สมรัชนะ( นายแบก(อาหาร) - นักเขี่ย(หนังสือ) - นักท่องเที่ยว(ยามเมื่อว่าง) -ฝากพ็อกเก็ตบุ๊คเรื่องโหด มันส์ ฮา ประสาลูกเรือ(สำราญ)วางแผงแล้วทั่วไทย-The3 pocket book is in all leading bookstores in Thailand soon.ฮาวทู ผสมประสบการณ์ลูกเรือไทยในต่างแดน แสนฮา สุดมันส์ เศร้า เคล้าน้ำตา ประสาลูกเรือ โดย สมรัชนะ มูลสาย...
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
บ อ ก รั ก แ ม่ ใ ห้ โ ล ก รู้ (ฉบับแก้ไขที่บางคนเคยร้องไห้มาแล้ว)โดย โอม สมรัชนะ(สัตว์ครึ่งบกครึี่งน้ำ/ลูกเรือไทยไปรอบโลก& ลูกของแม่ที่เชียงราย)

บ อ ก รั ก  แ ม่ ใ ห้ โ ล ก รู้ (ฉบับแก้ไขที่บางคนเคยร้องไห้มาแล้ว)โดย โอม สมรัชนะ(สัตว์ครึ่งบกครึี่งน้ำ/ลูกเรือไทยไปรอบโลก& ลูกของแม่ที่เชียงราย) 


เคยพิมพ์สัมผัสอย่างไว ออกจากใจตอนนั้นอยู่ที่ประเทศโครเอเซีย เมื่อเดือนที่แล้ว

แต่ตอนนี้ วันนี้อยู่ที่บ้านหลังที่ปลูกให้แม่เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ในเขตรั้วที่เกิด ณ แผ่นดินแห่งนี้  ( 14 สิงหาคม 2555 )


"แม่ครับ วันนี้ผมได้กลับมากราบเท้าของแม่แล้วนะครับ  จากไปไกลรอบโลก 76 ประเทศ ไม่มีที่ไหนจะอุ่นใจ สุขใจเท่าบ้านเรา และสุดแสนอิ่มใจที่ได้อยู่กับแม่ครับ"   


๙๙๙แม่ผู้ให้กำเนิดผม.... 

วันที่9เดือน9หลังจากแม่ฟังข่าววิทยุเวลาเก้าโมงกว่า ๆ พ่อกุลีกุจอรีบต้มน้ำร้อน แล้วก็วิ่งไปเรียกหมอตำแยมาทำคลอดที่บ้านไม้หลังเก่า(ซึ่งตอนนี้บ้านหลังนี้ก็ยังอยู่) เสาต้นเท่าถังน้ำมัน เป็นบ้านไม้ ผมคลอดที่ช่องไม้ในห้องนอนแม่ 

อุแว๊ ๆ !!!!   อุ๊แว๊ๆ  ยายข้างบ้านบอกว่า เมื่อกี้ยังนั่งคุยกันอยู่ดี ๆ กลับไปบ้านแป๊บเดียว ก็คลอดผม "ลืมตาดูโลก" 9 กันยา 2518 ณ บ้านเลขที่ 98 เด็กชายตัวน้อยๆ เริ่มลืมตาอ้าปากแล้วครับ..


๙๙๙กว่าแม่จะเลี่้ยงผมจนเติบโหญ่...

พอหนึี่งขวบเกิดอาการ น่าเป็นห่วง ท้องร่วง ตัวซีด แม่และพ่อพากันนั่งเกวียนจากบ้านทุ่งยั้ง ต.ผางาม อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เพื่อจะดั้นด้นไปหาหมอที่ในตัวเมือง ซึี่งต้องผ่านป่า ทุ่งนา ที่เต็มไปด้วยสารพัดสัตว์ดุร้ายนานาชนิด เสือ สิง กระทิงแรด ยังมีให้เห็นในสมัยย้อนไป 2518  แต่เพื่อชีวิตของลูกชายตัวน้อย ๆ ลูกชายคนเล็กของพ่อและแม่ ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน พ่อและแม่ฟันฝ่าพาผมไปรักษาตัวให้หายจนได้   พอโตขึ้นมาหน่อย แม่บอกว่า ผมเลี้ยงง่ายเหลือเกิน อุ้มไปนั่งที่ไหนก็นั่งอยู่ตรงนั้น ไม่กระดุกกระดิก จนแม่คิดว่าผมนั่งสมาธิ เอ้ยไม่ใช่ครับ แม่เข้าใจว่า ผมคงเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ก็เป็นโรคเอ๋อ  เพราะแม่ไม่ได้ฝากครรภ์ เคยไปพบหมอ แม่บอกว่าแม่อายุเกือบจะสี่สิบแล้วมีลูกจะอันตรายหรือไม่ จะพิการหรือเปล่า สารพัดห่วงแสนห่วง หากไม่สมประกอบก็แล้วแต่หมอจะให้แท้งหรืออยู่ต่อไป  บังเอิญความดันทุรังจะลืมตาดูโลกของผมมันแรงกล้า พุ่งออกมาจนได้ เพราะตอนนั้นคงคิดว่า เป้าหมายมีไว้พุ่งชน (จ๊ากกกกก)  โตมาหน่อยกินข้าวเหนียวกับนมข้นหวานก็ผ่านไปได้ กินอาหารทุกอย่างแต่ไม่เหนือมาก จนคนอื่นคิดว่า เป็นคุณหนูจอมปลอม 

พอถึงวัยเรียน แม่ส่งผมเรียน ร.ร.รัฐบาล คำว่าอนุบาลต้น อนุบาลหนึี่ง สองลืมไปได้เลยครับ แม่ไม่รู้จัก เริ่มเรียนก็ปอหนึี่ง ..."หนูจำได้ครูสอนปอหนึี่ง" (เพลงของพิมพา พรศิริ) เดินไปโรงเรียนแค่ข้ามสี่ห้าหลังคาเรือน  ตั้งใจเรียนมว๊ากกกกก   แต่รอ วัน เดือน ปี โดยเฉพาะวันศุกร์ ที่หอประชุมจะสวดมนต์ยาวแสนยาว ทรมานนั่งนานอยากกลับบ้าน อยากให้ถึงวันเสาร์ อาทิตย์ไวๆ  แต่ที่จำได้เสมออีกหนึี่งเรื่องประทับใจคือ ตอนเปิดเทอมใหม่ มีสมุด "ห้ามขาย" ปกสีน้ำตาล ด้านหลัง เป็นยาเสพติด หัวกะโหลกไขว้ ได้กลิ่นกระดาษใหม่แล้วดีใจยิ่งนัก พร้อมกลิ่นดินสอ ยางลบ  ไม่เชื่อลองดมกลิ่นเหล่านั้นดูสิครับ ความสุขของคุณจะแว๊บมาอย่างคาดไม่ถึง ..  เรียนฟรีที่รัฐบาลสนับสนุนเต็ม รักเรียนจนได้เกรดสี่ทุกวิชาบังคับ  วันที่เรียนจบ ผู้ปกครองทุกคนมาร่วมแสดงความยินดี  "สอนลูกจะไดปะล้ำปะเหลือ ได้เกรดสี่หมดเลย ข๋อยปะโทะ"  (สอนลูกยังไงเหรอ ถึงได้เกรดสี่หมดเลย อิจฉาจริง)  เสียงของชาวบ้านชมแม่ ผมได้ยินแล้วแอบดีใจและภูมิใจที่มีคนมาชมแม่ของผม แม้ตั้งแต่เกิดจนโต แม่ไม่เคยได้รางวัลอะไรใดๆทั้งสิ้นแต่แม่ได้รางวัลความรักสุดโค่ยจากผมและพี่ๆทุกคนครับ    ช่วงวันแม่ ที่โรงเรียน แม้แม่จะไม่ค่อยว่างเพราะต้องทำอาหาร ขายของหวานข้าวเหนียวดำ แม่ก็จะมาร่วมพิธี  "ผมก้มกราบเท้าแม่"  น้ำตาไหลรินอาบแก้มอย่างไม่อายใคร แม้จะจำได้ว่าปีแรกก็เขิน ๆ ปีต่อไปมั่นใจ ...ร้องแน่ ร้องให้เต็มที่ไปเลย อายทำไม  จำภาพนั้นได้เสมอแม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน


๙๙๙แม่ทุกคนหวังให้ลูกได้เรียนสูงๆ....

แม่บอกผมเสมอว่า แม่ไม่มีเงินส่งเสียให้ลูกเรียนสูงๆได้ ขอให้ลูกตั้งใจเรียน และ เรียนให้สูงๆ จะได้ไม่ยากจนเหมือนแม่และพ่อ  ผมถูกส่งให้ไปเรียน ม.ต้น กับพี่สาวที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคม  อ.แม่จัน  ตื่นแต่เช้าตีสี่กว่าตีห้า ช่วยทำงานขายของ เลี้ยงหมู หุงข้าว แล้วก็นั่งรถไปเรียน  อยู่ได้ปีกว่าๆ คิดถึงบ้านและอยากมาอยู่กับพ่อและแม่ พอดีมีโรงเรียนขยายโอกาสการศึกษา จัดตั้งใหม่ ร.ร. ดอนศิลาผางามวิทยาคม เป็นโรงเรียนประจำตำบล จึงย้ายมาเรียนต่อ ที่นี่ .. ด้วยการปั่นจักรยานไปโรงเรียน วันละ 20 กิโลเมตร ช่วงหน้าฝน season change ! ลำบากมว๊ากกกกก ทั้งขี้โคลน ทั้งเปียกปอน พอฤดูกาลเปลี่ยนไปหน้าหนาว หนาวจับใจ ไออุ่นที่คุ้นเคยอยากมียิ่งนัก ใส่เสื้อกันหนาวจะมีก็ไม่กี่ตัวจำได้หมดทุกตัว  ... ขนคิ้ว ขนหน้าแข้งเปรียบดังเกล็ดหิมะปกคลุม อากาศหนาวสั่น ปั่นไปโรงเรียน  เรียนเป็นรุ่นที่สองมีอาคารเดียว พออยู่มอสามได้เป็นรองประธาน ภูมิใจที่ได้(เป็นนักร้องนำ หุหุ ...)ร้องนำเพลงชาติไทย ..."ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยฯ"  เข้าเรียนศึกษาวิชาชีพทุกหลายอย่าง ตัดผม จัดเสียงตามสายโรงเรียน เป็นต้น  พอจบมอต้น ครูแนะแนวเขียนหนังสือส่งไปโรงเรียนตัวเมือง ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย  ได้ทุนจากหลายธนาคาร ห้าง ร้าน เทอมละ 600 บาท ดีใจและไม่เคยลืมพระคุณเลย  ไปอยู่กับอาจารย์ที่บ้านพัก ด้วยความรักและคิดถึง จึงขอเดินรถไปกลับ เพื่อจะได้มาอยู่กับแม่และพ่อ ทางโรงเรียนมีโครงการหารายได้ระหว่างเรียน  รักงานขาย (แต่ไม่เคยคิดจะขายตัวและหัวใจ เหมือนคำสบประมาทของคนอื่นที่มองชาวเหนือชอบขายตัว) ขายลูกชิ้น ไส้กรอก แม่ตื่นแต่เช้าช่วยทอดลูกชิ้น และทำน้ำจิ้ม ผมหิ้วใส่ถุงไปขายให้เพื่อน ๆ ในห้องเรียน  พอมีรายได้จ่ายค่าเทอม ค่ารถ และค่าเล่าเรียน ได้รับความเมตตาจากครูอาจารย์ทุกท่าน  เรื่องถึงข่าว นสพ.ไทยรัฐ เขียนประกาศลงหน้าการศึกษา ถ่ายรูปคู่กับผู้อำนวยการและครูประจำห้อง (อ.สารัฐ ที่วันนี้ (14 สิงหาคม) ไปโรงเรียนเก่าไปถ่ายรูปร่วมกับท่านมาด้วย)  ได้ลง นสพ. แม่ดีใจ เก็บหนังสือพิมพ์เล่มนั้นไว้อย่างดี  พอเรียนจบมอปลาย จึงส่งตัวเองไปเรียน มหาวิทยาลัยประชาชน รามคำแหง ณ มหานคร  คิดแต่ว่าอยากทำงานราชการ จึงเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์  จนจบปริญญาตรี ภายในสามปี และได้รับทุนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ เรียนฟรีตลอดหลักสูตร รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ทุกวันนี้แม้จะเรียนจบป.ตรี แต่ผมคิดเสมอว่า ผมจะเลือกเรียนในทุกวันของชีวิต เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร เราได้เรียนรู้ในวันใหม่ ๆของเราเสมอ  แม้กระทั่งไปทำงานเรือสำราญรอบโลก ก็เหมือนกับอยู่มหาวิทลาลัยแห่งชีวิต ที่จะต้องศึกษา ศิลปะวัฒนธรรม กฎหมาย ความเป็นอยู่ของแต่ละประเทศเพื่อความอยู่รอด และ สนุกกับมัน ป.โท ป.เอกหาได้สำคัญสำหรับผมอีกต่อไป 


๙๙๙แม่เคยถามผม ว่าอยากทำงานอะไรหรือลูก  ...

 ผมบอกแม่ว่า ผมไม่รู้ว่าจะประกอบอาชีพอะไร แต่ก็อยากรับราชการเพื่อแม่และพ่อจะได้เบิกค่ารักษาฟรี (คิดได้แค่นี้ล่ะครับตอนนั้น อิอิ)  บอกแม่ว่าผมไม่อยากทำนา เพราะหุ่นไม่ให้ ใจก็ไม่รัก อีกอย่างรู้แต่ว่าอยากหาเงินมาทดแทนบุญคุณแม่ ที่เลี้ยงผมมา ผมอยากให้แม่สบาย เพราะแม่ทำนา หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน มีเงินกินอยู่แต่ไม่พอเก็บ  แม่ก็เลยบอกผมว่า  "ลูกทำงานอะไรก็ได้ ขอให้ลูกของแม่เป็นคนดี"    วันนี้ผมจับพลัดจับผลูทำอาชีพ "บ๋อยอินเตอร์" อาชีพที่หลายคนไม่เคยอยากให้ลูกตัวเองทำงานอย่างนี้  เพราะ "เด็กเสิร์ฟ"ในสายตาและความคิดของคนไทย ไม่มีอะไรดีที่จะไปสู้ใครเขาได้ (และผมไม่ชอบสู้ใคร)  แต่บังเอิญผมติดดีกรี เป็น "เด็กเสิร์ฟอินเตอร์"  จึงเลือกที่จะพิสูจน์ให้แม่รู้ว่า ลูกของแม่ทำงานสุจริต มีรายได้พอที่จะเลี้ยงแม่ มีอยู่วันหนึี่งแม่เปิดทีวีดู เห็นรายการทีวีกล่าวถึงหนังสือเล่มล่าสุดผมเขียน แม่ดีใจมาก ปลื้มจนต้องรีบบอกผมว่างั้นเหอะ  ตอนนี้ผมร่วมกับพี่สาวพี่เขย เปิดบริษัทรับกรีดยางพารา ที่ จ. เชียงราย แม้มันจะเป็นงานที่ท้าทาย แต่ก็พิสูจน์ให้แม่เห็นแล้วว่า ลูกของแม่ก็กลับมาเป็นเกษตรเหมือนแม่ได้เหมือนกันนะ     


๙๙๙ตอบแทนแม่ด้วยเงินจากน้ำพักน้ำแรง และลำแข้งของลูกชาย....

ตอนนั้นพอทำงานด้วยเรียนด้วย โดยเลือกเป็น "บ๋อย" ที่โรงแรมในกรุงเทพฯ เพื่อเอารายได้ส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง  เก็บทิปจากลูกค้าไว้ใช้จ่าย เอาเงินเดือนสี่พันกว่าบาทส่งให้แม่  หัวใจพองโตที่เกิดความรับผิดชอบได้แสดงให้เห็นว่า ผมจะทำให้ได้  โดยรับปากพ่อก่อนที่พ่อจะจากพวกเราไป   "ผมจะดูแลแม่ ผู้หญิงที่พ่อรักและใช้ชีวิตอยู่ด้วยจนวินาทีสุดท้ายครับ"     เรียนจบรามคำแหง จึงแข็งแกร่ง เริ่มโกอินเตอร์ไปเป็น "ขี้ข้า ข้ามแดน"  ทำได้สองสามปี จึงปลูกบ้านหลังเล็ก ๆ และ ถอยรถเก๋งป้ายแดง ซื้อด้วยเงินสด ปลูกบ้านเงินสดให้แม่    

"สร้าง ศรีวรรณ บ้านนี้ให้ ใจรักเอย" คำกลอนที่แต่งให้แม่ท่อนสุดท้าย  หลังจากนั้นก็ใช้บัญชีเดียวกันกับแม่  โดยส่งเงินกลับมาไทยแลนด์ตลอด เดือนละหลายหมื่นบาท ยิ่งสมัยก่อนบางเดือนได้แสนกว่าช่วงที่ค่าเงินบาทลอยตัวลิบลิ่ว แม้ตอนนี้ได้ไม่ถึงแสน แต่แม่ก็ไม่เคยเอาเงินใช้เลย เพราะแม่เป็นคนประหยัดมากถึงมากที่สุด จนอยู่ขั้นประเภทขี้เหนียวเรียกแม่  ทุกวันนี้นอกจากจะตอบแทนด้วยเงิน อันเป็นปัจจัยห้าแล้ว สิ่งที่ผมคิดว่าสมควรค่าที่ผมคู่ควรมากที่สุดในการตอบแทนแม่ คือ การมอบความรัก และความห่วงใยให้ท่านทุกคืนวันเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง และการทำตัวเป็นลูกที่ดีของแม่ แค่นี้ก็เหมือนวิตามินเยียวยาหล่อเลี้ยงหัวใจแม่ให้อยู่กับพวกเราตลอดไปแล้วล่ะครับ


๙๙๙ลบคำประมาท นินทาของชาวบ้าน.... 

ชาวบ้านหลายคนชอบสอดแนมเรื่องของชาวบ้าน พอเห็นปลูกบ้าน ซื้อรถเก๋งให้แม่ แทบทุกคนต่างครหานินทา คิดว่าลูกชายคนเล็กไปขายตัวอยู่่ต่างแดน เป็นแฟนฝรั่งดั้งขอ   ตอนนั้นก็บอกกับตัวเองเสมอว่า "อย่าได้แคร์"  แต่ก็ประกาศให้โลกรู้ว่า  ลูกชายคนเล็กของแม่ไปทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต เป็น "มือเสิร์ฟทีมชาติไทย"  ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด จึงได้ไอเดียเจิด คิดขีดๆเขียนๆหนังสือแชร์ประสบการณ์ให้ชาวโลกได้รับรู้    แม้แมกกาซีนบางเล่มที่ผมเคยเขียนบทความ อาทิเช่น เพื่อนเดินทาง, ซีเครต ,WHO,Crow เป็นต้น  แม่จะเก็บไว้อย่างดี หากแขกไปใครมาแม่จะเป็นคนไปหยิบหนังสือและรูปภาพมาให้ดู  เพราะแม่เชื่อว่าลูกของแม่ทำได้  ทุกวันนี้หากใครยินดีด้วยก็ดีใจ หากใครจะคิดร้ายก็บอกแม่เสมอว่า ชีวิตของคนเราไม่ได้อยู่กับ ปาก คอ ของชาวบ้าน ใครใคร่ว่านินทา ว่าไป มุ่งหน้าทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแค่นี้ล่ะครับ


๙๙๙แม่ผู้ห่วงและให้อภัยลูกเสมอ...

ตอนเป็นเด็กบ่อยครั้งที่ไม่เข้าใจแม่ ทะเลาะกับแม่ แต่แม่ก็จะมาง้อและชี้เหตุและผลเสมอ มีเรื่องแย่กว่านั้นชอบหลอกแม่ว่าจะฆ่าตัวตาย อยู่ในห้องล็อกประตูเงียบกริบ ตอนนี้คิดทีไร บอกกับตัวเองเสมอว่า 99 เปอร์เซ็นต์ที่ผมพูดกับทุกคน ผมจะไม่โกหก นอกเสียแต่ว่าผมไม่รู้  เพราะรู้สึกผิดมว๊ากกกที่โกหกใครแม้กระทั่งแม่ (ในสมัยก่อนตอนเป็นเด็ก)   แม้โตเป็นวัยรุ่นก็มักจะคิดว่าแม่มายุ่งเรื่องของเด็กแนวมากเกินไป ด้วยความเป็นห่วงแสนห่วง ล้านห่วง แม่เคยวิ่งเอาห่อข้าวตามให้จนแม่แทบล้ม เพราะแม่กลัวว่าผมจะหิว ผมจำได้ว่ามันคือข้าวเหนียว หมูย่างที่ตอนนั้นคิดแต่ว่าไม่เอาๆ อายเขาไม่อยากห่อไป แต่สุดท้ายกินข้าวเหนียว หมูปิ้งพร้อมน้ำตาที่คิดถึงแม่ หากแม่ไม่วิ่งตามเอาให้ ผมคงจะหิวโซ "เอาไปเต๊อะ ๆๆๆ เดี๋ยวจะหิว" พอ    โตขึ้นอีกหน่อยก็มักจะบอกแม่ว่า แม่ไม่ต้องห่วง    "อย่าเยอะนะแม่"  แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า เวลาที่ไม่สบายไม่มีใครจะห่วงเราได้มากเท่าแม่   ทุกครั้งที่ทำผิดพลาด เอาแต่ใจตัวเอง แม่จะให้อภัยเสมอมา หัวใจของแม่ยิ่งใหญ่เหลือเกินครับ เกินกว่ามหาสมุทรสุดขั้วโลก เกินกว่าผืนฟ้า ลือแผ่นดิน



๙๙๙เพลงที่ฟังแล้วคิดถึงแม่....

หลายเพลงที่เกี่ยวกับแม่ ที่ผมฟังทีไร น้ำตาแทบจะไหลทุกทีอย่าง  "ค่าน้ำนม"  เรียกน้ำคลอเบ้าตาได้ตลอดกาล ชอบท่อนนี้มากที่สุด "หยดหนึี่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย"  เพราะค่าน้ำนมของแม่ จึงทำให้ผมคิดจะมีชีวิตและต่อสู้อยู่เพื่อแม่   เพลง  แม่ ของเสก โลโซ  "คิดถึงแม่ขึ้นมาน้ำตามันก็ไหล อยากกลับไปซบลงที่ตรงตักแม่ ในอ้อมกอดรักจริงที่เที่ยงแท้ ในอกแม่สุขเกินใคร"  ได้ใจเกินร้อย    หรือเพลง "แม่" ของ ปู พงษ์สิทธิ์  "กี่วันคืนจะผ่านไป กี่ฤดูจะผ่านมา แม่ก็ยังเฝ้าคอยให้ลูกกลับ ...."   ไม่ว่าจะอยู่ที่หนไหนตำบลใด ฟังแล้วอยากจะกลับมาหาแม่ ณ บัดดล    หรือเพลงอมตะอย่าง "อิ่มอุ่น" ของคุณศุ บุญเลี้ยง "ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป  ... ใช่เพียงอ่ิมท้อง ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรัก อุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน"  เป็นเพลงที่ลูกคนไหนไม่เคยได้ยิน คงขาดคุณสมบัติลูกที่ดีไปได้  แม้แต่เพลงใหม่อย่าง "ผู้หญิงที่ดีที่สุด" ของ ใบมิ้นท์  เรียกน้ำตาจากหลายคนรวมทั้งผมเองที่เคยฟังครั้งแรกตอนอยู่่ต่างแดน    "จะขอกราบเท้าแม่... ผู้หญิงที่ดีที่สุด ไม่เคยเรียกร้องอะไร แค่ขอให้เราได้อยู่รอดปลอดภัย จิตใจยังสวย ยังงดงาม แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไป  รอยยิ้มก็ยังเหมือนเดิม สายตาก็ยังเป็นห่วง อ้อมแขนก็ยังอบอุ่นเหมือนเคย"  สุดท้ายอีกเพลง ที่ลืมไม่ได้  "คือหัตถาครองภิภพ" ...  "อันมือไกวเปลไสแต่ไรมาคือหัตถาครองพิภพจบสากล" เพราะสองมือแม่นี้ที่ย่ิงใหญ่และสร้างโลกจริง ๆ ครับ   นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเพลงที่สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความห่วงใย สายใยระหว่างแม่กับลูกที่แยกจากกันเสียไม่ได้  วันแม่ปีนี้คุณคงได้ยินเพลงที่ผมกล่าวมาบ้าง   หรือจะลองเปิดฟังอีกรอบก็ได้รับรองคุณฟังแล้วจะร้อง(ไห้)ตามได้ดีทีเดียว


๙๙๙จากแม่ไปไกลคนละซีกโลก....

"ไปเต๊อะบ่าหล้า ไปเพื่ออนาคต บ่าต้องห่วงแม่ แม่มีแต่จะแก่เฒ่า  บ่าหล้าไปทำงานเก็บเงินเยอะ ๆ ชีวิตจะได้สบาย"  ผมจำประโยคที่แม่บอกผมเสมอ ในวันที่ลาแม่เพื่อไปทำงานเป็น "ขี้้ข้า ข้ามแดน"  อาชีพลูกเรือสำราญ ทำงานบริการบนเรือหรูระดับโลก  แค่ลาแม่ไปเรียนมหาวิทยาลัย จากเชียงรายไปกรุงเทพฯ คิดว่ายากแล้วพอเจอเหตุการณ์เหมือนละครที่เครื่องบินทะยานสู่ฟ้า แล้วจะได้กลับมาหาแม่อีกเมื่อไหร่ไม่รู้  ย้อนไปเมื่อสมัยสิบกว่าปีที่ผ่านมา อินเตอร์เน็ต การสื่อสารทางโทรศัพท์ยังไม่ไฮเทคเหมือนสมัยนี้ ติดต่อคนทางบ้านที ลำบากแสนเข็ญ  ส่งจดหมายกลับมาหาแม่ หนึี่งเดือนกว่าจะถึง หนึี่งเดือนแม่ตอบกลับ  ได้แต่ไหว้พระ วิงวอน ขอพรให้พระคุ้มครองแม่ของผม  ที่เธออุดมไปด้วยสารพัดโรคเสี่ยงสี่ชนิด จากคนปกติจะมีห้าโรคเสี่ยงต่อชีวิต แม่ของผมกวาดเรียบไปแล้วสี่ เหลือโรคเดียวที่ไม่เป็น  แม่มีกำลังใจดีจากลูก ๆ แม้ผมจะอยู่ไกล แต่ส่งใจไหว้พระก่อนนอนทุกวัน ด้วยแรงอฐิษฐาน ให้พระคุ้มครองแม่  บ่อยครั้งที่แม่รอด นาทีชีวิตมาได้อย่างอัศจรรย์ บ่อยครั้งที่แม่ไม่รู้สึกตัว  แม่บอกว่ายังไม่อยากจะไป อยากเห็นความสำเร็จของลูกๆหลาน ๆ  ปีีที่ผ่านมา 2554 ผมต้องกราบลาแม่ เพื่อไปทำงานต่างแดน ในวันที่แม่ยังนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล  เพราะผมเป็นคนขับรถโดยถูกผู้หญิงที่เมาแล้วขับ พุ่งเข้าชนรถเราอย่างแรง รถคันแรกที่ผมซื้อเป็นของขวัญให้แม่ พังยับเยิน ภาพที่เห็นแม่หายใจพะงาบๆ เลือดเต็มหน้า รถกระเด็นเกือบจะตกแม่น้ำ คืนนั้นสองแม่ลูกรอดมาได้  นึกทีไรน้ำตาผมไหลแทบทุกครั้ง แต่ด้วยคุณความดีที่แม่มีเรารอดจากอุบัติเหตุครั้งนั้น แม้แม่จะรักษาตัวนานอย่างทรมาน แต่ผมไม่เป็นอะไรนอกจากแผลถลอกที่หน้าผาก พร้อมฝังแก้วสามแก้ว แก้วทั้งสามเริ่มหลุดออกมาพร้อมกับแผลที่แห้ง ตอนมาลงเรือสำราญที่อิตาลี่    

            ปีที่แล้วที่โรงพยาบาลเชียงราย   ผมก้มกราบเท้าแม่ แม้จะกลั้นน้ำตาและความรู้สึกไว้ไม่ไหว แต่ก็ต้องตัดใจ ก้าวออกจากห้องไป เพื่อไปทำงาน บินไปไกลคนละซีกโลก เพื่อไปทำหน้าที่  ผ้าซิ่นที่แม่เคยใส่นำติดมาเพื่อเป็นเหมือนตัวแทน ฝ้ายมัดมือจากแม่ไม่เคยทิ้ง ถ้าไม่มีแม่แลกำลังใจจากท่านผมคงไปไม่ได้ไกลถึงขนาดนี้  แต่วันนี้ได้กลับมาอยู่ใกล้แม่ที่สุดแล้วครับ (แม่กำลังนอนที่ห้องผมนั่งเขียนที่ห้องรับแขกข้างนอก)   


๙๙๙เพื่อความสบายใจของแม่...

เพื่อนของผมหลายคนถามผมว่า ทำไมบางเรื่องถึงไม่ยอมบอกแม่  บางครั้งหลายเรื่องที่ผมจะไม่บอกแม่ เพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วง เพราะผมและพี่ ๆรู้ว่าหากแม่รู้แล้ว แม่คงไม่สบายใจ เกรงจะมีผลต่อโรคความดันและโรคหัวใจของแม่  ผมบอกพี่ๆว่า "เราจะรักษาหัวใจของแม่ ที่เลี้ยงเรามาอย่างดีที่สุด และรักษาชีวิตของแม่ให้อยู่กับเราตราบนานแสนนาน"  ผมขอบอกแม่แต่เรื่องดีๆ ให้แม่ได้สบายใจในวัยบั้นปลายของชีวิตดีกว่า

แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของคนงานบริษัทไร่สันเวียงยางพารา  ลูกคนงานไม่สบาย ญาติคนงานตาย อะไร ๆสารพัด พวกเราก็จะไม่ให้แม่รู้ เพื่อความสบายใจ หากรู้แล้วคิดมากไม่สบายใจ ขออย่าได้รู้อะไร ๆดีกว่าครับ

                  วันนี้ผมได้บินกลับมาเมืองไทย ในช่วงวันเข้าพรรษาและมากราบแม่ในวันแม่แห่งชาติของเมืองไทย   (เพลง)เดือนเพ็ญ ...ของแม่ .."ไม่นานลูกที่จากลา จะไปซบหน้าแทบอกแม่เอย"  

ความรู้สึกที่อยากจะเขียนบรรยาย คงน้อยไปสำหรับทุกอย่างที่ผมมี  ความรู้สึกที่ดีที่เกิดขึ้นเขียนแค่นี้คงหาได้พอไม่  เพราะหากวันนั้นไม่มีแม่ ก็คงไม่มีผมในวันนี้  ผมจึงบอกตัวเองเสมอว่า แม่คือพระในบ้านของผม ที่ผมจะบูชา เคารพรักและเชิดชู ทุกลมหายใจเข้าออก  วันนี้แม่อายุเกือบจะแปดสิบปี  ขอให้แม่รับรู้ไว้เสมอว่า ไม่ว่าวัน เดือน ปี จะผ่านไป ไม่มีอะไรจะพรากผมและแม่ไปได้ แม่จะอยู่ในดวงใจของผม ที่แม่เป็นผู้สร้างและหล่อหลอมดวงใจดวงน้อย ๆ นี้ให้เติบใหญ่ ก้าวไกลไปในโลกกว่้าง ไปเยือนมากว่า 76 ประเทศ      

ดวงใจน้อย ๆ ดวงนี้ที่แม่ได้สร้างความรู้สึก และคนๆหนึี่งที่เกิดมา เพื่อที่จะเป็นคนดี ตามคำสอนของแม่ เพราะแม่คือแม่แบบที่ดีของผมตลอดกาล   "ผมรักแม่ของผมมากครับ" 

 หวังไว้เป็นอย่างยิ่งว่า คนที่อ่านจบแล้ว คงได้มีโอกาสมอบความรัก และชื่นชูอานุภาพพลังความรักระหว่างคุณกับแม่ วันแม่ปีนี้และวันต่อๆ ไปขอได้ตอบแทนพระคุณของแม่ ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหนในตอนนี้ ผมเชื่อว่าแม่ของคุณจะอยู่กับคุณเสมอ อานิสงฆ์จะส่งให้คุณมีความสุข ความเจริญอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง


โอม สมรัชนะ  ขอสนับสนุนทุกคนให้รักแม่ ... เกินร้อยครับ...

(เขียนสด ๆ บนเรือสำราญ (25 ก.ค. )  แก้ไขทันใด ในวันที่ 14 ส.ค.)  


 ปล.ของ ปล.ตอนที่เขียนในต่างแดนเขียนไปน้ำตาซึมไป ไม่อยากบอกเลยนะเนี่ย ...แต่ตอนนี้แก้ไข รู้สึกดีใจและตื้นตันใจที่ได้เขียน...เพียงแค่หนึ่งคนอ่านแล้วประทับใจ ก็มีค่ามหาศาลสำหรับผมแล้วครับ.

โอม สมรัชนะ มูลสาย  ณ  บ้านของแม่ ที่เชียงราย





Create Date : 15 สิงหาคม 2555
Last Update : 15 สิงหาคม 2555 21:08:07 น. 9 comments
Counter : 4822 Pageviews.

 
บ อ ก รั ก แ ม่ ใ ห้ โ ล ก รู้ (ฉบับแก้ไขที่บางคนเคยร้องไห้มาแล้ว)โดย โอม สมรัชนะ(สัตว์ครึ่งบกครึี่งน้ำ/ลูกเรือไทยไปรอบโลก& ลูกของแม่ที่เชียงราย)
Ready to serve you , my article at Bloggang .. ขอบคุณจ๊าดดนักที่ติดตามเน้อครับ
โอม ณ ศุภลัย คอนโด กทม ..
พึี่งกลับมาจากเชียงรายเมื่อกี้ ตรงจากดอนเมืองสู่กรุงธนบุรี ..
089 201 4909


โดย: โอม สมรัชนะ ณ กทม วันนี้ (sochana9 ) วันที่: 15 สิงหาคม 2555 เวลา:21:17:08 น.  

 
ขอกราบขอบพระคุณ ขอบคุณ ขอบใจ 1509 ท่านที่เข้าไปอ่านบล๊อกเก่า ที่เขียนครั้งแรกเมื่ออยู่ประเทศโครเอเซีย ซึี่งอยู่ในหมวด
คนทำงานเรือสำราญต่างแดน
Life @ Sea ด้านซ้าย บนสุดคลิ๊กไปอ่านต้นฉบับเดิมได้ครับ
ขอบคุณจ๊าดดดนักเน้อครับ
หากคุณพอใจจะกดไลค์ หรือ โหวต จักเป็นพระคุณยิ่ง ...
"เพียงแอบหวังไว้ว่า แค่บางประโยคจะทำให้คุณรู้สึกได้เหมือนผม ..แค่นี้ก็ดีใจสุดโค่ยแล้วค๊าบบบ"


โดย: sochana9 วันที่: 15 สิงหาคม 2555 เวลา:21:20:23 น.  

 
my nieces !! @ my home town airport .
"น้าโอมตืนได้แล้ววววว " ทุกเช้าหลานสาวจะมาปลุก
แม้บางคืนโอมจะเขียนงาน นอนดึก แต่ก็จะต้องตื่นมาอยู่กับหลานก่อน
พอหลานไปโรงเรียนแล้ว โอมก็นอนอีก จ๊ากกกก

"ค่ำมืดแล้วทำไมน้าไม่ยอมกลับบ้านซักทีละแม่" ธยาน์ถามพี่สาวผม
พี่สาวผมต้องต่อสายให้คุยกันเอง กับหลาน
วันรุ่งขึ้นพอเธอตื่นนอนเธอถามแม่ของเธออีกว่า น้ามาหรือยัง
คืนนั้นผมขับรถกลับบ้านตีสี่ เธอมาที่ห้องนอน เจอผมนอนอยู่ก็มาปลุก

น่ารักมาก ส่วนพี่ธันย่า ชอบเต้นรำ ชอบโพสท่าให้น้าถ่ายรูป และ วีดีโอให้ ...
"แค่เพียงคิดถึงก็เป็นสุขใจ"
ดูในภาพ กอดคอน้าเฉยเลยยยยย


โดย: โอม สมรัชนะ ณ กทม วันนี้ (sochana9 ) วันที่: 15 สิงหาคม 2555 เวลา:22:25:18 น.  

 
พรุ่งนี้โอมไปเชียงคานสามวัน
ไปกับรายการทีวี 360 องศา
ติดตามได้จากทางเฟซบุ๊คนะคับ
somratchana.moonsai

Mobile 098 201 4909


โดย: OHM in Supalai Condo , chareonnakorn 37 IP: 58.11.183.164 วันที่: 16 สิงหาคม 2555 เวลา:23:44:31 น.  

 
ขอบคุณมากคับ
ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน
จากต้นฉบับ 1600 กว่าท่านที่เข้ามา

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่ร่วมใช้ชีวิตด้วยกันที่ "เชียงคาน"​
เที่ยวอย่างรู้ค่า กับ ททท และ รายการทีวี 360 องศา
อีกหนึี่งทริปที่ประทับใจ มิรู้ลืม
... ไม่ว่าคุณจะท่องเที่ยวไปที่ไหน เที่ยวอย่างปลอดภัย และ รู้คุณค่าของสถานที่ที่เที่ยวด้วยนะครับ
โอมกลับมาพักร้อน รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย ...รักคนไทยด้วยค๊าบบบ
ติดตามชมรายการย้อนหลัง ไ้ดที่ TV360 องศา วันจันทร์ อังคาร 20-21 สิงหาคม ทางช่อง3

Special thanks to TAT & TV360 for a great trip ever !
I am missing u all !
OHM Thai CREW & Columnist
Vacation in BKK ,Thailand now
LINE ohm999
Mobile 089 201 4909


โดย: โอม ที่ ปิ่นเกล้า IP: 125.24.9.174 วันที่: 22 สิงหาคม 2555 เวลา:13:57:35 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องโอม...ป้ายังคิดถึงอยู่น้า..
วันนี้วันดีนะจ๊ะ...ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
เหตุการณ์ดีๆสุขภาพที่แข็งแรง
รวมทั้งความรัก
ที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ




โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:14:04:01 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ..

ขอให้มีความสุขมากๆในทุกๆวันนะค่ะ..

ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์..

ป่านนี้ คงจะกลับไปทำงานต่อในต่างแดนแล้วซินะ

รักษาสุขาภพด้วยนะค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:14:41:01 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณโอม
ขอให้มีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา
มีความก้าวหน้าทั้งในชีวิตและหน้าที่การงาน
สุขภาพแข็งแรงตลอดปี และตลอดไปค่ะ



อ่านแล้วน้ำตาซึม ช่างเป็นลูกที่กตัญญู ขอให้เจริญยิ่งๆขึ้น
วันหลังขอแวะมาอ่านเรื่องราวอีกนะคะ



โดย: pantawan วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:19:32:20 น.  

 
thank you to u all krab . I am at home ,chiang rai .today


โดย: ohm moonsai in chiang rai today IP: 49.49.31.61 วันที่: 14 กันยายน 2555 เวลา:14:09:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

sochana9
Location :
New York United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




โอม (สมรัชนะ) ทำงานเรือสำราญ ที่อเมริกา และยุโรป ปีหนึ่งจะมาพักร้อนที่เมืองไทย สองเดือน
เจ้าของหนังสือ-เสิร์ฟสำราญสวรรค์บนเรือ,บ๋อยอินเตอร์เม้าท์เรือสำราญ และเล่มใหม่เดือนนี้ .. ชีวิต..."เรือสำราญ" ฝากด้วยขอรับ... เรื่อง how to จากประสบการณ์งานเรือสำราญ...


"นักเสิร์ฟมือโปร โกอินเตอร์ รายได้เป็นแสน ท่องเที่ยวฟรี ทั่วโลก "

ติดตามได้..

ฮักจากใจ๋แต๊ ๆ หนา คนเชียงราย เหนือสุดยอดในสยาม ...งามด้วยน้ำใจ๋

ปัจจุบันทำงานเรือสำราญ อยู่ยุโรป และนิวยอร์กครับ..



Parents strongly cautioned
รัก คงเดิมและเพิ่มอนึ่งคิดถึงพอสังเขป
สมรัชนะ ณ มหานครนิวยอร์ก ครับ..
นักเขี่ย นายแบก และนักท่องเที่ยวอิสระ
Moonsai Somratchana
the waiter and the author,Cabin 3270
The Crown Princess
c/o Cruiselink II,ltd.
676 A 9 th Avenue
Box 238
New York ,New York.
U.S.A. 10036








หนังสือเล่มสาม เรื่อง โหด มันส์ ฮา ประสาลูกเรือ(สำราญ) โดย__สมรัชนะ มูลสาย เปิดตัวที่ร้านนายอินทร์ สยามพารากอน ชั้นสาม วันที่ 09 Oct 09 @ 1.30 pm. ฮาวทู ผสมประสบการณ์สุดมันส์ แสนฮา และชีวิตลูกเรือสำราญเป็นอย่างไรพลาดไม่ได้ ต้นเดือนตุลา เจอกันทุกแผงทั่วไทย 09 09 09 is my Birthday !!!
On vacation in Thailand July 4 - Oct 12 ,2009
Thanks for reading . Have a nice day ! Copyright 2009 @ by Somratchana Moonsai Reproduction, either in whole or in part, is forbidden without written permission from Somratchana Moonsai. บทความ เรื่องเล่า และภาพ ที่ลงในบล๊อกของ “สมรัชนะ”ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย นอกจากจะได้รับอนุญาตจาก “สมรัชนะ” เท่านั้น...

@Copyright 2009 by Somratchana Moonsai . All rights reserved . Reprint rights must be granted by Somratchana Moonsai . Write me or request reprint permission by e-mail.


งานเขียนทุกชิ้นที่ปรากฏในเวบไซด์แห่งนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบทประพันธ์นั้นๆ แต่เพียงผู้เดียว ห้ามกระทำการดัดแปลง แก้ไข หรือแอบอ้างไปเป็นผลงานของตน โดยไม่มีการอ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์หากผู้ใดมีความประสงค์จะนำข้อมูลดังกล่าวออกเผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือ นำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นใด โปรดติดต่อเจ้าของบทประพันธ์โดยตรง- all rights reserved By Somratchana Moonsai



sochana99@hotmail.com , moonsai2000@yahoo.com

thanks for visiting my Blog !!!! OHM Somratchana
   
Somratchana Moonsai

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Friends' blogs
[Add sochana9's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.