ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
สอนใจตัวเอง(8)



ตัวอย่างวิธีพิจารณาของอังศุอร ณ หนองคาย(น้ำหวาน)

บนรถไฟฟ้าใต้ดิน

*ครั้งหนึ่งฉันมีความทุกข์มากที่ต้องพลัดพรากจากคนรัก
คุณแม่อดรนทนไม่ไหวจึงหยิบหนังสือธรรมให้อ่าน
หลังการอ่านทำให้เกิดความคิดทดลองสอนใจตัวเอง
โดยหันมามองสิ่งที่เห็นรอบๆ ตัว แล้วน้อมเข้ามาใส่ใจตัวเอง

*วันหนึ่งฉันได้มีโอกาสนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน
ได้เฝ้ามองผู้คนที่เดินเข้ามาในรถไฟฟ้าขบวนเดียวกับฉัน
เสียงประกาศดังขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อถึงสถานีแต่ละแห่ง
เช่น สถานีพระราม 9 โปรดใช้ความระมัดระวังในการก้าวออกจากรถ

เมื่อประตูเปิด บางคนก็ก้าวออกไป
จากนั้นก็มีผู้คนอีกหลายคนเข้ามาแทนที่
เหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ในทุกสถานีที่รถไฟฟ้าผ่าน
แล้วในที่สุดฉันก็ทำเช่นนั้นบ้างเช่นกันเมื่อถึงสถานีที่ฉันจะต้องลง

*แต่ในใจฉันคิดต่อไปอีกว่า
ผู้คนที่ร่วมเดินทางมากับฉันในรถไฟฟ้าขบวนนั้น
จะไปลงที่สถานีใดกันบ้าง
และเมื่อถึงสถานีสุดท้ายแล้ว
ก็คงไม่เหลือผู้คนใดๆ นั่งอยู่บนรถ

ทุกคนต้องลงจากรถไฟฟ้าเพื่อไปสู่ที่ซึ่งเป็นจุดหมายของแต่ละคน

*ฉันถามตัวเองอีกว่า
มีใครบ้างที่ร่วมขึ้นรถไฟขบวนเดียวกับเรา
และมีใครบ้างที่เขาจากเราไปก่อนหรือว่ายังอยู่บนรถไฟขบวนนั้น
คงมีน้อยคนนักที่จะคิดถึงสิ่งที่จะต้องจากเราไป

*หลายครั้งเราจึงยังประมาทกับชีวิต
เพราะเราอยากจะให้สิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นไปตามที่ใจเราปรารถนา
โดยไม่เข้าใจว่าธรรมชาติของทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ไม่มีอะไรที่จะอยู่คงที่คงสภาพเช่นเดิมได้ตลอดไป

เมื่อใช้ปัญญาไตร่ตรองดู ว่ามีสิ่งใดบ้างที่ควรค่าแก่การยึดถือ
ฉันหาคำตอบนั้นไม่ได้ เพราะทุกสิ่งในโลกมีการเปลี่ยนแปลง

*การที่ฉันนั่งรถไฟก็เปรียบเสมือนการอาศัยร่างกายเรานี้
พาไปให้ถึงจุดหมายที่เราต้องการ
และผู้คนที่เราพบเจอในชีวิตนี้ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่
ญาติ พี่น้อง สามี ภรรยา หรือลูกหลานของเรา ฯลฯ
ก็เปรียบเสมือนเพียงผู้โดยสารร่วมทางไปกับเราเท่านั้น
ควรหรือไม่ที่เราจะไปยื้อยุดฉุดดึงพวกเขาให้อยู่กับเราตลอดไป
เพราะทุกคนล้วนมีที่ที่ตนจะต้องไปต่อทั้งสิ้น
แม้ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เราจะต้องจากกันไป แต่สุดท้ายแล้ว
ไม่มีใครที่จะหนีจากความตายไปได้
เสมือนสถานีสุดท้ายของรถไฟฟ้าใต้ดินที่ทุกคนจะต้องลง

*ดังนั้น ต่อไปนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้ชีวิตเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

ทุกวันจะพยายามอบรมใจตนเองให้เห็นตามความเป็นจริง
จากสิ่งต่างๆ ที่ฉันได้พบเจอในแต่ละวัน
แล้วน้อมเข้ามาสู่ใจตัวเอง จากนั้นก็ใช้ปัญญาพิจารณา
เพื่อมาอบรมจิตใจของเราให้เห็นตามหลักสัจธรรม

จะได้ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาในชาตินี้

*จาก อุบายสอนใจตนเอง หลวงพ่อทูลขิปฺปปญฺโญ

*สนทนากันสักครู่

การบรรลุธรรมไม่จำเป็นต้องเป็นพระหรือบวชเป็นชีไปอยู่วัด
ไม่เกี่ยวกับหน้าตา หรือต้องไปวุ่นเสาะหาสถานที่ปฏิบัติธรรม
แต่เกี่ยวกับ “ใจเรา” ที่เชื่อมั่น
และเพียรพยายามปฏิบัติในทุกโอกาสที่ว่างจากงาน

พระอริยะบางองค์ก็มีสภาพร่างกายไม่แตกต่างจากบุคคลทั่วไป
ยังต้องชดใช้กรรมไม่ต่างกับคนธรรมดา

เพียงแต่มี “จิตใจบริสุทธิ์” มากกว่าบุคคลทั่วไป

ฆราวาสที่บรรลุอรหันต์ในร่างมนุษย์ก็มีมาแล้ว
จะเกี่ยวเนื่องก็ขึ้นอยู่กับเขามีต้นทุนที่เคยปฏิบัติมาแต่อดีตชาติแล้ว
ชาตินี้เพียงมาเติมให้เต็ม และก็ไม่มีใครทราบว่าตนเองมีต้นทุนเท่าไร
วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ตัดสินใจเสียบัดนี้โดยไม่ต้องไปนึกถึงต้นทุนเดิม
โดยใช้วิถีทางของ ศีล สมาธิ ปัญญา ปฏิบัติพร้อมๆ กันไป
มีเป้าหมายเพื่อบรรลุแจ้งใน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทีละน้อยๆ

น้ำเต็มตุ่มเพราะเราเทลงไปวันละขัน ฉันใด
สักวันหนึ่งท่านจะทราบด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีใครบอก

เพียงมีข้อแม้ว่า...

*ถ้าคุณยังไม่ได้พิสูจน์ในสิ่งที่ได้รู้และฟังมา

ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจเชื่อ หรือไม่เชื่อ...

ด้วยความปรารถนาดี

ชนะ เวชกุล




Create Date : 16 ตุลาคม 2559
Last Update : 16 ตุลาคม 2559 12:02:56 น. 0 comments
Counter : 284 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.