Group Blog
 
 
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
24 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
สุดยอดอาหารช่วยเผาผลาญไขมัน ไม่ทานไม่ได้แล้ว

           ยุคนี้ใคร ๆ ก็อยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และกระแสไดเอตแบบสุขภาพดีก็กำลังอินเทรนด์ นอกจากการออกกำลังกายเป็นประจำและทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การทานอาหารที่ช่วยเผาผลาญพลังงานก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดี หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มได้ดังใจ นอกจากนี้อาหารที่ช่วยเผาผลาญยังมีคุณประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ดังนี้

 เกรปฟรุต 

          ผลไม้ตระกูลซิตรัสที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและกระปรี้กระเปร่าได้แม้จะให้แคลอรี่ต่ำนอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์

 ข้าวโอ๊ต

          ข้าวโอ๊ตไฟเบอร์สูง ช่วยลดคอเลสเตอรอลและไขมันในเส้นเลือด และยังอยู่ท้อง เหมาะกับเป็นอาหารเช้าในวันที่เร่งรีบ

 ชินนาม่อน (อบเชย)

          ทานในปริมาณครึ่งถึง 2 ช้อนชาต่อวัน ให้พลังงานต่ำและช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งลดระดับคอเรสเตอรอลได้ถึง 10-25%

 อะโวคาโด 

          มีเอนไซม์ที่ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร ช่วยเผาผลาญพลังงาน จึงเหมาะสมในการลดน้ำหนัก และช่วยให้ร่างกายมีความสดชื่น สดใส และมีผิวพรรณสดใส

 อาหารรสเผ็ด

          สารแคปไซซินที่มีอยู่ในพริก มีฤทธิ์ช่วยเผาผลาญได้เป็นอย่างดี และช่วยป้องกันภาวะเลือดแข็งตัว

 กาแฟ 

          ช่วยทำให้คุณตื่นตัว โลหิตสูบฉีด และช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี แต่ควรดื่มกาแฟดำจะเป็นการดีที่สุด โดยเฉพาะดื่มก่อนออกกำลังกายราวครึ่งชั่วโมง

 ชาเขียวและชาอู่หลง

          ในชาทั้งสองประเภทนี้มีสารคาเทชิน ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน อย่างไรก็ตามก่อนจะซื้อชาบรรจุขวดตามร้านสะดวกซื้อ ควรตรวจดูฉลากก่อนทุกครั้งว่ามีน้ำตาลสูงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจได้ความอ้วนและโรคเบาหวานมาแทน

 น้ำเปล่า

          เพียงดื่มน้ำเปล่าปริมาณ 240 มล. เป็นประจำวันละ 8-10 แก้ว ก็ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญมากกว่าปกติแล้ว


 Did You Know?

           สาว ๆ ต่างชาติมักจะมองสาวไทยด้วยความอิจฉา ที่ยังมีรูปร่างเล็กและบอบบาง ทั้งที่สาวไทยนั้นกินจุบจิบทั้งวัน แต่จริง ๆ แล้วการกินจุบจิบของสาวไทยเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ไม่อ้วน เพราะการกินในปริมาณน้อยแต่บ่อย ช่วยให้ไม่รู้สึกหิวจนเกินไป และจะไม่กินเยอะจนเกินไปเมื่อถึงเวลาของมื้อหลัก นอกจากนี้ในอาหารไทยรสจัดจ้าน ก็ยังเต็มไปด้วยพริกและเครื่องเทศที่ช่วยในการเผาผลาญอีกด้วย

           25.125% คือ ค่าเฉลี่ยคนไทยที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วน ในปี 2013 โดยพบในเพศหญิงอายุมากกว่า 20 ปี 39.7% เพศชาย 32.1%




Create Date : 24 ตุลาคม 2557
Last Update : 24 ตุลาคม 2557 14:04:40 น. 0 comments
Counter : 442 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 1025194
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1025194's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.