Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
17 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
ตัดสินใจสู้ชีวิตอีกซักตั้ง...ครั้งสุดท้ายจริงๆ





Photobucket



วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2551

จริงๆแล้วทุกคนก็มีความทุกข์กันทั้งนั้นละค่ะ...อันนี้เป็นที่ทราบกันดี...และความทุกข์ของแต่ละคนก็แตกต่างกัน...มีทั้งทุกข์มากทุกข์น้อย.....แต่...แต่ละวันเราก็ผ่านไปได้ ได้ลืมตา ได้หายใจในวันใหม่ หลังจากหลับตาพักผ่อนสมองว่างโล่งตอนเวลากลางคืนนั่นหมายถึงเราได้หลับสนิทจริงๆนะคะ....ไม่เกี่ยวกับนอนไม่หลับจนเช้า...แต่ยังไงซะนอนไม่หลับจนเช้า เราก็มีชีวิตหายใจอยู่ตั้งแต่กลางคืนของวันนี้ไปจนเช้าวันใหม่อีกวันใช่มั๊ยละคะ....ทุกข์ยังไงก็ยังไม่ถึงตาย...นิค๊ะ..

แต่....ที่ฉันเล่าเรื่องราวของตัวเอง ไม่ใช่ว่าฉันไม่มีความทุกข์แล้ว ถึงได้มาเขียนชีวประวัติของตัวเองเพื่อเป็นธรรมทาน....ป่าวหรอกค่ะ...ฉันยังทุกข์...ยังมีความทุกข์มากมายอัดแน่นอยู่ในอก ในสมอง ในหัวใจ....

แต่ฉันพยายามหาทางออกให้มีความทุกข์ที่เป็นอยู่แต่ละวันให้น้อยลงตังหากค่ะ...

ถ้าถามว่าตอนนี้ฉันยังเหลือความทุกข์อะไรอีก...จากไดอารี่ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วนินา....เพียงไม่กี่วัน....ทำไมกลับมีไดอารี่ฝ่าฟันอุปสรรคมาอีกแล้ว.....

ก็ใครละคะ..ส่งให้มีสิ่งมีชีวิตเกิดเป็นมนุษย์...เค้าต้องการฝึกความอดทนของมนุษย์ไงคะ.....บังเอิญ ฉันยังสอบไม่ผ่านที่จะทำให้ตัวเองมีชีวิตอย่างมีความสุขสมบูรณ์ได้โดยปราศจากปัญหา...แสดงว่าฉันยังถูกฝึกฝนไม่พอ....เค้าคนนั้นเลยไม่ยอมปล่อยให้ฉันประสบความสำเร็จในชีวิตซักที......

แต่ฉันมีความหวังค่ะ....หวังว่าจะมีซักวันที่ฉันจะประสบความสำเร็จในชีวิต...ฉันจะรอ...ไม่ท้อจนล้มแล้วไม่ลุกเด็ดขาด...ความทุกข์มันถูกกินเข้าไปอยู่ในอกจนชินชาซะแล้ว.....ไม่มีน้ำตานานแล้ว...ไม่มีการอาละวาดเหมือนเมื่อก่อน...ไม่มีการทำให้คนที่รักฉันเป็นห่วง.....ไม่มีอาการอะไรเลยจนทุกคนนึกว่า ฉันพ้นทุกข์ไปแล้วจริงๆ....

และนี่แหละ..ที่ฉันเข้ามาพิมพ์ตรงนี้...มันคือความจริงที่ฉันรู้สึก....แต่ไม่แสดงออก

วันนี้ฉันคิดจะสู้สุดๆอีกซักตั้ง.....เป็นยังไงเป็นกันค่ะ...ไหนๆชีวิตทุกวันนี้ยังไม่มีอะไรดีขึ้น....ฉันไม่อยู่เฉยๆรอเวลาอีกต่อไปแล้ว.....คราวนี้ฉันทำจริง...และใครก็ห้ามไม่อยู่แล้วค่ะ....








Photobucket




สิบเอ็ดโมงกว่าของวันนี้ฉันเริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วค่ะ..หลังจากเปิดร้านใหม่ที่กรุงทอง2นี้ได้เพียง 12 วันเองฉันกลับลุกลี้ลุกลนเสียแล้ว เพราะอะไรรู้มั๊ยคะ...ผ่านไป 12 วัน ขายได้เพียงสองพันกว่าเท่านั้น...ตึกนี้เพิ่งสร้างใหม่ ยังไม่มีคนรู้จักเท่าไหร่..มันคงต้องใช้เวลาซักพักกว่าที่นี่การค้าจะรุ่งเรืองเหมือนกรุงทอง1 ....

ใช่ค่ะ คนที่มีกิจการร้านค้าที่นี่..ต่างพูดให้กำลังใจกันและกัน..คือ "อดทนหน่อยนะ...ซักวันที่นี่ต้องรุ่งมากๆเหมือนแพลทินัม.."

ค่ะ..ฉันเชื่อ และมั่นใจแบบนั้น...แต่....สำหรับฉัน เรามีค่าใช้จ่ายทุกวัน ทีมของพวกเรามี3คน พี่เน แนน กล้วย .... จะสลับกันไปร้าน.. เรามีค่ารถ ค่อาหาร ค่าน้ำ ...ค่ารถตอนเช้าถ้าไปพร้อมน้องชาย เราก็จะไปต่อรถปอ. กันที่ถนนราชดำริ ค่ารถคนละ 11 บาท.....รวมถึงค่าอาหารเช้า 25 บาท อาหารกลางวัน 25 บาท ค่าน้ำ ซื้อกาแฟทุกวันค่ะ ขอตีเป็นราคา 50 บาท .....ขากลับ....กลับ ปอ.สาย 93 ...ค่ารถคนละ 14บาท แล้วมาต่อเรือข้ามฟากที่คลองสาน คนละ 3 บาท...รวมค่าใช้จ่ายต่อวันต่อคนแล้ว ตกวันละ 128 บาท ....

แล้วรายรับที่ผ่านมา 12 วัน ....ได้เพียงสองพันกว่า..มันไม่พอใช้หรอกค่ะสำหรับพวกเราหรอกค่ะ...เวลาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้...จิตใจมันหดหู่นะคะ..มากด้วย...ใครไม่เคยเป็นแบบนี้คิดว่าคงไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกว่ามันทุกข์ขนาดไหน
(ฉันไม่ใช่คนจนก็จริง...แต่จะให้ทำยังไงคะ..ขอเงินพ่อกับแม่ต่อไปเรื่อยๆเหรอคะ...ซักวันเงินพ่อกับแม่ก็คงต้องหมดไปเหมือนกัน...ถ้าไม่มีการหาเพิ่ม)...

ขอค่ะ...ฉันยังขอเงินพ่อกับแม่เกือบทุกเช้า...รู้มั๊ยคะ...ตอนที่ขอเนี่ยน้ำตาฉันจะซึมที่เบ้าตา แต่ไม่ให้พ่อกับแม่รู้หรอกค่ะว่า ฉันอยากจะร้องไห้ขนาดไหน...ได้เงินมาสองร้อยบ้าง ห้าร้อยบ้าง รีบรับแล้วรีบออกจากห้อง ไม่งั้นร้องไห้ออกมาแน่ๆ...

แล้วสิ้นเดือนละคะ...ไม่พูดถึงค่าแรงของกล้วยนะคะ...แต่วันที่1 เดือนมีนา ค่าส่วนกลาง 15000 จะเอาที่ไหน....(ไม่พูดถึงค่าเซ้งที่ต้องผ่อนเดือนละ 140000 บาทนะคะ...เงินจำนวนนี้คุณป้ากับอาจ๋าออกให้พวกเราก่อนแล้วพวกเจะทยอยคืนให้จนกว่าจะครบ ล้านเก้าแสนค่ะ)..ลำพังแค่เงินใช้วันต่อวันยังหาไม่ได้เลย...ต้องใช้ความอดทนอีกนานแค่ไหนกว่าสถานที่ตรงนี้จะเจริญเหมือนแพลทินัม...ฉันมั่นใจค่ะว่าที่นี่จะเจริญรุ่งเรืองแน่นอน...แต่ต้องใช้เวลา)

วันนี้ฉันตัดสินใจเดินไปที่อินทรา...ไปดูห้องว่างอีกห้องที่อยู่ชั้นสอง ...น้องที่นั่นโทรมาบอกเมื่อวานซืนว่าให้กลับมาค้าขายที่นี่ต่อเถอะ...คนต่างชาติเดินเยอะมาก ค่าเช่าที่ข้างบนถูกกว่าข้างล่างเยอะ....เมื่อก่อนฉันเคยมีร้านชั้น1ที่อินทรา ค่าเช่าจากสองปีที่แล้วเริ่มจาก 60,000 บาท ฉันย้ายร้านสามครั้งภายใน2ปี..จนครั้งสุดท้ายค่าเช่าตกเดือนละ 42000 บาท...เมื่อเดือนธันวาปีที่แล้ว

สามเดือนหลังยิ่งทำการค้ายิ่งขาดทุน เงินหมดไปเรื่อยๆกับค่าเช่า...ถ้าขาดทุนเฉลี่ยตกเดือนละ 20000 บาท สามสี่เดือนรวมกันก็เกือบแสน...ฉันจำเป็นต้องปิดกิจการที่อินทรา...พวกเราว่างงานหนึ่งเดือนเต็มๆ..ทั้งเดือนมกราที่ผ่านมา เราได้แต่รอ รอเมื่อไหร่ตึกที่กรุงทองนี้จะสร้างเสร็จ เราอยากทำงาน อยากมีเงินใช้ ...

จนวันที่5 กุมภาที่ผ่านมา..เรากลับมาเปิดร้านLeAder อีกครั้ง ด้วยจิตใจที่พร้อมจะลุยแล้วค่ะ.....

เฮ้อ!! 12 วัน ...ที่ผ่านไปนั่งๆนอนๆในร้านทุกวันเลยค่ะ...ไม่เหนื่อยเลยซักนิด..สบายยิ่งกว่าอยู่บ้านเสียอีก...นั่งดูวีซีดีจบไปหลายเรื่อง...มีกิน แล้วก็นอน อยู่ในร้านตั้งแต่ 9.30 - 17.30 น.ทุกวัน...ดูเหมือนน่าจะมีความสุขดีออกนะคะ...กินแล้วก็นอนมีแอร์เย็นสบาย...

ร่างกายน่ะมีความสุขค่ะ...แต่จิตใจซิคะ...มันอมทุกข์เหนือคำบรรยายแล้วค่ะ...






Photobucket



ฉันตัดสินใจเช่าร้านชั้นที่สองในอินทราเรียบร้อยแล้ว...ไม่รอปรึกษาใครแล้วค่ะ..ฉันจะไม่ทนนั่งอยู่เฉยๆเพื่อรอเวลาแบบนี้อีกต่อไปแล้ว......ฉันตกลงกับเจ้าหน้าที่ที่อินทรานี้เรียบร้อยแล้ว...ฉันจะเป็นคนไปขายที่นั่นเอง(คนเดียว) จะลุยคนเดียว...ค่าเช่าราคาเดือนละ 25000 บาท...ขอยืมเงินพ่อเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ ก้อนสุดท้ายจริงๆ ..

ฉันโชคดีที่น้องคนที่พูดถึงข้างบนชื่อหลี...หลีเค้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่อินทราให้..ฉันเข้ามาทดลองค้าขายที่นี่ได้ 2เดือนค่ะ สรุปฉันไม่ต้องเสียค่ามัดจำล่วงหน้า...ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนเป็นแสนเหมือนคนอื่นๆ...แค่จ่ายสองหมื่นห้าพันทุกวันที่1ของเดือน...และฉันก็ขอเค้าเข้าไปทำการค้าวันที่20นี้เลยค่ะ ขอเข้ามาอยู่ฟรีล่วงหน้า10วัน....เพื่อกำลังใจของฉันเอง...

10 วันที่จะถึง ฉันอาจหาเงินได้พอกับค่าใช้จ่ายตอนสิ้นเดือนนี้....

ขอมีความหวังนะคะ....ฉันตัดสินใจแล้วที่จะลุยคนเดียวที่นี่ เพื่อเอาเงินมาช่วยร้านที่กรุงทองนี้...และเพื่อให้พวกเรา3คนมีเงินใช้บ้าง...เพราะฉันเองไม่มีเงินที่แบ๊งค์เหลืออีกแล้วค่ะ...หมดไปกับการค้านี้นานแล้ว....

ทุกข์ขนาดไหน...ใครจะเข้าใจจริงๆละคะนอกจากตัวเองเท่านั้น...

พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อว่าตอนนี้ฉันไม่มีเงินใช้เลย...ฉันทุกข์มากขาดไหน...

ภายนอกดูเป็นคุณหนู..พ่อแม่รวย...มีแต่คนคิดแบบนี้..แต่ไม่ได้รู้ความจริงว่า ตอนนี้มันไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว...ฉันตกอยู่ในภาวะแบบนี้3ปีเต็มแล้วค่ะ

แต่อย่างน้อยทำการค้ามา 6 ปี ฉันได้รถวิชมาหนึ่งคัน...จะว่าคุ้มก็คุ้มแล้วนะคะ...3 ปีก่อนการค้าของฉันเจริญรุ่งเรืองสุดๆ....ถึงออกรถป้ายแดงได้...แต่ระหว่างผ่อนรถ4 ปี ฉันก็กัดก้อนเกลือกินทุกวัน.......จนวันนี้ฉันไม่มีหนี้อีกแล้ว..ไม่ต้องหาเงินผ่อนค่ารถเดือนละ 20000 บาทอีกแล้วค่ะ...

ตอนนี้ฉันเหลือเพียง...อดทน และพยายามให้มากกว่านี้...อย่าอยู่เฉยๆเพื่อรอเวลา....ฉันไม่อดตายหรอกค่ะถ้าจะอยู่เฉยๆรอเวลา...แต่ฉันจะตายก็เพราะฉันเครียดจัดกับการมีชีวิตอยู่ในแต่ละวัน...ตึกกระโดดง่ายๆ ... ตกถึงพื้นก็ตายแล้ว....ทานยานอนหลับซัก50 เม็ด...ก็หลับตายไปเลยไม่ทรมาน....

แต่ฉันไม่คิดจะฆ่าตัวตาย...มันบาปหนา บาปหนักที่สุด อาจจะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยด้วยซ้ำ...และที่สำคัญ พ่อกับแม่จะทุกข์ขนาดไหนถ้าขาดฉันไปจากชีวิต....ฉันไม่ทำให้พ่อกับแม่ทุกข์อีกต่อไปแล้วค่ะ....ทุกวันนี้ฉันทุกข์ขนาดไหนพ่อแม่ไม่รู้....แม่ดูไม่ออกหรอกค่ะ เห็นฉันยิ้ม ฉันพูด ฉันคุย อาการปกติเหมือนสมัยก่อน...ไม่อาละวาดบ้านพังเหมือน 3 ปีที่ผ่านไป...ไม่ร้องกรี๊ดๆเหมือนคนบ้า...ไม่เอาแต่ร้องไห้ทุกวัน เก็บตัวไม่พูดกับใคร ไม่มีสีหน้าของคนอมทุกข์มาเกือบปีแล้ว....

เพราะพ่อกับแม่ไงคะ....ฉันไม่อยากให้พ่อแม่ทุกข์เพราะฉันอีกแล้ว....

รู้สึกอย่างไรเก็บเอาไว้ข้างใน...จนวันนี้ ตอนนี้ ขณะนี้..ไม่มีใครรู้ความจริงว่าฉันเวลาที่นั่งอยู่หน้าคอม......ฉันเขียนไดอารี่ด้วยน้ำตาเกือบทุกครั้งจริงๆค่ะ..

ยิ่งความรู้สึกเรื่องพี่baddog มันอัดเข้ามาในหัวหนักมากขนาดไหน..ทำไมทำร้ายฉันทางอ้อมแบบนี้..ทำไมฉันไม่สมหวังกับชีวิตซักเรื่องเลยคะ...







Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2551 2:01:10 น. 16 comments
Counter : 383 Pageviews.

 


โดย: somnumberone วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:54:07 น.  

 
เป็นกำลังใจให้นะครับ...
ผมเองกลับไปไทย ก็ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตจะเป็นยังไง...

แต่ไม่ว่ายังไง...พวกเราก็ต้องต่อไปเนอะๆ


โดย: i-palmy (palmy_yoyo ) วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:43:20 น.  

 
เราเคยล้มเหมือนกัน นอนอยู่เฉยๆเป็นเดือนไม่ทำอะไรเลย อยากให้เวลากับตัวเองใด้พักและคิด ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะบางอย่างต้องใช้เวลา อดทนค่ะและทุกอย่างจะดีขึ้น


โดย: thaigirl21 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:47:54 น.  

 
So so so sad . I am on your side always.....


โดย: angie IP: 76.109.76.192 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:6:36:46 น.  

 
เป็นกำลังใจให้นะคะ เราเองตอนนี้ก็เครียดเหมือนกันกับชีวิตแต่เมื่อได้สู้มาจนถึงวันนี้แล้ว ก็สู้ต่อไปให้ถึงที่สดุของที่สุดนะ


โดย: ลูกหมู IP: 58.137.145.230 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:03:05 น.  

 
อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ ตอนนี้เพื่อนเราก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน บอกเพื่อนสู้ๆ ตัวเราเอง กลับไทยไปก็ไม่รู้จะชีวิตจะเป็นไงต่อไป เป็นกำลังใจให้จ้า


โดย: The Start of something new วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:14:04 น.  

 


โดย: jone500 IP: 125.27.73.22 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:14:13 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ค่ะ จริงอยู่เราอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของคุณได้มากเท่าคุณรู้สึก อย่างที่คุณบอกว่า ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกได้ดีเท่าตัวของเราเอง

จากเรืองราว ที่อ่านทำให้ได้แง่คิด
และมีกำลังใจให้กับตัวเองในการ ต่อสู้ปัญหา ไม่ว่าจะมากหรือน้อย
ไม่มีใครในโลกนี้ ที่จะไม่มีปัญหาได้ตลอดในช่วงชีวิต
แต่อยู่ทีว่า จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาได้อย่างเข้มแข็งได้อย่างคุณหรือเปล่า

ขอชื่นชมในแนวความคิดของคุณมาก ๆ

และขอบคุณนะคะ ที่แวะทักทายที่บล๊อก
ขอส่งความสุขให้คุณเช่นกันค่ะ

ป.ล. รูปโปสการ์ดที่บล๊อก พลอยสีรุ้ง
เป็นภาพถ่ายที่คุณรัตน์ถ่ายเองค่ะ




โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:03:42 น.  

 
กลับมาแล้วจ๊า... ขอโทษทีที่มาเยี่ยมช้า เราถูกส่งตัวไปเรียนหนังสือเสียหลายวัน

สู้ๆๆ น๊า อย่ายอมแพ้ เราเป็นกำลังใจให้เสมอนะ



โดย: tuktikmatt วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:30:44 น.  

 
ขออภัยไว้ก่อนนะ ถ้าความเห็นอันนี้มันไม่ได้ให้กำลังใจ แต่พออ่านแล้วเกิดความคิดนี้ขึ้นมาทันที ก็เลยอยากแสดงความเห็นน่ะ บอกตรงๆว่า อ่านแล้วรู้สึกเครียดแทนกับการค้าที่ไม่มีความแน่นอน เราก็เคยคิดอยากจะออกจากงานไปทำการค้าธุรกิจส่วนตัว แต่พอได้รับรู้เรื่องราวที่ติดตามมาตลอด ทำให้ถอดใจ ถึงจะเป็นมนุษย์เงินเดือนแต่ก็ได้ทุกสิ้นเดือน ทำมั่งขี้เกียจมั่งอย่างน้อยพอสิ้นเดือนก็รับเงินเต็มๆ ไม่ต้องเสี่ยงไม่ต้องลงทุน และก็ไม่เหงาด้วย ตอนเช้ามาทำงานก็เจอเพื่อนฝูง(ที่ทำงาน)ได้คุยกันกินข้าวมื้อกลางวันกันทุกวัน ถ้าเราเป็นแนน เราคงจะทำงานอย่างอื่นไปแล้วหล่ะ รู้สึกว่ามันไม่คุ้มเลยกับจิตใจที่ต้องเป็นทุกข์ กับความเสี่ยง กับการที่จะได้เงินมาจากความพอใจของลูกค้า ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เฮ้อ! ก็ได้แต่คิดละนะ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เปลี่ยนสายอาชีพ จริงไหม ขอเสนอความเห็นได้ป่ะ ถ้าทำอะไรแล้วเป็นทุกข์ อย่าทำเลย ปล่อยวางเถอะ ให้ใครเขาเช่าก็ได้ รับเงินค่าเช่าอย่างเดียวสบายดีออก แล้วก็ไปทำอะไรที่เราไม่เป็นทุกข์มีความสุขกับงานจะดีกว่า ชีวิตคนเรามันสั้นจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำไมไม่ทำทุกวันนี้ให้มีความสุขเล่า จะแบกความทุกข์ไว้ตลอดเวลาทำไมกัน เอาละ อย่างไรก็ตามก็อยากให้เพื่อนสมหวังในทุกๆเรื่องนะ ขอให้ผ่านพ้นความทุกข์ในใจนี้ไปได้ "บอกใจอย่าได้ไหวหวั่น สักวันฟ้าจะต้องเปลี่ยนสี ชีวิตคงไม่ร้ายกว่านี้ ต้องมีวันพรุ่งนี้ที่เป็นของเรา"


โดย: ซากุระจัง IP: 58.137.129.220 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:19:33 น.  

 
หวัดดีจ้า แวะมาบอกว่า คิดถึงนะจ๊ะ คอมฯมีปัญหา ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง คงไม่ลืมกันเสียก่อนนะจ๊ะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:02:14 น.  

 
หวัดดีจ้า แวะมาบอกว่า คิดถึงนะจ๊ะ คอมฯมีปัญหา ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง คงไม่ลืมกันเสียก่อนนะจ๊ะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:11:57 น.  

 
เพิ่งจะรู้จักหนูวันนี้แหละ ก็เลยไม่รู้ว่าเปิดร้านขายอะไร ต้นทุนสักเท่าไหร่
ป้ามดเองก็สู้มาทุกอย่าง จนมาลงเอยที่ร้านกาแฟเล็กๆหน้าบ้านนี้ละค่ะ
วันนึง ขายได้ไม่เท่าไหร่หรอก แต่สิ่งอื่นๆที่ตามมา ทำให้เราทำงานอย่างมีความสุขได้ทุกวันจริงๆ

ขอให้พบกับความสำเร็จในเร็ววันนี้นะคะ


โดย: ป้ามด วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:22:30 น.  

 
สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม มีความสุขมากๆ นะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:50:07 น.  

 
คิดถึง


โดย: vpjeab วันที่: 3 มีนาคม 2551 เวลา:21:03:27 น.  

 
สวัสดีคะ แวะมาทักทายยามเช้า


โดย: หน่อยอิง วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:9:51:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ซ่อนทรายแก้ว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]
















สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา
สิ่งที่ มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา
อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปยกให้ ใคร
อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว
อย่ายกสิ่งที่มีค่าที่สุดของเรา ไปให้ใครดูแล
เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้ดีไปกว่าตัวเราเอง
อย่าปิด กั้นความรู้สึกของหัวใจ
อย่าบอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว
คนใจ แคบเท่านั้นที่เกิดมาเพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว
เราสามารถที่จะรักใครได้มากมาย
ขอเพียงให้รู้จักหน้าที่ของความรัก
หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก
รัก ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน
แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคนไม่แยแสกับ ความรักที่เรามีให้
เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย
ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว
ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืนคุยกับแสงแดด
อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว
เราจะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไป สัมผัสกับมัน
ก็เหมือนกับความรัก ....
ถ้าอยากรู้ว่ารสชาดเป็นอย่างไรก็ต้อง ไปสัมผัสกับมัน
แต่อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ
หรือยืนต้านทานลมหนาว ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม
ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะ ไม่ทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง
...ถ้าคุณรู้จักรัก..
แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น
ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...















Color Codes ป้ามด



โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน


ธรรมะไทย



ผู้ชมทั้งหมด คน
Friends' blogs
[Add ซ่อนทรายแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.