ธรรมะเปรียบเทียบ บทความดีๆ ให้ข้อคิด
สอนใจตัวเอง(15)





ผิดเสียบ้างก็ได้ / / เมทินี ทันวงษ์


ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าเคยโกรธและไม่พอใจใครก็ตามที่ตำหนิข้าพเจ้า

ไม่เว้นแม้แต่ผู้มีพระคุณ

ข้าพเจ้าจะลืมความดีของพวกเขาและเพ่งจับแต่ความรู้สึกที่ว่าฉันไม่ผิด

และแล้วคำๆหนึ่งจากผู้มีพระคุณท่านหนึ่งได้สอนข้าพเจ้า

และได้กลายเป็นคาถาที่ใช้ท่องในทุกวันนี้ก็คือ

ผิดเสียบ้างก็ได้ใครบ้างไม่เคยผิด

คาถานี้เปิดใจให้ข้าพเจ้าเล็งเห็นข้อผิดพลาดของตัวเองขึ้นมาบ้าง

และลดความขัดแย้งหลายประการ

ทั้งกับใจตัวเองและความขัดแย้งกับคนรอบข้าง

พ่อแม่ท่านป่วยก็ได้แก่ได้ (รีบแทนคุณ)

สอบผ่านได้ก็ตกได้(เตรียมตัวให้ดีที่สุด แล้วเมื่อผลจะเป็นอย่างไร ยอมรับมัน)

เงินมีสร้างมาได้ก็หมดได้(จงระมัดระวังในการใช้จ่าย)

มีคนรักก็มีคนเกลียด(อย่าคิดว่าเราไม่มีศัตรู)

คาถาที่ว่า“ก็ได้” นี้ นอกจากจะทำให้อะไรๆ ในชีวิตดูง่าย

กินก็ได้เอางั้นก็ได้ ไปก็ได้ ทำก็ได้ เลิกก็ได้

ยังเป็นการบอกใจของข้าพเจ้าให้มองอะไรๆอย่างธรรมดา

มันเป็นธรรมดาของมันธรรมชาติของเขา

การมองอะไรให้ธรรมดาๆแบบนี้แล้วทำให้การปฏิบัติตัวธรรมดาไปด้วย

ข้าพเจ้าเคยปล่อยสิ่งต่างๆให้ผ่านมา ให้ผ่านไปเฉยๆ

ตอนนี้ใจของข้าพเจ้าเปิดแล้ว

ข้าพเจ้ากำลังฝึกใช้สติปัญญาในการใช้ชีวิต

การรับฟังและติดตามทบทวนแล้วสร้างคาถาให้ตัวเอง

แชร์ให้คนรอบข้างฟังบ้างเมื่อมีโอกาส

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าชีวิตมีสาระมากขึ้น

บททดสอบใหม่ๆกำลังทยอยมากระทบให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มากขึ้น

*อุบายสอนใจตัวเอง/ หลวงพ่อทูล ขิปปฺปญฺโญ


*สนทนากันสักครู่

การฝึกวิปัสสนาสำหรับบางคนได้ผลช้าบางคนได้ผลเร็ว

บางคนทำแบบลังเลสงสัยซึ่งส่วนใหญ่มาจาก“ความคิด”

ทุกคนเริ่มใช้ความคิดกันแล้วตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า

ความคิดไม่ใช่เป็นของเรา..เป็นเพราะเข้าใจผิดว่า“เรา” เป็นผู้คิด

ซึ่งความจริงแล้วไม่มีตัว “เรา” มีแต่ธาตุ 4 รูปและนาม

เอาละ...ผมขอวางเรื่องความรู้ไว้ก่อนมาพูดเรื่อง “ความคิด” ดีกว่า

ความคิดของคนแต่ละวันที่เกิดขึ้นมาจำแนกออกมาได้ 3 ระดับ

ระดับแรกเป็นความคิดที่มันผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านเลยไป

คือเป็นความคิดที่ดูเหมือนไม่ใช่ความคิดเพียงมันแวบเข้ามาแล้วก็ผ่านเลย

ความคิดแบบนี้ให้เรารับรู้ไว้เฉยๆ อย่าเผลอตามมันไป
เพราะถ้าอย่าเผลอคิดตามมันไปแล้วจะมีผลที่ไม่พึงประสงค์ทันที

มันเป็นความคิดที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาไม่รู้จบ

กล่าวคือถ้าท่านเผลอตามมันไปจะเกิดความคิดระดับที่ 2

ซึ่งเป็นความคิดที่ผ่านเข้ามาแล้วมันจะติดข้องอยู่ในใจไม่ยอมผ่านไป

และกลายเป็นอารมณ์ขึ้นมาโดยจะแปรสภาพเป็น“ความคิดปรุงแต่ง”

อันก่อให้เกิดตัณหา อุปาทาน ตามมารบกวนจิตใจเราตลอด

ผลที่ได้รับคือความทุกข์เพราะมันเข้ามาแล้วไม่ยอมไปง่ายๆ

ถ้าต้องการให้มันผ่านเลยไปท่านจะต้องใช้สติปัญญาช่วยแก้

โดยใช้ความรู้ที่เรียนมาอบรมมา ฟังมา ฝึกฝนมาช่วยแก้ปัญหานั้นๆ

ด้วยวิธีการใช้ความคิด...โดยหาที่มาของความคิดที่เกิดขึ้นนั้นให้ได้

เมื่อพบแล้วก็พิจารณา...หาวิธีการ“หยุดความคิด” ที่เกิดนั้น

นอกจากจะหยุดมันได้แล้ว..ท่านต้องรู้วิธีการจัดการกับความคิดนั้นๆด้วย

คือไม่ปล่อยให้ความคิดนั้นเข้ามาในจิตของเราอย่างสบายๆโดยไม่รู้ตัว

เมื่อท่านทำตามวิธีการที่แนะนำทั้งหมดนี้ได้และฝึกจนชำนาญแล้ว

ท่านจะไม่กลัวความคิดอีกต่อไปและสามารถบริหารจัดการได้

โดยใช้ปัญญาพิจารณา...ให้คิด“ก็ได้” ให้หยุดคิด “ก็ได้”

กล่าวง่ายๆคือ สามารถควบคุมความคิดที่เกิดขึ้นทั้งหมด

โดยไม่ต้องกลัวคำว่า“ฟุ้งซ่าน” จะเกิดขึ้นกับตัวเอง

ในที่สุดเราจะสามารถดับทุกข์ที่เกิดขึ้นในจิตได้ทุกครั้ง

สรุปแล้วเรื่องความคิดจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย

หากใครสามารถรู้เคล็ดวิธีปฏิบัติแล้ว

ก็จะดับทุกข์ในวัฏฏสงสารได้ด้วยตนเอง


ด้วยความปรารถนาดี

ชนะเวชกุล




Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2560 6:02:01 น. 0 comments
Counter : 306 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chanaw2485
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
1 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chanaw2485's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.