ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย คล้ายกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือ "ความฝัน"
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
12 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
ซินจ่าว เวียดนาม 2

เที่ยวเวียดนามกันต่อครับ

ตอนที่แล้ว เรามาถึงด่านลาวบาว ชายแดนลาว - เวียดนาม

พอเสร็จสิ้นพิธีการ ออกจากด่านแดนสะหวันของลาว น้องคำ ไกด์ชาวลาว ก็โบกมืออำลาชาวคณะ
เอาไว้พบหน้ากันวันกลับ เธอจะมารอรับที่เดิม ลูกทัวร์หัวงูทั้งหลายส่งสายตาละห้อย อาลัยอาวรณ์ น้องคำ แต่ก็เพียงชั่วครู่ เท่านั้น



Photobucket


เพราะเมื่อน้องชมพู่ ไกด์ชาวเวียดนามลุกขึ้นรายงานตัว เข้ารับหน้าที่ต่อจากน้องคำ
หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลาย ก็เกิดอาการสดชื่นขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

ความจริงแล้ว น้องชมพู่เธอขึ้นรถมากับชาวคณะตั้งแต่มุกดาหารแล้ว
แต่ไม่มีใครสังเกต เพราะมัวแต่จ้องน้องคำ


น้องชมพู่เป็นชาวเวียดนามแท้ๆ แต่พูดภาษาไทยได้ชัดเจน ตัว ล. ตัว ร. ควบกล้ำ เธอใช้ได้ถูกต้อง
เธอเป็นนักศึกษาที่ได้รับทุนรัฐบาลมาเรียนที่ ม.ราชภัฎ อุบลราชธานี
ปีที่ ๔ แล้ว จะจบ ในเดือนหน้านี้ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องภาษาและข้อมูลต่างๆ ทั้งเรื่องราวของเวียดนาม และเรื่องราวของไทย
ซึ่งในบางเรื่อง บางมุม รู้สึกว่าเธอจะรู้ลึกพอสมควร


Photobucket



Photobucket


จากด่านแดนสะวัน ข้ามเข้าเขตเวียดนามที่ด่านลาวบาว
เราจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่าง ลาวกับเวียดนาม
เริ่มตั้งแต่ถนนหนทาง ที่มีสภาพดีขึ้นกว่าเดิม

ภูมิประเทศก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ป่าไม้ที่เขียวชอุ่ม แต่จะเป็นป่าสนเป็นส่วนใหญ่ อากาศก็เย็นสบาย


Photobucket

บ้านเรือนชาวเวียดนาม จะหลังเล็กๆ ก่อด้วยอิฐ บล็อกแต่จะก้อนใหญ่กว่าบ้านเรา ด้านหน้ากว้าง ประมาณ ๓ – ๕ เมตร ด้านยาวประมาณ ๘-๑๐ เมตร เหมือนกันแทบทุกหลัง

Photobucket

เป็นบ้านกล่องไม้ขีดขนานแท้ แต่เป็นกล่องไม้ขีดที่ ตั้งตะแคง
หันด้านแคบเข้าสู่ถนน ด้านยาวทอดไปด้านหลัง
ถ้าเป็นตามชนบทส่วนใหญ่ จะเป็นบ้านชั้นเดียว


ถ้าเข้ามาในเมือง ลักษณะก็ยังคงคล้ายๆกัน แต่บางหลังอาจจะมี สองชั้น บ้าง สามชั้นบ้าง หรือบางที่ ก็อาจจะถึง ห้าหรือหกชั้น
ยิ่งทำให้มองดูเหมือนกล่องไม้ขีดไฟวางตะแคงอย่างไรอย่างนั้น


แต่ที่ไม่เหมือนใคร ก็คือเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จะทาสีเฉพาะด้านหน้า ด้านข้างด้านหลังไม่ทา น้องชมพู่ บอกว่า เป็นการประหยัด
และอีกอย่างหนึ่ง คือถ้าก็มีบ้านหลังอื่นมาปลูกติดกันข้างๆ ทาสีไปก็มองไม่เห็นอยู่ดี


ที่บ้านเรือนเขาเป็นลักษณะแบบนี้ เพราะ เป็นระบบการปันส่วนที่ดินให้ประชาชน
อย่างที่ทราบกันดี ว่าเวียดนามปกครองด้วยระบบสังคมนิยม ที่ดินเป็นของรัฐ ในที่นี้คงจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการปกครองของคนอื่น
เป็นอันว่า ระบบหนึ่งก็เหมาะสมกับที่หนึ่ง อีก ระบบหนึ่งก็เหมาะสมกับอีกที่หนึ่ง จะมากำหนดกฎเกณฑ์ให้ทำเหมือนกันคงไม่ได้



Photobucket


เราเป็นเพียงผู้ผ่านทาง ยากที่จะเข้าถึงและรับรู้ ความรู้สึกความต้องการของเขาได้ ก็เขาอยู่อย่างนี้มานานแล้ว เราเป็นเพียงผู้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
Photobucket

ระหว่างทาง น้องชมพู่ชี้ให้ดูร้านค้า จะเห็นสินค้าไทยเต็มไปหมด
คนเวียดนามนิยมสินค้าไทยมาก


จากด่านลาวบาว มาตามถนนหลวงของเวียดนาม
ผ่านทิวเขาสลับซับซ้อน บ้างแห่งด้านหนึ่งเป็นหุบเหว ขนานไปกลับแม่น้ำ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูง

เรื่องการขับรถในเวียดนาม แม้จะมีกฎหมายกำหนดความเร็วไว้ไม่มากเหมือนเมืองไทย
แต่ก็สร้างความหวาดเสียวให้ชาวคณะพอสมควร
โดยเฉพาะการแซงทางโค้งบนภูเขา เล่นเอาผู้โดยสารต้องลุ้นกันตัวเกร็งเป็นระยะๆ
บางรายอาจมีการ คลำหลวงพ่อที่ห้อยคอเพื่อความอุ่นใจ


แต่น้องชมพู่เธอบอกว่าเป็นเรื่องปกติ ของที่นี่ อุบัติเหตุเกิดน้อยมาก
(ก็คงใช่อยู่หรอก ก็รถมันมีน้อยก็เกิดน้อยสิ) คนขับรถที่นี่มีความสามารถพิเศษ
ใครมาก่อน ไปก่อน มาทีหลังหลีกให้ ไม่เกี่ยวกับกฎจราจร ทางเอกทางโท ไม่มีความหมาย
ใครชน คนนั้นผิด ถ้ากูบีบแตรแล้ว ถือว่าเตือนแล้วนะ แต่เขาเล่นบีบแตรกันทุกคัน

ไม่เว้นแม้แต่มอเตอร์ไซด์ จักรยานไม่มีแตร ก็ใช้กระดิ่ง กันสนุกสนาน
แล้วเราจะรู้ไหมนี่ ว่าใครขอทางใคร เรื่องมอเตอร์ไซด์ กับจักรยาน ไว้บล็อกหน้า สนุกแน่

Photobucket


สุดท้ายก็มาถึงจุดหมายแรกของเราโดยสวัสดิภาพ
จากฝีมือของโชเฟอร์ผู้ไม่ยอม “ลุย”
(อย่า งง “ลุย” เป็นภาษาเวียดนาม แปลเป็นไทย คือ “ถอย” )


แห่งแรกที่เราจะเข้าชมคือ “อุโมงค์วินม็อก”

อยู่ระหว่างเส้นทางที่เราจะไปเมืองเว้ ความจริงแล้ว ก็ไม่ได้อยู่ระหว่างทางเสียทีเดียว
มีการเลี้ยวออกนอกเส้นทางหลักพอไกลสมควร
กว่าจะถึงก็ปาเข้าไปเกือบๆ ห้าโมงเย็น หวุดหวิดจะหมดเวลาเข้าชม
แถมมีสายฝนโปรดปรายพอชุ่มฉ่ำ ทางทัวร์เลยต้องแจกเสื้อกันฝนให้ทุกคน

Photobucket


ขอเล่าคร่าวๆเท่าที่จำได้ (บอกแล้วไง ว่าอย่าไปใช้อ้างอิงที่ไหน อายชาวบ้านเขา )

อุโมงค์นี้ขุดสมัยสงครามเวียดนาม ยุคที่อเมริกามาเสียผู้เสียคน
แพ้กองทัพฝ่ายเวียดนามเหนือเสียสะบักสะบอม
ต้องโกยแน่นกลับบ้านแทบไม่ทัน (ประมาณ สามสิบสี่สิบปีก่อน)

แม้อเมริกาจะมีแสนยานุภาพที่ทันสมัยมากมาย
สุดท้ายก็แพ้ความอึดของเวียดนาม อาศัยเพียงสองมือ กับหัวใจที่แข็งแกร่งเกินร้อย
จากการสั่งสมมาตั้งแต่สมัยต่อสู้กับฝรั่งเศสเพื่อปล่อยปล่อยตัวเองจากการเป็นประเทศใต้อาณานิคม เมื่อร้อยปีก่อน

Photobucket


ชาวบ้านร่วมกับทหารเวียดนามเหนือ ขุดอุโมงค์นี้เพื่อเป็นฐานที่มั่น
และใช้หลบซ่อนจากค้นหา และทิ้งระเบิดแบบแบบปูพรม อย่างหนักหน่วง

น้องชมพู่เธอให้ข้อมูลว่า อุโมงค์นี้ใช้เวลาขุดกว่า ๕ ปี
มีความยาวรวมประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ไม่ใช่ ๔๐ เมตรนะครับ
และลึกลงไปใต้ดิน บางช่วงก็ ๘ เมตร บางช่วงก็ อาจลึกถึง ๑๕ เมตร
ไม่ใช่ใช้แค่เป็นที่หลบซ่อน และหลบภัยจากระเบิดเท่านั้น


แต่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ของชาวบ้านกันเลย กลางวันขุดอุโมงค์
กลางคืนแอบเอาดินไปทิ้งทะเล และบางส่วนก็แอบไปทำนา
มีคนอยู่ในอุโมงค์หลายร้อยคน และที่สำคัญ ยังมีทารกเกิดในอุโมงค์ ตั้ง ๑๗ คน

ปัจจุบันบางคน ยังมีตัวตนและ มีรูปถ่ายแสดงไว้ให้ชมด้วย
( โถ! ยังอุตส่าห์ มีอารมณ์กันได้ เรียกว่า รักระหว่างรบ อย่างแท้จริง)
รายละเอียดอื่นๆ กรุณาไปหาจาก กูเกิ้ล เองนะครับ จำได้แค่นี้


หลังจากฟังน้องชมพู่เล่าเสร็จ ก็ตามเธอลงหลุมทันที (เข้าชมอุโมงค์)


น้องเขาบอกว่ากรุณาอย่าออกนอกเส้นทางเด็ดขาด(ถึงไม่บอกก็ไม่กล้า)

เพราะระหว่างที่เราค่อยๆเดินลงไป ตามอุโมงค์ที่มีขนาดกว้างไม่ถึงเมตรครึ่ง
ความสูงก็ประมาณ หนึ่งเมตร เจ็ดสิบเซนต์ ต้องเดินก้มๆโค้งๆ อย่างนอบน้อมถ่อมตนตามน้องชมพู่ไป
ตามทางเดินมีแสงไฟริบหรี่ พอไม่ให้นักท่องเที่ยวแอบ จก กันได้

อย่าเผลอแว้บออกไปตามซอกซอยเล็กๆทีมีอยู่มากมายเป็นอันขาด
เพราะระยะทางรวมๆทั้งอุโมงค์ ตั้ง ๔๐ กม. คงหมดปัญญาไปตามหากันแน่

เรามุดในอุโมงค์ประมาณร้อยเมตรเท่านั้น น้องชมพู่ก็พาโผล่ขึ้นมาดูโลกเบื้องบนอีกครั้ง แต่เป็นคนละจุดกับที่ลงไป
คงจะไม่อาจหาญสำรวจจนครบทั้ง ๔๐ กม. แค่นี้ก็หวั่นว่าน้องชมพู่ จะพาไปทะลุออกเมืองบาดาลจะแย่

Photobucket


ความรู้สึกที่ได้ไปเห็น ก็คือคำถามว่า “เขาทำได้อย่างไร อะไรคือพลังผลักดันให้ทำ ความกลัวตายจากสงครามคงไม่ใช่ เพราะเพียงแต่หนีเตลิดเปิดเปิงเข้าป่าเขาดงไป ทหารอเมริกาก็คงตามฆ่าไม่ได้หรอก

เป็นเพราะความรักชาติ เป็นเพราะการต้องการอิสรภาพ

เป็นเพราะความต้องการรวมกันเป็นประเทศเดียวระหว่างเวียดนามเหนือ กับเวียดนามใต้

หรือเป็นเพราะอุบายอันแยบยลของการแผ่ขยายอิทธิพลจากค่ายคอมมิวนิสต์

จะเป็นเพราะอะไรก็ตาม เราก็ค้นพบสัจธรรมที่ว่า
เมื่อคนเราถูกกดดันอย่างหนัก แรงต่อต้านย่อมจะมีมากเช่นกัน
สรุปว่า โชคดีที่บ้านเราไม่มีแบบนี้

ออกจากอุโมงค์ได้ก็มืดแล้ว คุณโชเฟอร์ผู้ไม่ชอบลุย ทำการเหยียบเต็มที่ (ประมาณว่าคงไม่เกิน๗๐ )
เพราะถึงแม้รถจะมีน้อย แต่ถนนก็ยิ่งมีน้อย ที่สำคัญ คุณจักรยานและมอเตอร์ไซด์ ก็ถือหลักสิทธิมนุษยชนเสียด้วย

เขาถือว่าใครใคร่ขี่กลางถนน ขี่ ใครใคร่บีบแตร บีบ กว่าจะถึงเมืองเว้ เล่นเอาท้องร้องกันเป็นแถว

นั่งรถคือนั่งรถ อย่าได้คิดว่าจะมีการแวะปั้ม ให้เข้าห้องน้ำ ให้เข้าเซเว่นเพื่อเติมเสบียง เพราะไม่มี ที่ให้แวะ
ทำให้คนไทยผู้มีนิสัยกินจุบกินจิบ ต้องใช้ความอดทนเป็นยิ่งนัก

Photobucket


อาหารค่ำมือแรกในเวียดนาม เกือบสองทุ่ม เป็นภัตตาคารที่ตกแต่งได้สวยงามพอสมควร
ส่วนอาหารก็พอใช้ได้ แม้บางอย่างอาจจะจืดไปบ้าง ก็คล้ายๆอาหารจีน หรืออาหารเวียดนามที่คนไทยเราคุ้นเคยอยู่แล้ว

จะไม่สาธยายมากเรื่องรายการอาหาร เพราะไม่ใช่คอลัมน์ แม่ช้อยนางรำ
หรือม.ร.ว.ถนัดศรี


Photobucket


เสร็จจากรายการอาหาร น้องชมพู่ก็พาไปหาที่ซุกหัวนอนคืนแรก ในเว้

เป็นโรงแรมสามดาว รู้ได้ทันที ไม่ต้องเดา เพราะหน้าโรงแรมทุกแห่ง จะมีรูปดาวแสดงไว้อย่างชัดเจน

น้องชมพู่เธอว่าจะให้พักโรงแรมสี่ดาว ไฉนพามาโรงแรมสามดาว

ไม่ผิดหรอกค่ะเธอว่า “ ก็รวมดาวเหลืองบนธงชาติอีกหนึ่งดวงดวง เป็นสี่ดาวพอดี ใครมีอะไรจะเถียง”

(ความจริงตามรายการก็ สามดาวครับ น้องชมพู่เธอไม่ได้ตุกติกหรอกครับ)

ถึงจะเป็นโรงแรมสามดาวก็จริง แต่สภาพก็ดี ค่อนไปทางดีมาก
ในความรู้สึกนะครับ เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรงแรมเลยบอกไม่ได้ว่า สี่ดาว ห้าดาว มันเป็นยังไง

เงินแค่ หกพันห้า จะเอาอะไรกันนักกันหนา ว่าไหมครับ




ตกกลางคืนหมดสิทธิ์ ไปสำรวจรายได้ประชากรสาวเวียดนาม

เพราะเมียอนุรักษ์ไปด้วย จึงทำให้บกพร่องในข้อมูลส่วนนี้ไป ขออภัยด้วย ครับ
ส่วนจะอยู่ทำอะไรกันในโรงแรม ด้วยจรรยาบัน จึงมิอาจเปิดเผย


Photobucket



ขอปิดท้ายด้วยบรรยากาศยามค่ำคืนของ นครเว้

พบกันใหม่ ตอนหน้าครับ




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 22:11:17 น. 7 comments
Counter : 1310 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวเวียดนามด้วยค่ะ
แปลกใจกับ "ลุย" ที่ไม่ยอมลุยแฮะ

สุขสันต์วันแห่งความรัก (ล่วงหน้า) นะคะ



โดย: ปลิวตามลม วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:31:44 น.  

 
ตามไปดูทริปเวียดนามทีไร . .ไม่ค่อยผิดหวังเลยค่ะ
เพราะว่าใครไปมาก็เอามาเล่าให้เราฟัง
มาบล็อกก็เห็นภาพด้วย .. ยิ่งทำให้อยากไป
มากกว่าเดิมอีกอ่ะคะ


โดย: JewNid วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:54:14 น.  

 

สุขสันต์วันแห่งความรักล่วงหน้า 1 วันค่ะ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: watase วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:05:14 น.  

 
ขอตามไปเที่ยวด้วย...หวังว่าคงสบายดีนะคะ คิดถึงเสมอ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: sawkitty วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:02:49 น.  

 



เ อื้ อ อ า ท ร.. เ ม ต ต า ..ใ ห้ อ ภั ย .. คื อ หั ว ใ จ แ ห่ ง รั ก

สุขสันต์วันวาเลนไทน์



มีความสุขมากๆค่ะ

คมคำ : ผู้ยื่นมือรับมีมากมาย ผู้ยื่นมือให้มีน้อยคน




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:27:46 น.  

 
วันแห่งความรัก.... เข้ามาแอบดูอีกแล้วนะ....ประทับใจเสมอเลย....กับ เรื่องดี ๆ ภาพสวย ๆ ที่มีให้ดูและอ่านอยู่ตลอด....แอบขโมยภาพสวยมั่ง.... สำหรับวันแห่งความรัก.... ก็ขอให้.... สิ่งที่เรียกว่าความรัก... เข้มแข็ง.... หัวใจแข็งแรง.... ดูแลตัวเอง รวมทั้งครอบครัวให้อบอุ่นอยู่เสมอนะ.... ให้กำลังใจ...สู้ ๆ ยิ้ม ๆ จ้า..... ขอให้มีความรักที่มีความสุข..มาก ๆ เลย..... ไว้จะเข้ามาแอบดูใหม่นะ.......


โดย: ฮิตเลอร์ IP: 125.26.64.209 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:11:55 น.  

 
ตามมาเที่ยวเวียดนามต่อครับพี่

สวัสดียามเช้าครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:8:09:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นกหรรษา
Location :
ยโสธร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ราตรีนี้ยังเยาว์ นั่งหน้าจอรอเพื่อน
มีอะไรดีๆมาแบ่งปันกัน
ฅนคอเดียวกัน สุมหัวกันที่นี่
Friends' blogs
[Add นกหรรษา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.