สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
22 สิงหาคม 2556
แรกรัก ฤดูฝน
ฤดูฝน... หลายคนเริ่มคิดว่าฝนตกๆอย่างนี้ จะไปเที่ยวที่ไหนได้ ทำให้เรานึกย้อนไปถึงทริปหน้าฝนปีที่แล้ว

ทริปนี้เป็นการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ไปสัมผัสเสน่ห์ฤดูฝน ไปสูดกลิ่นดิน และไอฝน กันที่บ้านม่อนม่วน และแวะไปชิมอาหารพร้อมกับชมทิวทัศน์ที่ม่อนแจ่ม


การเดินทางครั้งนี้มีสมาชิกร่วมเดินทางกันทั้งสิ้น ๖ คนคือ ยุ้ย พี่พล เบิ้ล โต้ง น้องโบ และเรา เริ่มต้นเดินทางกันจากตัวเมืองเชียงใหม่(เราต้องรีบเปลี่ยนไฟร์ทแล้วบินมาตอน ๓ทุ่ม เพราะไฟร์ทเช้าที่ตั้งใจมันแน่นเหลือเกิน เลยทำให้พวกเราได้ไปเป็นป้าในสถานบันเทิงกลางเมืองเชียงใหม่ อิอิ) 


หลังจากไปเรียนดนตรียามดึก เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราเริ่มเดินทางด้วยรถตู้ ผิดจากแผนที่วางไว้ครั้งแรกคือนั่งสองแถวแล้วโบกรถชาวเขาขึ้น เนื่องจากสมาชิกในทริปไม่น้อยคงจะหาโบกรถยาก ดังนั้น รถตู้ ดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด


พวกเราออกเดินทางโดยใช้เส้นทางสายเชียงใหม่-แม่ริม ถึงอำเภอแม่ริมเราเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสายแม่ริม-สะเมิง มุ่งหน้าไปทางโป่งแยง เลี้ยวขวาเข้าไปทางโครงการหลวงหนองหอย เมื่อเห็นป้ายโครงการหลวง บ้านม่อนม่วนก็อยู่ซอยเล็กทางขวามือค่ะ


ถนนที่เราขับผ่านมาเป็นทางคดเคี้ยวสลับกับทางชัน มีคำเตือนสำหรับใครที่จะขับรถขึ้นมาเอง ต้องอาศัยความชำนาญทางพอสมควร ทางที่นี่ไม่มีโค้งน่ากลัวมากนัก แต่ทางค่อนข้างชัน พี่คนขับรถตู้ให้พวกเราเป็นคนพื้นที่ ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ยังเจอเรื่องตื่นเต้นอนู่ดี เพราะรถตู้ดับระหว่างทางขึ้นเขา พวกเราต้องลงไปเข็นรถกัน แล้วรถตู้ก็หายลับตาพวกเราลงเขาไป


ทำไงล่ะทีนี้!!! กระป๋ง กระเป๋า โทรศัพท์ อยู่บนรถกันทั้งนั้น 

แต่แต่ละคนยังสนุกกับการถ่ายรูปเล่น หลังจากนั่งรอและถ่ายรูปกันซักพัก ก็เริ่มเดินลงเขาไปตามรถ ผ่านโค้งซ้าย โค้งขวา ก็เห็นหัวรถตู้ พวกเราดีใจกันมากมายรีบโบกรถ แต่พอนั่งรถได้ไม่ไกล รถก็เกิดดับขึ้นอีก พวกเราเลยตัดสินใจเดินต่ออีกนิดไปยังที่พัก





เดินไปร้องเพลงไปซักพักเราก็มาถึงบ้านม่อนม่วน ทริปนี้เอาใจสาวๆที่ตามให้กำลังใจพี่อาทิจกับน้องนีจากละครธรณีนี่นี้ใครครอง เพราะที่นี่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นหลักในการถ่ายฉากบ้านคุณย่า ห้องนอนน้องนี(ฉากที่ทำให้คนดูจิกหมอนกันทั้งเมือง) และระเบียงคุณย่าที่เห็นวิวทิวเขาที่งดงาม


ห้องพักที่นี่แบ่งเป็นหลังๆ โดยการนำเอายุ้งข้าวมาปรับเป็นห้องพัก มีจำนวนห้องพักอยู่ทั้งสิ้น ๘ห้อง โชคดีเป็นของพวกเราที่ได้ห้องพักที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่ โดยมีชื่อว่า "ม่อนฟ้า" มันคือห้องน้องนีในละครนั่นแหละ ต้องขอบคุณน้องๆเพื่อนร่วมห้องที่เสียสละให้พวกพี่นอนสบายบนเตียง และห้องพักอีกหนึ่งห้องชื่อ "ม่อนเมฆ" ห้องเล็กกระทัดรัดสำหรับ ๒หนุ่ม


หลังจากเก็บของเข้าที่พักกันแล้วก็ขอเดินเล่นรอบๆที่พักกันก่อน ซึ่งจุดประสงค์หลักคือจะออกไปหาอะไรกิน แต่เดินลงเขาไปตั้งไกล ก็ยังไม่มีวี่แววอะไรให้กินเลย สุดท้ายฝนเริ่มลงเม็ด พวกเราเลยได้โบกรถชาวเขาอย่างที่เคยตั้งใจไว้ อาศัยกลับไปลงที่พัก ขอบคุณพี่ชาวเขาสำหรับน้ำใจที่มอบให้พวกเราค่ะ :)


มาถึงที่พักพร้อมๆกับฝนลงอย่างหนักและความหิวอย่างมาก กลับมากินอาหารที่พักดีกว่า และดูเหมือนจะฝากท้องไว้ที่นี่แทบทุกมื้อ กินเสร็จ พวกเรานั่งเล่นกันที่ใต้ถุนของส่วนที่เป็นล๊อบบี้ ลมเย็นพัดไปมา กลิ่นฝน กลิ่นดิน และความเย็นเริ่มมาเยือน เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ใกล้เวลาอาหารเย็นอีกแล้ว มื้อเย็นวันนี้เลยจัดเมนูที่ขึ้นชื่อของที่นี่กันคนละจาน "สลัดผักสด พร้อมน้ำสลัดฟักทอง" ที่ใครๆมาที่นี่ต้องไม่พลาด


เสร็จจากอาหารเย็น ก็รวมตัวกันเล่นเกมลับสมองกันหน่อย ซึ่งเป็นไปตามคาดสาวๆผลัดกันชนะตลอด พอเริ่มดึกแล้ว ก็แยกย้ายกันพักผ่อน เตรียมตัวสำหรับทริปวันพรุ่งนี้






เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว แผนของเราวันนี้คือไปชมทิวทัศน์ที่ "ม่อนแจ่ม" สถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ ม่อนแจ่มอยู่ห่างจากบ้านม่อนม่วนไปเพียง ๒กิโลเมตร แต่ระยะขึ้นเขาแบบนี้พวกเราเลยต้องมองหาตัวช่วยกันหน่อย รถชาวเขาที่จะรับพวกเราไปส่งที่ม่อนแจ่มมาพร้อมแล้ว เริ่มเดินทางกันเลย


ม่อนแจ่มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่กี่ปี ที่นี่มีที่พักทั้งในแบบเต้นท์และบ้านพัก แต่สำหรับใครที่ไม่ได้พัก ที่นี่มีร้านอาหารบริการด้วย อย่างที่บอกว่าเรามาในฤดูฝน ที่นี่เป็นอีกที่ที่เรามาพร้อมกับฝนห่าใหญ่ ดังนั้น เราเริ่มต้นวิ่งเข้าเพิงพักหลบฝนกันก่อน ระหว่างรอฝนหยุด ก็สั่งอาหารมากินรอเวลาไปพลางๆ


นั่งกินไป คุยไป ไม่นาน สังเกตุอีกทีฟ้าเริ่มเปิด ฝนหยุดแล้ว ทันทีที่เมฆเคลื่อนหาย เราก็พบกับทิวทัศน์เบื้องหน้าที่ทำให้ทุกคนตะลึง ภาพที่เห็นตรงหน้าถ้าถ่ายภาพคงเป็นพาโนราม่าที่สวยสุดลูกหูลูกตา อากาศเป็นใจแบบนี้ต้องออกไปเก็บบรยากาศซักหน่อย ใกล้ๆกันเป็นโครงการหลวงหนองหอย มีทางเดินสำรวจเส้นทางเกษตรด้วย บอกไว้สำหรับใครที่มีเวลาเยอะๆ เส้นทางนี้น่าสนใจมาก


บริเวณรอบๆนี้เต็มไปด้วยไม้นานาพันธุ์ ดอกไม้เล็กๆสวยงามมากมาย มีกลิ่นหอมของดอกคาโมมายด์ปลิวมาเบาๆ เพิ่มความสดชื่นให้กับผู้ที่มาเยือน อยู่กันซักพักก็กลับที่พักกันดีกว่า สำหรับเรารู้สึกเฉยๆกับที่นี่ เพราะเป็นที่เที่ยวที่ดูประดิษฐ์ไปหน่อย

กลับที่พักซักแป๊บ พี่พลก็ชวนเดินออกไปแปลงพริกหวานของชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ แลดูเป็นการลักลอบไปเข้าแปลงเค้ายังไงก็ไม่รู้ ก็หวั่นๆดูเหมือนแปลงพริกจะมีการฉีดยาฆ่าแมลงไปไม่นาน พวกเราด้อมๆมองๆซักพักก็มีชาวบ้านผ่านมา พี่เค้าบอกว่าเข้าไปดูได้ เพียงแค่เปิดประตูกลิ่นพริกโชยมาเลย พริกก็ลูกโตมากๆ อยู่รับยาฆ่าแมลงกันซักพักก็ต้องรีบกลับที่พักเพราะฝนเริ่มลงเม็ดอีกแล้ว


ทริปนี้เป็นการพักผ่อนที่ดีจริงๆ กิน เล่น นอน ฟังเสียงฝน พอฝนหยุดก็ถูกแทนที่ด้วยหมอก มองไปทางไหนก็เขียวชะอุ่มชุ่มชื่น ต้นไม้ใบหญ้าที่ต่างเริงระบำยิ้มรับน้ำฝน สร้างความเย็นตา สบายใจ อยู่ที่นี่ไม่ต้องรีบๆ ใช้ชีวิตช้าๆ สูดอากาศได้อย่างเต็มปอด ช่างน่าอิจฉาผู้คนที่นี่นัก


เวลาผ่านไป ๓วันกับการพักผ่อน ชาร์จแบตเตอรี่ร่างกาย ให้พร้อมสำหรับการกลับเข้ามาลุยงานต่อ เรียกได้ว่าทริปนี้เป็นการออกเดินทางในฤดูฝนครั้งแรก และทำให้เราเริ่มหลงรักเสน่ห์หน้าฝนซะแล้ว


"ม่อนม่วน" คิดถึงนะ... ไว้เจอกันอีก...











Create Date : 22 สิงหาคม 2556
Last Update : 22 สิงหาคม 2556 14:53:10 น.
Counter : 177 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

SoPraNo on tour
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Programmer / Man Utd. Supporter / Traveler / Amateur Photographer / Good Listener / Daughter, Sister and Naughty girl