ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
ปฏิบัติบูชา(27)


ความในใจ ตอน 3 ผลของอธิษฐานจิต

นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ชีวิตผมก็หมกมุ่นกับการเดินทางไปเที่ยวตำหนักร่างทรงหลายๆแห่ง

ส่วนใหญ่เพื่อนพาไปซึ่งผมเคยเล่าให้ท่านฟังมาบ้างแล้ว

จึงพบร่างทรงจริงบ้างเท็จบ้าง เอาแน่ไม่ได้ เพราะร่างทรงมีหลายประเภท

ตำหนักทรงที่พอจะเชื่อถือได้ก็มีองค์เทพองค์พรหม องค์เจ้า(ที่เป็นของจริงไม่แอบอ้าง)

ร่างทรงใดเป็นผีหรือ วิญญาณพเนจร มาเข้าทรง ท่านต้องเดือดร้อนถึงกับหายนะได้

พอๆกับ คนทรงเจ้าที่แอบอ้าง แล้วเรียกร้องค่าบูชาครูมากๆ นั่นแหละ

ขอท่านจงระวังไว้ให้มากไม่จำเป็นไม่ควรเข้าไปยุ่ง

เพราะผมเองก็เคยถูกร่างทรงประเภทนี้โกงเงินจนหมดเป็นหมื่นมาแล้ว


*กิจกรรมบ้าบุญเพื่อสร้างบารมีของผมที่เคยกล่าวไว้ในตอนที่8 นั้น

ผมจะไม่เสริมรายละเอียดและไม่กล้าประจานความโง่ของตัวเองให้อ่านกัน

ขอแนะนำเพียงว่าขอให้ท่านอ่านพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล 91 เล่ม

อ่านคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วตีความด้วยเหตุผล ท่านจะได้หายโง่

เพราะผมเคยเดินหลงทางธรรมร่วมสิบปีเพราะคำแนะนำจากอาจารย์ใหม่ๆ

เช่นจากในหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คที่วางขายในท้องตลาด ที่ผมซื้อไปอ่าน

หมดเงินเป็นพันเป็นหมื่นไม่ว่ากันแต่เสียเวลานี่ซิทำให้ผมสงสารตัวเอง

ข้อความบรรทัดบนผมลงโทษตัวเองนะครับ โปรดอย่าเข้าใจผิด


*อนึ่งข้อความต่อไปนี้ ขอเป็นเกราะกำบังตัว ถ้าผมพูดเองคงไม่มีใครเชื่อ

จึงขออ้างคำพูดของหลวงพ่อทูลขิปฺปปญฺโญ

ท่านกล่าวสอนไว้ตรงใจผมยิ่งนัก และนี่คือความจริง

เพราะบางข้อความตรงกับที่ผมปฏิบัติจนทำให้ผมประสบความสำเร็จเร็วขึ้น


*ผู้ที่ได้ฟังธรรมสมัยพุทธกาลฟังกันอย่างมีสติ มีสมาธิ มีปัญญา

พิจารณาแยกแยะในเหตุผลจนเข้าใจได้นำเอาธรรมหมวดนั้นมาปฏิบัติ

ก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยเจ้าขั้นใดขั้นหนึ่ง

ตามบุญบารมีของแต่ละท่านที่ได้บำเพ็ญมา

จะเป็นพระโสดาบันพระสกิทาคามี พระอนาคามี

หรือได้บรรลุธรรมในระดับสูงเป็นพระอรหันต์

ขึ้นอยู่กับวาสนาบารมีที่ได้บำเพ็ญมาแต่ละท่านไม่เท่ากัน

เหตุนั้นการได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยเจ้าในสมัยครั้งพุทธกาลจึงเป็นไปได้ง่าย

เพราะได้รับอุบายธรรมจากพระพุทธเจ้าที่ตรงกับจริตนิสัยของตัวเอง

และตรงกับบารมีที่ตัวเองได้บำเพ็ญมา


*พวกเราจงศึกษาให้ดีมิใช่ว่าจะเอาหมวดธรรมใดมาปฏิบัติ

ก็จะบรรลุธรรมเป็นพระอริยเจ้าได้

ถ้าหมวดธรรมนั้นตรงกับบารมีที่เราได้บำเพ็ญมาก็โชคดีไป

แต่ถ้าเอาหมวดธรรมที่ไม่ตรงกับบารมีของตัวเองมาปฏิบัติ

ถึงจะเร่งความเพียรอย่างเข้มข้นเต็มที่สักเท่าไรก็ตาม

การจะได้บรรลุมรรคผลเป็นพระอริยเจ้าก็เป็นไปไม่ได้อยู่นั่นเอง


*ดังนั้นปฏิบัติบูชาที่ผมเขียนแต่ต้นจนถึงตอนนี้จะเน้นให้ดูตัวเองไว้เสมอ

การที่เราได้ครูบาอาจารย์ที่เคยร่วมบารมีกันมาแต่อดีตชาติ

ท่านย่อมแนะนำสั่งสอนธรรมเฉพาะที่ตรงกับบารมีที่เราได้บำเพ็ญมา

ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกจนสับสน มึนงง ทั้งๆ ที่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

นี้คือประสบการณ์เก่าของผมเมื่อเริ่มปฏิบัติธรรมโดยไม่มีใครแนะนำ

ตอนนั้นเรียนรู้แต่คำบอกว่าให้ผมทำทาน ถือศีล นั่งสมาธิ

แล้วอุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร

เป็นการเรียนรู้วิธีการจากคำบอกเล่าจากตำหนักร่างทรงต่างๆ แล้วมาปฏิบัติ

จนเมื่อผมพบเส้นทางตนเองแล้วได้ประสบการณ์ทางจิตมากมาย

แล้วผมจะทยอยเล่าในฟังในตอนต่อๆไป


*ระยะต่อมาผมต้องยึดห้องรับแขกมาเป็นห้องพระ มีโต๊ะหมู่บูชา

วุ่นวายกับการหาพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขาพูดกันว่าดีเยี่ยม บูชาแล้วจะร่ำรวย

เริ่มแรกผมก็เดินทางไปเช่าบูชามาไว้ที่บ้านสวดคาถาที่เขาแนะนำมา

กว่าจะท่องหมดหน้ากระดาษที่จดไว้ก็เกือบชั่วโมง

โดยมีหลวงพ่อพระพุทธโสธรเพราะเรามาอาศัยถิ่นของท่านทำมาหากิน

ต่อมาก็มีหลวงพ่อสังกัจจายหลวงพ่อสิวลี หลวงพ่อพระพุทธชินราช

หลวงพ่อร.5 พระอุปคุต พระอิศวร พระนารายณ์ พระพิฆคเณศร์

และอื่นๆที่ลูกศิษย์มอบให้เป็นของขวัญจนเต็มโต๊ะบูชา

ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจิตตนเองได้พัฒนาขึ้นมา ไม่ว่าสมาธิ หรือการเงินที่อยากได้

วันหนึ่งเพื่อนรุ่นพี่มานั่งคุยกับผมที่ห้องภาควิชาภาษาไทย

ว่าเขาได้ไปสมัครเป็นสมาชิกของสำนักปู่สวรรค์ที่บางแค ภาษีเจริญ

มีหลวงปู่ทวด(เหยียบน้ำทะเลจืด)เป็นองค์ประธาน

สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี เป็นองค์อำนวยการ

ถ้าสนใจพี่จะพาไปสมัครเป็นสมาชิกที่มาบอกเพราะเห็นว่าสนใจทางนี้

ผมก็เลยไปสมัครเป็นสมาชิกเข้าไปกราบไหว้รูปหล่อของท่านทั้งสอง

ขอพรให้ท่านช่วยคุ้มครองและช่วยเสริมบารมีให้บ้าง

อยู่มาไม่กี่วันก็มีลูกศิษย์คนหนึ่งมาหาที่บ้านพูดคุยกันสักครู่

แล้วล้วงในกระเป๋าเสื้อหยิบเหรียญทองแดงมายื่นให้

อาจารย์ครับผมขอมอบเหรียญหลวงปู่ทวดให้อาจารย์ไว้เป็นที่ระลึก

เป็นของส่วนตัวผมเองไม่ได้ลักขโมยใครมา

ด้วยสำนึกในพระคุณที่อาจารย์สอนผมจนจบปริญญาตรี

ถ้าเป็นสำนวนไทยก็พูดว่า“ผมงงเป็นไก่ตาแตก”

ผมจะปฏิเสธก็กลัวลูกศิษย์จะเสียใจจึงรับไว้

แล้ววางไว้บนโต๊ะบูชาเป็นเหรียญพระที่โด่งดังจากภาคใต้

เป็นเหรียญแรกมาอยู่ในห้องพระ

จุดนี้เองทำให้ผมเกิดความคิดแวบขึ้นมาว่าเรายังไม่มีสมเด็จโต พรหมรังสี

องค์อำนวยการสำนักปู่สวรรค์มาอยู่เป็นคู่ไว้บูชาในห้องพระเลยสักองค์

คืนนั้นเองหลังจากสวดมนต์ไหว้พระจบแล้วผมก็ตั้งจิตอธิษฐานหน้าโต๊ะหมู่บูชา

“ขณะนี้ลูกยังไม่มีรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี ไว้บูชากราบไหว้

หากลูกเคยมีบุญบารมีร่วมกับท่านมาแต่อดีตแล้วก็ขอได้มีโอกาสเช่ามาบูชาบ้าง

จะเป็นขนาด6 หรือ 7 หรือ 9 นิ้ว ก็ได้ และไม่ขอรับแบบ มีคนมาบริจาคให้

ขอความปรารถนานี้จงสมหวังแก่ลูกด้วยเถิด”

เวลาผ่านไปสามเดือนก็ไม่มีวี่แววจะได้รูปหล่อสมเด็จพุฒาจารย์โตมาบูชา

ได้แต่คิดว่าถ้ามีโอกาสไปสำนักปู่สวรรค์อีกครั้ง ก็จะไปเช่าบูชาท่านมาสักองค์


*แต่แล้วคำอธิษฐานก็ได้สำแดงฤทธิ์เอาละ..ผมจะเล่านิทานให้ท่านฟัง

ก่อนการสอนนักศึกษาภาคฤดูร้อนจะเริ่มต้น

อธิการบดีท่านใจดีแจ้งข่าวให้อาจารย์ทั้งวิทยาลัยทราบว่า

จะพาอาจารย์และเจ้าหน้าที่ไปพักผ่อนดูงานที่พระราชวังบางปะอิน

ต่อจากนั้นก็ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต่างๆเช่น วัดพนัญเชิง,

วิหารวัดมงคลบพิตรจังหวัดอยุธยา

แล้วเลยไปวัดเกษไชโยจังหวัดอ่างทอง เป็นจุดสุดท้าย

แบบไปเช้าเย็นกลับถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่ม หรือกว่านั้น

อาจารย์ท่านใดประสงค์จะร่วมเดินทางให้ไปลงชื่อที่สำนักงานอธิการ

เพื่อจะได้จัดรถให้นั่งได้สบายๆทั้งขาไป และกลับ


*ผมตัดสินใจร่วมทัศนาจรเพราะคำว่า วัดเกษไชโย จังหวัด อ่างทอง

ปรากฏว่ามีสมาชิกเต็มคันรถบัสของวิทยาลัยครู30 กว่าชีวิต

ออกเดินทางแต่เช้าตรู่6.30 น. แวะพระราชวังบางปะอิน เป็นแห่งแรก

แล้วไปกินข้าวกลางวันแถวๆตลาด หน้าวิหารวัดมงคลบพิตร

อิ่มหนำแล้วออกเดินทางไปวัดเกษไชโยจังหวัดอ่างทอง ก็เกือบบ่ายสองโมง

อธิการนัดรวมตัวบ่ายสามโมง เดินทางกลับ คะเนว่าถึงแปดริ้วไม่เกินสามทุ่ม


*ทุกคนพากันแยกย้ายไปตามอัธยาศัยส่วนใหญ่มุ่งหน้าเข้าพระวิหาร

พระมหาพุทธพิมพ์ เดิมสร้างสมัยรัชกาลที่ 4 โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)

ท่านสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึงโยมมารดาขณะกราบผมนึกเรื่องในอดีต
แต่องค์ที่ผมไปนมัสการนั้นรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯทำการปฎิสังขรณ์

ขึ้นใหม่ทั้งอารามเมื่อปี พ.ศ. 2430 แทนองค์เดิมที่สมเด็จโตสร้าง

เนื่องจากโครงสร้างและรากฐานไม่ดีนัก จึงทำให้องค์หลวงพ่อโตพังลงถึง 2 ครั้ง

ปัจจุบันมีขนาดหน้าตัก กว้าง8 วา 7นิ้ว และสูงถึงยอดเกศรัศมี 11 วา 1 ศอก 7 นิ้ว

เป็นที่ทราบกันดีว่า สมัยก่อน สมเด็จโต ท่านชอบสร้างพระองค์ใหญ่ๆ ไว้ให้คนบูชา

ผมกราบบูชาอธิษฐานแล้วก็เดินดูรอบๆ ภายในพระวิหาร

เห็นเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งบริการเช่าพระตรงมุมพระวิหาร

เป็นพระสมเด็จสร้างใหม่โดยเอาเนื้อเก่าที่เสียหายมาผสมแล้วปลุกเสกใหม่

โดยอาราธนาดวงพระวิญญาณสมเด็จโตมาช่วยปลุกเสก

ทันใดนั้นผมก็สะดุ้ง รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

เมื่อเหลือบไปเห็นรูปหล่อสมเด็จโตเนื้อทองเหลืองบนโต๊ะ

วางในถาดอะลูมิเนียมสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก

ผมตรงเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ที่นั่งเบื้องหลังท่าน

ถามเขาว่า รูปหล่อสมเด็จโตองค์นี้มีใครมาจองเป็นเจ้าของหรือยังครับ

ยังไม่มีใครจองครับ ถ้าสนใจก็เช่าบูชาได้เลยเหลือเพียงองค์เดียว

ซึ่งรุ่นเดียวกับองค์นี้ ทางวัดได้จำหน่ายหมดไปหลายปีแล้ว

ราคาเช่าบูชาเท่าไรครับ อ้อ..มีตำหนินิดหน่อยที่ศีรษะด้านหลัง

หกร้อยบาทครับ

ผมล้วงกระเป๋ากางเกง ตายละ เหลือเงิน 200 บาท

ใจหายวูบ เงินไม่พอ ทั้งๆ ที่มีโอกาสแล้ว

ทำไงดีล่ะ ใจอยากได้ไปบูชา มองหาเพื่อนอาจารย์ด้วยกันไม่เห็นสักคน

กลับได้ยินเสียงโฆษกวัดประกาศก้องให้อาจารย์วิทยาลัยครูฉะเชิงเทราทุกท่าน

กลับไปขึ้นรถด่วน รถได้เวลาจะออกเดินทางแล้ว

ผมตัดสินใจทันที ผมขอจองไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมาเอา เพราะตอนนี้เงินไม่พอ

ขอเวลาสักประเดี๋ยว ผมจะไปยืมเงินเพื่อนอย่าขายให้ใครนะครับ?

คุณพูดจองไว้แบบนี้ เป็นคนที่สามแล้วนะครับ แต่ก็หายไปไม่กลับมาเอา

แต่เอาเถอะ..ถ้าบารมีคุณจะได้เป็นเจ้าของคงไม่มีปัญหา สมเด็จโตท่านคงรอคุณ

ผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่รถวิทยาลัยซึ่งกำลังติดเครื่องรออยู่

บังเอิญอาจารย์สาครเจ้าหน้าที่การเงินของวิทยาลัยยืนรอใครไม่รู้ที่ประตูรถด้านหน้า

พี่สาคร ผมขอยืมเงินหกร้อยเอาไปเช่าพระกลับบ้านแล้วจะคืนให้

เดี๋ยวดูก่อน ไม่รู้ว่าเงินพอหรือเปล่าพี่สาครหยิบกระเป๋าถือขึ้นมา

อ้อ..เงินวิทยาลัยเหลือนิดหน่อย เอาไปก่อนแล้วอย่าลืมใช้พี่นะ เงินหลวง

ผมรับเงินแล้ว เห็นพรรคพวกในรถพากันมองลอดหน้าต่างเขาคงสงสัย

ผมรีบเดินแบบกึ่งวิ่ง กลัวเพื่อนจะรอนานเข้าวิหารไปที่เจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ยิ้มรับ ปากพลางพูดพร้อมก้มลงหากล่องจะนำพระใส่

ผมเลยบอกไป ไม่ต้องหรอก ผมจะอุ้มท่านไปทั้งองค์


*หลวงพ่อโตคงรอเจ้าของตัวจริงมารับไปบูชาแล้ว สามปีที่ท่านรอคอย

มีคนอยากได้ แต่ก็ไม่เอาไป ท่านคงต้องการไปอยู่กับคุณแน่ๆ

ขอให้โชคดี สวัสดีมีชัยนะครับ

จ่ายเงินแล้ว อุ้มองค์ท่านไปวางที่หน้าหลวงพ่อพระพุทธพิมพ์

กล่าวคำอาราธนา พุทธังอาราธนานัง ธัมมังอาราธนานังสังฆังอารารธนานัง

กระผมอัญเชิญเทวดาที่คุ้มครองสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)พรหมรังสีองค์นี้

ไปประทับ ณ โต๊ะหมู่บูชาที่บ้านข้าพเจ้า

คุ้มครองครอบครัวข้าพเจ้าให้อยู่เย็นเป็นสุข มีความสุขความเจริญรุ่งเรือง

ขณะก้มกราบสามครั้ง ร่างกายทั้งร่างเย็นซาบซ่านไปทั้งตัวแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

เหมือนถูกน้ำเย็นจัดรดร่างกาย แล้วอุ้มองค์ท่านเดินกึ่งวิ่งไปที่รถที่ติดเครื่องรออยู่

ขณะเดินขึ้นบันไดหน้ารถ เห็นอธิการนั่งอมยิ้มคล้ายรู้เรื่องผมแล้วสั่งให้รถออกได้

พวกเขาคงคอยผมอยู่คนเดียว เพื่อนที่นั่งอยู่หลังรถพูดกันสนุกสนานเฮฮา

อาจารย์ชนะอุ้มหลวงพ่อโตมาคุ้มครองพวกเราขณะเดินทางกลับบ้าน

เอ้า...อนุญาตให้นั่งแถวหน้าหลังคนขับ คู่กับอาจารย์สาครเลย..ครับผม

ผมเลยต้องปฏิบัติตามคำขอของเพื่อน

พร้อมนึกคำอาราธนาพระขณะรถเคลื่อนออกจากวัดเกษไชโย

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือน มีนาคม พ.ศ. 2531

ยังอยู่ในความทรงจำของผมตลอดเวลา

โอกาสหน้าพบกันใหม่นะครับ
ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

ด้วยความปรารถนาดี
ชนะ เวชกุล




Create Date : 21 ตุลาคม 2558
Last Update : 21 ตุลาคม 2558 11:39:17 น. 0 comments
Counter : 460 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.