชงค์ ....หยิบยื่นให้ ....จึงลืมไปว่า สมควรจะทำยังไงให้แก่ชาติบ้านเมือง

ความแตกต่างระหว่างเรา
ท่านคิดว่าชาวสก๊อต ....มีไว้เพื่อยืดตำแหน่งให้แก่ท่าน
พวกท่านน่าจะอยู่ในตำแหน่ง ....ที่ยื่นให้ชาวสก๊อตมากกว่า

Braveheart


เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ บุกถึงเมืองยอร์ก ฐานทัพของอังกฤษแล้ว ส่งคอหลานของ ลองแชงค์มาให้ King ....ลองแชงค์ขออย่าศึก และซื้อตัว เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ ....มันไม่ได้ผล


ลองแชงค์ขอกองทัพ ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ มาช่วยรบในการศึกครั้งนี้ กับ เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ

เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ ขอความร่วมมือจากเหล่าขุนนางสก๊อตที่กำลังแตกคอกันอยู่ ไม่หนุน วอลเลช

เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ:
เราต้องการทหารทุกคนที่ท่านมีอยู่ในมือ แม้แต่ตัวท่าน ....นี้เป็นโอกาสของเราแล้ว ถ้าเรารวมกันเราจะชนะ ....ถ้าชนะเราจะได้ประเทศของเรา
เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ บอกโรเบริดที่เป็นราชวงค์ ....ท่านเป็ฯผู้นำที่ชอบธรรม ....มีพลังในตัวท่าน ข้าเห็น ....อยู่รวมกับพวกเราสิ....รวมพวกเรา รวมกลุ่มต่างๆๆ



และสมรภูมิรบครั้งนี้.... วอลเลซ ถึงกับถอดใจ ....อัศวินที่พิทักษ์ลองแชงค์ ....นั้นคือโรเบิรดที่เป็นราชวงค์ของสก๊อตนั้นเอง

มันคือความละอายใจของ.... โรเบิรด
....พ่อของโรเบริด จุดมุ่งหมายเดียว คือให้โรเบริดเป็น Kingแห่งสก๊อต โดยให้รองแชงค์แต่งตั้ง

วอลเลซ ....สังหารเหล่าขุนนางสก๊อตทีละคน ....เหล่าขุนนางถึงกับหวาดกลัว

และกับดักก็มาถึง วอลเลซ ที่ถูกเหล่าขุนนางสก๊อต ให้ไปเจรจาเข้าร่วมเพื่อการรบ และวอลเลชก็ถูกจับตัว .... โรเบิรด ถึงกับทนไม่ได้ ในการกระทำของพ่อของเค้า

ใช่ ....ท่านเซอร์ วิลเลียม วอลเลซ ถูกทรมานประหาร ต่อหน้าสาธารณะชน ด้วยความกล้าหาญ ก่อนสิ้นใจ ท่านพูดคำว่า ....Freedom

....ทว่ามันไม่ผลกระทบอย่างที่ลองแชงค์คิดเอาไว้

โรเบริดแห่งบลูค เตรียมทัพ เพื่อจะไปเคารพ King แห่งอังกฤษ และรับราชานุมัติ สมมงกุฎเป็น King แห่งสก๊อตได้


โรเบริดแห่งบลูค:
....พวกท่านเคยหลั่งเลือดร่วมกับ วอลเลช ....มาหลั่งเลือดกับข้าเถอะ
....เหล่ากองทัพสก๊อตพร้อมสู้ ตะโกน ....วอลเลช วอลเลช วอลเลช

ในปี 1314 ....ผู้รักชาติแห่งสก๊อตแลนด์ทั้งๆๆที่จำนวนน้อยกว่า ....บุกตะลุยทุ่งแบงค์น๊อคเบิน ....พี่น้องสก๊อตสู้ถวายหัวอย่างกวีนักรบ ....รบสุดชีวิตอย่างชาวสก๊อต ....จนได้รับเอกราชสมใจ

Soundtrack Sons of Scotland






สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Edward I of England หรือ Edward Longshanks) (17 มิถุนายน ค.ศ. 1239 – 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1307) ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์แพลนทาเจเน็ทของราชอาณาจักรอังกฤษ

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 รู้จักกันในนามว่า “Longshanks” เพราะพระวรกายที่สูงราว 6 ฟุต 2 นิ้ว[1] หรือ “ผู้มอบกฎหมาย” (the Lawgiver) เพราะทรงเป็นผู้ปฏิรูปกฎหมายของอังกฤษ และ “ผู้ปราบชาวสกอต” (Hammer of the Scots) [2] พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1239 ที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 3 แห่งอังกฤษ และเอเลเนอร์แห่งโปรวองซ์ ทรงเสกสมรสกับีเอเลเนอร์แห่งคาสตีล และต่อมากับมาร์เกอรีตแห่งฝรั่งเศส และทรงราชย์ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1272จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1307 ที่บรัฟบายแซนด์ส คัมเบอร์แลนด์ อังกฤษ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ได้รับชัยชนะต่อเวลส์และทรงพยายามปราบปรามสกอตแลนด์แต่ไม่สำเร็จ

แม้ว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 จะเป็นกษัตริย์อังกฤษองค์ที่สี่ที่มีพระนามว่า “เอ็ดเวิร์ด” หลังจาก พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้อาวุโส พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้พลีชีพ และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดผู้สารภาพ แต่การลำดับนามเดียวกันด้วยตัวเลขเป็นประเพณีของชาวนอร์มัน ฉะนั้นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดสามพระองค์ที่ทรงปกครองอังกฤษก่อนหน้าการรุกรานของชาวนอร์มันจึง มิได้รับการเรียงลำดับแต่ทรงใช้สร้อยหลังพระนามเพื่อบ่งความแตกต่างของแต่ละ พระองค์แทนที่ เอ็ดเวิร์ด ลองแชงค์จึงกลายเป็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1

ในปี ค.ศ. 2002 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ทรงได้รับเลือกเป็นลำดับ 94 ในบรรดาชาวอังกฤษ 100 คนที่ถือกันว่าสำคัญที่สุด


พระรูปเหมือนของ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ที่แขวนอยู่ที่สภาผู้แทนราษฏรสหรัฐอเมริกา เพราะทรงเป็นผู้ก่อตั้งระบบรัฐสภาในอังกฤษแทนระบบการปกครองแบบขุนนาง

สงครามกับสกอตแลนด์
วิลเลียม วอลเลซผู้ต่อต้านชาวสกอต

หลังจากที่ทรงกำราบเวลส์ได้สำเร็จ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็ทรงหันมาทางสกอตแลนด์ ทรงตั้งพระทัยจะจัดการเสกสมรสพระราชโอรสองค์โตกับมาร์กาเร็ตแห่งสกอตแลนด์ แต่มาร์กาเร็ตมาเสียชีวิตเสียก่อนโดยไม่มีผู้สืบเชื้อสายที่เห็นได้ชัด คณะผู้ดูแลสกอตแลนด์ (Scottish Guardians) จึงอัญเชิญให้พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมาเป็นผู้ตัดสินว่าใครควรจะเป็นผู้สืบราช สมบัติสกอตแลนด์ต่อไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดสงครามแย่งราชสมบัติกันในสกอตแลนด์ แต่ก่อนที่จะมีความคืบหน้าแต่อย่างใด พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็ทรงเรียกร้องให้สกอตแลนด์แต่งตั้งพระองค์ขึ้นเป็น “เจ้าผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งสกอตแลนด์” (Lord Paramount of Scotland) ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในราชอาณาจักร หลังจากการต่อต้านในระยะแรกสกอตแลนด์ก็ยอมรับข้อเรียกร้องของพระองค์

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงเป็นประธานในศาลขุนนางที่ประชุมกันที่ปราสาทเบอร์ริค-อัพพอน-ทวีดในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1292 ที่ตัดสินสนับสนุนจอห์นแห่งสกอตแลนด์ (จอห์น บาลลิโอล) ผู้ที่มีสิทธิในการอ้างสิทธิในราชบัลลังก์มากกว่าผู้อื่น หลังจากที่จอห์นแห่งสกอตแลนด์ขึ้นครองราชย์แล้วพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงใช้ ตำแหน่ง “เจ้าผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งสกอตแลนด์” ในการลดอำนาจของพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่โดยการทรงเรียกตัวบาลลิโอลมาแสดงความ สวามิภักดิ์ต่อพระองค์ที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ในปี ค.ศ. 1293 นอกจากนั้นก็ยังทรงแสดงพระประสงค์ให้จอห์นสนับสนุนพระองค์ทั้งทางการเงินและ ทางการทหารในการต่อสู้กับฝรั่งเศส บาลลิโอลไม่สามารถยอมรับข้อเรียกร้องข้อหลังนี้ได้และหันไปทำสัญญากับ ฝรั่งเศสและเตรียมตัวรุกรานอังกฤษ

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงตอบโต้โดยการนำกองทัพที่ประกอบด้วยทหาร 25,000 คนเข้าทำลายเมืองเบอร์ริค-อัพพอน-ทวีด และสังหารประชาชนไปราว 11,000 คนซึ่งเป็นประชาชนเกือบทั้งเมือง ระหว่างการรณรงค์ในสกอตแลนด์พระองค์ก็ทรงใช้เครื่องมือยิงหินที่เรียกว่า “วอร์วูลฟ” (Warwolf) อย่างแพร่หลาย

หลังจากที่ทรงยึดเบอร์ริค-อัพพอน-ทวีดได้แล้ว พระองค์ก็ทรงเดินทัพต่อไปยังดันบาร์และเอดินบะระห์และทรงนำหินแห่งสโคน (Stone of Scone) จากเพิร์ธลงมายังแอบบีเวสต์มินสเตอร์ จอห์นแห่งสกอตแลนด์สละราชสมบัติและถูกจำขังในหอคอยแห่งลอนดอนอยู่ สามปีก่อนที่จะเดินทางไปลี้ภัยพำนักอยู่ในฝรั่งเศส เจ้าของที่ดินอิสระทั้งหมดในสกอตแลนด์ถูกบังคับให้สาบานความสวามิภักดิ์ต่อ พระองค์ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงปกครองสกอตแลนด์เช่นดินแดนส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร อังกฤษที่นำโดยอุปราชอังกฤษ

กลุ่มการต่อต้านในสกอตแลนด์ก็เริ่มก่อตัวขึ้น (ดูสงครามอิสรภาพสกอตแลนด์) ในบรรดาการต่อต้านพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงประหารชีวิต วิลเลียม วอลเลซ เมื่อวันที่ 23 สืงหาคม ค.ศ. 1305 หลังจากที่ทรงได้รับชัยชนะต่อวอลเลซที่ศึกฟอลเคิร์ค ในปี ค.ศ. 1298



เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ (Sir William Wallace) (ประมาณ พ.ศ. 1813 - 23 สิงหาคม พ.ศ. 1848) อัศวินและผู้รักชาติชาวสก็อต ผู้นำการต่อต้านการครอบครองสกอตแลนด์โดยอังกฤษระหว่างสงครามอิสรภาพของสกอตแลนด์ เซอร์ วิลเลียม วอลเลซได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ของสก็อตแลนด์

เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ เป็นแรงดลใจในงานกวีนิพนธ์ชื่อ "The Acts and Deeds of Sir William Wallace, Knight of Elderslie" โดยนักดนตรีเร่รอนในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ชื่อ "แฮรี่ผู้ตาบอด" (Blind Harry) ซึ่งภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Braveheart พ.ศ. 2538 นำมาทำบทภาพยนตร์



เมื่อใกล้เข้าสู่ภาวะสงครามเพื่อการแย่งชิงบรรลังก์จากบรรดาเจ้านายฝ่าย ต่างๆ ผู้ที่คิดว่ามีสิทธิ์ เจ้านายที่มีเชื้อสายอยู่แถวหน้าๆ จึงไปทูลเชิญกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 ให้มาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่ก่อนที่จะทำหน้าที่นี้ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกลับขอให้ทุกฝ่ายที่มีสิทธิ์ได้ยอมรับก่อนว่าพระองค์เป็น เจ้าที่อยู่เหนือสกอตแลนด์ ซึ่งแม้ตอนแรกจะมีการต่อต้านบ้าง แต่ในที่สุดผู้มีสิทธิ์มากสุดสองราย คือ จอห์น บาลลิออล และ โรเบิร์ต บรูซ ได้ตกลงยอมรับตามนั้น โดยต่อมาศาลสูงศักดินา (great fudal court) ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 1835 ให้จอห์น บาลลิออล เป็นผู้มีสิทธิ์ในราชบรรลังก์ แม้จะดูว่ายุติธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด ที่ 1 ก็ได้ใช้อิทธิพลเข้าแทรกแซงทำให้การบริหารประเทศสก็อตแลนด์เป็นไปด้วยความ ยากลำบาก เป็นเหตุให้ พระเจ้าจอห์น บาลลิออล ยกเลิกคำมั่น เมื่อเป็นดังนั้น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดฯ จึงยกทัพเข้าตี เบอร์วิก-อัพออน-ทวีด เมืองชายแดนของสกอตแลนด์และสังหารศัตรูของพระองค์ที่อยู่ที่นั่นจนสิ้น ในเดือนเมษายนฝ่ายสก็อตแลนด์ก็แพ้สงคราม อังกฤษจึงบีบบังคับให้พระเจ้าจอห์น บาลลิออลสละราชสมบัติ พร้อมทั้งบังคับเจ้านายสก็อต 1,800 คนให้เข้าสวามิภักดิ์และได้กับนำเอา "หินลิขิตชะตา" (Stone of Destiny) ไปไว้ที่ลอนดอน


เรื่องราวลักษณะนวนิยาย

เรื่องราวเกี่ยวกับวอลเลซในยุคต้นๆ ของชีวิตไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ก็มีผู้นำไปเขียนเป็นนิยายประวัติศาสตร์ รวมทั้งกวีนิพนธ์ เช่น นักดนตรีเร่ ชื่อ "แฮรีผู้ตาบอด" แต่งบทกวีเรื่อง "วีรกรรมและมรดกของเซอร์วิลเลียม วอลเลซ อัศวินแห่งเอลเดอส์ลี" ซึ่งแต่งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2013 นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับเรื่องราวทั้งหมดหรือบางส่วนในกวีนิพนธ์ ของแฮร์รีฯ ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีผู้นำเรื่องราวของเซอร์ วิลเลียม วอลเลซ ไปเขียนมากมายจนเกือบกลายเป็นนิยายปรัมปรา

เรื่องราวของเซอร์ วิลเลียม วอลเลซที่ค่อนข้างใกล้เคียงความจริงได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ "Braveheart" นำแสดงและกำกับโดย เมล กิบสัน เมื่อ พ.ศ. 2538 ซึ่งได้รับรางวัลอะแคเดมีมากถึง 5 รางวัล แม้จะอิงประวัติศาสตร์อย่างมากแล้ว แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังมีที่ผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย

เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ เสียชีวิตด้วยอายุเพียง 35 ปี และมีชีวิตอยู่ในระหว่างรัชสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพระยาเลอไท แห่งสมัยสุโขทัย


อนุสาวรีย์ของวอลเลซที่ตั้งอยู่ใกล้จุดถูกประหาร

เมื่อใกล้เข้าสู่ภาวะสงครามเพื่อการแย่งชิงบรรลังก์จากบรรดาเจ้านายฝ่าย ต่างๆ ผู้ที่คิดว่ามีสิทธิ์ เจ้านายที่มีเชื้อสายอยู่แถวหน้าๆ จึงไปทูลเชิญกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 ให้มาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย แต่ก่อนที่จะทำหน้าที่นี้ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดกลับขอให้ทุกฝ่ายที่มีสิทธิ์ได้ยอมรับก่อนว่าพระองค์เป็น เจ้าที่อยู่เหนือสกอตแลนด์ ซึ่งแม้ตอนแรกจะมีการต่อต้านบ้าง แต่ในที่สุดผู้มีสิทธิ์มากสุดสองราย คือ จอห์น บาลลิออล และ โรเบิร์ต บรูซ ได้ตกลงยอมรับตามนั้น โดยต่อมาศาลสูงศักดินา (great fudal court) ได้ตัดสินเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 1835 ให้จอห์น บาลลิออล เป็นผู้มีสิทธิ์ในราชบรรลังก์ แม้จะดูว่ายุติธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย แต่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด ที่ 1 ก็ได้ใช้อิทธิพลเข้าแทรกแซงทำให้การบริหารประเทศสก็อตแลนด์เป็นไปด้วยความ ยากลำบาก เป็นเหตุให้ พระเจ้าจอห์น บาลลิออล ยกเลิกคำมั่น เมื่อเป็นดังนั้น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดฯ จึงยกทัพเข้าตี เบอร์วิก-อัพออน-ทวีด เมืองชายแดนของสกอตแลนด์และสังหารศัตรูของพระองค์ที่อยู่ที่นั่นจนสิ้น ในเดือนเมษายนฝ่ายสก็อตแลนด์ก็แพ้สงคราม อังกฤษจึงบีบบังคับให้พระเจ้าจอห์น บาลลิออลสละราชสมบัติ พร้อมทั้งบังคับเจ้านายสก็อต 1,800 คนให้เข้าสวามิภักดิ์และได้กับนำเอา "หินลิขิตชะตา" (Stone of Destiny) ไปไว้ที่ลอนดอน



เกร็ด

* เมื่อ พ.ศ. 2545 เซอร์ วิลเลียม วอลเลซได้รับการจัดอันดับที่ 48 ในบรรดาชาวบริติชที่ยิ่งใหญ๋ที่สุด
* พ.ศ. 2506 เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ ได้รับการโหวตเป็นลำดับที่ 10 ของชาวสก็อตที่โด่งดังของโลกโดยผู้อ่านหนังสือพิมพ์ เดอะกลาสโกว์เฮอราลด์
* ลูกหลานผู้สืบเชื้อสายจากเซอร์ วิลเลียม วอลเลซที่เป็นที่รู้จักได้แก่นายพลเรือจัตวา โอลิเวอร์ ฮาซาร์ด เพอร์รี และนายพลเรือจัตวา แมททิว กัลเบรต เพอร์รี วีรบุรุษกองทัพเรือของสหรัฐฯ ผู้ใช้เรือรบปิดอ่าวบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศเมื่อ พ.ศ. 2396



Source:http://en.wikipedia.org/wiki/
Great_Highland_Bagpipe
http://th.wikipedia.org/wiki/ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ ยาวต่อรบกวนอ่านเอง
http://th.wikipedia.org/wiki/ วิลเลียม วอลเลซ ยาวรบกวนอ่านเอง



Create Date : 20 ตุลาคม 2552
Last Update : 22 ตุลาคม 2552 1:31:53 น. 6 comments
Counter : 2637 Pageviews.

 
ดีจังครับสำหรับข้อมูลประวัติศาสตร์ที่นู๋แบร์นำมา
ถึงแม้หนัง Braveheart 1995 จะสร้างแบบ ดัดแปลงไป เพื่อให้เหมาะสม แต่ก็ทำออกมาดี สมควรกับรางวัลมากมายที่ได้รับ

พูดถึงพวกศิลปินที่มาจากสก๊อต ก็มักจะมีดนตรีที่สื่อสารความเป็นสก๊อติช ของพวกเขาได้ดี รวมถึงเวลาพูดที่ยังเหมือนที่นู๋แบร์บอก ชอบพูดแสดงความพึงพอใจ ในการเป็นคนสก๊อต และสำเนียงดูหนักๆ


โดย: dj booboo วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:1:41:01 น.  

 
ผมเริ่มจะจับทางคุณได้แล้วล่ะว่า ชอบหนังแนวอิงประวัติศาตร์


โดย: Nanatakara วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:3:06:26 น.  

 

คุณสมบัติอีกอย่างของคน Scott นอกจากเป่าปี่เก่ง
ผู้ชายนุ่งกระโปรงสวย
เป็นผู้ creat ลายผ้าเก๋ไก๋ แล้ว..
ยังเป็นผู้ที่มัธยัต รู้จักใช้เงินทอง อีกต่างหาก อิ อิ

Braveheart ได้ดูในโรงใหญ่
ฉากต่อสู้อลังการณ์..
แต่น้ำตาท่วมจอเลยเหมือนกันกับฉากสุดท้าย


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:8:13:44 น.  

 
ดีจังครับสำหรับข้อมูลประวัติศาสตร์ที่นู๋แบร์นำมา
ถึงแม้หนัง Braveheart 1995 จะสร้างแบบ ดัดแปลงไป เพื่อให้เหมาะสม แต่ก็ทำออกมาดี สมควรกับรางวัลมากมายที่ได้รับ

พูด ถึงพวกศิลปินที่มาจากสก๊อต ก็มักจะมีดนตรีที่สื่อสารความเป็นสก๊อติช ของพวกเขาได้ดี รวมถึงเวลาพูดที่ยังเหมือนที่นู๋แบร์บอก ชอบพูดแสดงความพึงพอใจ ในการเป็นคนสก๊อต และสำเนียงดูหนักๆ


โดย: dj booboo วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:1:41:01 น.

ตอบ ขอบพระคุณที่เสริมให้งั๊บพี่ดีเจ ใช้ เค้าพูดสำเนียงแบบหนักๆๆ สำนวนแบร์มะค่อยคุ้นงั๊บ สำนวนภาษาแบร์ว่าเค้าสวยด้วยยยอ่าพี่ดีเจ

เอามาฝากพี่ดีเจงั๊บ ปี่สก๊อตแท้ๆๆ ไม่มีรีมิ๊ก แบบรุ่นใหม่

Scotland the Brave (Bagpipes)


โดย: Bernadette วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:8:33:45 น.  

 
ผมเริ่มจะจับทางคุณได้แล้วล่ะว่า ชอบหนังแนวอิงประวัติศาตร์


โดย: Nanatakara วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:3:06:26 น.


ตอบ น้า น้า นี้จะบอกอะไรให้ เขียนมา สี่ร้อยกว่าเรื่อง 80% ประวัติศาสตร์หมก เรื่อง ฟามรัก 0.05% สารคดี กะรวมประวัติศาสตร์ด้วย หนังตล๊กก 5% ที่เหลือกะ หนังง อาร์ต หนังcult หนังแนว .....กะเขียนมั่วๆๆไปเรื่อยแหละ

เวลาดูหนังนี้ เล็กๆๆน้อยของหนัง แล้วแต่คนมองกะหยิบประเด็นมางะ ฮู๊ววว


โดย: Bernadette วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:8:39:04 น.  

 
คุณสมบัติอีกอย่างของคน Scott นอกจากเป่าปี่เก่ง
ผู้ชายนุ่งกระโปรงสวย
เป็นผู้ creat ลายผ้าเก๋ไก๋ แล้ว..
ยังเป็นผู้ที่มัธยัต รู้จักใช้เงินทอง อีกต่างหาก อิ อิ

Braveheart ได้ดูในโรงใหญ่
ฉากต่อสู้อลังการณ์..
แต่น้ำตาท่วมจอเลยเหมือนกันกับฉากสุดท้าย


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:8:13:44 น.


ตอบ แง๊วว ขอบพระคุณที่เสริมให้ค่ะพี่นางฟ้า

คนสก๊อตแบร์ไม่ได้รู้เรื่องของพวกเค้าเท่าไหร่อ่า ปี่เกือบแตกเหมือนกาลลล ตอน ท่านเซอร์ วอลเลจ ขี่ม้าไล่ล่าลองแชงค์
อัศวิน ใส่หมวกโลหะ ปกป้องลองแชงค์ เปิดหน้า ออกมา คือโรเบิรด ราชวงค์สก๊อตต โห พี่เมล กิ๊บสัน สีหน้าแววตา น้ำตาคลอเบ้าแมนสุดสุด เหมือนกะว่า Ku รบเพื่อชาติ ผู้นำสก๊อตเป็นซะเอง
ตอนหลัง โรเบริดกะกลับใจ .....นำรบซะเองเล๊ยยย

เอาปี่สก๊อต มาฝากพี่นางฟ้าคนสวยค่ะ หาเจอเป็นซีรีย์เลยอะ
สวนสนามเจ๋งม๊ากก

Scotland the Brave



Scotland the Brave เพลงของเค้าออกพื้นบ้าน คันทรี่ย์คล้ายๆๆกะพวกไอริสเลยอะ พวกสก๊อตบ้ารักชาติตั้งแต่สมัยโรมันเลยงะ
Scotland the Brave


เพลงอมตะฮิตติดลมบน ปี่สก๊อตแบบดิบดิบเลยค่ะ
Amazing Grace/Scotland the Brave


โดย: Bernadette วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:8:53:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bernadette
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




In the name of the Father, and of the Son, and of the Holy Spirit

The Ave Maria asks Mary to "pray for us sinners."

Amen

PaPa for all Father W e pray year of priests.



Card Michael Michai Kitbunchu, Archbishop of Bangkok, is the first member of the College of Cardinals from Thailand.

source :http://www.asianews.it/news-en/Michai-Kitbunchu,-first-cardinal-from-Thailand-3038.html

พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู คณะเชนต์ปอล part1

ฺBishop ฟรังซิส เซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พิธีรับPallium Metropolitans Bangkok Thailand >

สารคดี เทศกาลแห่ดาว สกลนคร Welcome
Sakonnakorn Christmas Thailand
Metropolitans Tarae Sakornakorn Thailand


Orchestra and four vocal Choir - *Latin* Recorded for the Anniversary of the Pope Benedict XVI April 19 This is the Anthem of the Vatican City. The Songs are called Inno e Marcia Pontificale ...

We are Catholic.

หน้าเฟส อัพรูป หาที่อัพรูปใหม่อยู่ http://www.facebook.com/bernadette.soubirous.3


MusicPlaylist
MySpace Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add Bernadette's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.