+.,.+*^*+.,.+... เพียงเธอนั้น ใส่ใจกัน เบา เบา ...+.,.+*^*+.,.+
นาทีที่ยิ่งใหญ่ในห้องคลอด

เวลา ตีหนึ่ง ของวันพุธที่ 16 มิ.ย. เมื่อห้าปีที่แล้ว คุณแม่สะดุ้งตื่น เพราะรู้สึกเปียก ๆ
เหมือนประจำเดือนไหล มันไหลออกมาประมาณ 2-3 ครั้ง ครั้งละกะปริดกะปรอย
คุณแม่ใจไม่ดีเลย กลัวว่าน้ำคร่ำจะแตก เพราะหนูยังไม่ครบกำหนดคลอดอีกตั้ง 9 วัน
พรุ่งนี้คุณพ่อก็จะมาอยู่กับแม่และหนู และพาแม่กับหนูกลับบ้านในวันเสาร์ที่จะถึง
คุณแม่ลางานแล้วก่อน 1 อาทิตย์ แต่ยังไม่ถึงวันเสาร์หนูจะออกมาดูโลกแล้วหรือนี่



คุณแม่พยายามคิดว่ามันคงแค่ซึม ๆ จึงพยายามหลับต่อ พักผ่อนร่างกาย นอนพักไม่กระดุกกระดิกเลย
เผื่อน้ำคร่ำมันจะได้ไม่ไหลออกมาอีก แต่ก็ต้องมาสะดุ้งตื่นอีกครั้งหลังจากงีบหลับไปแป๊บ
คราวนี้น้ำคร่ำไหลออกมาเยอะมาก เหมือนคุณแม่ฉี่ใส่ที่นอนเลย คุณแม่เลยลุกเปิดไฟ
คราวนี้น้ำคร่ำไหลย้อยตามขาลงมาเลย คุณแม่กลัวมาก รีบไปเคาะประตูห้องคุณย่า
ที่นอนอีกห้องหนึ่ง คุณย่าของหนูมาอยู่ดูแลแม่ที่นี่ด้วย พอคุณย่าตื่นแม่ก็บอกว่าน้ำคร่ำแตก
คุณแม่จะไปโรงพยาบาล คุณย่ากับคุณแม่รีบแต่งตัวใหม่ น้ำคร่ำไหลเป็นระยะ ๆ
แต่ไม่มากแล้ว คุณแม่เจ็บท้องเล็กน้อย ไม่มากเท่าไหร่ เจ็บพอ ๆ กับเจ็บเตือนเท่านั้น
ตอนนั้นตีสองกว่า ๆ คุณแม่หยิบตะกร้าของใช้คุณแม่คุณลูกใส่รถ แล้วก็ขับรถจากบ้าน
ไปโรงพยาบาลกับคุณย่า คุณแม่ยังเจ็บไม่มาก พอมีสติ ไปทำบัตรกับเจ้าหน้าที่ได้อยู่
คุยไปคุยมาเจ้าหน้าที่ถึงรู้ว่า อ้าว..คุณแม่เป็นคนไข้หรือนึกว่าคนไข้ไปห้องคลอดแล้วซะอีก เนี่ยแหละนา



ว่าแล้วเขาก็ให้คุณแม่นั่งรถเข็น และเข็นคุณแม่ไปห้องคลอด ให้คุณย่ารอทำบัตรคุณแม่ต่อ
ตอนนั้นคุณแม่ก็เลยโทรหาคุณพ่อ คุณพ่อเสียงงัวเงียเลยเพราะคงกำลังหลับ
บอกคุณพ่อว่าคุณแม่อยู่โรงพยาบาลนะ น้ำคร่ำแตก แล้วเขาก็เข็นคุณแม่ถึงห้องคลอดพอดี
เขาให้คุณแม่ไปห้องเตรียมคลอด เปลี่ยนเป็นชุดคนไข้ของโรงพยาบาล ตรวจภายใน
และบอกคุณแม่ว่ามดลูกยังไม่เปิด ให้คุณแม่นอนรอดูอาการก่อน ว่าน้ำคร่ำจะออกมาอีกไหม
ถ้าไม่ออกตอนเช้าก็กลับบ้านได้ เจ้าหน้าที่ให้คุณแม่ไปนอนในห้องคลอด
เพราะในห้องเตรียมตัวก่อนคลอด มีคุณแม่ท่านอื่น ๆ นอนเต็มแล้ว คุณแม่ไปนอนห้องคลอดคนเดียว
นอนก็ไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ หวาดหวั่น กลัวนั่นกลัวนี่ คิดไปสารพัด ระหว่างนอนน้ำคร่ำก็ไหลอีก
คราวนี้มีมูกเลือดปนออกมาด้วย คงไม่ไหวแน่ สงสัยว่าลูกคงต้องเกิดที่นี่ซะแล้ว
ไม่ได้กลับไปคลอดที่บ้านแน่ ๆ พอเช้า พยาบาลก็เข้ามาถาม คุณแม่ก็บอกว่าน้ำคร่ำยังไหล
และมีมูกเลือดปนด้วย คุณพยาบาลก็โทรหาคุณหมอ คุณแม่ยังพอเดินได้ คุณแม่ก็ออกไปนอกห้องคลอด
มองหาคุณย่า เพราะตั้งแต่มาถึงเข้าห้องคลอดตอนตีสามคุณย่าก็รออยู่หน้าห้องคลอดตลอด
ไม่รู้คุณย่าเป็นอย่างไรบ้าง เจอคุณย่า คุณย่าบอกว่าคุณพ่อกับคุณปู่ ออกเดินทางจากบ้านมาแล้ว
คุณแม่ใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย คุณแม่แอบจิบน้ำไปเล็กน้อย เพราะหิวน้ำมาก คุณแม่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อน
ขอตระกร้าจากคุณย่า คุณแม่ก็มาอาบน้ำ พอสายคุณหมอมาดู และตรวจภายใน



คุณหมอบอกว่ามดลูกเปิดแล้วประมาณครึ่งเซ็น แล้วคุณหมอก็ให้พยาบาลให้น้ำเกลือคุณแม่
แต่คุณแม่ก็ทราบว่าคุณหมอให้ยาเร่งคลอดกับคุณแม่แล้ว คุณแม่นอนไปซัก 1 ช.ม.
เริ่มรู้สึกเจ็บท้องเป็นระยะ ๆ มันเจ็บร้าวที่ท้องน้อยลงไปหน่วงปากมดลูกแน่ ๆ คุณหมอถามว่าปวดมากไหม
คุณแม่ก็บอกว่ายังไม่มาก ผ่านไปอีกซัก 1 ช.ม. คุณแม่ปวดท้องถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ
คุณหมดก็มาตรวจภายในอีกแล้วบอกว่ามดลูกเปิดแล้วประมาณ 2 เซ็นกว่า ๆ ให้นอนพักไปเรื่อย ๆ
รอมดลูกเปิด คุณหมอถามว่าจะให้คุณหมดบล็อคหลังไหม เจ็บมากหรือเปล่า
คุณแม่ก็บอกว่ายังพอทนได้ ขอตามธรรมชาติดีกว่า คุณหมอก็บอกว่าถ้าทนไม่ไหวก็บอกนะ
ประมาณ 11 โมงเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาบอกว่า คุณพ่อมาแล้ว คุณแม่ก็พยายามลุกจากเตียงเดินออกไปหาคุณพ่อ
ใจอยากร้องไห้มาก ๆ ตอนเห็นหน้าคุณพ่อ แต่คุณแม่ก็อดทนเพราะคุณแม่กำลังจะทำหน้าที่
“แม่” ที่สำคัญยิ่ง คุณพ่อต้องสามารถรับรู้ได้แน่ ๆ แล้วคุณแม่ก็มานอนรอคลอดต่อ



ที่ห้องรอคลอด นอนไปก็เจ็บท้องไป เจ็บไปเรื่อย ๆ เป็นระยะ ๆ คุณแม่ต้องครางออกมาด้วย
เพราะความรู้สึกว่าพอออกเสียงอะไรบ้าง มันจะเจ็บน้อยลง ทั้ง ๆ ที่มันก็ยังเจ็บอยู่เหมือนเดิมนะแหละ
แถมเจ็บมากขึ้น ๆ และเจ็บถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงนี้ทรมานมาก ต้องนอนตะแคงตัว
งอตัวอยู่เกือบจะตลอดเวลา ผ่านไปอีกซัก 1 ช.ม. ประมาณเที่ยง พยาบาลก็พาแม่ไปนอนรอในห้องคลอด
คุณหมอตรวจภายในอีกครั้ง บอกว่าปากมดลูกเปิดแล้วประมาณ 3 เซ็น พยาบาลบอกว่าก็ประมาณนี้แหละ
ชั่วโมงละเซ็น หลัง ๆ ก็จะขยายเร็วขึ้น โอย..นี่คุณแม่ต้องนอนรอคลอดไปอีกเกือบ ๆ 5-6 ชั่วโมงเชียวหรือ
กว่ามดลูกจะเปิด 10 เซ็นให้คลอดได้ แต่คุณแม่ก็อดทนไปอีกราว ๆ 1 ชั่วโมง
คุณแม่ปวดจนจะทนไม่ไหวแล้ว เลยเรียกพยาบาลเข้ามาสอบถามเรื่องบล็อกหลังซะหน่อย
พยาบาลก็บอกว่าถ้าบล็อกหลัง คุณหมอจะฉีดยาเข้าไขสันหลัง ทำให้ตั้งแต่ช่วงท้องลงไปถึงเท้า
จะไม่มีความรู้สึกอะไรเลย จะทำให้ไม่ปวดท้อง ฉีดเข้าไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง
คุณหมอก็จะช่วยเอาเด็กออกให้ หลังจากนั้นอีก 5 ชั่วโมง ขาก็จะเริ่มรู้สึกอีกครั้ง
คุณแม่ก็ถามว่าส่วนมากบล็อกหลังเยอะไหม พยาบาลบอกว่า ส่วนใหญ่ถ้าฝากพิเศษ
จะบล็อกหลังทุกเคส คุณแม่ก็ถามต่อว่า (เพื่อนคุณแม่แซวทีหลังว่า นี่เธอยังมีความสามารถ
สอบถามเขาได้อีกหรือ) เป็นอันตรายอะไรไหม คุณพยาบาลก็ใจเย็นตอบว่า ตอนนี้ยังไม่เป็นไร
แต่อนาคตอาจจะมีอาการปวดหลังได้ แต่ถ้าไม่บล็อก ก็ต้องทนอาจต้องทนไปถึง 4-5 โมงเย็นนู้นแหละ



ตอนนั้น คุณแม่ปวดท้องขึ้นมา ปวดเจ็บร้าวและมีน้ำไหลออกมาในช่วงสุดท้าย
คุณแม่ทนไม่ไหวแล้ว คุณแม่ก็เลยบอกว่าบล็อกก็ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่เขาก็ไปเตรียมตัวจะบล็อกหลังให้แม่
พยาบาลก็มาตรวจภายใน (อีกแล้ว) พอมาตรวจปุ๊บ เขาก็บอกว่า อุ้ย.. เกือบจะคลอดแล้วนี่
8 เซ็นกว่า ๆ แล้ว ไหนลองเบ่งซิ คุณแม่ก็เบ่งไปทีสองที ปวดมาก เจ็บด้วยก็คุณพยาบาลเล่นเอามีคว้าน ๆ
เหมือนจะหาหัวลูกงั้นแหละ แล้วคุณพยาบาลก็ตะโกนโหวกเหวกว่า ไม่บล็อกแล้วนะ คุณหมออยู่ไหน
ลงมีดหรือยัง จากนั้นความโกลาหลก็เกิดในห้องคลอด ใครต่อใครมากมายมาล้อมรอบตัวแม่
ทำโน่นทำนี่ สักพักคุณหมอก็มา มาตรวจภายในอีกแล้ว และก็ลองให้เบ่ง คุณแม่ก็เป็นเด็กดี
เบ่งก็เบ่ง ทั้ง ๆที่เจ็บแทบขาดใจ คุณแม่ร้องใหญ่ พยาบาลจับขาคุณแม่พาดราวแถมมัดขาแม่อีก
มือก็ให้จับที่จับไว้ ให้เบ่ง เป็นระยะ ๆ เจ็บมาก จนคุณหมอถามว่าจะให้หมอฉีดยาสลบให้ไหม
คุณแม่ก็ไม่ตอบ นึกแอบนินทาในใจ จนป่านนี้แล้วยังจะมาถามอีก คุณหมอก็ไม่ว่าอะไร



จากนั้นคุณหมอก็ใช้เครื่องช่วยดูดหัวหนูออกมา ตอนที่หัวหนูจะออกมาคุณแม่เจ็บมาก
ร้องใหญ่เลย คุณแม่รู้สึกถึงความเจ็บ เท่านั้นไม่พอ คุณหมอยังใช้มีดผ่าตัด กรีดเสียงดังพรืด
ยาชาก็ไม่ฉีด (อาจจะฉีดแต่ตอนนั้นคุณแม่คงไม่รับรู้อะไรแล้ว) คุณแม่ร้องลั่นห้องคลอดเลยแหละ
สักพักพยาบาลก็บอกว่าหัวลูกออกแล้ว คุณหมอคงทำการดูดน้ำออกจากปากจากจมูกหนูอยู่แน่ ๆ
เสียงหนูร้องไห้จ้าเป็นสัญญาณของการเริ่มมีชีวิต สักครู่ก็ดึงตัวหนูออกมา ความรู้สึกถึงตัวอุ่น ๆ
ของหนูที่ออกมาจากท้องแม่ คุณแม่รู้สึกปลาบปลื้ม ได้ทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ของความเป็นผู้หญิง
รู้สึกรักคุณยายมากขึ้นอีกเป็นสิบ ๆ เท่า มีความรู้สึกรักและหวงหนูยิ่งกว่าชีวิต



ได้ยินเสียงพยาบาลตะโกนบอกเวลา คงเป็นเวลาที่หนูเกิด คุณหมอบอกว่าหนูเป็นผู้หญิง
และอุ้มหนูวางบนหน้าท้องแม่ ให้คุณแม่เห็นหนูเป็นครั้งแรก ตัวหนูเล็กนิดเดียวคุณแม่มอง
ภาวนาให้หนูสมบูรณ์แข็งแรง และก็สมดังปรารถนา หนูนอนบนท้องแม่ได้แป๊บเดียว
คุณพยาบาลก็พาหนูไปอาบน้ำ คุณแม่ก็พยายามมองตาม ในขณะที่คุณหมอก็ฉีดยาชา
และเย็บแผลให้แม่ ซักพักพยาบาลก็ตะโกนบอกแม่ว่า หนูหนัก 2690 กรัม เขาพาลูกมานอนตรงเตียงเด็ก
คุณแม่ก็มอง ซักพักคุณหมอก็เย็บแผลเสร็จ ให้คุณแม่นอนพักผ่อน (คุณแม่มาคิดได้ทีหลังว่า
วันนั้นคงมีแม่คนเดียวที่ตะโกนลั่นห้องคลอด ตอนที่นอนรอในห้องคลอดทำไมไม่ได้ยินเสียง
คุณแม่ท่านอื่นร้องเลย ได้ยินแต่เสียงเด็กร้อง เดี๋ยวอุแว้ ๆ เพราะทุกเคสเขาบล็อกหลังนั่นเอง
ถึงไม่มีเสียงร้องของแม่ มีแต่คุณแม่เท่านั้นที่คลอดธรรมชาติเลยร้องซะโหวกเหวกลั่นโรงพยาบาล



ซักครู่ พยาบาลก็อุ้มหนูมาให้แม่ เมื่อแม่เห็นหน้าลูก แม่ก็ร้องไห้ นี่หรือลูกของแม่ หนูน่ารัก
ตัวเล็กนิดเดียว แขนยาวขายาวผิวขาวเนียนละเอียด หัวหนูก็ยาวด้วย สงสัยว่าเครื่องดูดจะดูดหัวลูกแม่แน่ ๆ
หนูยาว 49 ซ.ม.หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ปากนิดจมูกหน่อย ตอนนี้ไม่มีใครอีกแล้วที่จะน่ารักเท่าลูกของแม่
หนูร้องไห้เสียงดังจ้าเชียว พยาบาลมาสอนให้หนูดูดนมแม่ พอเอานมเข้าปากลูกได้ ลูกก็ดูดทันที
จ้วบ ๆ สัญชาติญาณของเด็กทารก แม้จะยังไม่มีน้ำนมให้ลูกในวันนี้ก็ตาม ต้องให้ลูกดูดกระตุ้นทุก ๆ 2 ชั่วโมง
น่าสงสารจริงดูดแล้วก็ไม่มีน้ำนมออกมา (จากนั้นวันที่สองน้ำนมแม่ถึงไหลออกมาให้ลูกดื่มกินได้)
นอนพักอีกซักประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราแม่ลูกก็ถูกพาออกจากห้องคลอด คุณพ่อรออยู่หน้าห้องคลอด
ได้อุ้มหนูเป็นครั้งแรก อุ้มพาหนูเดินตามแม่ไปยังห้องพัก นี่แหละนาทีที่ยิ่งใหญ่ของแม่ ..










Create Date : 12 สิงหาคม 2552
Last Update : 12 สิงหาคม 2552 13:17:27 น. 2 comments
Counter : 1387 Pageviews.

 
ยินดีด้วยนะคะ


โดย: ขวัญ (kwan_3023 ) วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:12:07:06 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: pet.sp วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:13:36:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

SongPee
Location :
ลำพูน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]









SongPee' Bloggang
ยินดีต้อนรับจ้า !!

"ยินดียิ่งแล้ว แขกแก้วมาเยือน"

สองพีเป็นเหมือนเป็ดค่ะ
จะบินก็บินไม่ได้เหมือนนก
จะว่ายน้ำ ก็ว่ายน้ำไม่ได้เหมือนปลา
สนใจมันทุกอย่าง แต่ไม่เคยลงลึกเลยซักอย่าง
ตามประสา.. เอิ๊กกกส์
blog นี้เลยออกมาเหมือนเป็ด ..
ขอให้มีความสุขกับทุกวันจ้า !!


Pit Songpee | ..


..เรื่องเล่า ถึงเจ้าของ blog..



ขอชี้แจง แถลงไข
แนะนำตัวเองไว้สักเล็กน้อย

ก็ออกตัวตั้งแต่ต้นว่าเป็น "เป็ด"
ดังนั้น ถ้าจะเห็นว่า อ้าว !! คราวนั้นคุยเรื่องนั้น
คราวนี้โดดเรื่องนี้ ห่างกันเป็นหลายกิโล..

อยากบอกว่า ก็แล้วแต่อารมณ์ จะทำไงดี
เป็นคนที่มีหลายอย่างในตัวมากกกก
(หมายถึงความรู้สึกนะจ๊ะ .. มีหลายภาพ 55)
อยากบอกว่ามีครบทุกรส ก็ออกจะเกินจริง

ไดอารี่ ก็ชอบเขียน หนังสือ ก็พอรีวิวได้
นักเขียนจะให้เขียนก็คงโอ ท่องเที่ยวก็ชอบ
ต้นไม้ดอกไม้ กล้วยไม้ก็ชอบ ครอบครัวเด็ก ๆ
ก็ลูกตัวน้อย ๆ กำลังน่ารัก ห้องครัวหรือ
ก็ทำอะไรอร่อยทานได้ ถักนิตติ้งโควเชต์ก็ชอบ
ข่าวคราวเหรอ ก็พออัพเดทนะ
ไดเอ็ท ออกกำลังก็พอรู้ เขียนหนังสือ
เล่าเรื่องหรือแม้กระทั่งบทกลอน ก็พอได้
แล้วชั้นจะ ...

เล่าอะไรตรงไหน .. ก็ตามประสาเป็ดไง

แต่ทุกอย่างที่ว่ามา "ไม่สุดยอดเลยซักอย่าง"
แล้วจะเป็นอะไรดี

ก็ขอบอกว่า เป็น "เป็ด" อย่างเดิมนี่แหล่ะค๊า..
ออกภูมิใจ๊ภูมิใจ .. อิอิ

เพราะงั้นไม่ต้องงง ถ้าวันก่อนมาเจอ
ยาวสามหน้า แล้ววันนี้มา เจอแค่กลอนบทเดียว..

คริคริ เอาเป็นว่าเรารู้จักกันแล้วนะ ..







: คนหลงเข้ามา

อัพใหม่ ๆ ใสสุด ๆ

~*~..กม.120 ถนนสายนี้มีตะพาบ : 2014 ในความทรงจำ^^..~*~

~*~ วันพ่อปีนี้คุณทำอะไร ~*~

~*~ ..โปรแกรมความรัก..~*~

~*~..กม.119 ถนนสายนี้มีตะพาบ : เริ่มต้นใหม่..กับใจดวงเดิม^^..~*~

~*~.. แววตาปนเปื้อนด้วยรอยยิ้ม ...~*~

~*~ หนาวนี้ไปไหนดี ~*~

งานก่อผนัง..เริ่มแล้ว

จากเสา.. ก็เป็นคานและพื้นชั้นสองกันหล่ะ

4. ปมปัญหาต่างๆ ในอดีต

3. ที่สุดของคำตอบก็คือตัวเรานั่นเอง

2.จงค้นหาเพื่อค้นพบวิถีแห่งตนเองด้วยตนเอง

New Comments
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add SongPee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.