ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
ปฏิบัติบูชา (19)

ร่างทรง

ครับ..เผอิญผมโชคดีมีครูคอยคุ้มกันภัยให้
แต่ถึงกระนั้นก็รู้ในใจว่า ครูคิดยังไงกับผม
“ให้มันโดนเสียมั่ง อยากลองดีนัก ต่อไปจะไม่ประมาท”
คำของครู ทำให้ผมสำนึก ต่อมาครูบอกอะไรก็ต้องปฏิบัติ
เนื่องจากครูเป็นคนดุ พูดจาโผงผางไม่กลัวใคร หน้าไหนทั้งสิ้น
เป็นอริยสงฆ์ที่พูดจริงทำจริง
มักบังคับวิญญาณดวงอื่นที่ผมไปติดต่อไม่ให้เอ่ยชื่อท่านให้ผมรู้
เรื่องเจ้าเข้าทรงก็ในทำนองเดียวกัน

*ผมจะเล่าถึงความเป็นมาและความเป็นไป
ชีวิตผมตกต่ำสุดขีดดังที่เคยเล่าให้ฟังแล้ว
เพราะบ้าไปเลี้ยงหมูขุนตามคำแนะนำของเพื่อน
ในที่สุดก็ต้องเลี้ยวเข้ามาสวดมนต์ไหว้พระ
หนทางเดียวที่ผ่อนกรรมหนักให้เป็นเบา

วันหนึ่งเพื่อนนอกวงการครูแนะนำให้ผมรู้จักร่างทรง
ไม่ไกลจากบ้านที่พัก เธอเป็นผู้หญิงอายุไล่เลี่ยกับผม
เพื่อนพาไปสวดมนต์กลุ่มเพื่อสะเดาะเคราะห์ต่อโชคต่อชะตา
เสริมศิริมงคลให้กับตัวเอง พอคุ้นเคยกันเธอก็ทัก
ผมมี “องค์ใน” ถ้าครอบครูแล้วจะโชคดีหมดทุกข์หมดโศก

*ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมากมาย
เหมือนคนจะจมน้ำ พอเห็นขอนไม้ลอยมาก็คว้าเอาไว้ก่อน
ค่าพิธีครอบครู 3 พันบาท (ราคาเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา)
พานครูและอุปกรณ์ต่างๆ จ่ายอีกต่างหาก
ผมต้องยืมเงินเพื่อนหลายคนเพื่อใช้จ่ายในพิธีครอบครู

*ผมขอผ่านวิธีการต่างๆ ของการครอบครูไปนะครับ
ในวันพิธีเมื่อถึงคิวของผม ขณะกำลังนั่งคุกเข่าพนมมืออยู่
ร่างทรงเจ้าพิธีถือหัวฤาษีในมือ ปากก็พร่ำมนตราอยู่ตลอดเวลา

ผมค้อมหัวเข้าไปใกล้ร่างทรงผู้เป็นเจ้าพิธี
พอหัวฤาษียื่นเข้ามาเหนือศีรษะ ก็ได้เรื่องทันที

*ตัวผมเองไม่รู้ว่าพูดภาษาอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง
และผมพูดออกมาได้อย่างไร พูดลิ้นรัวพันกันไม่หยุด
ผมบังคับตัวเองไม่ได้เลย คลับคล้ายตัวผมมีร่างอยู่สองร่าง
คือร่างหนึ่งมองกายเนื้อของตัวเองที่กำลัง
โต้ตอบกับร่างทรงในทำนองคล้ายไม่พอใจ
แสดงอาการฮึดฮัด สะบัดหัว ทั้งๆ ที่คุกเข่าพนมมืออยู่

*ร่างของผม แต่จิตใจไม่ใช่ เรากำลังพูดเรื่องอะไรไม่รู้ ลิ้นรัวไปหมด
ขณะที่หูผมได้ยินเสียงพูดเบาๆ ข้างหูว่า “ลูกยอมเขาเถอะ ๆ ๆ”
สักครู่ผมก็หยุดพูดภาษานั้น อารมณ์เริ่มสงบเป็นปกติ

*ขณะกำลังคิดถึงอาการของตัวเองนั้น
จู่ๆร่างกายมีอาการหนาวสั่นจนทนแทบไม่ไหว
คลับคล้ายนั่งอยู่ในห้องเก็บน้ำแข็ง
หนาวขนาดร่างกายสั่นไปทั่วร่างหัวใจแทบจะขาด
แม้ว่าขณะนั้นอากาศร้อนอบอ้าวแล้วทำไมจึงหนาวขนาดหายใจขัดๆ
จนเกิดความรู้สึกกลัวตายขึ้นมา
ในที่สุดต้องเปล่งเสียงออกมาว่า “ผมยอมแล้วๆ”
อาการหนาวจนสั่นจึงค่อยคลายลงพอทนไหว
พร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่จัดคิวกระซิบว่า “เรียบร้อยแล้ว”

*เมื่อถูกพี่เลี้ยงประคองออกมานั่งในกลุ่มผู้ครอบครูด้วยกันแล้ว
ผมนั่งสักพักก็เกิดเรื่องขึ้นมาอีก
จู่ๆผู้เขียนเกิดอาการเหมือนคนเมาเหล้า ส่งเสียงอ้อแอ้แบบลิ้นคับปาก
ชีวิตจริงก็เคยดื่มเหล้าเมา แต่มีสติ ควบคุมตัวเองได้
แต่ครั้งนี้ไม่สามารถบังคับตัวเองได้เลย ผุดลุกผุดนั่ง
นอนกลิ้งไปมาบ้างแบบคนเมาไม่รู้เรื่อง แถมส่งเสียงพูดดังลั่น
“กูคือองค์นเรศวรๆ ๆ”
จิตใจผมรับรู้ตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร จึงงงงันในกิริยาตัวเอง
กูทำไปได้ยังไงวะ นึกๆ ก็อายชาวบ้านที่รุมมอง
แต่ไม่รู้จะทำยังไง นึกอยากทำอะไรก็ทำไม่ได้ จึงปล่อยเลยตามเลย
ก็ไม่ได้ดื่มเหล้าสักหยด แล้วมันเมาได้อย่างไร (วะ)

*ผมแปลกใจตรงที่ รู้ตัวเองตลอดเวลา
ว่าได้ทำอะไรลงไป แต่บังคับร่างกายตัวเองไม่ได้

แม้กระทั่งเสียงคนรอบข้างพูดว่าอะไรผมฟังรู้เรื่องหมด

ได้ยินร่างทรงบอกว่า องค์ในคือปู่ชีวกโกมารภัจจ์
อ้าว แล้วทำไมเป็นองค์นเรศวรมาเข้าประทับทรงร่างเราได้ยังไง
ท่านมาได้อย่างไร หรือมีวิญญาณใดมาแอบอ้าง

ถามตัวเองว่าถ้าเจ้าเข้าทรงจริง องค์ในของผู้เขียนคือใคร? กันแน่
และทำไมผู้เขียนมีความรู้สึกต่อต้าน ไม่ยอมรับ

*เมื่อเอาพานครูกลับไปบ้าน ปฏิบัติตามคำแนะนำของร่างทรงแล้ว
ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น ว่าคาถาเชิญทรงก็แล้ว เงียบไม่มีกระแสตอบรับ
นั่งจนแข้งขาเหน็บชา ก็ไม่เห็นมีวิญญาณใดมาเข้าร่าง
ขณะนั้นนึกในใจว่า คงถูกร่างทรงหลอกเสียแล้วกระมัง
ภรรยาก็บ่นทุกวัน เสียเงินเสียทองก็ไม่เห็นได้เรื่องอะไรสักอย่าง

*เวลาผ่านไปครึ่งเดือน ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น
ผมนึกเจ็บใจขึ้นมาคว้าพานครูใส่ถุงพลาสติกไปโยนทิ้งแม่น้ำบางปะกง
ด้วยรู้เท่าถึงการณ์ว่าไม่ควรทำ มันอันตราย (ผู้อ่านไม่ควรทำแบบผม)
แล้วผมก็ไม่ไปเยือนบ้านร่างทรงอีก เลิกแล้วต่อกัน

*ต่อมาผมอ่านพบข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์พระเครื่อง
หลวงปู่ฤาษีนารอด ตำหนักใกล้โรงเรียนกุนนทีวิทยาคม ห้วยขวาง กรุงเทพฯ
จะทำพิธีครอบครู ชื่อเสียงตำหนักท่านโด่งดัง
ผมก็เลยสมัครเข้าร่วมพิธีด้วย จ่ายค่าเข้าพิธี และรูปบูชาฤาษีนารอด
ค่าเช่ารถเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา รวมแล้วจ่ายไปห้าพันบาท

*ผลปรากฏว่า ในวันพิธีครอบครู ผมก็ยังแสดงอิทธิฤทธิ์เหมือนเดิม เสียงดังลั่น
เป๊ะเลย...ยังกะพิมพ์เดียวกัน ต่างกันแต่เพียง
ปู่นารอดได้แต่พูดว่า บุญญฤทธิ์นะ ๆ ๆ ขณะที่ผู้ช่วย 2 คนช่วยกันจับร่างผมไว้
กลับถึงบ้าน สวดมนต์อัญเชิญก็แล้ว เงียบเหมือนเป่าสาก (ว่างั้นเถอะ)
หนนี้ทุกคืนนอนหลับๆ ตื่นๆ รำพึงในใจ กูมันบ้าไปหรือเปล่าวะ
เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น ความจริงมันเป็นยังไง พิสูจน์ก็ไม่ได้
ครึ่งเดือนผ่านไป ผมก็ยังเป็นผม ยังไม่ได้เป็นร่างทรง ดังที่หวัง
คิดจะเอาพานครูไปโยนทิ้งน้ำเหมือนครั้งแรกอีกก็ยังลังเล

*คืนหนึ่งประมาณตีสองกว่า ผมฝันว่า (3 ธันวาคม 2531)
ได้ยืนที่กลางถนนใกล้สี่แยกสถานีรถไฟหลักสี่
แล้วมองไปทางดอนเมือง เห็นดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่ขึ้นขอบฟ้า
แสงสีนวลเย็นตา ดูสว่างไสว เห็นรถสามล้อขับมาจอดตรงหน้า
ผมถามว่า จะไปดอนเมือง บ้านหมอดูตาทิพย์รู้จักไหม?
สามล้อบอกว่า รู้จักคุ้นเคยดี ผมเคยไปดู แม่นยำเหมือนตาเห็น
รถสามล้อออกวิ่ง ฉับพลันผมก็สะดุ้งตื่น
ภาพฝันมันเหมือนชีวิตจริง ทุกคำพูดทุกอย่างมันโล่งสว่างชัดเจนก้องอยู่ในหัว

*เช้าวันนั้นตัดสินใจบอกภรรยาว่าจะไปดอนเมืองหาหมอดู (4 ธันวาคม 2531)
เล่าความฝันให้ฟัง เธอก็ไม่ว่าอะไร ได้แต่บ่นว่า เชื่ออะไรกับความฝัน
เธอถามว่า แล้วรู้จักที่อยู่บ้านหมอดูแล้วหรือ?
ผมพูดว่าจะไปลุยเอาข้างหน้า “ทางอยู่ที่ปาก”

*ออกจากบ้านไปขึ้นรถประจำทางฉะเชิงเทรา-หมอชิตไปลงหน้าที่ว่าการเขต บางเขน
ข้ามถนนไปฝั่งวัดพระศรีมหาธาตุ ยืนคอยต่อรถประจำทางไปดอนเมือง
ก็ยังไม่มีรถผ่านมาสักคัน จึงตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกหลักสี่
เห็นรถสามล้อคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดเทียบ ถามผมว่า “จะไปไหน”
ไปดอนเมือง ไปบ้านหมอดูตาทิพย์ ลุงรู้จักไหม?
โฮ้ย ใครๆ ก็รู้จักกันทั้งนั้น ผมคุ้นเคยดี ผมเคยไปดู แม่นยำเหมือนตาเห็น
พอลุงพูดจบ ผมสะดุ้งเฮือก นึกถึงความฝันเมื่อคืนแล้ว ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที

ยังกับฝันที่เป็นจริงก้าวขึ้นรถทันทีโดยไม่รีรอ

*ต่อไปนี้ ลองอ่านบันทึกประจำวันของผมดูบ้าง

รถสามล้อจอดหน้าตำหนักอาจารย์เสริฐบ้านเงียบคล้ายไม่มีคนอยู่
สักครู่มีเด็กคนใช้มาถาม เราบอกว่า เคยมา เด็กจึงไปตามมาให้
เราเตรียมดอกไม้ธูปเทียนมาพร้อมค่าครู 12 บาท
เมื่ออาจารย์เสริฐนั่งลงแล้ว ก็พูดว่า จะถามอะไร?
ผมอยากรู้ว่า เทพองค์ที่มาจับร่างผม ชื่ออะไร?
เมื่อบอกแล้ว อาจารย์เสริฐ ถามวันเดือนปีเกิดและอายุ
เขาฟังแล้วหันหน้าเข้าหิ้งพระ สักครู่ก็ลืมตาขึ้นแล้วพูดว่า

สมเด็จโตพรหมรังสี และอีกองค์คือ หลวงปู่แหวน
คำตอบนี้ทำให้เรางง คาดคิดไม่ถึง จึงได้ถามไปอีกหลายคำถาม

*แล้วคำตอบต่างๆ ก็พรั่งพรูมา
เราเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดกับท่านในอดีตชาติ
ส่วนหลวงปู่แหวนคือ ภาคหนึ่งของสมเด็จโต พรหมรังสี
ท่านนั่งอยู่ในหัวใจของเรา ส่วนหลวงปู่แหวนเพิ่งมาจับร่างไม่นานมานี้
ยืนถือไม้เท้าอยู่ห่างหัวใจหน่อยหนึ่ง
เทพองค์อื่น นานๆ มาหน ไม่ใช่องค์เจ้าของร่าง

*เราทำพิธีครอบครูมาไม่ถูกต้อง เพราะองค์ในเราเป็นพระ
ฤาษีต่ำกว่าจะครอบไม่ได้
และผู้ครอบทั้งสองคนไม่สะอาด คนแรกเป็นหญิงมีประจำเดือนในวันทำพิธีครอบ
คนหลังเป็นชายสมสู่กับหญิงก่อนวันทำพิธีครอบสามวัน
ผมจะทำพิธีเชิญองค์ในให้ก่อน เสียเงิน 210 บาท
ให้ถือพระพุทธเจ้าเป็นองค์ครูสูงสุด โดยมีเทพยดาทุกชั้นเป็นพยาน
ในการที่เราจะรับเป็นร่างทรงให้ท่าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

*เมื่อท่านมาประทับทรงแล้ว ให้อัญเชิญขันธ์ 5 และ ขันธ์ 9 ที่มีอยู่เดิม
ไปจำเริญเสียให้เรียบร้อย (ทิ้งลงในแม่น้ำ)
และอย่าไปรับขันธ์ครอบครูกับใครอีกเป็นอันขาด
พรุ่งนี้ตื่นนอนมาแล้ว มือซ้ายหรือมือขวาอย่าเพิ่งทำอะไร
ให้อธิษฐานแล้วมาแตะที่หน้าอก 3 ครั้ง
ขออัญเชิญองค์ใน คือ สมเด็จโต พรหมรังสี มารับดอกไม้ธูปเทียน
แล้วเทน้ำลงดินเป็นอันเสร็จพิธี
ต่อไปนี้ ไปไหน ทำอะไรให้อาราธนาท่าน นึกถึงท่าน ให้ท่านแผ่บารมีช่วยเรา
นั่งกรรมฐานให้จิตนิ่ง อธิษฐานให้เห็นองค์ท่านในนิมิตให้แจ่มชัด
ดวงชะตาเราตอนนี้กำลังขึ้น ให้สวดคาถาชินบัญชรขอบารมีหลวงปู่

*แล้วอาจารย์เสริฐกล่าวนำให้ผมว่าตามตอนท้ายเชิญท่านประทับทรง
ท่านเพียงรับรู้ แต่ไม่ลงทรง

วันนี้คุยกันยาวเป็นพิเศษพอสมควรแก่เวลาแล้ว
ครั้งหน้าผมจะเล่าเรื่อง อภิญญาตาทิพย์หูทิพย์ของผม

โอกาสหน้าพบกันใหม่
ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

ด้วยความปรารถนาดี
ชนะ เวชกุล




Create Date : 10 ธันวาคม 2557
Last Update : 10 ธันวาคม 2557 15:58:50 น. 0 comments
Counter : 1828 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
10 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.