Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
20 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 

วัดโลกโมฬี เชียงใหม่

วัดโลกโมฬี เชียงใหม่



วัดโลกโมฬี สร้างขึ้นในสมัยใดนั้นยังหาหลักฐานได้ไม่แน่ชัดแต่จากหลักฐานที่ ปรากฏอยู่ในตำนานวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ (ฉบับพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔) มีความว่า "
เมื่อ พ.ศ. ๑๙๑๐ พระเจ้ากือนาธรรมิกราช กษัตริย์ล้านนารัชกาลที่ ๖ แห่งราชวงศ์เม็งรายและรัชกาลที่ ๓๑ หากนับแต่พระเจ้าลวจังกราช เป็นต้นมา พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม
และมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก
พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสใน
พระมหาอุทุมพรบุปผมหาสวามีเจ้า
เมืองมติมา (เมืองเมาะตะมะ) จึงใช้ให้ราชบุรุษไปอัญเชิญพระมหาเถระเจ้ามาสืบศาสนาในล้านนา
แต่พระมหาเถระทรงชราภาพ จึงให้พระอนันทะเถระและพระเถระที่เป็นศิษย์อีก ๑๐ รูป มายังนครเชียงใหม่และจำพรรษาอยู่ที่วัดโลก" และการที่พระเจ้ากือนา นำพระเถระที่พระองค์เคารพศรัทธาและเป็นแขกต่างเมืองไปพักจำพรรษาที่วัดโลก วัดนั้นจะต้องเป็นวัดที่เหมาะสมใหญ่โต เป็นสัปปายะสถานเป็นแน่แท้

เจดีย์วัดโลกโมฬี



เจดีย์วัดโลกโมฬี มีหลักฐานปรากฏอย่างชัดเจนว่า เจดีย์ของวัดโลกโมฬีในปัจจุบันเป็นเจดีย์ที่สร้างปลาย พุทธศตวรรษที่ 21 ตำนานระบุว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระเมืองเกศเกล้า เมื่อ พ.ศ. ๒๐๗๑ เป็นเจดีย์ทรงปราสาท ได้มีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่องที่เจดีย์วัดโลกโมฬี การพัฒนารูปแบบได้เพิ่มความสูงของเจดีย์คือ ส่วนฐาน ได้แก่ชุดฐานปัทม์ ลูกแก้ว อกไก่ เพิ่มเป็น ๒ ชุดอย่างชัดเจนโดยฐานปัทม์ชั้นล่างไม่มียกเก็จ ที่ฐานปัทม์ชั้นที่สองมีจำนวนยกเก็จที่เพิ่มมากขึ้น และเป็นมุมที่มีขนาดเล็กล ส่วนกลาง ยังคงเป็นเรือนธาตุในผ้าสี่เหลี่ยมยกเก็จ ที่มีขนาดของมุมเล็กลง และจำนวนของมุมมากขึ้นเช่นเดียวกับฐานปัทม์ด้านล่าง ทั้งสี่ด้านของเรือนธาตุมีซุ้มจระนำ มีรูปแบบของซุ้มลดได้ กรอบซุ้มจระนำมีการผสมผสานกันทั้งกรอบแบบคดโค้ง และกรอบแบบวงโค้ง ตลอดจนแนวของลูกแก้ว อกไก่ที่ประดับเสารับซุ้มจระนำ ก็มีขนาดเด่นขึ้น กลายเป็นรูปงอนคล้ายบัวคว่ำที่เรียกกันว่า ปากแล ส่วนยอด เหนือเรือนธาตุ มีการพัฒนาความสูงโดยเพิ่มจำนวนของชั้นลดรูปฐานปัทม์ลูกแก้ว อกไก่ ยกเก็จซ้อนกันสามฐาน รับทรงระฆังและบัลลังก์สิบสองเหลี่ยม ปล้องไฉนและปลี ซึ่งองค์ระฆังและบัลลังค์นั้น เป็นลักษณะร่วมของเจดีย์ทรงระฆัง

พระประธานภายในพระวิหาร



พระวิหารด้านข้าง แกะสลักสวยงามแบบศิลปะล้านนา



สมัยพระนางจิรประภาเทวีเป็นกษัตริย์เชียงใหม่ (ครองราชย์ พ.ศ.๒๐๘๘-๒๐๘๙) สมเด็จพระไชยราชาธิราช กษัตริย์อยุธยา ยกทัพขึ้นมาหมายจะตีเมืองเชียงใหม่ พระนางจิรประภาแต่งเครื่องบรรณาการไปถวาย และทูลเชิญสมเด็จพระไชยราชาธิราช เสด็จมาทำบุญที่กู่พระเมืองเกศเกล้าที่วัดโลกโมฬี พระองค์ได้พระราชทานราชทรัพย์ทำบุญไว้กับกู่พญาเกศอีก ๕,๐๐๐ เงิน
กับผ้าทรง ๑ ผืนและพระราชทานรางวัลให้กับเจ้านาย ขุนนางที่รับเสด็จ


สภาพปัจจุบันของวัดโลกโมฬี

เดิม วัดโลกโมฬี มีสภาพเป็นวัดร้าง โดยวัดได้ร้างไปเมื่อคราวเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีโฉนดออกเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ผืนที่ ๑ มีเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ๒๘ ตารางวา ผืนนี้มีเจดีย์ตั้งอยู่ ผืนที่ ๒ มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๓ งาน ๙ ตารางวา มีซากโบราณสถานอยู่ วัดโลกโมฬี ได้รับการรื้อฟื้นจากการเป็นวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ โดยคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้พระญาณสมโพธิ เจ้าคณะอำเภอเมือง เชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ และพระครูประภัทร์ธรรมรังษี เจ้าคณะตำบลศรีภูมิเขต ๓ ดำเนินการพัฒนาบูรณะวัดโลกโมฬี จนกระทั่งวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๔๔ กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติให้ยกวัดโลกโมฬี (ร้าง)
เป็นวัดมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษอย่างถูกต้องตามกฏหมาย และได้แต่งตั้งให้
พระญาณสมโพธิ เป็น รักษาการเจ้าอาวาส
วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่ เลขที่ ๒๒๙ ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พระมหาเจดีย์เก่าแก่


พระวิหารที่ได้รับการสร้างใหม่ เป็นศิลปะล้านนา

ลายปูนปั้นศิลปะล้านนา

กุฏิสงฆ์รูปทรงล้านนา




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2554
6 comments
Last Update : 20 พฤษภาคม 2554 5:52:46 น.
Counter : 1545 Pageviews.

 

สวยมากเลยค่ะ น่าไปๆๆๆ

 

โดย: auau_py 20 พฤษภาคม 2554 8:28:19 น.  

 

พึ่งกลับมาเองสวยจริง เชียงใหม่นี่มีเสน่ห์มากเลย

 

โดย: *SUPRA* 20 พฤษภาคม 2554 9:23:39 น.  

 

ยืนยันว่าสวยมากค่ะ แต่ตอนที่ไปดู ไปถ่ายรูปเองทำไมไม่สวยแบบนี้น๊า

 

โดย: ด.ญ คณิตกร 20 พฤษภาคม 2554 12:32:09 น.  

 

แวะมาเยี่ยมชมครับขอฝากเว็บแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวขอบคุณครับ

 

โดย: travelplace (loveyoupantip ) 2 มิถุนายน 2554 13:08:51 น.  

 

ขอบคุณจ๊าดนักเจ้า ตี้แวะมาแอ่วหาตี้บล็อก และขอบคุณกุ้คอมเม้นท์ตี้เป็นกำลังใจ๋แต้ๆ เน้อเจ้า บล็อกยังบ่างามเท่าใด
ขอฝากเว็บใหม่ตวยเน้อเจ้า

http://www.kaengho.com/

ขอบคุณเจ้า

 

โดย: น้ำโซดา@kaengho.com (sodacawaii ) 5 สิงหาคม 2554 4:43:04 น.  

 

 

โดย: register (nrokas_1 ) 25 กันยายน 2554 14:25:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


sodacawaii
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sodacawaii's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.