Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
ไหนๆก้อสู้จนขาดใจแล้ว..ขออวดโฉมร้านหน่อยดีกว่าค่ะ




...นำเสนอร้านที่อินทราสแควร์ก่อนนะคะ





...นี่ค่ะ.กลับมาเปิดร้านที่อินทราใหม่อีกครั้ง...หลังจากขนย้ายข้าวของออกจากที่นี่ไปแค่ 2 เดือน...หนีอินทราไม่พ้นจริงๆ....ท้อแท้ชีวิตเกือบร้อยครั้งเห็นจะได้...แต่ก้อไม่ยอมเลิกอาชีพแม่ค้าซักที...มันมีเหตุหลายปัจจัยที่ทิ้งกิจการการค้านี้ไม่ได้เลยจริงๆค่ะ......ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก...คิดอยากตายหลายสิบครั้ง...อดทนกับชีวิตที่ทรหดอึดสุดๆขนาดนี้ เพื่ออะไรก้อไม่รู้นะคะ....เดี๋ยวจะเล่าให้อ่านว่าทุกวันนี้ดำเนินชีวิตหนักหนาสาหัสอย่างไรบ้าง...แต่หวังว่า..ความอดทนและความพยายามถึงที่สุดที่ผ่านมา..จะส่งผลให้อนาคตประสบความสำเร็จในชีวิตนะคะ...










...สินค้าที่ร้านส่วนใหญ่เป็นงานhandmade เราลงทุนค่อนข้างสูงต่อเสื้อผ้าแต่ละตัว..เหตุผลที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนสินค้าเพราะ..เรามีช่างปักที่ต้องการงานหลายสิบคน..เราทิ้งคนเหล่านี้ไม่ได้ค่ะ..เพราะความมีน้ำใจพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันมา2ปีกว่า..แต่เหตุผลแรกที่เรากลับมาเช่าร้านที่อินทราใหม่อีกครั้งเพราะ..หลังจากที่ทุ่มเต็มที่กับร้านใหม่ที่ห้างกรุงทอง2..ผ่านไปเกือบ1เดือน..เราขายไม่ได้ซักชิ้น..เพราะร้านส่วนใหญ่ที่นั่นขายของราคาถูกมาก..เอาของค้างสต็อกมาลดราคากันทั่วหน้า...ส่วนสินค้าเรา..แทบไม่มีของค้างสต็อกเลย...ถึงแม้ว่าเราจะลดราคาลงมากแล้ว ก้อยังแพงกว่าร้านอื่นอยู่ดี..เราเลยตัดสินใจกลับมาเช่าที่อินทราอีกครั้งไงค๊ะ...






...หลังจากเรามี2ร้าน (อีกแล้ว) เราเหนื่อยมากขึ้นเป็น2เท่า..เรา3พี่น้อง..แบ่งงานกันทำ..กล้วยอยู่ร้านที่กรุงทอง2 ..ฉันอยู่ประจำร้านที่อินทรา...ส่วนพี่เนเป็นคนผลิตสินค้าและคอยมาสลับอยู่ร้านเพื่อให้ฉันกับกล้วยได้หยุดพักบ้าง....ตั้งแต่ฉันกับกล้วยแยกกันอยู่คนละร้าน..เราค่อนข้างเหนื่อยมาก เพราะต้องขนของจากร้านหนึ่งมาอีกร้านหนึ่งตลอดทุกวัน.. ขนของแต่ละถุงหนักมาก..แต่เราก้อต้องทำ...กัดฟันหิ้วของหนักๆตากแดด ตากฝน เจอฝุ่นควันรถตลอดทางเดิน.. เดินไปเดินมาระหว่าง2ร้าน...ตอนนี้มือของฉันค่อนข้างใช้งานไม่ได้แล้ว...มันปวดตลอดเวลา ตื่นเช้ามามือจะกำไม่ได้ ต้องแช่น้ำร้อนค่อยๆดัดให้นิ้วงอลงให้ได้...ส่วนกล้วยหลังมีก้อนขึ้นมาจะปวดเมื่อยมาก...เพราะต้องหิ้วของหนักแทบทุกวัน..








...ตั้งแต่มาทำสินค้าเอง..เราลำบากมากที่ต้องหาเงินจำนวนมากมาจ่ายค่าเช่าร้านแต่ละเดือนหลายหมื่น..บางเดือนใกล้สิ้นเดือนแล้วเรายังหาเงินไม่ได้ครึ่งหนึ่งของค่าเช่าร้านเลย..เราต้องสวดมนต์ ภาวนา ขอพร ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยพวกเราด้วย..ให้มีลูกค้ามาออเดอร์สินค้าก่อนสิ้นเดือนด้วยเถิด..แต่ก้อแปลกนะคะ...สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง..ไม่ว่าเดือนไหนที่ยังหาเงินค่าเช่าไม่ได้เลย..ก่อนสิ้นเดือน1-5วัน เราจะได้รับเงินก้อนใหญ่ทุกครั้ง..แต่...ก้อนใหญ่ที่ว่า..นั่นหมายถึง เพียงพอที่จะจ่ายค่าเช่าร้าน 5หมื่น-8หมื่นเท่านั้นค่ะ...แทบไม่มีเงินเหลือให้เราใช้เลย...แต่ก้อช่วยให้เรารอดไปเป็นเดือนๆไป..










...แต่สิ่งที่ฉันอยากรู้คำตอบจริงๆว่า..ทำไมคะ..ฉันอดทนอดกลั้น..ยอมลำบากตรากตรำ..ยอมทำทุกอย่างหนักเอาเบาสู้ ทั้งๆที่ตั้งแต่เล็กจนโตฉันไม่เคยลำบากเลยแม้แต่น้อย..พ่อแม่มีฐานะดีพอที่จะไม่ทำให้ลูกๆทุกคนต้องลำบากตลอดชีวิต..แต่ฉันอยากทำตรงนี้ค่ะ...อยากประสบความสำเร็จในการค้าตรงนี้ด้วยตัวเองให้ได้..อยากให้พ่อแม่และคุณป้า อาจ๋า ญาติพี่น้องได้เห็น และชื่นชม กับการสู้ชีวิตขนาดนี้ของฉัน..ฉันอยากเป็นตัวอย่างให้กับลูกหลานได้เห็นว่า...ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะเป็นลูกคุณหนูก้อตาม...แต่เราต้องรู้จักต่อสู้ชีวิต หนักเอาเบาสู้ ไม่เลือกหรือเกี่ยงกับงาน..รู้มั๊ยค๊ะ..ฉันภูมิใจตัวเองขนาดไหนที่...ฉันสามารถทำทุกอย่างได้มากขนาดนี้...แล้วเมื่อไหร่คะ..เมื่อไหร่วันที่ฉันหวังไว้จะมาถึงซักที...จะต้องให้ฉันลำบากและทุกข์แสนสาหัสมากเท่าไหร่คะถึงจะช่วยให้วันที่ฉันจะได้สุขสบายมีเงินใช้เหมือนกับคนทำการค้าคนอื่นๆหลายๆคนซักที






...กำลังใจจากหลายๆคนที่มีให้ฉันมากมายเหลือเกิน...หลายๆคนคอยลุ้นและคอยส่งใจช่วยให้ฉันผ่านพ้นความทุกข์ยากลำบากตรงนี้ไปให้ได้..และหลายๆคนตั้งคำถามให้กับฉันว่า ทำไมไม่เลิกทำการค้าที่ฉันบ่นว่าทุกข์เหลือเกินตรงนี้ซักที...เพราะฉันยังเชื่อมั่นค่ะว่า...ฉันต้องประสบความสำเร็จตรงนี้ให้ได้...ใจฉันยังสู้ค่ะ..แต่ร่างกายตอนนี้จะรับสภาพที่เกินตัวไม่ค่อยไหวแล้วค่ะ...หลายคืนนอนน้ำตาไหล..เจ็บนิ้ว เจ็บมือเหลือเกิน...อยากพักมือ ไม่อยากหยิบจับของหนักแล้ว..แต่ก้อไม่ได้..เราไม่ทำแล้วใครจะทำค๊ะ...แล้วเราทำขนาดนี้เรา เมื่อไหร่จะมีเงินเหลือให้ฉันใช้บ้าง....อยากใช้เงินที่หามาได้ด้วยตัวเอง ..ทำในสิ่งที่อยากทำด้วยเงินที่หาได้ด้วยตัวเอง..และที่สำคัญอยากมีเงินเก็บบ้าง..ตอนนี้เงินเก็บในธนาคารฉันไม่เหลือแล้วค่ะ...เงินเก็บที่มีทั้งหมดมันกลายมาเป็นสินค้าที่กองอยู่ตรงหน้าไปหมดแล้ว..








...ส่วนภาพต่อไปนี้..ร้านที่กรุงทอง2..ร้านที่ต้องลุ้นอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป



...รูปนี้เป็นโฉมหน้าของร้านอีกที่หนึ่งค่ะ...เพิ่งเปิดใหม่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์.. เดือนแรกนี้เราตั้งใจเอาสินค้าhandmadeที่มีอยู่เดิมมาขาย.เพราะก่อนที่จะมาเซ้งร้านนี้.ฉันเป็นคนเอารูปรูปสินค้าพวกนี้มานั่งสัมภาษณ์ว่า..สินค้าที่เราจะนำมาขายที่นี้คือสินค้าhandmadeเหล่านี้..แต่เราจะลดราคาลงจากเดิม..เพราะเดิมตอนอยู่ที่อินทราค่าเช่าเดือนละ6หมื่น..เราจำเป็นต้องขายราคาสูง.แต่ที่นี่เราลดราคาลง30เปอร์เซ็นแล้ว...แต่หนึ่งเดือนผ่านไป..ขายไม่ได้เลยค่ะ..เราเลยหากลยุทธ์ใหม่..ด้วยการผลิตสินค้าตัวใหม่ออกมาในราคาที่ถูกลงมาก...แล้วเราก็ตัดสินใจไปเช่าร้านที่อินทราอีกครั้ง..เพื่อเอาสินค้าhandmadeนี้ไประบายขายให้หมด...







...เดือนที่2-3..สินค้าเราเปลี่ยน...มองเห็นชัดมั๊ยคะ...สังเกตุจากหุ่น2ตัวข้างบน...เราผลิตสินค้าใหม่ออกมาจริงๆ..ไม่ได้เอาของค้างสต็อกมาขายเลย...เพราะเรามีความตั้งใจจริงที่จะมาทำการค้าที่นี่..ไม่ได้มาเซ้งร้านเพื่อเก็งกำไร...แต่ร้านอื่นๆ..ส่วนใหญ่เจ้าของร้านมาเซ้งร้านที่นี่เพื่อมาเก็งกำไรต่อ..ร้านค้าที่นี่ส่วนใหญ่จะมีแต่สินค้าค้างสต็อกมาขายถูกตัวละร้อย...ทำให้ตอนนี้ในภาพลักษณ์ของลูกค้าที่มาเดินห้างกรุงทอง2นี้คิดว่า..ที่นี่เค้าขายของค้างสต็อกในราคาถูกกัน....





...มอง2ภาพข้างล่างนี้...ดูการเปลี่ยนแปลงของร้านเราเพียงแต่เดือนเดียว...เดือนที่2 ฉันไปซื้อกระจกน่ารักมาวาง ตกแต่งมุมตรงนั้นให้เป็นมุมดอกไม้..เราทำเพื่ออะไรเหรอคะ..ที่ทำไปทั้งหมดทำเพื่อเราจะได้ขายดี..ตกแต่งร้านสวย..สินค้าน่ารัก...แต่แล้วมันไม่ได้ช่วยให้การค้าดีขึ้นเลย....ถ้า...ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ช่วยการเปลี่ยนแปลงสินค้าของตัวเองใหม่..ช่วยเอาสินค้าใหม่ๆมาขาย..ไม่ได้มุ่งแต่ละเอาของเก่าโล๊ะสต็อกมาขาย..สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพพจน์ของที่นี้แย่ลง...และที่สำคัญทำให้ร้านที่ตั้งใจจะมาขายส่งจริงๆ..แทบไม่มีโอกาสได้ขายส่งเลย..เพราะคนซื้อที่จะมาซื้อส่ง..เค้าไม่มาซื้อที่นี่กันหรอกค่ะ..ใครอยากจะเอาสินค้าค้างสต็อกเก่าๆไปขายกัน...สงสารร้านที่เค้าตั้งใจมาขายส่งจริงๆที่มีอยู่จำนวนน้อยร้าน...ทำให้พวกเราอยู่กันไม่ได้..เพราะเราไม่ได้ระบายสินค้าที่ผลิตใหม่เหล่านี้เลย..











...เดือนนี้เดือนพค..ทางห้างได้เปิดโอกาสให้ร้านค้าในนี้ออกไปขายหน้าห้างได้..โดยการแย่งกันไปลงชื่อร้านว่าจะขายวันไหนล็อกไหน..วันแรกที่ฉันไปลงชื่อ..ใครจะไปรู้ว่าใครถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน..ฉันได้แต่เดินช้าๆตามคนอื่นไป..2วันแรกได้ล็อกทำเลไม่ดี....ส่วนการออกไปขายอีกครั้งฉันขอพี่คนหนึ่งที่อยู่ในofficeว่า..การที่ได้ออกไปขายหน้าห้างมันช่วยให้ยอดขายฉันดีขึ้น..แต่ถ้าต้องมาแย่งกันแบบนี้ฉันไม่อยากเป็นคนที่ต้องไปแย่งแบบนั้น..พี่เค้าเลยให้ฉันลงชื่อไว้เลย..และครั้งที่2ที่ออกไปขาย..ยอดขายเกือบดีถ้าฝนไม่ตกลงมาซะก่อน..

แต่..บอกตามตรง..ทำไมฉันต้องมาเหนื่อย ทำไมฉันต้องมาลำบาก..ทำไมฉันกับพี่กับน้องต้องมาแบกหามราวใหญ่ๆกับขนเสื้อผ้ามากมายขึ้นมาขายแบบนี้ด้วย..มันเป็นเหมือนแผงลอยริมถนน..ฉันอดทน กัดฟันสู้..เพียงแค่ขอให้เดือนนี้ได้มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าส่วนกลางหมื่นห้าพัน..เพราะเดือนแรกฉันขายได้ยอดขายทั้งหมดเพียง4000บาท เดือนที่2 ได้เพียง7000บาท..ฉันต้องเอาเงินจากร้านที่อินทรามาโปะ..ฉันเหนื่อยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่อยู่ในอินทราเพียงร้านเดียว...ต้องนี้มี2ร้านแล้ว..แต่ร้านหนึ่งมันไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง....การที่ได้ออกมาขายของหน้าห้างมันทำให้ยอดขายฉันเพิ่มขึ้นเป็นหมื่นกว่า...แต่ก้อไม่เพียงพอกับค่าส่วนกลางหมื่นห้าพันอยู่ดี...

แต่เราก้อยังต้องกัดฟันสู้ต่อไป..ต้องยอมออกไปขายของหน้าห้างอีก..ทั้งๆที่..ฉันหมดแรงแล้ว..ล้าเต็มทน...ทำไปด้วยหน้าที่ แต่ไร้ความรู้สึกที่อยากขายของอีกต่อไปแล้วค่ะ...ยกของหนักๆมากมายจนมือจะพิการอยู่แล้ว..แต่ก้อปล่อยมันไป..กลั้นใจยกราวเหล็กและขนเสื้อผ้าออกไปอีก...ฉันทำแบบนี้เพื่ออะไรกันเนี่ย....ถ้าไม่หาเรื่องมาเซ้งร้านด้วยจำนวนเงินหนึ่งล้านเก้าแสน..ฉันคงไม่ต้องทำตัวเหมือนคนอดอยากปากกัดตีนถีบแบบนี้...เหนื่อยกายและเหนื่อยใจเต็มทน...แต่...ก้อต้องอดทนสู้ต่อไป..เพราะฉันขึ้นไปขี่บนหลังเสือแล้วไม่สามารถลงมาได้แล้วจริงๆ









Create Date : 22 พฤษภาคม 2551
Last Update : 23 ตุลาคม 2551 22:05:51 น. 0 comments
Counter : 1359 Pageviews.

ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.