ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
ปฏิบัติบูชา (24)

อำนาจของสมาธิ


วันนี้ขอเปลี่ยนอารมณ์ท่านผู้อ่าน

ขอย้อนกลับไปเล่าเรื่องพลังอำนาจสมาธินั้นมีประโยชน์

ถ้าใครสามารถนั่งสมาธิทุกวันแล้วเข้าสมาธิถึงระดับอัปปนาสมาธิได้

จะเห็นคุณประโยชน์บางประการของสมาธิ

ว่าสามารถช่วยเราได้เมื่อถึงเวลาคับขันโดยไม่ต้องพึ่งผู้อื่น

*แรกเริ่มเดิมทีจะยกตัวอย่างตัวเองก็ดูมันจะโอเว่อร์เกินไป

ทำให้ผมนึกถึงครูบาอาจารย์อีกองค์หนึ่งรองจากปู่โต

คือหลวงปู่แหวนสุจิณโณ ยอดอริยะเจ้าองค์หนึ่งของคนไทย

ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกคงจะรู้จักกันดี

ท่านเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า

ถ้าเมื่อใดเข้าที่คับขันให้ลงนั่งสมาธิแล้วตั้งสัจจาอธิษฐาน

มีปรากฏในชีวประวัติตอนหนึ่งซึ่งเขียนโดยสิทธา เชตะวัน และ นิโรธ เกสรสิริ

ตีพิมพ์ในหนังสือโลกทิพย์เดือน มกราคม 2526

ผมขอคัดลอกมาให้ท่านอ่าน...แล้วโปรดพิจารณา

*ครั้งหนึ่งหลวงปู่เดินทางมาจากเชียงรายเพื่อจะไปลำปาง

เดินทางมาถึงพะเยาพักอยู่ที่พจะเจ้าหลวง 3-4 วัน เพื่อพักผ่อนให้มีกำลัง

ได้อาศัยรถลากไม้จากพะเยาจนถึงอำเภองาว

รถเกิดติดหล่มก็เลยเดินไปก่อนกะจะไปพักหมู่บ้านข้างหน้า

ขณะที่เดินทางมานั้นฝนก็ตกพรำๆ ตลอดเวลา

พอตกเย็นถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

เข้าไปอาศัยพักที่ศาลาใกล้หมู่บ้าน

*วันรุ่งขึ้นฉันเสร็จแล้วเดินทางต่อไป

สมัยนั้นถนนระหว่างลำปางพะเยาเป็นทางรถลากไม้

ในฤดูฝนรถหยุดลากไม้เพราะติดหล่มลากไม้ไม่ได้

ดังนั้นทางจึงเดินลำบากเพราะต้องฝ่าซอกหินธารเขา

ป่าก็เป็นป่าดงดิบพวกทากมีอยู่ทั่วไป

*วันนั้นเดินทางมาถึงศาลเจ้าพ่อประตูผาก็พอดีพลบค่ำ

จะไปหาที่พักที่อื่นก็ไม่ทันเพราะเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว

จึงอาศัยนอนบนศาลเจ้าพ่อประตูผานั้นเอง

*เมื่อหยุดพักหายเหนื่อยดีแล้วก็ไหว้พระสวดมนต์แผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์แล้ว

ลงไปเดินจงกรมบ้างนั่งบ้างสลับกันไป

เวลากลางคืนพวกเสือมันมาร้องแถวใกล้ๆที่พัก เสียงเป๊ปๆ

ซึ่งแต่ละตัวที่ร้องไม่ใช่ตัวเล็กๆมันสามารถกินวัวทั้งตัวได้อย่างสบาย

*มันร้องกันเป็นทอดๆประเดี๋ยวตัวนั้นประเดี๋ยวตัวนี้

ร้องคล้ายๆคนเรากู่รับกันอย่างนั้นเอง แต่ไม่ไกลจากที่พักนัก

พอตกดึกอากาศเย็นมากนอนไม่ค่อยหลับ

*พอสว่างได้อรุณก็ออกเดินทางต่อไป

ตกบ่ายรู้สึกอ่อนเพลียมากหนักศีรษะคล้ายจะเป็นไข้

รวบรวมกำลังเดินต่อไปจะพักก็ไม่ได้

เพราะอยู่กลางป่าเขาไม่มีหมู่บ้านเลย

*เดินไปได้ประมาณสองชั่วโมงรู้สึกอ่อนเพลียมาก

อาการไข้เริ่มปรากฏชัดขารู้สึกว่าจะก้าวต่อไปไม่ไหว อ่อนไปหมด

จึงแวะเข้าใต้ร่มไม้ข้างทางวางกลดวางบาตรแล้วล้มตัวลงนอน

หลับไปโดยไม่รู้สึกตัวเพราะพิษไข้

ช่วงเวลาที่หลับไปนั้นนานเท่าไรไม่อาจรู้ได้

*มารู้สึกตัวเอาก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงดังซู่ๆของลมพัดยอดไม้

เสียงฟ้าคะนองฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ทั่วไป

มองไปบนท้องฟ้ามีเมฆดำทะมึนเต็มท้องฟ้า

ลมก็พัดกระโชกแรงขึ้นเสียงคำรามของฟ้าก็ร้องถี่ขึ้น

*ดูทุกสิ่งทุกอย่างมีแต่บีบรัดเข้ามาทุกทีอาการไข้ก็ยังไม่สร่าง

ฝนก็เริ่มลงเม็ดห่างๆจะกางกลดก็สู้ลมพัดไม่ได้

ไม่รู้ว่าจะไปหลบลมหลบฝนอยู่ที่ไหน

ดูเหมือนจะหมดหนทางแก้ไขเอาทีเดียว

*เมื่อไม่มีทางหลบหลีกลมและฝนได้แน่แล้ว

จึงรวบรวมกำลังกายลุกขึ้นนั่งสมาธิตั้งสัจจาอธิษฐาน

อ้างเอาพระพุทธคุณคุณพระธรรม คุณพระสงฆ์

อ้างถึงบุญบารมีของตนที่ได้บำเพ็ญมาตั้งแต่บวชด้วยดีว่า

*ข้าพเจ้าบวชอุทิศต่อพระพุทธต่อพระธรรม ต่อพระสงฆ์

วันนี้ข้าพเจ้าเดินทางมาจะไปลำปาง

เกิดอาการไข้หมดกำลังที่จะไปข้างหน้า

ถ้าบุญบารมีของข้าพเจ้ามีอยู่จะได้บำเพ็ญพรหมจรรย์เพื่อทำที่ดับทุกข์แล้ว

ขอฝนอย่าได้ตกลงมาที่ข้าพเจ้านอนอยู่นี้เลย

*แล้วแผ่เมตตาต่อเทพารักษ์ผู้ศักดิ์สิทธิ์

ตลอดจนนาคครุฑผู้มีอำนาจอธิษฐานบอกกล่าวแก่เขาว่า

ขอได้โปรดบันดาลด้วยอำนาจฤทธิ์ของตนให้ฝนซึ่งกำลังจะตกลงมานี้

เว้นที่ตรงข้าพเจ้านอนอยู่นี้ขอให้เปลี่ยนทิศทางไปเสียทางอื่น

การที่จะห้ามฝนไม่ให้ตกนั้นมิใช่ฐานะ

แต่ขออย่าได้ตกลงมาที่ข้าพเจ้านอนขอให้ผ่านไปทางอื่น

*เมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว

ทำจิตให้แน่วแน่แผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ทั่วจักรวาลไม่มีประมาณ

เป็นที่น่าอัศจรรย์ขณะที่ฝนกำลังเม็ดถี่โดยลำดับนั้น

ได้เกิดมีลมพัดมาอย่างแรงจนทำให้ต้นไม้ลู่เอนไปตามทิศทางของลม

*ด้วยความแรงของลมที่พัดมานั้น

สามารถทำให้ฝนเปลี่ยนทิศทางไปโดยฉับพลัน

ฝนตกห่างจากที่อยู่ไปประมาณ 1 เส้น

วันนั้นฝนตกอยู่นานพอสมควร

*พอฝนหายแล้วอาการไข้ก็ยังไม่สร่าง

จึงล้มตัวลงนอนต่อไปโดยไม่ได้กางกลด

มารู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเวลากลางคืนแล้วรู้สึกว่าเนื้อตัวเปียกชุ่มหมด

จะเป็นเพราะยุงกัดหรือเหงื่อออก

*หลังจากสร่างไข้จึงไม่ได้สนใจแต่รู้สึกว่าตัวเบา

กระหายน้ำจึงเอากาน้ำไปตักน้ำ กรองน้ำใส่กาเต็มแล้ว

กลับมาที่อยู่ดื่มน้ำที่การู้สึกสดชื่นขึ้นมามีกำลัง

จึงออกเดินทางต่อไปในเวลากลางคืนนั่นเอง

*ก่อนออกเดินทางทำจิตให้สงบแล้วแผ่เมตตาไปก่อน

เดินไปภาวนาไปปรากฏว่าวันนั้น

เดินทางมาได้โดยปลอดภัยไม่ปรากฏมีสัตว์ร้ายอะไร

มาปรากฏให้เห็นในระหว่างเดินทางเลย

*เท่าที่ทราบมาหลวงปู่แหวนบรรลุอรหันต์

ด้วยการปฏิบัติภาวนาแผ่เมตตาอย่างเดียว

ส่วนหลวงปู่ของผมนั้น ท่านสามารถบรรลุอรหันต์ได้

แต่ท่านก็ยังไม่ต้องการ ขอเป็นพระโพธิสัตว์ก่อนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ในโลกวิญญาณท่านเป็นผู้ช่วยพระพุทธเจ้าทำหน้าที่ดูแลประชาชน

โดยเฉพาะผืนแผ่นดินไทยและรอบๆ ประเทศเรา

ซึ่งในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของโลก

*การเข้าสมาธิของหลวงปู่แหวน ผมหมายถึงระดับ อัปปนาสมาธิ หรืออีกนัยหนึ่งเทียบเท่า ฌาน 4 นะครับ

ถ้าใครปฏิบัติได้ถึงย่อมรับรู้ได้ว่า ฝึกสมาธิ หรือ ฌาน นั้นดีอย่างไร?

*เชื่อหรือไม่เชื่อ วันหน้าผมจะมาเล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟังอีก
โอกาสหน้าพบกันใหม่นะครับ
ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

ด้วยความปรารถนาดี
ชนะ เวชกุล




Create Date : 30 กรกฎาคม 2558
Last Update : 30 กรกฎาคม 2558 11:35:40 น. 0 comments
Counter : 623 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.