Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
ฉันหนีความทุกข์เข้าวัดบวชชีค่ะ








จะพูดว่าฉันไปบวชชีทำไมหรือไปบวชชีเพื่ออะไร..ดีค๊ะ



ใช่ค่ะ..ฉันเป็นคนคิดมาก...ไม่รู้เป็นอะไรทำไมคิดน้อยไม่ค่อยเป็น...ทั้งๆที่ไม่อยากจะคิดอะไรเลย...

ไม่อยากจะคิดเรื่องร้าน..ที่เพิ่งย้ายมาจากร้านใหญ่เป็นร้านเล็ก..เล็กนิดเดียว..แต่ถึงจะร้านเล็กมาก ฉันกับพี่และน้องก็สามารถจัดร้านให้สวยได้ภายในพริบตา...

แต่.ทำไมขายแทบไม่ได้เลยละคะเนี่ย...ทั้งๆที่ทำเลดีที่สุดแล้ว..หรือเพราะร้านเล็กเกินไปจนคนมองผ่านมั๊ยคะ....หรือเพราะเศรษฐกิจที่กำลังแย่ลงเรื่อยๆ...ฉันไม่รู้จะโทษอะไรดีค่ะ...หรือโทษตัวเองดีคะ..ที่ดันทุรัง...แล้วถ้าเลิกค้าขาย...ต่อไปอนาคตจะทำอาชีพอะไรดีละคะ..ะ...

ถ้านับวันสถานการณ์เป็นแบบนี้..เราก็ยิ่งชักเนื้อตัวเองไปเรื่อยๆ.. ใกล้หมดตัวแล้วค่ะ....ใกล้หมดแล้วจริงๆ ...ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่มีเงินใช้อยู่แล้ว ขอแค่ขายให้ได้เท่ากับค่าเช่าร้าน 42000 ก็พอแล้ว ... อย่าให้ขาดทุนไปมากกว่านี้เลยนะคะ...

จะคิดมากไปก็เท่านั้น...เราทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอ..รอลูกค้า...รอโอกาสของตัวเองซักวัน...

แต่ถ้าไม่ให้คิด...มันคงจะทำยาก ถ้าวันๆ ได้ยินแต่คำว่า "ไม่เปิดบิล"....

ไม่อยากรับรู้เรื่องการขายของที่ร้านแล้ว..ชีวิตไม่รู้จะยืนตรงไหนแล้ว...เดือนนี้คงไม่รอดเหมือนเดิม...เคยเป็นคนจนไม่มีเงินใช้ซักบาทกันบ้างรึป่าวคะ...มันรู้สึกปวดใจทรมานชีวิตแค่ไหน....

...ยิ่งทำการค้ายิ่งหมดตัวยิ่งล้มจม...แต่เราเลือกทางเดินทางเดินทางนี้แล้วนิคะ...และที่สำคัญบรรยากาศรอบข้างไม่น่าอยู่เอาซะเลย....ไม่รู้จะพูดยังไง ต้องมาเห็นเองถึงจะเข้าใจพวกเรา 3 คนค่ะ..อยู่ด้วยความรู้สึกที่ต้องมีตลอดเวลาคือ..."อดทน"...ยังเลิกล้มไม่ได้เด็ดขาด...คงต้องดันทุรังทำต่อไปด้วยจิตใจที่เริ่มจะท้อแท้...




บวกกับความสิ้นหวังในเรื่องของความรัก...คนที่ไม่มีความหวัง...เค้าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไรกันคะ.....คนเราอยู่ด้วยความหวังไม่ใช่เหรอคะ...หวังอะไรก็ได้ ที่เราตั้งใจเอาไว้ว่าซักวันเราจะได้สมหวัง..จะเราอยู่เพื่อรอ....รอให้ถึงวันนั้น....

แต่ฉันไม่มีความหวังแล้วค่ะ....ความหวังฉันถูกพังทลายลงแล้ว....ไม่ใช่เรื่องงาน ความหวังของชีวิตคนส่วนใหญ่เราอยู่ด้วยความรัก การรอคอยใครซักคนที่จะมารักเรา...ฉันหมดหวังแล้วสิ้นหวังแล้วคงไม่คิดจะหวังให้มีความรักอีกต่อไปแล้วค่ะ....




วันศุกร์ที่7ธันวา 2550 ... 6โมงครึ่งออกจากบ้านด้วยชุดขาวทั้งชุด...เพื่อไปวัดไปบวชชีพราหมณ์ที่พุทธวิหารจังหวัดนครนายก....




หลายคนสบประมาทฉัน...มีแต่คนพูดว่า.."จะทำได้เหร๊อ.." แล้วก็หัวเราะ 555 ...."กลัวผีไม่ใช่เหรอ...จะอยู่ได้เหรอวัดน่ะ ..555"...."เดี๋ยววันเดียวก็ร้องกลับบ้าน..คอยดูซิ..."...."ไม่ขอไปวัดกับแนน/พี่แนนหรอก...เพราะเดี๋ยวจุกจิกโน้นนี่ ..ทำให้คนอื่นเค้าขาดสมาธิหมด"..."อาหารที่วัดแนนไม่มีทางทานได้.."..เอาเข้าไปค่ะ..สบประมาทกันเข้าไป.เดี๋ยวแม่จะทำให้ดู..ฉันทำได้ย่ะ.....

แต่...สงสัยแต่ละคนไม่สังเกตุจริงๆ....ฉันพูดน้อยลงนะ..ยิ้มน้อยลง...หัวเราะน้อยลง....ชอบอยู่คนเดียวในห้อง...ฟังเพลงเศร้าคนเดียว..ทานน้อยลง...ไม่บ่นเรื่องร้านเลยซักคำ...ไม่บ่นถึงคนบางคนที่คิดถึงตลอดเวลา.ไม่พูดอะไรเลยนอกจากรอลูกค้าเข้าร้าน....ไม่มีใครสังเกตุว่าฉันเปลี่ยนไป.

เพราะถึงฉันจะพูดน้อยลง หัวเราะน้อยลง ... แต่ฉันก็ยังพูดและหัวเราะเป็นพักๆอยู่ดี....จนแทบจะไม่มีใครสังเกตุเลยว่า...ฉันอมทุกข์มานานแค่ไหนแล้ว...และหน้าตาฉันมันก็รับแขกเสียด้วย...ยิ้มให้กับทุกคน..ทำให้ไม่มีใครสังเกตุเห็นจริงๆ





ฉันไม่อยากมีความทุกข์อีกต่อไปแล้ว..อยากปล่อยวาง...




ความจริง..ชีวิตฉันไม่ค่อยมีอะไรมากแล้ว ถ้า. ..ไม่ติดที่ห่วงพ่อกับแม่ ...ห่วงมาก ไม่อยากให้ท่านอยู่บ้านตามลำพังกลัวจะหกล้ม กลัวแม่ทำแต่งานบ้านจนไม่ยอมพัก ... เด็กทำงานบ้านก็เพิ่งจะกลับบ้านไป ไม่รู้จะกลับมาอีกรึป่าว.....ห่วงพี่เนกับกล้วย...เพราะร้าน..คืองานหลักของพวกเรา ฉันทิ้งงานตรงนี้ไปไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ฉันจะเป็นคนคิดและเริ่มทำมันทั้งหมด....ฉันยังปล่อยให้พี่กับน้องสองคนทำต่อกันเองไม่ได้แน่นอนค่ะ...

เอาละ...การตัดสินใจไปบวชชีครั้งนี้..เพราะแค่อยากจะลองค่ะ....ลองดูว่า...อนาคตฉันจะอาศัยอยู่ที่วัด ... ฉันจะบวชชีตลอดชีวิต ได้รึป่าว....เท่านั้นเอง...




ไปบวชชีครั้งนี้เป็นครั้งแรก...ไปเพียง 3 วัน ตั้งแต่วันที่7-9ธันวา 2550...




วันแรกวันที่7 ไปถึงตั้งแต่9โมงกว่า...แต่ ...ทำไมไม่มีใครเลยซักคน...ทำไมมีแค่เรา2คนพี่น้องละเนี่ย....หลังจากไปลงชื่อกับแม่ชีแล้ว ก็เอาข้าวของไปไว้ที่ห้อง...ที่นี่ดีนะคะ มีห้องส่วนตัว ไม่ต้องนอนรวมๆกันหลายๆคน....ห้องนอนสะอาดมาก ห้องน้ำในตัว....แต่บวชชีเราต้องถือศีล 8 ฉะนั้น เตียงนอนจะมีเสื่อวางบนเตียงไม้แข็งๆ..หมอนสี่เหลี่ยมแข็งๆ..และผ้าบางๆ1ผื่นเอาไว้ห่ม....ทานข้าววันละ2มื้อ...เท่านั้น....

เอาละค่ะ ฉันกับพี่สาว..เข้าห้องวางข้าวของเรียบร้อยเดินไปนั่งรอคนอื่นๆที่ลานกว้างๆ....จนเที่ยง....ยังไม่มีใครเลย หิวแล้วด้วยทำไมไม่มีใครเรียกไปทานข้าว.....ได้ยินคนพูดแว่วๆว่า"เชิญทานข้าวที่ห้องครัวค่ะ.." เค้าเชิญคนอื่น แต่ไม่รู้แล้วเราหิวนะ...เดินหาห้องครัวกันเอง2คน...เจอห้องครัวก็เข้าไปทานรวมกับคนอื่นไม่กี่โต๊ะ.....นั่งทานกับพื้น มีพระหลายรูปนั่ง2โต๊ะ แม่ชี 1 โต๊ะ....เราเลยเข้าไปอยู่อยู่กับคนที่นุ่งชุดสีขาวเหมือนเรามีผู้ชาย1คน เด็ก 1 คน ผู้ใหญ่ 2 คน ...รวมเราด้วยก็6คน.....งงค่ะ....ตกลงวันนี้มีคนมาบวชแค่6คนเหรอเนี่ย....

ซักพักก็มีรถตู้เข้ามา แม่ชีบอกว่า มีพยาบาลกับหมอจะเข้าคอร์สด้วย.. พอทานข้าวเสร็จ ก็เตรียมตัวรวมตัวกันที่ลานวัด....จะมีตั่งให้นั่งคนละตัว.....(ฉันไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะไม่กล้าเอากล้องถ่ายรูปไปค่ะ..โทรศัพท์ก็แอบเอาไปแต่ปิดเสียง...แต่ถึงฉันจะเอาโทศัพท์ไป3วันฉันจะไม่เปิดดูเลยนะคะว่ามีใครโทรมาหรือมีsms อะไรบ้าง...เอาไปเผื่อขากลับใช้โทรออกหาพ่อกับแม่ได้เท่านั้นเอง...เพราะฉันตั้งใจแล้วว่ามาวัดครั้งนี้เพื่อจะตัดความทุกข์ความเครียดทั้งหมด จะไม่คิดเรื่องร้าน จะลืมทุกอย่าง จะมีชีวิตและความรู้สึกตอนปัจจุบันที่อยู่ในวัดเท่านั้น...ฉันทำได้นะคะ ทำได้จริงๆ...อยากปลงมากๆ ขอลองปล่อยวางชีวิตไม่ให้เครียดซัก3วันน่า....ตั้งใจแล้วฉันก็ทำได้จริงๆค่ะ..)....

ช่วงบ่ายจะมีพระและชีมาสอนวิธีเดินจงกรม..และวิธีนั่งสมาธิ....ไปๆมาๆหันกลับไปดูคนที่มาบวชครั้งนี้เยอะเหมือนกันนะคะ....ทั้งหมด39 คน...ไม่รู้อยู่ๆโผล่มาจากไหนเยอะแยะไปหมด...ทุกคนฝึกเดินจงกรมและนั่งสมาธิจนถึง5โมงเย็น แล้วแยกย้ายกลับเข้าห้องอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อยแล้วมารวมตัวกันที่ลานวัดตอน6โมงครึ่ง...มาถึงก็เดินจงกลมกับนั่งสมาธิ แม่ชีจะจับเวลาประมาณ1ชม. จนถึงทุ่มครึ่ง ...ทุกคนจะมาพร้อมกันที่ตั่งของตัวเองเพื่อมาฟังธรรม...เจ้าอาวาสจะออกมาเทศน์ให้ทุกคนตั้งแต่ทุ่มครึ่งจนถึง4ทุ่มครึ่งค่ะ....

วันนี้วันแรกฉันสบายๆ...ยังพอนั่งฟังเทศน์รู้เรื่อง....ประมาณ3ทุ่มครึ่ง มีน้ำปานะมาให้ดื่ม....วันนี้น้ำมะขาม....อร่อยมากกกกก...คืนนี้จะได้ถ่ายดีนะคะเนี่ย อิอิ...





ฟังธรรมเสร็จ 4 ทุ่มครึ่ง...ต่างคนต่างเดินจงกรมกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง...




เดินจงกรมทำยังไงจะอธิบายให้อ่านคร่าวๆค่ะ...

ให้เอามือประสานไว้ข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้...เพื่อสำรวม...ยืนนิ่งๆให้กำหนดจิตก่อน...จะก้าวเท้าขวาก็ต้องกำหนดจิตว่า.."ขวาย่างหนอ"..แล้วก็เอาเท้าขวาแตะลงบนพื้น(แตะเท่านั้นนะคะ ห้ามลงน้ำหนักเด็ดขาด น้ำหนักต้องอยู่ที่ขาซ้ายเท่านั้น)..ต่อไปจะก้าวเท้าซ้าย ให้ทิ้งน้ำหนักไปที่ขาข้างขวาแล้วค่อยๆยกเท้าซ้ายก้าวสั้นๆ ในใจให้กำหมดว่า "ซ้ายย่างหนอ"...แต่ถ้าในขณะที่กำลังเดิน เราได้ยินเสียงอะไรแทรกเข้ามาให้หยุดก้าวเท้าทันที เช่น ที่วัดนี้มีแต่ไก่หลาย10ตัว มันก็ขันกันระงมไปหมด....พอเรากำลังจะก้าวเท้า ไก่ขันพอดี เราต้องหยุด และกำหนดจิตว่า "ได้ยินหนอ ได้ยินหนอ ได้ยินหนอ 3ครั้ง" ..แต่ถ้าไก่ยังขันไม่หยุด ให้คิดต่อว่า "รู้หนอ รู้หนอ รู้หนอ"จนกว่าจะไม่มีเสียงอะไรรบกวนถึงจะก้าวเท้าเดินต่อไปได้....





ฉะนั้น...กว่าเราจะก้าวเท้าแล้วเดินถึงห้องพักได้ก็เกือบ5ทุ่ม...นี่ยังดีนะคะ ไก่ไม่ได้ขันตอนกลางคืน มีแต่เสียงหมาหอน....แต่ไม่กลัวหรอก มันหอนไกลๆ ...แถมมีชีพราหมณ์เดินตามๆกันมาอีกหลายคน ไม่กลัวๆ เลยค่ะ.....

ไอ้ที่จะกลัวคือ..คืนแรกที่เดินกลับไปห้องพัก....มีแม่ชีตัวเล็กๆเอาผ้าห่มมาคลุมตัวคลุมตั้งแต่หัวจนถึงรองเท้า...แล้วท่านก็เดินจงกลมหันหลังเดินข้ามสะพานเข้าป่าไป...ฉันเพ่งตั้งนาน คนหรือผีหว่า.....แต่ก็ไม่กลัวค่ะ....ไม่รู้ทำไมทั้งๆที่ปกติฉันเป็นโรคกลัวผี.......แม่ชีก็ยังตอนปฐมนิเทศว่า ไม่ต้องคิด เรื่องผีเรื่องอะไร มันมีอยู่แล้วละรอบๆตัวเรา....แต่เราไม่เห็น...."พูดทำไมเนี่ย"....





คืนวันแรกนอน5ทุ่มค่ะ......ตี3ครึ่ง มีเสียงระฆัง ดังนานมากกกกกก....หมาหอนอีก....แต่เป็นเวลาที่เค้าเคาะระฆังเรียกให้พวกเราตื่นได้แล้ว แล้วให้เดินจงกรมออกจากห้องไปถึงลานวัด...แต่...ถ้าจะให้กำหนดจิตตามที่เขียนไปจริงๆ คงเดินไม่ถึงวัดละค่ะ.....เพราะไก่มันขันตลอดทุกวินาที...มีไก่ตั้งหลาย10ตัว มันขันกันระงมวัด....ได้ยินทีก็ต้องหยุด...ถ้าเดินไปหยุดไปตี4ยังเดินไปถึงลานวัดหรอกค่ะ.....ก็มีแอบๆเดินแบบไม่สนใจเสียงไก่ขัน....กลัวไปถึงลานวัดช้ากว่าคนอื่นๆ....เพราะคนอื่นเค้าก็ไม่ได้กำหนดจิตเสียงไก่เหมือนกัน.....

ตี4 ...ไปถึงลานวัดก็เดินจงกรมต่อ...ตี5 นั่งสมาธิ ...เดินจงกรมนั่งสมาธิไปเรื่อยๆ 6โมง แม่ชีมาสอนวิธีขยับตัวขึ้นนั่งตั่ง...สอนวิธีกำหนดกราบ...ต้องทำช้ามากกกกก.....มีขึ้นตอนน่ะค่ะ....ฉันทำได้นะ....ชอบด้วย..หัดทำอะไรช้าๆบ้าง....ปกติทำงานทุกวันๆก็ต้องรีบๆๆๆเดินก็ต้องรีบ...ชอบทำช้าๆแบบนี้มากกว่าค่ะ....

แต่!! แม่ชีบอกว่าที่นี่เค้าให้นอนแค่คืนละ4 ชม.เท่านั้น.....อ่ะนะคะตี4 ให้ลุกมาเดินจงกรม...ฉันลุกได้ค่ะตื่นได้...แต่เดินไปหลับไป ตัวเซตั้งหลายครั้ง ... พอเดินไปครึ่งชม..ต้องมานั่งสมาธิ....5566 หลับอีกแล้วค่ะ....หลับสัปหงกตลอดชั่วโมง กำหนดยุบหนอพองหนอไม่รู้เรื่องเลยค่ะ...พอถึง7โมงครึ่ง ต้องเดินจงกลมไปทานข้าว....ถ้าใครไม่เคยเห็นแล้วมายืนดูอยู่นอกลานวัด...คงคิดว่า คนพวกนี้คือผีดิบ...คนใส่ชุดขาวทั้งชุดเต็มลาน..น่ากลัวนะคะถ้ามองมา ค่อยๆเดิน ค่อยๆก้าว พอมีเสียงไก่ขันก็หยุดพร้อมกัน ... ค่อยๆก้าวทีละนิดๆ กว่าจะเดินถึงโต๊ะอาหาร ระยะแค่10กว่าเมตร ใช้เวลาเกือบครึ่งชม....

ทานข้าวอีกค่ะ....ต้องกำหนดจิตอีก...ตั้งแต่เริ่มเลื่อนเก้าอี้นั่ง ค่อยๆยกมือขึ้นจับช้อน (ถูกช้อนก็กำหนดว่า(ถูกหนอ)) แล้วค่อยๆตักข้าวในจาน (ตักหนอ) ค่อยๆยกมือขึ้น (ยกหนอ) เอาช้อนมาแตะที่ปาก(ได้กลิ่นหนอ) ใส่ช้อนเข้าปาก (อมหนอ) เอาช้อนออกมาห้ามเคี้ยวข้าวก่อน ห้ามกลืนก่อน ต้อง(วางช้อนหนอ) ให้มือนิ่งก่อนแล้วค่อยๆ (เคี้ยวหนอ เคี้ยวหนอ เคี้ยวหนอ...ต่อด้วยกลืนหนอ).....แล้วก็กำหนดจิตต่อคำที่2 ....เอาเป็นว่าทานไม่ถึง10คำอ่ะค่ะ ..... แบบว่าสำหรับฉันน่ะ ข้าวต้มเจก็พอทานได้ แต่ เย็นเจี๊ยบเนี่ยซิคะ ทานไม่ค่อยลง แต่ก็หิว ทานได้10คำก็เก่งแล้วค่ะ.......

9โมงครึ่ง มารวมตัวที่ลานอีก...เดินจงกรมและนั่งสมาธิต่อ....สำหรับฉัน...เดินได้ค่ะ นั่งสมาธิได้ด้วย แต่หลับตลอดทั้งเดินทั้งนั่ง....รวมทั้งฟังธรรมกับเจ้าอาวาสต่อ..ฉันก็นั่งหลับเหมือนเดิม....11โมง เดินจงกลมไปทานข้าวกลางวัน .... ไม่น่าเลือกอาหารเจตามพี่เนเลยเรา.....เจอผัดถั่วงอกกับจับฉ่าย...ทานได้ค่ะ ..ความจริงแล้วฉันทานได้..ลุยมามากกว่านี้เยอะแล้ว ตอนที่ไปที่ดาร์เจียริ่งยิ่งกว่านี้ไม่เคยบ่นเรื่องอาหาร.....ไม่มีใครเชื่อว่าฉันจะไม่บ่นเรื่องอาหาร...(ก็ ไม่มีใครเคยไปที่ลำบากกับฉันนิคะ ... แต่ละคนคิดว่าแค่อาหารฉันก็ทานกับคนอื่นไม่ได้แล้ว....คิดผิดกันหมดจริงๆเล๊ยยย)....ฉันทานได้ ทานหมดด้วยเพราะกลัวไม่ได้ทานมื้อเย็นแล้วจะปวดท้องเลยทานเยอะๆตุนไว้น่ะค่ะ....แต่หันไปเห็นอาหารของคนที่ไม่ได้ทานเจ.....โหหหห...ทอดมัน ของโปรด....อดทานเลยเรา......ที่เลือกทานเจเพราะต้องการนั่งโต๊ะเดียวกับพี่เนค่ะ ไม่อยากนั่งแยกทานกับคนอื่น).....

กว่าจะทานเสร็จไม่กี่คำก็เป็นชม.แล้ว มีเวลากลับเข้าห้องพักแค่ชม เดียว....รีบอาบน้ำแล้วนอนดีกว่า....ง่วงจะตายอยู่แล้ว....บ่ายโมงครึ่งรีบลุกตาลีตาเหลือกกับพี่เน บ่ายครึ่งแล้วๆเร็วๆๆๆรีบไปที่ลาน....บ่ายต่อด้วยเดินจงกลม นั่งสมาธิต่อ สำหรับฉันเหมือนเดิมค่ะ....เดินหลับค่ะ ต่อด้วยนั่งหลับ ...บ่าย3โมงก็ต้องมานั่งส่งอารมณ์...คือจะจับกลุ่ม5-6คน แล้วมานั่งคุยกับพระหรือแม่ชีก็ได้.. ปกติฉันนอนตื่นสายจะตาย นอนอย่างน้อยต้อง8-10ชม....ถ้าได้นอนแค่4ชม. ...ร่างกายฉันจะไม่ทำงานอะไรเลย......เอาเป็นว่าวันที่สองของการบวชชีของฉัน...ฉันหลับทั้งตอนเดินจงกลมและหลับตอนนั่งสมาธิ...และตอนสองทุ่มที่ต้องนั่งฟังเจ้าอาวาส ฉันก็นั่งหลับอีก........เฮ้ออ!! พยายามแล้วนะคะ ... ทำง่ายๆ เดินจงกลม นั่งสมาธิไม่เห็นยากเลย.....ไอ้ที่แย่คือ นอนไม่พอ เนี่ยละค่ะ ฉันยังปรับตัวไม่ได้เลย.....

คืนนี้ท่านเจ้าอาวาสถามว่า "มีใครปวดศรีษะตอนกำหนดบ้าง" ฉันก็ยกมือค่ะ....วันนี้ปวดหัวทั้งวันเลย.....มี3คนที่ยกมือ.....พอสามทุ่มครึ่ง...เจ้าอาวาสบอกว่าวันนี้พูดแค่นี้พอ (ฉันดีใจสุดๆๆๆๆจะกลับไปนอนแล้ว ไม่ไหวแล้ว ทั้งง่วง ทั้งปวดหัว) ที่ไหนได้..."เดี๋ยวเราเดินจงกลมกันต่อจนถึง4ทุ่มครึ่งนะ"...โอ๊ยยย หัวใจฉันสลายอีกแย้ว....เดินอีกเหรอเนี่ย......แต่เดินซักพักท่านเจ้าอาวาสเรียกไปคุยไปถามเรื่องปวดศรีษะ....ฉันก็เลยต้องไปนั่งสมาธิต่อหน้าเจ้าอาวาสครึ่งชม... หลับไม่ได้เลย เพราะเจ้าอาวาสท่านจะถามตลอดเวลาระหว่างที่ฉันนั่งสมาธิ....ท่านจะจับจุดให้ได้น่ะค่ะว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เรา3คนปวดหัว....

สำหรับฉัน ฉันรู้สาเหตุค่ะ...ก็นอนไม่พอ กับไม่ได้ดื่มกาแฟ ...อาการจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งจะปวดหัวจนถึงท้ายทอยเลย.......สรุปคือ....ฉันต้องพยายามเลิกกาแฟให้ได้ เพราะกาแฟคือ"เมรัย" ผิดศีลข้อ5 ค่ะ......เพิ่งรู้ว่าตัวเองทำผิดศีลข้อ5มาตลอดเลย....แหม!! คิดว่าตัวเองมีศีล5ตลอดทุกวัน มิน่าเลยเรา....แต่ก็คงต้องยอมผิดศีลอ่ะค่ะ...ยังเลิกกาแฟไม่ได้จริงๆ....

กว่าจะเดินกลับถึงห้องพักก็5ทุ่มอีกแล้ว....ตายแน่ๆ พรุ่งนี้ชีวิตไม่รอดแน่ ต้องตื่นตี3 ครึ่งอีกแล้ว....แถมวันอาทิตย์ที่9 นี้เป็นวันพระ...ที่วัดนี้มีกิจกรรม ทำวัตรเช้าและมีใส่บาตรด้วย ยังไงก็ต้องตื่น เพราะแม่ชีนับค่ะว่ามาครบมั๊ย......





แปลกจัง..ตี3ครึ่งของวันอาทิตย์ทำไมไม่มีเสียงระฆัง....สะดุ้งตื่นอีกทีตี4กว่า...ตายแล้วๆๆๆๆคนอื่นๆคงไปกันหมดแล้ว กว่าเราจะล้างหน้าแปรงฟังเสร็จก็ตี4ครึ่ง...ไม่เดินกำหนดแล้วพี่เน เรารีบเดินพอถึงใกล้ๆลานวัดเราค่อยเดินกำหนดกันเถอะ....ที่ไหนได้...ตี4.ครึ่งกว่า มีคนอยู่ที่ลานไม่กี่คนเอง...สรุปก็ไม่ตื่นกันหลายคน...ขำดีจริงๆ ..แต่ตี5 ก็เต็มลานแล้วค่ะ....เดินจงกลมกันต่อ แล้วต่อด้วยนั่งสมาธิ .... 7 โมงเดินจงกลมไปทานข้าว....8โมงใส่บาตรพร้อมกับชาวบ้านที่มาทำบุญ...เป็นพิธีใหญ่เลยค่ะ...สวดมนต์ นั่งฟังธรรมต่อ ไอ้เราก็หลับอีก คราวนี้คนเยอะ ฉันเลยต้องไปนั่งตั่งเดียวกับพี่เน เลยนอนซบหลังพี่เนแล้วหลับ...พี่เนยังหลับเลยขอบอกๆ....

10โมง ไปรวมตัวที่ธรรมสถาน นั่งฟังเจ้าอาวาสสรุปการมาบวชชีพราหมณ์ครั้งนี้...แห่ะๆ หลับอีกแล้ว.....ฟังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ.....แต่ฉันไม่ได้หลับคนเดียวนะ.....ก็เห็นนั่งสัปหงกกันตั้งหลายคน.....จน11โมงครึ่ง ต้องไปทานข้าวเที่ยง....ไม่ไหวแล้วค่ะ ...2วันนอนวันละ4ชม... ไม่ทานข้าวแล้ว .... ขอตัวไปนอนดีกว่า ช่วงชิงเวลาที่มีค่าไว้นอนอย่างเดียว....ฉันกลับห้องนอนหลับสนิทเลย...จนพี่เนทานข้าวเสร็จเข้ามาในห้อง...ฉันบอกพี่เนว่า..." ไม่ไหวแล้ว....ขอนอนแล้ว ขอไม่ไปฟังเจ้าอาวาสแล้ว....ไปก็ฟังไม่รู้เรื่องเพราะหลับอีกแน่ๆ ".....สรุปบ่ายวันอาทิตย์ฉันหลับสนิทตั้งแต่เที่ยงจนถึงบ่าย3ครึ่ง....พี่เนเข้ามาในห้องถึงได้ตื่น .....

จบแล้วค่ะ...การมาเข้าวัดเพื่อบวชชีพราหมณ์ครั้งแรก....3วันค่ะ ...วันนี้เลิกเร็วเพราะทางวัดมีงานอะไรไม่ทราบเกี่ยวกับวันพระนี่ละค่ะ....ฉันเลยโชคดี ได้กลับบ้านเร็ว....กว่าจะออกจากวัดก็4โมง..ตอนแรกฉันตั้งใจจะทำความสะอาดห้องตอนที่พี่เนไปฟังธรรมช่วงบ่าย...แต่ฉันหลับลึกเลยค่ะ...จนพี่เนต้องกลับมาทำความสะอาดห้องเองคนเดียว...มีพี่สาวที่น่ารักแบบนี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว....บ้างครั้งก็ล้างจานล้างแก้วให้น้อง...ล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดห้องคนเดียวทั้งตอนมาและกลับ......ไม่มีบ่นไม่มีเรียกให้น้องทำเลย......น่ารักที่สุดแล้วค่ะ...นี่แหละ ชีวิตฉันถึงขาดพี่เนไม่ได้.......พี่เนต้องอยู่กับฉันตลอดชีวิตด้วยละ....(น่าสงสารพี่เนเนอะ..)...





มาวัดครั้งนี้ฉันได้อะไรบ้าง...ฉันว่าฉันได้นะคะ อย่างน้อยฉันก็รู้แล้วว่าฉันสามารถนอนที่วัดได้...โดยที่ไม่กลัวผี....ทานอาหารที่วัดได้...ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จำเป็นต้องทาน....ทานได้ค่ะไม่มีปัญหาอย่างที่หลายคนคิดกัน....เดินจงกรม..ฉันเข้าใจวิธีการเดินแล้ว ... เดินได้ค่ะ นั่งสมาธิก็รู้วิธีนั่งแล้ว....ทำได้เหมือนกัน ถ้าไม่ติดที่นอนน้อย นอนไม่พอ ... ไม่งั้นกลับจากวัดครั้งนี้ฉันได้อะไรเยอะมากนะคะ...ฉันไม่คิดเรื่องร้านเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะตั้งใจแล้วว่าจะไม่คิด จะไม่เครียด จะปล่อยวาง ไม่คิดถึงคนบางคนด้วย....สรุปว่า...."ฉันทำได้" ลบคำสบประมาทของทุกคนแล้วนะคะ.....แต่ถ้าจะให้ไปอยู่วัดตลอดชีวิตคงต้องขอปรับชั่วโมงการนอนก่อนค่ะ...นอนวันละ 4 ชั่วโมงไม่ไหวจริงๆค่ะ...









กลับมาอยู่ในโลกปัจจุบัน....บอกตรงๆว่า...ตอนอยู่ที่วัดอารมณ์กับความรู้สึกต่างกันราวฟ้ากับดิน....

อยู่ที่วัดรู้สึกจิตใจสบายสุดๆ...ไม่มีเรื่องร้านอยู่ในหัวเลยแม้แต่นิดเดียว..เรื่องความรักก็ไม่คิดถึงใครเลยจริงๆ...

ตั้งแต่เข้าไปถึงวัด...ฉันลืมทุกอย่างสนิทแม้กระทั่งไม่ได้คิดถึงพ่อแม่...มันเหมือนเรามาอยู่อีกโลก...ที่มีแค่เราคนเดียว...มันเหมือนโลกอีกโลกที่ไม่มีทั้งสุขและทุกข์....ในหัวสมองมันไม่มีอะไรให้คิดเลยจริงๆค่ะ...มันตัดไปได้เองโดยอัตโนมัติ....มันรู้สึกสบายใจที่สุดแล้ว...ไม่เคยรู้สึกโล่งแบบนี้มาเลยในชีวิตนี้...เพิ่งรู้ว่าวัดคือที่ที่เรามาแล้วสงบจิตใจได้จริงค่ะ...

กลับมาวันนี้...สภาพร้านเหมือนเดิม..สภาพจิตใจกลับมาเหมือนเดิม...ทุกข์กลับมาเหมือนเดิม...ค่ะ...

หนีความทุกข์ได้แค่ 3 วันเท่านั้นเอง...
..








Create Date : 11 ธันวาคม 2550
Last Update : 12 ธันวาคม 2550 18:34:16 น. 33 comments
Counter : 1807 Pageviews.

 
ตอบคำถามของน้อง Be a good guy ค่ะ..

ถ้าพูดถึงอัปเดทเรื่องการค้าสำหรับเดือนนี้...พูดได้คำเดียวว่า "แย่"ค่ะ...แย่ที่สุดถึงที่สุดแล้วค่ะ...ส่วนเดือนที่ผ่านมา..มีปาฎิหารย์เกิดขึ้นอีกแล้ว ... วันสุดท้ายวันที่30/11/07..ทั้งวันไม่มีคนเข้าร้านเลย..แต่อยู่ๆมีโทรศัพท์เข้ามา..เป็นลูกค้าคนจีนโทรมาถามหาว่าร้านย้ายไปอยู่ที่ไหน...พอบอกเบอร์ร้านใหม่ให้ลูกค้าแล้ว..ก็รอ รอลูกค้าเจ้านี้เจ้าเดียว....สรุปวันสุดท้ายเค้าซื้อไปหมื่นกว่าบาท...ทำให้ยอดขายเดือนนี้...หักทุนของสินค้าแล้ว...ที่เหลือเป็นค่าเช่าร้าน เราได้ 40000 พอดีค่ะ..ถ้าไม่ได้วันสุดท้ายเจ้าเดียวนี้ เราจะขาดทุนไป 5000 เพราะ เราเพิ่งหาได้เพียง 35000 ค่ะ....ขอให้เดือนนี้มีปาฎิหารย์เกิดขึ้นอีกครั้งนะคะ....


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:0:33:18 น.  

 
ขออนุโมทนาค่ะ

ใครไม่เชื่อแต่หวานเชื่อว่าคุณทำได้

3 วันที่ไปปฏิบัติธรรม ต้องได้อะไรๆ กลับมาเยอะเลย
เพราะขนาดเข้ามาอ่านแป๊ปเดียว
ยังได้รู้จักการกำหนดจิตตอนเดินจงกลม
ลองทำตามดูแล้วดีมากๆ เลยค่ะ

ปกติไม่ได้ไปปฏิบัติธรรมที่ไหนเลย
ไม่มีคนอยู่ดูแลบ้าน
ถ้าเราไม่อยู่คนนึงจะยุ่งมากๆ

ขอบคุณและขอเป็นกำลังใจนะคะ


โดย: ~Baan_Ohana~ วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:1:20:00 น.  

 
เอาใจช่วยค่ะ สู้ ๆ นะ


โดย: เgg IP: 58.8.134.153 วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:1:24:17 น.  

 
เห็นใจเรื่องร้านค้า และก็เรื่องความรักด้วยค่ะ....

เคยคิดที่จะลองไปปฏิบัติรรมในวัดเหมือนกันนะคะ แต่อยากจะมีเพื่อนไปด้วย ไม่กล้าไปคนเดียว กลัวค่ะ ไม่ได้กลัวผีนะคะ แต่กลัวที่ไม่เคยไปค้างที่แปลกๆหรือต่างสถานที่โดยลำพัง ที่เราไม่รู้จักใครเลย อยากลองหัดสมาธิดู อยากลองเดินจงกลมดู ว่าจะเป็นยังไง ว่าจิตใจจะนิ่งพอไหม .... ไม่ได้คิดจะทำเพื่อหนีความทุกษ์นะคะ เพราะไม่ได้ทุกษ์ แต่อยากจะศึกษาดู.....คุณเก่งมากค่ะที่ทำได้...ขอปรบมือให้ และก็ขออนุโมทนาบุญที่คุณทำได้อย่างที่คุณตั้งใจด้วยค่ะ สาธุ


โดย: ShoesMonster วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:2:32:40 น.  

 

เปิดร้านเกี่ยวกับอะไรหรือคะ ไม่รู้พอจะช่วยอะไรได้บ้างไหม ฟังดูต้นทุนสูงทีเดียว ในยามที่งบน้อยและจำกัดยิ่งนัก ลองใช้การตลาดช่วยบ้างหรือยังจ๊ะ

อ่านเรื่องไปวัดแอบขำตอนเดินกลับ กับตอนแม่ชีพูดเรื่องผี ตลกดี


โดย: p_tham วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:3:30:18 น.  

 
วัด พุทธวิหารจังหวัดนครนายก....


อยู่ตรงใหนค่ะ ดีจังเนอะ คนน้อยดี อยากบวชแบบนี้บ้างจัง เคยไปวัดอัมพวัน คนเป็นพันเลย


อนุโมทนาด้วยนะค่ะ


โดย: รักนะแต่ไม่แสดงออก วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:10:45:59 น.  

 
เอาใจช่วยนะค่ะ คนเราจะสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ใจจริงๆๆค่ะ

ว่างๆๆเชิญไปอ่านนืทานเรื่องกองขี้วัวในใจ

ทีบล๊อคของจอยนะค่ะ...แล้วจะรู้ว่า

จะจัดการกับความทุกข์ยังไงค่ะ...สู้ๆๆนะค๊ะ



โดย: -นู๋จอย- (LomaJoy ) วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:12:11:51 น.  

 
ภาพอนาถของการมาอยู่ที่ร้านค่ะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:12:44:10 น.  

 
สู้ๆครับ พี่แนน ตื้อเท่านั้นที่ครองจักรวาล :D


โดย: กวาง IP: 58.9.164.152 วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:20:33:54 น.  

 
อิอิ เมื่อคืนก็กิน"เมไร" (เค้าเขียนว่า เมรัย นะ) แต่ไม่เป็นไรยังไงก็ อนุโมทนา นะเพ่
glitter graphics
Music Glitter Graphics


โดย: กล้วยปิ้งสีชมพู (ลูกปัดเม็ดทราย ) วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:11:18:50 น.  

 
นอนคนเดียวให้ได้ก่อนเถอะย่ะ แต่ก็ขอชมว่าเก่งที่อยู่ได้สามวันโดยไม่บ่นเลย คิดไม่ถึงเลย นายแน่มั่กๆ!!


โดย: พี่เน เองอ่ะ (ลูกปัดเม็ดทราย ) วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:11:21:08 น.  

 
เข้ามาโหวตค่ะพี่ขา จำได้มั๊ยค่ะดวงเราจะดีไงคะ เราจะรวยค่า แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ค่ะ คาดว่าคงเดือนหน้าหลังจากที่เราเอาเงินไปใช้เล่นที่ปายค่า
อยู่บ้านก็รักษาศีลได้ค่า ถ้าจิตใจเราต้องการปฏิบัติธรรมจริงๆ อยู่ไหนเราก็สบายใจได้ แถมได้อยู่ใกล้ๆแม่อีกนะ เดินจงกลมที่บ้านก้ได้ค่า

ปล. จะผิดศีลห้าเมื่อไหร่ อย่าลืมเรียกล่ะ เปรี้ยวปากค่ะ


โดย: กล้วยปิ้งสีชมพู (ลูกปัดเม็ดทราย ) วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:11:25:25 น.  

 
เมื่อคืนเมรัยอะไรของหล่อนย่ะ..ทำไมเดี๋ยวนี้เมรัยของคุณน้องมันอ่อนหัดนัก....พี่ถึงง่วงแป๊บเดียวเอง...พี่ต้องการดื่มเมรัยแบบให้3อึกแล้วหลับไปเลยอ่ะ......ไม่ได้เรื่องๆ...ไปหัดผสมใหม่ไป๊.....

นี่และก็ที่วัดเค้าให้นอนแค่ 4 ชม. แนนได้นอนแค่3ชม.ล่ะมั๊งคะ....เพราะคุณพี่เนคุณละเมอทุกคืน...อิฉันเลยลุกมาฟังว่าคุณพี่เนละเมอพูดอะไรบ้าง แต่...ทำไมเวลาคุณพี่เนละเมอพูดไม่เป็นภาษาไทยอ่ะ....เค้าฟังไม่ออกเลย เค้าตั้งใจฟังตั้งนาน...คนอารายนอนละเมอได้ทุกคืน...หัวใจเค้าจะวาย....


โดย: คุณพี่ แนนคนสวย IP: 58.9.186.173 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:13:36:19 น.  

 
ต๊าย เมรัย เขียนถูกทันที...เมื่อคืนน่ะสำหรับเด็กเบบี๊ย่ะ
ขืนให้กินเยอะเปลืองค่ะ
ป.ล.เด็กอายุเกิน 35 ที่มีผู้ปกครองอยู่ด้วย น้องไม่ทำแรงจ้ะ เดี๋ยวผู้ปกครองเมา
น้องสุดที่รัก

....พี่เนมาเอง....
ถ้างั้นก็ต้องทนนอนฟังพี่เนละเมอไปตลอดชีวิต
เพราะถ้าจะให้อยู่ด้วยตลอดชีวิต ก็ต้องทนนอนแค่ 3 ชม.พอ ให้หัวใจวายตายไปเลย 555


(ไรว๊ะ มาอาศัยช่องเค้าทำไมเนี่ย)


โดย: กล้วยปิ้งสีชมพู (ลูกปัดเม็ดทราย ) วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:15:18:56 น.  

 
เมไรของฉันมานไม่รุนแรงเฟ้ย แค่กาแฟ ไม่ต้องเขียนถูกก็ได้...

แต่เมรัยของแท้ มันน้ำเมาจริงเฟ้ย เลยต้องเขียนให้ถูก ..

ฉานไม่สนหรอก ฉานชินแล้วกับที่มีคนนอนละเมอทุกคืน..แค่ตกใจหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเท่านั้นเอง คงยังไม่หัวจายวายตายหรอก ....เสียใจด้วยนะเด้อ ที่เค้ายังมิตายยยยยย.....จะละเมอทั้งทีช่วยละเมอเป็นตัวเลขซิฟ่ะ...จะได้ไปซื้อหวย.......ละเมอกรี๊ดๆๆๆ..คนมันตกกะใจเฟ้ย...


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:18:40:16 น.  

 
แวะมาให้กำลังใจนะค๊ะ

สู้ๆๆค๊ะ


โดย: -นู๋จอย- (LomaJoy ) วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:22:15:05 น.  

 
แวะมาเยี่ยมนะจ๊ะ และก็เอากำลังใจมาฝากด้วย ดีน๊าเข้าวัดเข้าวานะ เราเองก็เคยไปนั่งวิปัสนาอยู่เหมือนกัน ทำให้จิตใจสบายขึ้น ลดตัวกูของกูลงได้บ้าง


โดย: tuktikmatt วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:10:59:12 น.  

 
บางครั้งการได้พักจากเรื่องราวในชีวิตแบบเดิมๆบ้างก้เหมือนการได้กลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่นะครับ

นับหนึ่งใหม่อีกครั้งไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่เริ่มต้นพร้อมด้วยพลังชีวิตที่อีดแน่นเต็มที่ พร้อมลุยกับทุกปัญหาที่เผชิญอยู่

ผมก็ชอบใช้วิธีนี้เหมือนกัน บางทีผมเหนื่อยกับงานมากๆมาถึงบ้านหรือวันหยุด ผมไม่ไปไหน ไม่พูดกับใครเลยสักคำ นั่งทบทวนเรื่องราวแล้วหาสาเหตุ หาทางแก้ไขก่อนกลับไปเริ่มใหม่อีกครั้ง

แต่อย่างว่า บางช่วงชีวิตเราก็ต้องอ่อนแอสุดๆ ผมมันสุดๆแล้วเราคงแกร่งมากขึ้นครับ เพราะเราคงไม่อยากล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า


เอาใจช่วยพี่เสมอนะครับ


โดย: สหมิว (Be a good guy ) วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:13:00:05 น.  

 
ไปวัดปฎิบัติธรรมแล้วไหงมาเถียงกันเรื่องละเมอ เเละ เมรัย กันล่ะเจ้าคะ 555


โดย: @น้องนางกวักค่ะ@ IP: 58.9.186.189 วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:1:02:56 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนนะจ๊ะ ก็คงจะได้แค่จากบล็อกเนี๊ยล่ะจ๊ะ คะนงคะแนนช่างมันโน๊ะ เอาเป็นว่าแวะเยี่ยมเล้ามู๋บ่อยๆน๊า


ป.ล. ชอบสไตล์หน้าบล็อกนี้จัง สวย หวาน ดูสบายตาและคลาสลิคดี


โดย: tuktikmatt วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:4:13:58 น.  

 
มาเยี่ยมอีกรอบค่ะ..

สบายใจขึ้นบ้างยังคะ

เคยดูแม่ชีทศพรเทศน์มั้ยค่ะ แม่ชีเทศน์ได้ดีมาก ดูแล้วมีความสุข ลองไปหามาดูนะคะ ถ้ามีโอกาส

มีความสุขในวันศุกร์ค่ะ


โดย: ShoesMonster วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:8:58:20 น.  

 
เป็นคนคิดมากเหมือนกัน
คิดน้อย ๆ ไม่เป็น..

บางทีคิดไปคิดมาชักเลยเถิด
แต่ก็ชอบคิด

บางทีแอบคิดว่า
สมองเราคงเสื่อมยาก
เพราะเราคิดทุกวัน

การไปพักสติในวัด
ก็ดีนะคะ

นาน ๆ ทำสักครั้ง
พักจิตใจ
ก่อนจะออกมาสู้ต่อ


โดย: โสดในซอย วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:13:58:16 น.  

 

หนี่ฯ ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยคะ สาธุ สาธุ


และขอเป็นกำลังใจให้เสมอคะ
ช่วงนี้ เศรษฐกิจอาจจะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
รอดูอีกที หลังการเลือกตั้งคะ สู้ ๆๆ ๆ นะคะ





โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:23:44:41 น.  

 
ต้นไม้ยังมีเวลาผลัดใบ คนเราย่อมมีเวลาหยุดพัก แต่ตลอดเวลาเธอต้องต่อสู้ ต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับคนอื่น ขอให้เธอชนะ ชนะตนเองแล้วเธอจะชนะ "ชนะคนอื่น"

เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ต่อไปน่ะค่ะ


โดย: ไอริช IP: 212.187.194.74 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:3:36:50 น.  

 
ดีขึ้นหรือยังครับพี่


โดย: สหมิว (Be a good guy ) วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:16:04:22 น.  

 
อยากบวชชีเหมือนกัน...ตอนนี้เศร้าใจ และร้องให้เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ http://www.oknation.net/blog/plas


โดย: สิปาง IP: 124.120.18.20 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:20:25:10 น.  

 
ขอบคุณค้าที่เข้าไปทักทายและเศร้าด้วยกัน
ไม่มีใครเลือกเรา
เราเลือกตัวเองก็ได้เนอะ


โดย: jupajub IP: 125.24.217.79 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:20:50:23 น.  

 
เป็นกำลังใจให้นะคะ
เก๋ก็เป็นแม่ค้าคนหนึ่งค่ะ อยู่ที่ใจเราค่ะ
ที่ร้านเก๋เปิดมานี้ก็ สิบกว่าวันเอง คนไม่เยอะค่ะ มีหลายสาเหตุค่ะ หลักๆร้านหรูเกินไปในแถวนี้ค่ะ เก๋ว่ามันต้องใช้เวลา มาคิดดูพวกนักธุรกิจใหญ่ๆหลายคนก็กว่าจะมีวันนี้ก็หมดเนื้อหมดตัวกันมาแล้วค่ะ เราแค่นี้เอง สู้ๆค่ะ
เก๋ยืนหยัดจะจับลูกค้ากลุ่มที่มีความสามารถที่จะจ่าย ยินดีและเลือกที่จะมานั่งที่ร้านค่ะ

เก๋ก็ไปบวชชีพราหมณ์บ่อยๆนะคะ มีวัดประจำค่ะ ไปบวชนี่ไม่ได้ไปเพื่อปลดทุกข์ค่ะ ไปเพื่อทำจิตใจให้สบายและถือโอกาสทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ให้หนักเป็นเบาได้ค่ะ

ก็ยังดีนะคะที่ได้ปลดปล่อยหนีความทุกข์ไปได้ตั้ง 3 วันแน่ะ คิดในแง่ดีมันก็ดีค่ะ ความสุขมันก็จะกลับมาได้เร็วค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอให้ความสุขกลับมาเร็วๆนะคะ


โดย: มามี้น้องพอ (kittykay14 ) วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:12:44 น.  

 
นี่ก็ปี 53 แล้ว เพิ่งจะได้อ่าน ขออนุโมทนาด้วยนะค่ะ


โดย: เฟิสท์ IP: 110.164.102.196 วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:17:21:14 น.  

 
อย่ายอมแพ้ครับ ไม่มีอะไรยาก มนุษย์เราเก่ง

มนุษย์เรา ไม่มีอะไรมาก คือการทำสิ่งที่ดี ครับ

ถ้าทำดี จะมีสิ่งดีคอยช่วยเหลือ
ถ้าทำไม่ดี ย่อมมีสิ่งไม่ดีตามมา ครับ

ผมเป็นคนหนึ่งครับ ที่ค้นพบว่า
ตัวเราเกิดมาเพื่ออะไร
ซึ่งได้ศึกษาธรรมะและบาป บุญ
คำตอบของผมได้ว่า ที่ต้องการให้เราเกิดมา คงมีสิ่งใดก็ตามที่เค้าให้โอกาสเรา ว่า คุณต้องเกิดมา ทำสิ่งดี หรือ สิ่งที่ไม่ดี หากเลือกทำดีก็ย่อมได้ไปสวรรค์ และทำสิ่งที่ไม่ดี ก็ต้องตกนรก
ทำงานมา 10ปีได้ครับ หลังเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์
เมื่อก่อนเคยคิดว่าต้องมีเงินเยอะมากๆ มีรถหรู มีบ้านหลังหลายล้าน
แต่นี่ไม่ใช่เป้าหมายหรือสิ่งสำคัญมากในชีวิต ครับ
ใกล้จะถึงสิ่งที่ต้องการแล้ว ที่ต้องสละทรัพย์ หยุดทำงาน
เดือนกันยายน 2555 ปีนี้ ผมสละทางโลก เพื่อบวชเป็นพระ ตลอดไปครับ และมุ่งปฏิบัติธรรมต่อไปอย่างเดียว ผมต้องไปปฏบัติธรรมที่พุทธวิหาร ครับ เพื่อสร้างบุญกุศลให้ตัวเองมากที่สุด เพราะนี่อายุ30ปีแล้ว มีแฟนคนหนึ่ง ยังไม่ได้แต่งงาน บอกแฟนว่าไม่ต้องรอ บวชนานมาก ยังเหลือเวลาอีกครึ่งชีวิต หากปฏิบัติได้ถึงนิพพาน ผมก็จะยินดีที่ตัวเองได้ปฏิบัติธรรม
เมื่อเราเข้าใจว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย
พอตายแล้วจะเหลือคือพลังความดี หรือความชั่วก็เท่านั้น
สิ่งที่เราหาที่เราสร้าง เช่น บ้าน รถ คนรัก พ่อแม่ พี่น้อง ทุกคนต้องมีการพลัดพรากจากกันแน่นอน นี่คือเรื่องจริง ที่เวลาหมุนไปเพื่อใกล้สู่ความตาย ซึ่งบางคนหลงกับความสนุกจนเวลาผ่านไปเร็วมาก

ผมบอกที่บ้านว่าบวชและปฏิบัติธรรมนานมาก ซึ่งที่บ้านบอกว่าอย่าพูดหากทำไม่ได้ หากเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ที่บ้านผม พี่น้อง คงเข้าใจล่ะ ซึ่งคำว่าบวชนาน คือไม่สึก


โดย: สละทุกอย่าง IP: 192.168.0.119, 110.168.244.12 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:3:46:42 น.  

 
ไม่ต้องทำงานแล้ว
ปฏิบัติธรรมอย่างเดียว จะได้หลุดพ้น
ไม่ต้องหาเงิน ไม่ต้องรับผิดชอบใคร ไม่ต้องคิดเรื่องแฟน
ไม่ต้องเร่งรีบไปทำงาน ไม่ต้องโทรศัพท์หาใคร
ไม่ต้องห่วงใคร ไม่ต้องทนความรุ้สึกใคร
ไม่ต้องห่วงสิ่งใด ไม่ต้องไปหลงรักใคร ไม่ต้องเกลียดใคร

จะเดินทางไปสู่นิพพาน ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม
เมื่อเสียชีวิตไปแล้วจะไม่ห่วงสิ่งใด ไม่มีใครช่วยใครได้
พ่อแม่ พี่น้องเรา เมื่อจากกันไปตามอายุ ย่อมไม่เจอกันแน่นอน แต่เคยบอกพี่น้องไปว่าผมดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ และพี่น้องกันนะ พี่น้อง9คน ผมเป็นคนที่8 ผมไม่ต้องห่วงอะไร ขอให้ความตั้งใจความพยายาม ความมุ่งไปทางที่ดี ช่วยให้ผมไปสู่เป้าหมายนิพพาน ด้วยเถอะ


โดย: สละทุกอย่าง IP: 192.168.0.119, 110.168.244.12 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:3:59:07 น.  

 
ขอบคุณค่ะ..ตอนนี้ชีวิตปล่อยวางได้เยอะแล้วค่ะ..ระยะหลังไปปฏิบัติธรรมด้วยใจเป็นสุข ไม่มีทุกข์ใดๆ ทำให้การปฏิบัติธรรมอย่างตั้งใจจริง ตั้งใจสะสมบุญจริงๆค่ะ..แต่มีห่วงคือพ่อแม่เท่านั้น ตอนนี้ทำหน้าที่ลูกค่ะ ตอบแทนบุญคุณดูแลพ่อและแม่อย่างเดียวค่ะ ... เวลาส่วนใหญ่เปิดธรรมะฟังจากเน็ต ไม่มีความสุขกับการฟังเพลงนานแล้ว..รู้สึกว่ามีความสุขมากขึ้นแล้วค่ะ..และยังคงไปปฏิบัติธรรมต่อค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะไปปฏิบัติธรรมปีละครั้ง แต่ช่วงนี้มีเพื่อนมาชวนไป ก็พร้อมจะไปปฏิบัติกับเพื่อนตลอดค่ะ...ขอให้คุณสละทุกอย่างสมความตั้งใจไปสู่นิพพานด้วยคนนะคะ


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 4 เมษายน 2555 เวลา:23:28:38 น.  

 
ขออนุโมทนาบุญกับการตั้งใจกับการบวชพระของคุณสละทุกอย่างนะคะ...ขออวยพรให้สมความปรารถนาค่ะ


โดย: ซ่อนทรายแก้ว วันที่: 4 เมษายน 2555 เวลา:23:34:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.