การไม่เบียดเบียน สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น มีอยู่อย่างพอดี แบ่งปันให้ผู้อื่นบ้าง นั่นแหล่ะคือ "ชีวิตที่ดี"
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
ซื้ออาคารพาณิชย์

  เพราะเหตุว่ามีความอยาก อยากได้ทรัพย์สินเพิ่ม อยากได้ทรัพย์สินที่เป็นพวกอสังหาริมทรัพย์เก็บไว้ เผื่ออนาคตลูก ๆ จะได้มีทรัพย์สินไว้เป็นรายได้เพิ่มเติม หรือตอนอายุมาก ๆ ไม่มีเงินเดือนแล้วจะไม่ต้องลำบาก  หรือระยะเวลาอันสั้นนี้ถ้ามีราคาที่ดีก็จะปล่อยเอากำไร อะไรอย่างงี้ ก็เพราะเหตุเหล่านี้ในช่วงปี 2-3 ปีมานี้เราจึงหาข้อมูลพวกที่ดินต่าง ๆ ไว้พอสมควร มีทั้งที่นา ที่สวน หรือแม้กระทั่งที่เล็กสำหรับปลูกบ้าน แต่ก็ไม่ค่อยถูกใจนัก

มาเมื่อระยะหลังสัก 5-6 เดือนมานี่ เค้าบูมเรื่องอาคารพาณิชย์กัน เราก็สนใจนะเพราะใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่นค้าขาย หรือให้คนเช่าค้าขายอีกที จึงลองถามราคาหลาย ๆ ที่ดู  ที่ติดถนนจริง ๆ แพงเอาการอยู่ ส่วนที่ราคาพอจะสู้ไหวก็เป็นแบบที่เราไม่ชอบ คือถ้าคิดว่าจะซื้อมาแล้วให้เค้าเช่าอย่างเดียวน่ะพอได้ แต่ก็อยากจะได้ว่าถ้าในวันข้างหน้าเราไม่ขายให้ใคร เก็บไว้เราอาจจะมาอยู่เอง แล้วหาอะไร ๆ มาขายหรือทำธุรกิจที่บ้านตัวเองอะไรอย่างงี้

เราสนใจอาคาร 3 ชั้น  จึงไปถามมาหลายต่อหลายที่ทั้งเก่าทั้งใหม่ จะมีก็ 3.5 ล้าน 3 ล้านนิด ๆก็มีนะแต่ทำเลไม่น่าสนใจ ถ้า 2 ล้านกว่าทำเลดีก็จะเป็นแบบ 2 ชั้น ก็ไม่ตรงที่ต้องการ อย่างทำเลดี ๆ ที่น่าสนใจก็คือตรงหน้าปากซอยเข้าหมู่บ้านติดถนนมิตรภาพ เป็นแบบ 2 ชั้น ทำเลดีมากน่าจะทำ เซเว่นได้ด้วย และกำลังพึ่งสร้างพอดี มีอยู่ 2 คูหาที่ว่าง แต่ราคา 3.6 ล้านบาท แพงเว่อร์อ่ะ

พอดีมาเจอที่นึงในเวบ เป็นตึกสร้างใหม่น่าสนใจราคา 2.65 ล้านบาท พอเข้าไปดูก็ถูกใจถึงแม้จะไม่ได้ติดถนนหลัก แต่เป็นแหล่งหอพักนักศึกษา เพราะใกล้ประตูมหาลัยแค่ไม่กี่เมตร อยู่ใกล้เซเว่น คนเยอะทั้งวัน ก็เลยสนใจขึ้นมา ดูงานก่อสร้างก็ไม่เลวนัก เราจึงมาคิดกันกับเมียว่าจะเอาดีไหม มานั่งคำนวณค่าใช้จ่ายถ้าซื้อตรงนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่าไหร่ มีเงินเก็บตอนนี้เท่าไหร่ มาคำนวณกัน 2 วัน ก็ตกลงตัดสินใจว่าจะจอง 1 ห้อง ก็ได้เล่าไว้แล้วในนี้

จากราคา 2.65 ล้านบาท เรามองว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ราคายังพอจะไปได้อีก ถึงแม้จะมีอาคารใหม่ ๆ เกิดขึ้นและอาคารหลังนี้ก็จะเก่าลง ก็ยังมีราคาสูงกว่าที่ซื้อในตอนนี้ เพราะอาคารมีความทันสมัย รูปแบบทรงนี้น่าจะร่วมสมัยอยู่เป็น 10 ปี และทำเลจุดนี้มีห้องพัก หอพักเยอะมาก ก็จะเป็นแหล่งที่มีผู้คนเยอะอีกที่หนึ่ง คาดหวังไว้ว่าจะให้คนเช่าเพื่ออยู่อาศัย หรือหอพักนักศึกษา หรือทำมาค้าขายก็ได้

หลังนี้

ไปโอนมาเสร็จแล้วเมื่อ 30 เม.ย 57 ก่อนโอนได้ตกลงกันไว้ว่า ค่าโอนผู้ซื้อกับผู้ขายจ่ายกันคนละครึ่ง   ซึ่งในวันโอน ค่าโอนจริง ๆ คิด 2% ของราคาประเมินของกรมที่ดินที่ประเมินได้ 1,397,956 บาท ค่าโอนก็จะเป็น 27,960 บาท เมื่อหารคนละครึ่งจะอยู่ที่ 13,980 บาท แต่วันนั้นผู้ขายซึ่งชำนาญในเรื่องนี้กลับแอบผลักภาระค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ   ซึ่งคิด 3.3%ของราคาประเมิน  เป็นจำนวนเงิน 45,000 บาท มาหารกับเราด้วย   เราจึงไม่ยอมเพราะว่าค่าใช้จ่ายตัวนี้น่าจะเป็นของผู้ขายเพราะว่าถ้าเค้าถือครองที่ดินนี้มากกว่า 5 ปี ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายนี้  ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรา  เราจึงไม่ขอหารค่าใช้จ่ายตัวนี้เข้าไปด้วย 

ซึ่งผู้ขายเค้าก็ยอม จึงหักส่วนของเราออก 22,500 บาทคืนมา ซึ่งก็ดีมากต้องขอบคุณระบบ Internet ของ smart phone เพราะเราหาข้อมูลทันทีที่กรมที่ดินตรงนั้นเลย ซึ่งคนขายเค้าบอกว่าคนอื่นที่ขายไปก็ไม่เห็นติดขัดอะไร (สงสัยหาว่าเราเรื่องมาก)

 แต่ว่าเราลืมหักค่าใช้จ่ายอีกตัวนึง คือค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด.91) ที่เราคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเรา แต่ตอนนั้นเราเข้าใจว่าเป็นภาษีในส่วนของเราเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นชื่อของผู้ขาย จำนวนเงิน 11,184 บาท แบ่งครึ่งเท่ากับ 5,592 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงพอดู ก็ถือว่าพลาดไป สรุป เราเสียค่าโอนที่หารกับผู้ขาย คือ 13,980+5,592 = 19,572 บาท

และเรายังต้องเสียค่าจดจำนองกับธนาคาร ที่ไม่ได้ไปแบ่งหารกันระหว่างผู้ขายกับเรา ซึ่งเราต้องรับภาระเอง เรายื่นกู้ 2.4 ล้านบาท  ค่าธรรมเนียมการจดจำนองคิด 1% จึงต้องเสีย 24,000 บาท  สรุปวันนั้นจึงเสียค่าโอนและจดจำนองกับธนาคาร เป็นเงินทั้งสิ้น 43,572 บาท บวกกับค่าพยานและอากรอีกนิดหน่อย ถือว่าเยอะมากสำหรับค่าใช้จ่ายนี้

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเล่าในนี้ คือเรายื่นกู้กับออมสิน ซึ่งดอกเบี้ยเราได้ในอัตรา 3% ระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้นMLR-0.5% ระยะเวลา  1 ปี (MLR=6.875%) ซึ่งเป็นดอกเบี้ยในโครงการ Money Expo เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปี = 4.125% แต่ในการคิดค่างวดชำระเค้าจะคิดที่อัตราลอยตัว MLR+0.5% ทำให้การชำระค่างวดในแต่ละเดือนที่ระบุในสัญญา ที่ยอดกู้ 2.4 ล้านบาท สัญญา 26 ปี(ยื่นกู้ร่วมกับภรรยา อายุปัจจุบัน 34 ปี) ค่างวดเป็นจำนวนเงิน 17,400 บาท ซึ่งเกินที่คำนวณค่าใช้จ่ายไว้แต่แรกที่คิดเฉพาะ MLR เฉย ๆ 16,600 บาท ซึ่งเราคิดกันว่าน่าจะส่งกันไหว แต่พอเป็น 17,400 บาท ทำเอาตกใจอยู่เหมือนกันเพราะค่าใช้จ่ายเกินจากที่คำนวณไว้ก่อนอีกเป็นพัน

นี่คือเหตุที่เราอยากได้อยากมี จึงทำให้หาเรื่องเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้นมาอีก และเป็นก้อนหนี้ที่เป็นก้อนใหญ่มาก  ตั้งแต่กู้หนี้ยืมสินมาไม่เคยเกิน 2 ล้านซะที มีก็คราวนี้แหล่ะที่ก้อนใหญ่ที่สุด




Create Date : 10 พฤษภาคม 2557
Last Update : 29 ตุลาคม 2557 12:11:18 น. 0 comments
Counter : 716 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

WarinD Ninajang
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ๆ ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียน อยากเขียนเรื่องราวของตนเองถ่ายทอดให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ ชอบอ่านนิยายจำพวกชีวประวัติ การดิ้นรนขวานขวายของใครก็ได้ที่มีเรื่องราวที่น่าติดตาม หรือไม่ก็นิยายอิงประวัติศาสตร์

เป็นคนอารมณ์อ่อนไหวกับเรื่องราวต่าง ๆ ถ้ามีสะเทือนใจ หรือประทับใจ บางทีร้องไห้ได้กับการประโยคในหนังสือไม่กี่ประโยค...
Friends' blogs
[Add WarinD Ninajang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.