ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
ปฏิบัติบูชา (11)

ปฏิบัติเพื่ออภิญญา


อภิญญาคือ ความรู้ยิ่ง ความรู้ชัด
เป็นผลเนื่องมาแต่การบำเพ็ญทางจิต
เมื่อจิตสงบก็สามารถจะมีความรู้ถึงขั้นระดับอภิญญา
อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างใน 6 อย่าง เช่น
อิทธิวิธี สามารถแสดงฤทธิ์ได้ เหาะได้ เดินบนน้ำ แทรกลงไปในดินได้
ทิพพโสต สามารถมีหูทิพย์ ฟังเสียที่อยู่ห่างไกลได้เมื่อกำหนดจะฟัง
เจโตปริยญาณ สามารถรู้ใจคนอื่นทุกระดับชั้นได้ ว่าคิดอย่างไร
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณสามารถระลึกชาติได้ว่าตนเองในอดีตมีรูปร่างหน้าตาความเป็นอยู่อาชีพอะไร
ทิพพจักขุ สามารถมีตาทิพย์เห็นเหตุการณ์ต่างๆ หรือกรรมของคนหรือสัตว์ที่ทำไว้ได้
อาสวักขยญาณ สามารถทำลายกิเลสให้สิ้นไปจากจิตใจอันเนื่องมาจากปฏิบัติกรรมฐานได้

*เท่าที่ผมมีประสบการณ์ส่วนใหญ่จะได้ ตาทิพย์และหูทิพย์
ส่วนผมเองได้ตาทิพย์และหูทิพย์เนื่องมาจากอดีตชาติผมเคยทำสำเร็จมาก่อนแล้ว
ทุกวันนี้ผมมุ่งไปที่หัวข้อสุดท้ายแล้วละ เพราะรู้ตัวว่าชาตินี้อย่างเก่งได้แค่ โสดาบัน

*วันนี้ผมขอให้ทานบารมีแก่ผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านเพื่อสร้างบุญกุศลให้แก่ตนเอง
ตัวจริงของเรา ก็คือจิต
ร่างกายของเราเป็นเพียงผู้รับใช้ ไม่ใช่ตัวเรา ของของเรา
วันหนึ่งเมื่อร่างกายเราถูกเผาจนเหลือเถ้ากระดูก
จิตเราก็หนีไปหาที่อยู่แห่งใหม่ตามกฎแห่งกรรมที่เราทำมา
จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ผมไม่บังคับใจใคร เพราะทุกคนต่างมีความคิด
อย่างตัวผมเองรู้จากการปฏิบัติว่า เคยเกิดเป็นสุนัขหลายชาติ
และย้อนไปประมาณห้าชาติ เคยเกิดเป็นผู้หญิงสำส่อนล่าผู้ชายไม่เลือกหน้า
เมื่อเวลาท้องแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นลูกใคร เลยต้องรีดลูกแล้วฝังไว้ใต้บันไดบ้าน
ชาตินี้ลูกที่ฝังมันด้วยมือ มันตามมาทัน ตามฆ่าผม แต่รอดมาได้สองสามครั้ง
เพราะดวงวิญญาณของครูบาอาจารย์คอยช่วยป้องกัน ไม่ให้ลูกสร้างกรรมต่ออีก
สุดท้ายผมจึงไปหาแม่ชีให้ช่วยต่อรองว่าให้เลิกแล้วต่อกันเถิด อย่าได้จองเวรจองกรรม
ครั้งแรกมันไม่ยอม แต่แม่ชีได้ชี้ให้เห็นถึงกฎแห่งกรรม และผมก็หันมาทำกรรมดีแล้ว
มันเลยยอมโดยขอเงินเพียงร้อยบาท เพื่อเป็นทุนไปเกิดใหม่ในป่าเขาทางเหนือของไทย
ตาทิพย์หูทิพย์ของแม่ชีนั้น ดีกว่าสูงกว่าผมมากนัก เพราะมีบางเรื่องที่ผมไม่รู้
เหตุเพราะบารมีสร้างมายังไม่พอ ดังนั้นครูบาอาจารย์จึงมีส่วนสำคัญ
ใครดวงดีพบครูบาอาจารย์ที่เคยเกื้อหนุนกันมาก่อนในอดีต นับเป็นบุญวาสนาแล้ว
ไม่ต้องตะรอนๆ ไปฝึกที่นั่นที่นี่ ฝึกแล้วไม่สำเร็จ ท้อแท้เลิกฝึกสมาธิไปก็มาก

*ขอเปิดประสบการณ์วิธีการฝึกเพื่ออภิญญาของผมให้ท่านผู้อ่านเป็นเบื้องต้น
ข้อแนะนำประการแรก ท่านต้องมีความเชื่อในเรื่อง จิต ที่ผมพูดมาแต่ต้น
ประการถัดมาคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อ แม่ ครู อาจารย์ เป็นผู้มีพระคุณยิ่ง
อย่าลบหลู่ ควรตอบแทนพระคุณท่านด้วยการเชื่อฟังคำสั่งสอน ปฏิบัติตามคำท่าน
นึกไว้ในใจเช่นนี้ทุกวัน หรือตลอดเวลาที่ว่างจากการงาน เป็นการฝึกสติแบบง่ายๆ ก่อน
ขั้นนี้เป็นการเปิดทางสวรรค์ หาพรรคพวกที่เป็นเทวดาชั้นดีมาช่วยเอื้อเฟื้อสนับสนุน
ทั้งจะมาช่วยป้องกันไม่ให้เทวดาชั่วมารังแก หรือมาเบี่ยงเบนจิตเราให้ไปใฝ่ชั่วได้
โปรดอย่าลืมว่า เทวดามีจริง เทวดาอยู่รอบๆ ตัวเรา และรู้จิตใจของเรา
เราคิดอย่างไร เขารู้ทันที เทวดาเขาไม่ได้ดูกิริยาของเรานะ
เขาดูจิตของเรา ถ้าจิตเราเป็นบุญเป็นกุศล ไม่คิดชั่ว นับถือพุทธศาสนามั่นคง
เขายินดีและพร้อมที่จะมาเป็นพวก และมาร่วมสวดมนต์กับเราทุกครั้ง
วันไหนเขามากันมากเป็นพันเป็นหมื่น วันนั้นเราจะรู้สึกขนพองสยองเกล้าฯ
ร่างกายทั่วร่างจะรู้สึกซาบซ่าน วูบวาบเป็นระยะๆ ช่วยปรับธาตุทั้ง 4ของเราให้เสมอกัน
นั่นคือสัญญาณที่เทวดาแสดงให้เรารับทราบ ในความคิดดี ทำดีของเรา
และพร้อมยินดีช่วยเราเสมอ ตามกำลังความสามารถที่เทวดาพอช่วยได้
และตามกำลังบารมีในตัวท่านที่ได้ทำมาแล้ว และที่กำลังทำอยู่

*เมื่อใดเกิดความรู้สึกว่าจิตใจเรามั่นคงในสิ่งที่กล่าวมา ไม่วอกแวก ไม่ลังเลแล้ว
ท่านต้องเริ่มสวดมนต์ก่อนนอนทุกวันมิได้ขาด หรือเวลาตื่นนอนตีห้าก็ได้
และถ้าทำได้ทั้งสองเวลา ยิ่งดีเป็นที่สุด จะพบความสำเร็จได้เร็วขึ้น
การสวดมนต์เป็นวิธีการสร้างสมาธิแบบง่ายๆ โดยวิธีการ ท่องจำบทที่จะสวดให้แม่นยำ
อย่าสวดจากหนังสือหรือแผ่นกระดาษ เพราะไม่สามารถสร้างจิตตั้งมั่นให้เป็นหนึ่งได้
ขณะสวดถ้าสามารถมองเห็นอักขระ เช่นออกเสียง อิ ติ ปิ โสแล้วเห็นตัวหนังสือในจิตสำนึกได้
ยิ่งวิเศษแท้ เพราะจะเป็นบันไดขั้นต้นทำให้จิตตั้งมั่นเร็วขึ้น
เมื่อใดที่จิตของเราพร้อม จะหันไปเล่น ฌาน จะได้ผลเร็ว

*ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงการเริ่มต้นฝึก จิตแบบสามัญทั่วๆ ไป ใครก็ทำได้
ผมปูพื้นฐานให้ตนเองด้วยวิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงเข้าที่เข้าทาง
ตัดสินใจว่า เอาแน่ เราจะไม่ถอยละ จะไม่เสียเวลาอีกต่อไปแล้ว
สู้สุดใจ เพื่อจุดหมายที่วางไว้ คือตาทิพย์และหูทิพย์
หลังจากนั้นผมเขยิบก้าวเข้าสู่ขั้นต่อไปคือ เริ่มต้น อานาปานสติ
ตามตำราบอก ว่าให้กำหนดลมหายใจเข้า-ออก จะใช้คำบริกรรมหรือไม่ใช้ก็ได้

ผมถนัดวิธีการนั่งดูลมเข้า ดูลมออก ในจุดที่รูจมูก แห่งเดียว
บางทีก็ทำขณะยืน บางทีทำขณะเดินออกกำลังกาย

*วันใดจิตมันแวบออกไปนึกคิดข้างนอก แวบออกไปบ่อยๆ
เรื่องโน้น เรื่องนี้ ไม่หยุดหย่อน ผมจะใช้ พุธ (เข้า) โธ (ออก) ช่วยกำกับอีกที
ถ้าผมเอาไม่อยู่จริงๆ ตัดสินใจเลิกไม่ปฏิบัติ (เสียเวลา เสียอารมณ์)
บอกจิตของตัวเอง มึงอยากคิดอะไร คิดไปเลย กูจะตามดูมึงคิด
เอ้า..อยากคิดอะไรคิดไปซิวะ
แล้วผมก็นั่งดูความคิดของผม ว่ามันคิดอะไรบ้าง
เชื่อไหม ภายใน 1 หรือ 2 นาที มันมีเรื่องให้คิดไม่ต่ำกว่า 5 เรื่อง
ไม่รู้มันไปขุดมาจากไหนมาคิดนัก เผลอเมื่อไร มันแว้บไปทันที
เรื่องนี้จบไป เรื่องใหม่เข้ามา บางครั้งจำไม่ได้ว่า เราคิดอะไรไปบ้าง
บางครั้งผมก็รู้สึกท้อถอย นึกว่าตัวเองช่างไม่มีวาสนาบารมีทางนี้เลย
อยากเลิกก็อายเพื่อนที่ฝึกมาพร้อมกัน เขาได้สมาธิภายใน 10 วัน
ยิ่งมาเล่าให้ฟังว่าสมาธิ ดียังโง้น ดียังงี้ ผมยิ่งหงุดหงิด
มึงต้องทำ ยังโง้นยังงี้ซิ ถึงจะเข้าสมาธิได้ ยิ่งมาตอกย้ำความล้มเหลวของผม
จึงเลิกคุยกับเพื่อน หันหน้ามาฝึกที่บ้าน หน้าหิ้งพระของตัวเอง
คิดในใจว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากตัวเราเอง
หาวิธีการที่จะควบคุมจิตของตัวเอง ว่าจะทำยังไงหนอ “อารมณ์เราจะรู้สึกเป็นสุข”
กว่าจะควบคุมจิตตนเองได้ แต่ยังไม่เด็ดขาด ผมใช้เวลาประมาณ 1 เดือน โดยฝึกทุกวัน

*จิตผมค่อยๆ เชื่องขึ้น ไม่แวบออกไปคิดอะไรบ่อยๆ รู้สึกตัวว่าจิตเริ่มตั้งมั่นมากขึ้น
จากสองสามนาทีเป็นห้านาที แล้วระยะเวลาจิตนิ่งค่อยๆ ขยับเพิ่มวันละเล็กละน้อย
จนกระทั่งตาใน(ผมนั่งสมาธิแบบหลับตา) เริ่มมองเห็นลมหายใจออกจากรูจมูกเป็นไอสีขาวจางๆ
เป็นลำออกทางรูจมูก ระยะแรกๆ สั้น ต่อๆ มา ไอสีขาวเริ่มเห็นเป็นลำยาวขึ้น ชัดขึ้น.....

พบกันใหม่ในโอกาสหน้าด้วยวิธีการปฏิบัติเพื่ออภิญญา (ต่อ)
วันนี้เหนื่อยนัก พักเสียหน่อย ค่อยๆ คิด พิจารณา
วิธีการของผม บางคนอาจใช้ได้ผล บางคนอาจใช้ไม่ได้ผล
ทางใครทางมัน ครับ ยึดตัวเราเป็นหลัก ว่าเราถนัดอย่างไร?
จงทำอย่างนั้น ตัด ต่อ แต่ง เติมได้

ด้วยรักและปรารถนาดี
ชนะ เวชกุล





Create Date : 10 เมษายน 2557
Last Update : 10 เมษายน 2557 18:08:44 น. 0 comments
Counter : 751 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
10 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.