--[ประสบการณ์ซวยต่อเนื่อง ใครว่าซวย ๆ เชิญครับ!!]--
จันทร์ ที่ 9 เมษายน 2550 23.40 น.

คืนวันจันทร์ เวลา ห้าทุ่มกว่า ๆ เกือบ ๆ เที่ยงคืน ผมยังข่มตาให้หลับลงไม่ได้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่วันก่อน ผมก็นอนไม่ค่อยจะหลับ ฝนตก ไฟดับทั้งเมือง อยากจะหลับก็หลับไม่ลง ร้อนตับแตก!!!!

วันอังคาร ผมต้องไปท่อง โรงเกลือ ที่อรัญประเทศ ตั้งแต่เช้ามืด แต่ผมก็ยังข่มตาให้หลับไม่ได้ ได้แต่นอนพลิกซ้าย พลิกขวา เหงื่อออกเต็มตัว เพราะร้อนโคตร ๆ ใครมีน้ำแข็งมั่งไหม ขอหน่อย เอามารองนอน T_T

อังคารที่ 10 เมษายน 2550 เวลา 04.00 น.

ก็ยังแหกตาตื่นอยู่ ไฟติดแล้ว พัดลมติดแล้ว แอร์ติดแล้ว แต่ดันไม่เย็น เวรกำแท้ ๆ เสียชาติแอร์จริง ๆ เกิดเป็นแอร์ แต่ดันไม่เย็น!! T_T

นอนตาแข็งเพราะยายยั่วมาตั้งแต่ยังไม่เที่ยงคืน โดยหวังว่า จะหลับเอาแรงไปผจญภัยที่โรงเกลือในวันนี้ ไป ๆ มา ๆ แท้แต่ความรู้สึกง่วงซักนิด ก็ไม่มีมากล้ำกลาย มีแต่ความรู้สึก ง่วงเป็นเชี่ยน ๆ เข้ามาแทน T_T

05.30 น. หมดความพยายามจะหลับ ถึงหลับตอนนี้ก็คงไม่ต้องไปกันแหล่ะ โรงเกลือ เอาเป็นว่า ตื่นเลยก็แล้วกัน ตื่น ทั้ง ๆ ที่ยังไม่หลับนี่แหล่ะ ลงมาอาบน้ำ ปะแป้ง อมตังค์ เอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าแล้วเรียบร้อย ก็เตรียมเข็นขึ้นเมรุ เผาได้เลย T_T

เฮ้ย ไม่ใช่ ๆ ยังไม่ตายโว้ย!!!!


จัดของใส่กระเป๋าใบเล็กเรียบร้อย ก็เดินออกจากบ้าน เจอเสด็จแม่ ที่กำลังนั่งเล่นกับนังคะน้า เตรียมจะออกไปทำงานอยู่ข้างล่าง เสด็จแม่ถาม

"ตุ้ม ตื่นแต่เช้า จะไปไหน"
"ตื่นที่ไหนกัน ยังไม่หลับซักงีบ!!!" ผมตอบไปด้วยความหงุดหงิด

"อ้าว แล้วทำไมไม่นอน" นังคะน้ามาคลอเคลียอยู่ที่ปลายตรีน มองดู แหม ๆ ๆ ๆ มันน่าดีดไปติดข้างฝาจริง ๆ แต่แม่อยู่ ได้แต่หักห้ามใจไว้ก่อน เดี๋ยวเจอกันนอกรอบ!!!

"นอนไม่หลับ" ผมตอบไปพร้อมกับสงบปลายตรีนตัวเองเต็มที่ไม่ให้ดีดนังคะน้าไปติดข้างฝา

"แล้วนี่จะไปไหน มานี่ม่ะ คะน้า เมี้ยวๆ ๆ ๆ"
"ถามผมหรือเรียกแมว" ผมถามด้วยความอิจฉาที่แม่เอาใจแมว แทนที่จเอาใจผม

"ถามเรานั่นแหล่ะจะไปไหนแต่เช้า" แม่พูดโดยไม่มองหน้าผม แต่หันไปเกาคอให้คะน้าแกรก ๆ ๆ ๆ แหม น่าเบิ๊ดกระโหลกจริง ๆ นังคะน้า เสแสร้งเอาใจแม่สุด ๆ เลยนะแก๊!!!
"ไปโรงเกลือ!!!" ผมตอบสะบัด ๆ พลางทำหน้าตางอนนิดหน่อย แต่แม่ไม่สนใจ เพราะผมงอนไม่น่ารักเหมือนคะน้า T_T

"ไปทำไมโรงเกลือ ไปซือเกลือเหรอ" แม่ถามมาอย่างพาซื่อ เพราะไม่รู้จักโรงเกลือ T_T
"ไปซื้อของ ไม่ได้ไปซื้อเกลือ ป๊าดดดดด" ผมตอบพลางเอามือเกาหัวจนผมร่วงกราว ๆ

"อ้าว จะรู้ไหม เห็นบอกว่าโรงเกลือ ๆ นึกว่าไปซื้อเกลือสิ"
"ปะโธ่ ไม่ใช่ซะหน่อย ไปซื้อของมาขายน่ะ"

"อ้อ ซื้อขนมมาฝากแม่ด้วยล่ะ"

เวรกำ แม่ตรูแทนที่จะบอกว่าให้เดินทางดี ๆ ดันห่วงขนมซะงั้น T_T

ก็อย่างที่รู้ว่าจักรยานผมโดนโจร 500 ขโมยไปแล้ว ผมจึงต้องเดินออกมา แล้วทางแมวลอดก็ปิดอยู่ซะด้วย ยังไม่ถึงเวลาเปิด มีทางเดียว ต้องเดินออกทางเดิมหน้าหมู่บ้าน!!!

โอววววววว ทำไมมันไกลอย่างนี้หนอ ง่วงก็ง่วง (ความง่วงเริ่มกล้ำกลาย T_T)
แต่ไหน ๆ ก็ออกมาแล้ว อย่าให้เสียความตั้งใจ เราต้องแน่วแน่ ตั้งใจไว้แล้ว ต้องทำให้สำเร็จ!!!
ว่าแต่ว่า ทำไมมันง่วงอย่างนี้วะ!!! .........เดินแหกขี้ตาออกมาจนถึงป้ายรถเมล์จนได้
ข้ามถนนเกือบโดนรถมอเตอร์ไซด์คาบไปรับประทานด้วย เพราะมองมันไม่เห็น ซวยคอด T_T

ออกมานั่งรอรถไปอรัญประเทศที่รังสิต ตอน 6 โมงครึ่ง โดยหวังว่า จะไปหลับบนรถ หนังตาหนักเป็นกิโลแล้วตอนนี้

06.30 น. รถ กรุงเทพ - องครักษ์ - อรัญประเทศ มาแล้ว ผมกุลีกุจอ เดินไปต่อแถวขึ้นรถ!!!
มีครอบครัว พ่อ แม่ ลูก อยู่ข้างหน้าผม กับ คนแก่ ๆ อีก 1 คน กำลังเกาะราวรถขึ้นไป
ผมมองไปบนรถ เห็นที่นั่งว่างอยู่พอสมควรเหมือนกัน

ผมขึ้นไปบนรถแล้ว.....เดินหาที่นั่ง เห็นที่ว่างอยู่ข้างหลัง 2 ที่!!!!
ในใจก็นึกไปว่า แล้วไอ้ที่ว่าง ๆ ที่ตรูเห็นเมื่อกี๊มันอะไรกันหว่า ทำไมมันเต็มเร็วนัก
หันไปมอง พระเจ้า............. ที่ว่างที่ผมเห็น จริง ๆ แล้วมีคนนั่งอยู่ แต่ว่า เค้านอน!!!

นอนหนุนตักคนข้าง ๆ ผมเลยมองไม่เห็น นึกว่าที่ว่าง T_T

หันมาอีกที 2 ที่ ๆ ว่างนั้น โดนจับจองไปแล้วเรียบร้อย โดยครอบครัวนั้น
หันไปมองข้างหลัง ไม่มีใคร หันไปมองข้างหน้า นั่งกันหมดแล้ว ไม่มีที่ว่างเลยซักที่
มีเพียงผีเป....รตตตตนามสมันน้อย คนเดียวที่ยืนหัวโด่อยู่บนรถ!!!!

ไม่ซวยก็ไม่รู้จะเรียกอะไร ขึ้นมาตั้งเยอะ ได้นั่งหมด พอถึงคิวเรา ที่เต็ม ต้องยืนอยู่คนเดียวซะงั้น T_T
ถามจริง ๆ จะว่างอีกซักที่นึงมันจะตายไหมครับคุณ ฮืออออออ

แต่จะทำไงได้ ก็ต้องยืนไปแหล่ะ นึกถึงระยะทางแล้วท้อโคตร!!! กรุงเทพไปอรัญ 4 ชั่วโมง นี่ผมต้องยืนไปตลอดทางเลยหรือนี่ ง่วงชิบเป๋งงงง

บ่นไปก็เท่านั้น เพราะยังไงก็ต้องยืน ยืนเอียงไปเอียงมา จะล้มมิล้มแหล่ รู้สึกว่าขามันอ่อน ๆ ยังไงชอบกล ใครที่เคยไม่ได้นอนแล้วต้องไปทำงาน คงจะนึกอาการผมออกนะครับ ว่ามันทรมานเพียงไหน!!!

ยืนอยู่ได้ประมาณกี่นาทีไม่รู้ล่ะ ไม่มีอารมณ์จะดูเวลาแล้ว รู้แต่ว่า พอรถแล่นมาถึงองค์รักษ์ ก็มีคนลง!!!
มีลง 2 คน เป็นคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าสุดทั้งคู่ เพราะฉะนั้น จะมีเบาะว่าง 2 เบาะ

ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ในที่สุด สวรรค์ก็มีตา ส่งที่นั่งมาให้ตรูแล้ววววว
ผมเกาะราว พาตัวเองไปที่ว่างนั้น เบาะว่าง 2 เบาะ ผมนั่งคนเดียว สบายตัวไป ฮ่ะ ๆ ๆ ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ!!!

ผมนั่งปั๊ป ก็งีบเลย กะว่าเดี๋ยวจะหลับให้สบาย ไปตื่นอีกทีที่อรัญประเทศเลย ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งมองโน่นมองนี่ให้เสียเวลา อากาศดี แดดไม่ร้อน แอร์เย็นสบาย (เย็นกว่าแอร์ที่บ้าน 100 เท่า!!!)

ขณะที่กำลังจะงีบหลับไปนั้นเองก็รู้สึกได้ว่า มีอะไรมาทุบหัวอยู่ ปึ่ก ๆ ๆ ๆ
ผมลืมตาขึ้นมอง นึกว่าตัวเองฝัน แต่ว่า ฝันเป็นจริงซะแล้ว เมื่อ เบาะหลังผมเป็นเด็กน้อย ที่มากับแม่เค้า เด็ก 2 คน คนนึงเดินได้ พูดได้แล้ว เป็นเด็กผู้หญิง ส่วนอีกคนนึง ยังเดินไม่ได้ ยังพูดไม่ได้ คลานก็ยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เพศอะไรผมไม่รู้ เพราะใส่ผ้าอ้อมอยู่!!!

ต้นเหตุของการทุบหัว มาจากเด็กหญิงตัวน้อย ที่มันปีนเบาะขึ้นมา โผล่หัวมาทางหัวผมนี่แหล่ะ มันเห็นหัวผมเป็นกลองหรืออย่างไร ทุบเอา ๆ ปึ่ก ๆ ๆ ๆ

เด็กคงสนุก แต่ผมจะนอน!!!!

ใจอยากจะตบเด็กให้คว่ำ แต่ติดที่แม่กับพ่อเค้าก็นั่งอยู่หัวโด่ เลยต้องทำตัวเป็นชายหนุ่มรักเด็ก หันไปยิ้มแบบแสย่ะ ๆ ประมาณว่า

"น้องครับ น้องเลิกทุบหัวพี่ซักทีเหอะครับ ถ้าไม่เลิก เดี๋ยวพี่ตบเอานะครับ พี่ไม่รักเด็กนะครับ พี่ไม่ใช่นางงาม เลิกนะครับ คนดีพูดภาษามนุษย์รู้เรื่องนะครับ"

แต่น้องเค้ายังเด็กเกินไปที่มองรอยยิ้มผมไม่ออก ยังทุบอยู่นั่น มีจิกหัวด้วย!!!
ผมหันไปมองคนเป็นแม่ ปรากฎว่า หลับไปแล้วเรียบร้อย T_T

ซวยกรูจริง ๆ เลย คนห้ามก็หลับไปแล้ว แล้วใครจะห้ามไอ้เด็กสเปรชคนนี้ล่ะวะ
หันไปมองคนเป็นพ่อ ที่นั่งอยู่อีกฝั่งนึง เออ ยังไม่หลับ แต่ไม่ได้หันมามองดูลูกตัวเอง
ว่ากำลังทุบหัวผมอยู่นี่ ผมเอื้อมมือไปจับมือน้องคนนั้นไว้ พลางยิ้มแบบนางงามอีกรอบ

บอกไปเบา ๆ ว่า

"อย่าทุบครับ พี่เจ็บ นั่งเฉย ๆ สิครับ นะนะ นะ ได้โปรด"

ไม่มีผลอะไรกับเด็กนรกคนนี้ เพราะเค้าฟังภาษาผมไม่รู้เรื่อง ยังคงทึ้งหัวผมต่อไปอย่างไม่หยุดยัง จนผมจะร่วงหมดหัวอยู่แล้ว ยิ่งล้าน ๆ อยู่ด้วย T_T

"โอ้ย ๆ ๆ อย่าทุบครับ พี่เจ็บ" ผมพูดเบา ๆ พลางส่ายหัวหลบเป็นงู

ยิ่งส่ายหัวหลบ ยิ่งยั่วยุให้เด็กหญิงตัวน้อย ๆ หาทางตบกบาลผมให้ได้
มันคงนึกว่า ผมเล่นด้วยละมั้งนั่นน่ะ T_T


ดูเหมือนเสียงพูดของผม จะปลุกคนเป็นแม่ เธอลืมตาขึ้นมา เห็นภาพลูกตัวเองกำลังจดจ่อจะตบกบาลผมให้ได้ เธอเหมือนเทพผู้มาโปรดสัตว์โลกเช่นผมจริง ๆ

"ลูกอย่าไปแกล้งพี่เค้าสิจ๊ะ!!!!"

เออเว้ย ที่แม่มันพูด มันหยุดเว้ย ที่ตรูพูดมันไม่ฟังเลย T_T

"ขอโทษด้วยนะคะ" คนเป็นแม่ พูดผ่านช่องว่างของเบาะมา พลางล็อคคอลูกตัวเองไว้!!!
"ครับ ๆ ไม่เป็นไรครับ" ผมตอบกลับไป ทั้งที่หมัดกำแน่นด้วยความแค้น โดนเด็กตบหัว T_T

เด็กน้อยโดนแม่ล็อคคอไปแล้ว ผมเอนตัวลงนอนอีกครั้ง หวังว่าจะไม่มีอะไรมากวนใจอีก เบาะข้าง ๆ ผมยังว่างอยู่ ไม่มีใครมานั่งด้วย ดีจริง ๆ

นั่งงีบอยู่ได้ซักพัก ยังไม่ทันหลับ รถก็จอดรับคน!!!!
มีขึ้นมาคนเดียว แน่นอน ไม่ต้องมองก็รู้ว่า ผู้ชายแน่ ๆ ที่ขึ้นมา ผมชินซะแล้ว T_T

ชายหนุ่ม กางเกงขาเดฟ เสื้อสีดำ ตัวดำกว่าผมเสียอีก ยังวัยรุ่นอยู่เลย

ชายหนุ่มคนนั้น เดินตรงมานั่งข้าง ๆ ผม เบาะตั้งกว้างขวาง ทำไมต้องมานั่งชิดตรูขนาดนี้ด้วย!!!
ผมพยายามทำตัวลีบ ๆ หลบมัน แต่ก็หลบไปไหนไม่ได้ เพราะติดข้างรถเสียแล้ว แต่มันก็ยังจะขยับมาอีก

ไอ้ชิบหาย จะขยับมาหาเตี่ยมรึงเร๊อะ!!!

ผมหันไปมองหน้ามัน ด้วยหน้าที่ง่วง และมึนสุดขีด แล้วก็มองไปที่ ๆ มันพยายามเบียดมาให้ชิดผม
แล้วก็เอ่ยปากถามมันไปว่า

"น้องจะขยับมาทำไม ที่น้องก็มีนั่ง!!!"

มันก้มลงมองสีข้างมันที่ติดกับสีข้างผม แล้วก็ขยับออกไปนั่งตรงเบาะมัน โดยไม่พูดอะไร
ผมถอนหายใจเพราะจะได้ไม่ต้องมีเรื่องราวอะไร พลางขยับตัวให้นั่งให้สบาย เนื่องจากมันเขยิบไปแล้ว!!!

กำลังจะหลับตาลงอีกรอบ ผมก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเห็นจากชายหนุ่มคนนั้น
ผมมองไปที่มือมัน ซึ่งตอนนี้ เอามาวางไว้บนหน้าขาของมันเอง

สีดำ สีแดง คือสิ่งที่ผมเห็น!!!

ใช่แล้วครับ สิ่งที่ผมเห็นคือ เล็บของมัน มันทาเล็บด้วย!!!!!!!



เอาแล้วไงล่ะ มรึงจะทาเล็บทำไมวะนั่นน่ะ ขนลุกซู่ทันทีที่มองเห็น
ไอ้หนุ่ม (หรือเปล่า) คนนั้น คงเห็นว่าผมมอง มันก็เลยหันมามองผม

ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน มันยิ้มให้!!!!!

แสรดดดดดดดดดด ผมหันหัวกลับแทบไม่ทัน หันออกนอกรถไปเลย ไม่หันกลับไปมองมันอีกเลย
น้ำตาคลอเบ้า ได้แต่ถามสิ่งศักดิ์สิทธิ์แท่งทองว่า ขอซักเรื่องจะได้ไหมครับ ผมยังไม่ได้นอนเลย

ขอนอนแบบต้องไม่ระวังตรูดตัวเองซักงีบไม่ได้เหรอครับ!!! T_T

แต่คิดไปก็เท่านั้น ได้แต่นั่งหันหน้าออกนอกตัวรถ ประมาณว่า ชมวิวไปเรื่อย แต่หารู้ไม่ ผมไม่กล้าหันกลับมาเจอคนทาเล็บต่างหาก!!

นั่งระแวงอยู่ได้ซักพัก ก็รู้สึกถึงอะไรซักอย่างตรงไหล่ผม

ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ใช่แล้ว เดากันไม่ผิดหรอกครับ ไอ้หนุ่ม (หรือเปล่า) คนนั้นมันหลับ แล้วเอียงมาซบไหล่ผม!!!
โฮ................. ทำไมต้องเป็นมรึง ทำไม ทำไม ทำไม ทีสาว ๆ ที่เค้าเคยมานั่งข้าง ๆ ตรู ไม่เห็นมีใครหลับอย่างนี้บ้างวะ!!!

โอย คุณครับ อย่าให้เซด ว่ามันขนาดไหนที่อยู่ดี ๆ ต้องสละไหล่ให้ผู้ชายซบเนี่ย
อึ๋ยยยยย พูดแล้วขนลุกซู่ ๆ เลยแหล่ะ T_T

ผมทนไปอย่างนี้ตลอดทางไม่ได้ ไม่ได้เป็นอันขาด ทำยังไงดีมันถึงจะดึงหัวตัวเองกลับไป
นั่งคิดอยู่ได้ซักพัก นึกมุขออกแล้ว ทำเป็นไปดึงผ้าม่านดีกว่า เอามือข้างที่มันพิงนั่นแหล่ะ ไปดึง

ยกมือขึ้น หัวมันก็สะดุดทันที!!!!

มันมองผมหรือเปล่า ผมไม่ได้ดู เพราะไม่กล้ามองมัน รู้แต่ว่า มันดึงหัวมันกลับไปแล้ว
555555 ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก!! ...........นั่งระแวงอยู่ได้อีกซักพักว่า
มันจะทำเนียนเอียงมาซบตรูอีกหรือเปล่า ก็ไม่มีวี่แววว่าจะเอียงมาทางนี้แต่อย่างใด

เออ ถือว่ายังมีจรรยาบรรณอยู่บ้าง อย่างนี้น่านับถือ!!!!

เอาล่ะ มันหลับไปแล้ว เด็กหญิงข้างหลัง ก็คงตายไปแล้วเหมือนกัน ทีนี้คงไม่มีอะไรมากวนใจผมอีก จะได้นอนซะที....

เอียงตัวเพื่อเอาหัวพิงเบาะ ไม่กล้าเอนเบาะ กลัวไปปลุกเสือน้อยที่อยู่ข้างหลังให้ลุกขึ้นมาทึ้งหัวผมอีก เลยต้องเอียงตัวเอง ที่ยาวเป็นเปร.....ด ให้นอนได้สะดวก

กำลังจะหลับอยู่แล้วเชียว

ก็มีมารตัวใหม่ขึ้นมาผจญ!!!!

มารที่ผมพูดนี่ คือ สาวใหญ่ใจทมิฬ ซึ่งมีปากเปรียบได้กับกรรไกรโรงพยาบาล
สาวคนนี้มีหน้าที่เก็บเงินค่าโดยสาร!!!!

"ใครยังไม่ได้จ่ายค่ารถเตรียมเงินไว้ด้วยนะคะ" เสียงของเธอดึงผมขึ้นมาจากภวัง ด้วยความหงุดหงิดเพราะกำลังจะหลับแล้วเชียว T_T

ค่ารถ!!!! เท่าไหร่วะ ไม่เคยนั่งด้วย ครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปครับ เคยไปแล้วมาครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นไปรถเพื่อนในห้องบาสครับ ไม่ได้ไปทางนี้ ดังนั้น ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางไปเอง!!!

สาวใหญ่ปากตะไกร เดินเก็บค่าโดยสารมาถึงผม กับ ชายหนุ่มหรือเปล่า ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ซึ่งตอนนี้มันตื่นแล้ว!!

ค่ารถเท่าไหร่ผมไม่เคยนั่ง จึงเตรียมเงินไว้ในมือเยอะ ๆ กะว่าไม่น่าจะเกิน 300 บาท ผมถือแบงค์ร้อย 3 ใบไว้ในมือ เตรียมจ่าย

ไอ้หนุ่มหรือเปล่าข้าง ๆ จ่ายแบงค์พัน!!!!!

"ลงไหน" เสียงสาวปากตะไกรถามหนุ่มหรือเปล่าคนนั้น
"......." ผมฟังไม่ทันว่ามันตอบว่าอะไร

"คราวหลังจะขึ้นรถ หัดเตรียมเงินไว้ให้พอดีด้วย อะไร นั่งแค่นี้ จ่ายแบงค์พัน ฉันไม่มีทอน!!!!"

ห้วน และ ดุดันกับคำตอบ ไม่มีทอน แต่เก็บแบงค์พันใส่กระเป๋าไปเรียบร้อย ไอ้หนุ่มนั่นซวยไป ต้องรอตังค์ทอนทีหลัง T_T

ต่อไปก็ถึงทีของผมมั่งแล้ว ยืนเงินไปให้ด้วยมืออันสั่นเทา

"ลงไหน!!!!!" เสียงห้วนและดุดันเสียงเดิมถามมาเล่นเอาผมสะดุ้ง
"เอ่อ.....โรงเกลือครับ" ตอบไปด้วยความตกใจ ทั้งที่รู้ว่า รถวิ่งไปแค่อรัญ ไม่ได้ไปโรงเกลือ แต่กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเสียแล้วววววว

"รถไปแค่อรัญนะ ไม่ได้ไปโรงเกลือ ชั้นไม่ไปส่งนะ แล้วจ่ายมาทำไมตั้งเยอะแยะ ค่ารถแค่ 185 บาท หัดเตรียมเงินให้พอดีด้วยสิ!!!" เสียงตอบกลับมาดังลั่นรถ พาคนทั้งรถหันมามองบ้านนอกตัวโย่ง ๆ ที่นั่งอยู่หน้ารถ ซึ่งตอนนี้ คอหดเป็นเต่าด้วยความอาย T_T

"ครับ ๆ" ปากตอบไป แต่ใจก็ตอบตาม

"ก็ตรูเพิ่งมาเป็นครั้งแรกในชีวิตโว้ย จะรู้ไหมว่าค่ารถมันเท่าไหร่ ป๊าดดดดดดด ด่าจังเลย"

เอื้อมมือไปรับเงินทอน 15 บาทจากมือของ สาวปากตะไกร ที่ยังบ่นไม่เลิก

"จ่ายมาทำไมตั้ง 300 ค่ารถแค่ร้อยกว่าบาท เห้อออออ"

มีเสียงถอนหายใจด้วย !!! เวรกำแท้ ๆ

สาวใหญ่ปากตะไกร เดินไปหน้ารถแล้ว โดยที่ไอ้หนุ่มข้าง ๆ ก็ยังไม่ได้เงินทอน (สมน้ำหน้ามัน!!! << ยังมีหน้าไปสมน้ำหน้าเค้าอีกนะนั่นน่ะ T_T)

เอาเถอะ โดนบ่นนิดหน่อย ถือซะว่าเราไม่รู้ก็แล้วกัน คราวหน้าจะได้เตรียมมาให้พอดี ๆ
ผมเอียงตัวอีกครั้ง เพื่อจะได้นอนซะที แต่ปรากฎว่า อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงคนทะเลาะกัน ดังมาจากหน้ารถ

ใช่แล้ว เสียงสาวใหญ่ปากตะไกร กำลังทวงเงินที่กระเป๋ารถ ยืมเธอไป เสียงดังสนั่น!!!!

"เงินที่ยืมไป เมื่อไหร่จะคืน"
"........" เสียงเบาจนผมไม่ได้ยิน แต่นึกภาพคนตอบออกว่า คอจะหดเป็นเต่าขนาดไหน

"ทีตอนมายืมละ เสียงอ่อนเสียงหวาน บอกว่าจะคืน ๆ นี่มันเดือนนึงแล้วนะ เมื่อไหร่จะคืน"
"......." ก็ยังไม่ได้ยินอยู่ดี

"ไม่รู้ล่ะ ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้เงินคืน เกิดเรื่องแน่ ๆ"
"......." หมดปัญญาจะฟัง

ได้ยินเสียงคนขับรถดังแทรกมาว่า

"เบา ๆ หน่อย ผู้โดยสารเค้านอน"

"ก็ช่างหัวผู้โดยสารไปสิ!!!!"

สะดุ้งกันทั้งรถ....T_T

เวรกำ พวกตรูไปเกี่ยวอะไรด้วยฟระ
แต่ก็ได้ผล เมื่อเสียงโวยวายทวงหนี้จากสาวใหญ่ปากตะไกร เบาลงแล้ว แต่ก็ยังได้ยินแว่ว ๆ เพราะว่าผมนั่งเบาะหน้าสุดเลย มีแผงประตูกั้นอยู่เท่านั้นเอง!!!

นั่งลืมตาอยู่ได้ซักพัก เพราะหลับไม่ลง สาวใหญ่ปากตะไกร ก็เปิดประตูเข้ามาภายในตัวรถ เพื่อเอาเงินทอนมาให้กับไอ้หนุ่มหรือเปล่าที่นั่งข้าง ๆ ผม พร้อมกำชับไปว่า

"คราวหลังเตรียมเงินมาให้พอดีด้วย!!!!!"

สะดุ้งกันไปอีกรอบ T_T
ผมพยายามหันหน้าออกนอกตัวรถ ไม่กล้าสบตา กลัวว่าจะโดนหางเลขไปด้วย เป็นการนั่งรถที่ระทึกที่สุดในชีวิต ไม่ได้ระทึกเพราะรถขับไม่ดี แต่ระทึกเพราะคนเก็บเงินดุเหมือนหมา!!!

สาวใหญ่ปากตะไกรลงไปแล้ว เมื่อถึงสถานีหนึ่ง
ซึ่งผมไม่ทันดูว่ามันคือสถานีอะไร รู้แต่ว่ารถจอดส่งที่นั่น!!

เอาล่ะ มารผจญทั้งหลาย ไม่มีแล้ว ผมจะได้นอนซะที
แต่ว่า อะไรที่ได้มาง่าย ๆ มักไม่เคยมี เมื่อไอ้หนุ่มหรือเปล่าข้าง ๆ มันดันลงไปซื้อขนมขึ้นมาบนรถ!!!

ขนม 1 ถุงใหญ่ มันซื้อมา ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ซื้อก็ซื้อ คนอื่นเค้าก็ซื้อกันเยอะแยะ
แต่ที่ผมเคืองก็คือ มันดันเอามาวางไว้ข้าง ๆ ผม ระหว่างตัวมัน กับตัวผมนี่แหล่ะ!!!!

พอผมขยับตัวที ก็มีเสียงถุงดัง แกร๊บ แกร๊บ แกร๊บ!!!

แสรดดดดดดด เอาไปวางฝั่งมรึงโน่นมันจะตายไหม ถามจริง ๆ เหอะ
ผมเอามือดันเบาะ ก็โดนถุงขนมมัน แกร๊บ ๆ ๆ

ไอ้ครั้นจะไปบอกให้มันเอาไปวางฝั่งมันก็ดูเหมือนจะเป็นคนเรื่องมาก นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ได้ไปเสีย ผมเลยต้องทน ๆ ไป ก็ขนาดเจ้าของขนมเอง มันยังไม่ใส่ใจเลยทั้ง ๆ ที่ได้ยินเสียง มันก็ยังนิ่ง ๆ แล้วผมจะไปสนใจมันทำไม

เอาล่ะ รถออกแล้ว ผมทำตัวนิ่ง ๆ เลื้อยลงไป ทำท่าจะนอนซะที

ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ บอกแล้ว ว่าอะไรที่มันจะได้มาง่าย ๆ ไม่เคยปรากฎสำหรับผม
ขณะที่จะบรรทมนั่นเอง ก็มีเสียงสวรรค์ ดังขึ้น!!! เสียงสวรรค์ที่ว่า มาจากเบาะหลังผมนี่เอง
เบาะของเด็กนรกที่ทุบหัวผมเมื่อกี๊นี้ แต่คราวนี้ ไม่ได้มาจากเด็กคนนั้น แต่มาจากอีกคนนึง

คนที่ยังใส่ผ้าอ้อมอยู่นี่แหล่ะ


"อุแว๊........แอ๊ แอ๊ แอ๊........อุแว๊............" T_T

เอาผมไปฆ่าให้ตายเลยดีกว่าครับ อย่าทำอย่างนี้มันทำร้ายจิตใจกันเกินไป
มันร้องเหมือนกับว่า มันกำลังจะตายอยู่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี่แล้ว

ร้องแบบที่ว่า พ่อแม่มันยังเอาไม่อยู่ ไม่ว่าจะทำอะไร

แว๊.................แอ๊ แอ๊ แอ๊ แอ๊......

ใครหลับลงก็บ้าแล้วครับ เจอเสียงเด็กนรกเข้าไปอย่างนี้ ได้แต่หลับตาอธิษฐานอย่างเดียว
อธิษฐานว่า ใครก็ได้ซักคนนึง เอาอะไรก็ได้ ยัดปากมัน มันจะได้เงียบ ๆ ไปซะที!!!!!

แต่คำอธิษฐานของผมไม่เป็นผลแต่อย่างใด เมื่อมันก็ยังแหกปากร้องอยู่นั่นแหล่ะ

ฝนจะตก แดดจะออก หมาจะเห่า ขี้จะแตก เด็กจะร้อง ใครห้ามได้ก็บ้าแล้ว!!!

คนทั้งรถตื่นหมด ผมนับถือเลยครับ ถ้าใครยังข่มตาหลับอยู่ได้ทั้ง ๆ ที่มีเสียงแหกปากของเด็กคนนี้อยู่
ถ้าใครทำได้ ผมจะเดินไปกราบงาม ๆ และขอสูตรว่า พี่ทำได้ยังไง ขนาดผมที่ว่า ง่วงสุด ๆ อย่างนี้แล้ว
ยังหลับไม่ลงเลย T_T

รถวิ่งไปได้เรื่อย ๆ เสียงร้องเริ่มเงียบลง เนื่องจากคนเป็นแม่ เอาลูกขึ้นอุ้ม แล้วเดินเล่นรอบรถ!!!!!
อ้อ มันอยากเดินเล่นนี่เอง แล้วทำไมไม่พูดวะ!!! (ผมก็พูดไปเน๊อะ ถ้ามันพูดได้ มันจะร้องทำไมล่ะ T_T)


จนในที่สุด ก็เงียบสนิท ซึ่งผมก็ยังไม่ละความพยายามที่จะนอน ในขณะที่ถุงขนมก็ยังกร๊อบแกร๊บ ๆ อยู่ข้าง ๆ นี่แหล่ะ เมื่อไหร่มันจะกินหมดวะ ป๊าดดดดดดดด

ผมหลับตาลง แดดเริ่มออกแล้ว ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ส่องเต็มหน้าเลย T_T
ได้นั่งฝั่งดีมาก ๆ นั่งฝั่งแดดส่อง T_T เอามือรูดผ้าม่านมาปิด ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเล๊ยยยย
เนื่องจาก ผ้าม่านที่มันควรจะเต็มผืน ดันมีแค่ครึ่งผืน!!!!

ไม่รู้ว่า อีกครึ่งนึงมันหายไปไหน!!!!
ได้แต่เลื่อน ๆ มาบังแดด ไม่ให้ส่องหน้าเท่านั้นเอง ส่วนตั้งแต่อกลงไปจนถึงปลายเท้า
โดนแดดส่องจนจะสุกคารถ แอร์ที่เคยเย็น เจอแดดอย่างนี้เข้าไป ก็เย็นไม่ออกล่ะครับ T_T


เอาน่ะ อย่าทำเป็นคนเรื่องมากไปหน่อยเลย โดนแดดแค่นี้ทำมาเป็นบ่นอะไรนักหนา
นอน ๆ ไปเหอะ ก่อนที่จะมีอะไรมากวนใจอีกรอบ รีบนอนซะตอนนี้ จะได้หลับไปเลยไง

เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ผมก็หลับตาลงอย่างเป็นสุข!!!!

แต่ก่อนจะหลับตาลง คร่าว ๆ ว่า รถแล่นมาถึงสระแก้วแล้ว ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ใกล้ถึงแล้วโว้ย ใกล้ถึงแล้ว
เอาน่ะ หลับแป๊ปนึงก็ยังดีนะ เก็บแรงไว้ซักนิดก็ยังดี เพราะเดี๋ยวต้องไปเดินตากแดดอีกทั้งวัน!!

ดูเหมือนกับว่า ทุกอย่างจะเข้าสู่ความสงบ และผมจะได้หลับซักทีใช่ไหมครับ
แต่อย่าเพิ่งครับ ไม่มีหรอกครับ สิ่งที่ว่า ความสงบที่ผมว่านั่น เมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีเสียง ๆ หนึ่ง ดังขึ้นอีก

เบาะหลังอีกแล้วครับ


"อุแหว่ะ..........................อ๊อกกกกกกกกก"


55555555555 เด็กน้อยที่ทุบหัวผมได้รับกรรมที่มันก่อแล้ว
ครับ อ้วกครับ อ้วกเลย บอกแล้ว เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับหมัน ของมันแรงโว้ย!!!!

กระหยิ่มได้แป๊ปเดียวครับ เพราะเสียงอ้วก เพื่อน ๆ ก็คงจะรู้อยู่
ว่า ได้ยินแป๊ปเดียวก็คงไม่เป็นไร แต่นี่ ดังยาวครับ อ้วกตลอดทางเลย

"อุแหว่ะ!!!!! อุแหว่ะ!!!!! อุแหว่ะ!!!!!"

เป็นเสียงที่บิ๊วอ้วกจากคนที่ได้ยินเป็นอย่างดี แล้วผมนะ นั่งอยู่ติดเหตุการณ์เลย
ได้ยินเสียงอ้วก จนแทบจะอ้วกตามอยู่แล้ว พระเจ้า........

เมารถครับ เมารถเพราะเสียงอ้วกของเด็กข้างหลัง T_T

ได้แต่ภาวนาให้น้องเค้า หยุดอ้วกเร็ว ๆ ผมจะได้พ้นทุกข์ซะที
แต่ไม่เลยครับ ยังอ้วกได้อย่างต่อเนื่อง ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไปถึงได้อ้วกได้ตลอดทางขนาดนั้น T_T

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อไอ้ชายหนุ่มหรือเปล่า มันหันมาสะกิดผม แล้วถามว่า

"ตรงนี้ที่ไหนครับ"

แสรดดดดดดดดดด แล้วกรูจะรู้ไหม กรูก็เพิ่งมานี่แหล่ะครั้งแรก ป๊าดดดดดดดดด

ก็ได้แต่ส่ายหัวไป เพราะไม่รู้จริง ๆ ส่ายหัวตอบมันทั้ง ๆ ที่มึนกับเสียงอ้วกนี่แหล่ะ
มองดูคนรอบข้าง เค้าก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ทำไมผมเป็นอยู่คนเดียวฟระ!!!!

ก็แน่ล่ะ ร่างกายผมอ่อนแอ เพราะยังไม่ได้นอนเลย อะไรมาสะกิดนิดนึง ผมก็เขวตามแล้ว T_T


อุแหว่ะ..........................


โชคดีเป็นของผมครั้งแรก เมื่อรถมาถึงสถานีอรัญประเทศ
ก่อนที่ผมจะอ้วกตามเด็กนั่นไปอีกคนนึง รถจอดปุ๊ป ผมก็ทะยานออกนอกตัวรถทันที!!!!

หายใจเข้าลึก ๆ โอย แทบตาย T_T

ได้ผลครับ หายใจเข้าลึก ๆ แต่ตอนหายใจออก มันเอาอ้วกออกมาด้วย
ผมวิ่งหาห้องน้ำแทบไม่ทัน ควักเงินจ่ายค่าเข้าห้องน้ำ 3 บาท

ไม่ได้เข้าไปฉี่ หรือ ไปอึ แต่อย่างใด แต่ไปอ้วก!!!!



แหว่ะ...............................แอ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


เกือบตาย ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เลยอ้วกออกมาแต่น้ำย่อย ซวยแท้ ๆ
เดินตัวลอยออกจากห้องน้ำ ใจตอนนั้นคือต้องหาอะไรรองท้องก่อน

ตรงเข้าเซเว่นครับ ได้ ชีสไบร์ทมา 2 อัน พร้อมน้ำเปล่าขวดนึง
มานั่งกินบนฟุตบาทหน้าร้านนั่นแหล่ะ หมดสภาพมาก ๆ

เมื่อวานนี้ ถ้าใครผ่านไปหน้าเซเว่น หน้า บขส. อรัญนะครับ ก็จะได้เห็น
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโย่ง ผอม ๆ แห้ง ๆ คนนึง ใส่กางเกงขาสั้น ร้องเท้าแตะ
ใส่หมวก สะพายกระเป๋าคาดใบเล็ก ๆ นั่งแผ่อยู่กับพื้น กินชีสไบร์ท แบบไม่ต้องรักษาภาพพจน์กันอีกแล้ว T_T

เอาล่ะ ได้กินแล้ว เริ่มมีแรง ทีนี้ก็ได้เวลาต่อรถไปโรงเกลือแล้ว!!!!
มองหารถที่จะไปโรงเกลือ ก็ไม่มีซักคัน มีแต่มอเตอร์ไซด์รับจ้างเต็มไปหมด

ยืนอยู่ได้ซักพัก เห็นไม่ได้การ กลัวเวลาจะผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
เอาวะ มอเตอร์ไซด์ก็ได้.......... ผมเดินไปที่วินมอเตอร์ไซด์

"พี่ครับ ไปโรงเกลือครับ" ผมบอกกับคนขับ
"ไปโรงเกลือหรือไปบ่อน!!!!" เสียงตอบกลับมา

ป๊าดดดดดดด หน้าอย่างผมนี่มีเงินมาเล่นเหรอครับพี่ ก่อนจะพูด ดูหน้าผมนิดนึง T_T

"เอ่อ ไปโรงเกลือครับ ไม่ได้ไปบ่อนครับพี่"
"นึกว่าจะข้ามไปเล่นฝั่งโน้น"

"ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ" ก็ได้แต่หัวเราะแก้เก้อไปงั้นแหล่ะครับ ไม่รู้จะตอบอะไร

นั่งมอเตอร์ไซด์ตากลมหัวฟูมาจนถึงโรงเกลือจนได้!!!

โรงเกลือมี 2 ฝั่งครับ ฝั่งขวา คือ ตลาดใหญ่ ขายของจิปาถะ ส่วนฝั่งซ้าย เป็นเหมือนโรงงาน ซึ่งฝั่งที่ผมจะมาก็คือฝั่งซ้ายนี่แหล่ะครับ เค้าเรียกตลาดเดชฯ อะไรซักอย่างนี่แหล่ะ จำไม่ได้แล้ว เดชชัยหรือเปล่า อืมมมม จำไม่ได้จริง ๆ แหะ

คราวที่แล้ว ผมมากับเพื่อนห้องบาสครับ ฝั่งนี้เต็มไปด้วยสินค้าที่ผมต้องการในราคาถูก เพราะเป็นฝั่งที่ใช้ซ่อมแซม และ ปรับปรุงสินค้าที่ผมตั้งใจจะไปซื้อครับ

คือไปซื้อที่ร้านซ่อมเลย มันจะได้ราคาถูกกว่าไปซื้ออีกฝั่งนึงซึ่งมันซ่อมเสร็จแล้วเอาวางในร้านแล้วนั่นแหล่ะครับ

มอเตอร์ไซด์จอด

ผมเห็นสภาพตลาดแล้วก็แทบจะเป็นลมตาย!!!
เนื่องจากว่า คราวที่แล้วที่ผมมานั่น อุดมไปด้วยสินค้าของผมที่วางอยู่ระเกะระกะเต็มไปหมด
เนื่องจากว่าเค้าซ่อมแล้ว ก็เอามาตากแดด แต่ว่า คราวนี้ เหมือนตลาดร้าง!!!!!

ป๊าดดดดดดดดด มาผิดวัน T_T

ครับ วันนี้เป็นวันที่เค้าเก็บสินค้าใส่กระสอบเพื่อเตรียมขายแล้ว ไม่ใช่วันที่เค้าซ่อมแต่อย่างใด T_T
ไปผิดวันครับ ใจผมแทบสลายกลายเป็นอากาศธาตุเลยทีเดียว

ได้แต่นึกในใจว่า ทำไมกรูซวยเช่นนี้!!!!!

ยืนอยู่ได้ซักพัก ก็อึดอีกรอบ "เอาวะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อย่าไปโทษโชคชะตา มาแล้วต้องได้ของกลับไปโว้ย!!"

พูดกับตัวเองเสร็จ ก็เดินตระเวณในตลาดที่เกือบจะร้างนั่นไป ปรากฎว่า ยังมีบางร้าน ที่เปิดซ่อมอยู่ ถือเป็นโชคดีของผมนิดนึง ที่ยังมีเปิดอยู่บ้าง

แต่ร้านน้อย ของก็น้อยครับ ของที่ผมอยากได้ในสภาพดี ๆ ไม่มีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มีแต่อะไรก็ไม่รู้ ส่วนของดี ๆ ที่ผมอยากได้

โน่นครับ อยู่ในกระสอบหมดแล้ว ไอ้ครั้นจะไปแกะกระสอบ ก็จะโดนเค้ากระทืบออกมาไม่ทัน แล้วก็ไม่รู้ว่า กระสอบไหนมันจะมีซะด้วย

ซวยแล้วกรู ทำไงดี T_T

ผมเดินวนกลับมาอีกรอบ ซึ่งแต่ละรอบ ก็ใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ ในการเดิน ใหญ่มากครับฝั่งนี้ เดินกันขาขวิดเลยทีเดียว

ในที่สุด ความพยายามของผมก็เป็นผล เมื่อมีอยู่ร้านนึง ผมมองเข้าไปแล้วเจอของที่ผมต้องการ ผมตรงเข้าไปทันที!!!!

"อันนี้ขายหรือเปล่าครับ"
"ร้อ ยี่ สิ" 120 บาท!!!

"โอเคครับ ใส่ถุง!!"

ซื้อมาแล้วด้วยความลิงโลดที่ได้ของดี โดยไม่ดูของให้ดีเสียก่อน
เดินออกจากร้านมาด้วยความดีใจ หยิบขึ้นมาดู


ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ของปลอม T_T

เวรกำ ทำไมกรูไม่ดูให้ดีตั้งแต่แรกวะ
เสียเซล์ฟไปเลยครับ ประเดิมชิ้นแรกด้วยของปลอม!!!

เห้อ เอาน่ะ ไม่เป็นไร ได้มาถูกเอาไว้ใช้เองก็ได้

.
.
.
.
.

นั่นคือของชิ้นเดียวที่ผมได้จากตลาดฝั่งนี้ ทั้งที่คราวที่แล้วมา ผมได้กลับมา 5 ชิ้น!!!

เมื่อหมดหนทาง ผมจึงต้องเดินข้ามฝั่ง มาฝั่งของแพง (แพงที่ว่านี่ก็ยังถูกกว่าที่กรุงเทพนะครับ)

เดินข้ามฝั่งมา ก็เจอเข้ากับ สาวเขมร 1 กลุ่ม ยืนอยู่ตรงปากทางเข้าตลาด
สาวกลุ่มนี้ ยิ้มให้ผมด้วยแหล่ะ ^_^

บางคนกวักมือเรียกผมอีกตะหาก มีผิวปากแซวด้วยนะ

วิ๊วววววววว ว่าไงจะ หนุ่มเสื้อฟ้า!!!!

ฮ่ะ ๆ ๆ รู้สึกว่าตัวเองเป็นดารายังไงก็ไม่รู้ ได้แต่หันไปยิ้มให้ แล้วก็เดินจากมาด้วยความปลื้มใจ ว่าโลกนี้ยังไม่ทอดทิ้งเราไว้คนเดียว ยังมีสาว ๆ มายิ้มให้ ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ

ด้วยความดีใจ กดโทรศัพท์หาเพื่อน ที่เชี่ยวชาญตลาดโรงเกลือซึ่งอยู่ในห้องบาส

"ฮัลโหล เฮ้ย เก๊กเหรอ"
"เออ ว่าไงพี่หมัน อยู่ไหนเนี่ย"

"อยู่โรงเกลือว่ะ"
"อ้าว ไปโรงเกลือเหรอ เป็นไงมั่ง ได้ของไหม"

"ไม่ได้ว่ะ ตลาดแมร่งปิด T_T"
"ฝั่งเดชฯ นั่นน่ะนะ"

"เออสิ ซวยโคตร"
"แล้วข้ามมาอีกฝั่งหรือยัง"

"ข้ามแล้ว เนี่ยกำลังเดินอยู่ มีเรื่องจะเล่าให้ฟังว่ะ"
"เรื่องไรพี่"

"มีสาวทักด้วยโว้ย ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ"
"จริงดิ สาวไหน"

"ไม่รู้จักว่ะ ยืนอยู่หน้าตลาดน่ะ เป็นกลุ่มเลย หน้าตาดีด้วยนะ"
"สาวหน้าตลาด อืมมม ที่ยืนอยู่ตรงเกาะกลางหรือเปล่า"

"เออ ใช่"
"เค้าเรียกพี่ด้วยใช่ไหม"

"ใช่ ทำไมเหรอ"
"นั่นมันคุณโสพี่ หรือแถวบ้านเราเรียก กระหรี่!!!!"

"แสรดดดดดดดดด มิน่าล่ะ มันยิ้มให้ตรู T_T"


วางสายจากมันไป ทำให้ผมรู้ว่า คุณโสที่นี่เค้าหากินกันกลางวัน T_T
ไม่เหมือนสวนลุม ที่เค้าหากินกันกลางคืน ซวยชิบเป๋ง นี่ดีนะที่ผมไม่บ้าจี้
เดินไปคุยด้วย ไม่งั้น ผมอาจจะซวยได้!!!!

ไอ้เราก็นึกว่า ทักเพราะว่าเราหน้าตาดี (ถุยยยยยยย)
ที่ไหนได้ จะกินเจ๊วหวานตรูนี่เอง อย่าหวังเลย หึ!!!!

เดินจากคุณโสกลุ่มนั้นมาด้วยความแปลกใจที่ทำไมเค้าหากินกันกลางวันหว่า T_T

เอาล่ะ อย่าไปสนใจกับสิ่งยั่วยวนอย่างนั้นเลย หันมาขวนขวายหาของที่เราต้องการดีกว่า!!!
ฝั่งนี้ ใหญ่กว่าฝั่งตรงข้าม 3 เท่า!!! ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วร้านที่มีขาย มันก็มีอยู่ไม่กี่ร้าน
คราวที่แล้วมา เพื่อนมันก็บอกแล้ว ว่าให้เดินทางนี้ ๆ แต่ก็ไม่ยอมฟังมันเลย

งมเข็มในมหาสมุทร เป็นอย่างไร เมื่อวานนี้ผมซึ้งแล้วครับ T_T
กว่าจะเจอแต่ละร้านนี่ แทบตาย เดินวนเวียนกันอยู่นั่น เจอแต่กระเป๋า ๆ ๆ ๆ เต็มไปหมด เสื้อเต็มไปหมด จักรยานเช่า เต็มไปหมด!!!

ลืมไปว่า คราวที่แล้ว เพื่อนบอกว่า ถ้ามาคนเดียวให้เช่าจักรยาน จะได้เร็ว ๆ แต่นี่ผมเดินมาแล้วครึ่งทาง ไอ้ครั้นจะเดินย้อนกลับไปเช่า ตรงหน้าตลาด ก็กระไรอยู่ T_T

จริง ๆ แล้ว มันก็มีให้เช่าอยู่ทุกระยะนั่นแหล่ะครับ แต่ผมคิดไปถึงว่า ถ้าช็อปเสร็จแล้ว ผมจะเอามาคืนเค้ายังไง เพราะผมคงจะจำไม่ได้แน่ ๆ ว่า เช่ามาจากตรงไหน มันจะกลายเป็นว่า ผมไปขโมยจักรยานเค้าไปจอดทิ้งจอดขว้างอีก

ผมเข้าใจหัวอกคนโดนขโมยจักรยานครับ เข้าใจดี ฮืออออออออ

เอาล่ะ เดินก็เดินวะ อดทนหน่อย ชีวิตมันไม่ง่ายหรอก
นึกเข้าข้างตัวเอง แต่แดดไม่เข้าข้างผมเลย T_T

ถ้าตอกไข่ไว้ มีหวังสุขแหง ๆ ร้อนจริง ๆ ขนาดรองเท้าผมยังร้อนเลย ร้อนทะลุขึ้นมาถึงฝ่าเท้านี่แหล่ะ ร้อนจริง ๆ เหงื่อออกเหมือนเทน้ำทิ้ง ปาดเหงื่อกันชุ่มเลย เสื้อเปียกหมด กว่าจะได้ของแต่ละชิ้น ผมต้องเดินวนรอบแล้วรอบเล่า เพราะหาร้านขายไม่เจอ

ของดี ๆ ฝั่งนี้เยอะครับ เพียงแต่ว่า ราคามันแพงเท่านั้นเอง ก็ในเมื่อ ฝั่งตรงข้าม ผมหวังพึ่งอะไรไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น แพงก็ต้องซื้อ ได้แต่ตั้งเป้าว่า ถ้าเกินราคาที่ตั้งไว้ในใจ ก็ไม่เอาเท่านั้นเอง T_T

ปรากฎว่า ทุกชิ้นที่ซื้อมา เกินงบในใจทุกชิ้น!!!!! เวรแท้ ๆ

ถ้าผมไม่เอา วันนี้ ผมคงมาเปล่าแน่ ๆ ผมจึงจำเป็นต้องซื้อ โดยต่อราคาแบบ ต่อกระจาย ต่อจนเค้าแทบจะถีบผมออกนอกร้าน เค้าคงนึกแหล่ะ ว่า ถ้ามรึงอยากได้ขนาดนั้นแล้ว

มรึงจะต่อทำไมนักหนา

แล้วอีกเรื่องนึง คือ ผมสื่อสารกับเค้าไม่ค่อยจะรู้เรื่องน่ะครับ เนื่องจากว่า
เค้าพูดไทยก็จริง แต่พูดได้ด้วยภาษาเขมร!!!!

พูดตรง ๆ ว่า ฟังไม่ออก T_T

แล้วทุกร้านเปิดละคร เปิดเพลงกันทุกร้านเลยนะครับ ที่นั่นน่ะ
อารมณ์สุนทรีย์กันมาก ๆ และละครทุกเรื่องก็เป็นละครไทยด้วย เพลงก็เพลงไทยนี่แหล่ะ

แต่เสียอย่างเดียว ที่ภาษาที่พูดในละคร กับ ภาษาที่ร้องในเพลง

ดันไม่ใช่ภาษาไทย แต่เป็น ภาษาเขมรทั้งหมด!!!
ใครจะว่า คนไทยเป็นชาติที่ก๊อปเก่งที่สุด ให้ไปโรงเกลือครับ ท่านจะได้ฟังเพลงไทย ภาษาเขมร T_T

เพลงขึ้นมา คุ้นหูมาก เกือบจะร้องตาม แต่ดันเป็นภาษาเขมร เลยร้องไม่ได้ T_T

"ตร๋ำ ไปร๋ ไตร๋ ปรึ่ด สะเมียง เคียง คะยึง อะแย แคม แทง รู"

ก็ไม่รู้ว่าเค้าด่าเราหรือเปล่า เพราะฟังไม่ออก!!!


เอาเหอะ ผมก็หาของ ๆ ผมต่อไป จนเวลาล่วงเลยมาจนถึง บ่าย 2 โมง
ขาขวิดเป็นควายไปแล้วเรียบร้อย ตั้งใจว่า เดี๋ยวหาอีกซัก 2-3 ชิ้นก็กลับบ้านได้
เพราะ เท่าที่แบกอยู่นี่ ก็ 7 ชิ้นเข้าไปแล้ว หนักโคตร ๆ เหมือนบ้านนอกขนของเข้ากรุงยังไงยังงั้น T_T

เคยเห็นคนเก็บของขายในกรุงเทพไหมครับ ที่เค้าแบกกระสอบ เดินเก็บขยะตามถังขย่ะน่ะ
นั่นแหล่ะครับ สภาพผมเมื่อวานนี้ ต้องแบกขึ้นหลังครับ ไม่งั้นถือไม่ไหว T_T

ในที่สุด ก็มาถึงร้านสุดท้าย

เดินเข้าไป เจอกับเจ้าของร้านเขมร สาว สวย หน้าอย่างหมวย นอนหลับน้ำลายยืดอยู่

ผมเดินเข้าไปดัง แปะ ๆ ๆ ๆ เจ๊แกก็ยังนอนอยู่ นอนแบบ ไม่กลัวขโมยขึ้นร้านเลย
เอาวะ ไม่ตื่นก็ไม่ตื่น ไม่ว่ากัน ขอดูของแบบสบาย ๆ หน่อย ก็ดีเหมือนกัน
ไม่ต้องมาคอยฟังภาษา ที่ฟังแล้วต้องแปลซ้ำอีกให้เสียอารมณ์!!!

เอาล่ะ เลือกของได้แล้ว 3 ชิ้น ถึงเวลาถามราคา ผมเดินไปเรียก

"เจ๊ ๆ ๆ ๆ"
"........" ไม่ตื่น

"เจ๊!!!!!"
"......." ไม่ตื่น

บ๊ะ!! นอยขี้เซาจริง ๆ อย่างนี้ใครจะเอาทำภรรยาวะ ขโมยขึ้นบ้านสงสัยก็ยังไม่ตื่นแหง ๆ

ทำไงดีหว่า รีบซื้อ จะได้รีบกลับ หนักเหลือเกินแล้ว
เรียกก็ไม่ตื่น ทำไงดี หมดปัญญาครับ ไอ้ครั้นจะก้มไปจูบเหมือนเจ้าชายจูบเจ้าหญิงนิทราก็เกรงว่าจะโดนถีบออกมาแทนที่จะตื่นมาแบบดี ๆ T_T

ไม่รู้จะทำยังไง เลยเดินไปที่เจ๊ร้านข้าง ๆ ซึ่งขายกระเป๋า แล้วบอกเค้าว่า ช่วยไปปลุกเจ๊ร้านนี้หน่อยครับ ผมปลุกแล้วไม่ตื่น ไม่รู้ว่าตายหรือยัง!!!

เจ๊คนนั้นใจดี เดินตามมาด้วย พอเห็นภาพแล้วก็หัวเราะ กั่ก ๆ ๆ ชอบใจ

"นี่ อี..... เม โล่ ค้า จะ มา เซ้อ ขอ ตื่อ ด้า แร๊!!!!"
(นี่ อี... มีลูกค้าจะมาซื้อของ ตื่นได้แล้ว (แปลให้ครับ))

ได้ผลครับ ยัยเจ๊นั่น สะดุ้งตื่นทันที มองซ้ายมองขวา ก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ
เจ๊ร้านข้าง ๆ หัวเราะ แล้วก็เดินกลับไป ปล่อยผมไว้กับเจ๊ขี้เซา 2 ต่อ 2

"ห่ะ ๆ ๆ อาว เก่ อัน คะ"
"อันเท่าไหร่ครับ"

"สอ ร้อ เย่ สิ ค่ะ" (สองร้อย ยี่สิบ)
"อืมมมมม"

" เพ่ อาว ไป ห้า โหม่ นั่น เลย หนู โล๊ะ ห้า เหลือ สอ ร้อ!!" (พี่เอาไปให้หมดนั่นเลย หนูลดให้เหลือ 200)
"อืมมมมม 200 นะ โอเค งั้นพี่เอานี่แหล่ะ 3 อัน"

"ทา มา เพ่ ม่า อาว ไป อีก สอ อัน ล่ะ ถ้า อาว เด๋ว หนู โล๊ะ ห้า เหลือ ร้อ แปด สิ!!"
(ทำไมพี่ไม่เอาไปอีกสองอันล่ะ ถ้าเอา เดี๋ยวหนูลดให้เหลือ ร้อยแปดสิบ!!)

"โอววว เงินหมดแล้ว จริง ๆ หมดกระเป๋าแล้วดูสิ" ผมแบะกระเป๋าให้ดู ว่า ไม่มีเงินแล้ว มีอยู่ในกระเป๋าแค่ 100 บาท กับที่ทอนมา 100 เป็นค่ารถกลับบ้าน!!!

"โธ่ เพ่ หนู ม่า เชื่อ หรอก เพ่ อ่ะ เม อีก" (โธ่พี่ หนูไม่เชื่อหรอก พี่น่ะมีอีก)
"มีอะไร ดูสิ มีแค่นี้จริง ๆ นะ" ผมให้ดูเงินอีกรอบ

"อย่า มา กอ โห่ะ หนู เลย ใน ตู้ ไง ตู้ เอ เท เอม น่ะ" (อย่ามาโกหกหนูเลย ในตู้ไง ตูเอทีเอ็มน่ะ)
"อ่ะนะ รู้อีก ไม่เอาล่ะ พอแค่นี้แหล่ะ แบกไม่ไหวแล้ว"

"ก้อด่ะ อ่ะ ๆ แถ ถู หญ่า ๆ ให้ เห มะ หนู ใจ เด ให้ ถู ดั้ว!!!"
(ก็ได้ อ่ะ ๆ แถมถุงใหญ่ ๆ ให้ เห็นไหม หนูใจดี ให้ถุงด้วย)

"โอวว ขอบคุณมากครับ ดีนะเนี่ย ไม่งั้นแบกตายเลย"
"ม่า เป ไร ค่า" (ไม่เป็นไรค่ะ)

ซึ้งในน้ำใจเจ๊จริง ๆ หน้าตาดีแล้วยังใจดีอีกด้วย เดี๋ยวคราวหน้ามาซื้อใหม่ T_T

ว่าแต่ว่า ตรูข้าจะแบกยังไงกลับบ้านวะเนี่ย เอาขึ้นมอเตอร์ไซด์ไม่ได้เด็ด ๆ
มีทางเดียว ต้องเอาขึ้นตุ๊ก ๆ ซึ่ง โชคดีเหมือนกันที่มีจอดอยู่คันนึงพอดีเลย

ผมเดินแบกของตัวเอียงไปหาตุ๊ก ๆ คันนั้น

"พี่ ๆ ไป บขส. ครับ"

คนขับหันมามองผมแล้วพูดมาเบา ๆ ว่า

"ไม่ไป"

แสรดดดดดดดดด ไม่ไปแล้วมาจอดตรงนี้ทำไมฟระ T_T

หน้าผมตอนนั้น กับหน้าคนเขมร แยกกันไม่ออกแล้วครับ เพราะสังเกตุได้ว่า คราวนี้ พวกคุณโสที่ยืนอยู่ด้านหน้า เค้าไม่ทักผมเลย T_T

ออกมาคราวนี้ จากยืน ๆ กันอยู่ กลายเป็นนั่งจกข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างกันแล้วครับ
จก จก จก หมดสภาพมาก นึกภาพ ผู้หญิงหากินข้าง ๆ สวนลุมไว้นะครับ

นั่นแหล่ะ พวกหล่อนกำลังนั่งจกข้าวเข้าปากกันเป็นกลุ่มเลย T_T

เอาล่ะ ในที่สุดก็มี ตุ๊ก ๆ มาอีกคันนึง คันนี้ไปครับ
ในที่สุด ผมก็มาถึง บขส. จนได้ มาถึงก็ตีตั๋ว ขึ้นไปบนรถ ส่วนของก็เอาไว้ข้างล่างตรงที่เก็บของนั่นแหล่ะครับ
ขึ้นมานั่งบนรถด้วยใจที่โปร่งโล่งสบาย เพราะในที่สุด ก็ทำได้บรรลุจุดประสงค์
เพียงแต่ เกินงบไปหน่อยเท่านั้นเอง แต่ไม่เป็นไร กำไรน้อยหน่อย ก็ยังดีกว่าไม่มีขาย T_T

ขึ้นรถคราวนี้ ผมได้ที่นั่งฝั่งเดิมครับ คือฝั่งที่มา แต่ไม่ได้นั่งข้างหน้าแล้ว มานั่งตรงกลางรถตรงทางขึ้นแทน
ข้างหน้าผมนี่ ห้องน้ำครับ T_T นั่งหน้าห้องน้ำเลย

ก็คงไม่ต้องบอกว่า กลิ่นมันจะขจรขจายขนาดไหน อะโห อย่าให้เซด แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง เข้าจังเลยห้องน้ำ ไม่รู้ว่าปวดอะไรกันนักหนา เดี๋ยวเข้า ๆ ประมาณ 8 รอบได้มั่ง ตลอดทาง

เปิดที กลิ่นก็พุ่งออกมาที โอย กรูจะเป็นลม T_T
กลิ่นเก่ายังไม่ทันจาง ก็มีคนมาเข้าอีก กลิ่นมันก็ออกมาอีก

พระเจ้า!!!!! ทำไมไม่มาเยี่ยวบนหัวกรูซะเลยล่ะ หมดเรื่องไป เวรกำแท้ ๆ
ได้กลิ่นอย่างนี้ใครหลับได้ครับ ให้ง่วงขนาดไหน เจอกลิ่นเยี่ยวตลอดทาง
ก็หลับไม่ลง เปรียบง่าย ๆ ว่า ถ้ากลิ่นที่ผมได้นั่น เป็นยาพิษ ผมคงตายไปแล้วเรียบร้อย T_T

ยัง เท่านั้นยังไม่พอ เจอกลิ่นห้องน้ำแล้ว ยังไม่ซวยแบบสุด ๆ ครับ
ผมยังเจอฝรั่ง นิโกร ผิวดำ!!!! ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ มานั่งข้าง ๆ เลย นั่งแบบติด ๆ เลย T_T

ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ กลิ่นหนักกว่าห้องน้ำอีก T_T

ไม่ต้องนอนครับตอนกลับ เพราะยังไงก็หลับไม่ไหวจริง ๆ ก็ได้แต่นั่งดูแก๊งค์ สามช่าที่เค้าเปิดให้ดูบนรถ แก้ขัดไปเรื่อย ๆ
ตลกไม่ออก ทั้ง ๆ ที่คนเค้าก็หัวเราะกัน ขนาดนิโกรข้าง ๆ ผมมันยังหัวเราะเลย
แต่ผมหัวเราะไม่ออก เพราะเมากลิ่นห้องน้ำ + กลิ่นตัวนิโกรข้าง ๆ

อยากจะหาอะไรมาอุดจมูก ก็กลัวว่า จะเป็นการไปทำร้ายจิตใจแขกบ้านแขกเมือง
เลยต้องทนไปตลอดทาง จนเกือบ ๆ ค่อนทางได้แล้วมั้งครับ ที่ผมเริ่มชิน

มันชินจริง ๆ นะ หรือว่า ผมง่วงเสียจนไม่รู้สึกอะไรไปแล้วก็ได้
ตาผมกำลังจะหลับครับ ดีใจมาก ๆ เลยทีเดียว ผมจะได้หลับซะที

ผมเอียงตัวลง เพื่อจะได้นอนได้สบาย ๆ

ปรากฎว่า มีเด็กคนหนึ่ง คราวนี้เป็นผู้ชายครับ นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ ผมนี่เอง
มากับแม่ และ ญาติๆ เค้ามั้งนะ ไอ้เด็กนี่ มันไม่เคยอยู่สุขตั้งแต่ขึ้นมาบนรถแล้ว
มันเดินเล่นตั้งแต่หัวรถยันท้ายรถ อยู่ดี ๆ มันก็ไปนั่งอยู่บนห้องน้ำ หรือไม่ก็มานั่งอยู่
ตรงทางลงไปห้องน้ำ แล้วก็พูดอะไรของมันไปเรื่อย นัยว่าพูดกับแม่มัน
แต่ดูเหมือนแม่มันจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ยังสนใจ แก๊งค์สามช่าในจอทีวีมากกว่า T_T

นั่นแหล่ะครับ เหตุการณ์สืบเนื่องมาถึงตอนผมกำลังจะหลับ

ไอ้เด็กสเปรชนี่ มันผิวปากครับ!!!!

หวิ๊วววววววววววววว หวิ๊วววววววววว หวิ๊วววววววววววววววว

มันผิวดังมากเลยนะ ทำไมมันผิวปากดังขนาดนั้นก็ไม่รู้
เสียงผิวปากของมัน เสียดแทงเข้ามาในกกหูผม ขณะที่กำลังจะหลับ

แต่ผมไม่สนใจ ซึ่งมันก็ยังผิวต่อไป

เสียงก็ยังแทงเข้ามาในหูผมต่อไปเหมือนกัน
สรุป ผมไม่สนใจมัน แต่ผมก็หลับไม่ได้อีกเช่นเคย!!!!

กำลังจะหลับ มันก็ผิวอีก กำลังจะงีบ มันก็ผิวอีก

แสดดดดดด พ่อมรึงเป็นนกหรือไง ผิวปากจังเลย T_T

สรุปครับ ไม่ได้นอน ไม่ได้แม้แต่งีบ นั่งตาสว่างมาจนถึงรังสิตนั่นแหล่ะ
ลงรถมาแบบว่า สติหลุดออกจากร่างไปแล้ว กระเป๋ารถ เดินมาหยิบของให้

ปรากฎว่า ถุงแตก!!!!!!!

แน่นอน ว่า ถ้ามันเป็นถุงยาง ก็คงได้เสียวกันละงานนี้ เพราะถุงแตก
เสียวจะท้อง หรือ เสียวจะติดเอสด์ ก็อยู่ที่ว่า กำลังมีอะไรกับใครเท่านั่นเอง

แต่บังเอิญว่า ถุงที่ผมว่านี่ไม่ใช่ถุงยาง แต่เป็นถุง ที่เจ๊เขมรนั่นให้มา
มันไปเกี่ยวกับอะไรซักอย่าง ที่อยู่ในที่เก็บของนั้น

ตอนหยิบออกมา ยังไม่เป็นไร แต่พอรถออกไปแล้ว และ ผมแบกมันขึ้นสะพานลอยนั่นเอง
ถุงก็แตกกระจาย!!!!!!

โอย อย่าให้บรรยายเลยครับ ว่ามันจะโกลาหลขนาดไหน

มีของบางอันที่กระเด็นตกลงไปในถนน ส่วนบางอัน ก็กลิ้งหลุน ๆ หล่นลงมาที่ตีนสะพานลอย
ผมนั่งทันที หมดอาลัยตายอยากในชีวิต มันจะอะไรกับผมนักหนา พอซะทีได้ไหม

ก็แน่นอน บ่นไปก็เท่านั้น ไหน ๆ ก็อดทนมาจนจะกลับถึงบ้านแล้ว อย่าไปยอมแพ้

โชคดีที่ของแต่ละชิ้นที่ผมซื้อมา เค้าให้ถุงใส่มาด้วย
ผมจึงค่อย ๆ เก็บของแต่ละชิ้นเข้าถุง ทีละชิ้น ๆ ไล่ลงมาจนถึงตีนสะพานลอย!!!

มีอยู่ 2 ชิ้นที่กระเด็นไปตกอยู่กลางถนน

โชคดีที่พี่ ๆ วินมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ข้างล่างสะพานลอยนั่น เค้าเสี่ยงชีวิตไปเก็บมาให้
น้ำตาไหลนะครับ พูดตรง ๆ พี่มอไซด์เค้าเอาของมายื่นให้ ผมบอกขอบคุณเค้า
แล้วก็นั่งขวางมันอยู่ที่สะพานลอยนั่นแหล่ะ ยอมรับว่าหมดแรงจริง ๆ

คนขึ้นลงสะพานลอย ก็คงจะคิดแหล่ะ ว่าไอ้บ้านี่ มานั่งทำไมตรงนี้
มันขวางทางนะโว้ย!!! แต่อารมณ์นั้น ผมไม่สนใจแล้วครับ นั่งจ๋องอยู่นั่นเอง

นั่งอยู่ได้ซักพัก ก็ฮึดอีกรอบ เอาวะ กลับบ้านนั่งไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

จากถุงใหญ่ 1 ถุง กลับกลายเป็น ถุงเล็ก 11 ถุง ที่ผมต้องถือ
เดินทีก็เกะกะคนเค้าไปทั่ว เพราะมันใหญ่ และ พะรุงพะรัง

เอาเถอะ ในที่สุดผมก็เอาตัวรอดมาถึงบ้านจนได้แหล่ะ
กลับมาถึงบ้าน เกือบ ๆ 2 ทุ่มได้ครับ กลับมาก็ทิ้งของ เดินไปอาบน้ำ ปะแป้ง อมตังค์อีกรอบ
ตรงขึ้นห้อง เปิดพัดลม แล้วก็ล้มตัวลงนอนทันที!!!!!

"เอาล่ะ ได้นอนซะที หวังว่าคงไม่มีอะไรมากวนใจอีกนะ"

กำลังจะงีบหลับ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น!!!

อีโฉดโทรมา T_T

"โทรมาทำไมวะตอนนี้ นี่มันเลิกงานแล้วนี่หว่า"

"ฮัลโหล" ผมกรอกเสียงลงไป
"เฮ้ย หมันเหรอ"

"เออ มีไรวะ"
"ทำไรอยู่"

"กรูจะนอน"
"เฮ้ย ๆ ๆ ยังนอนไม่ได้ ทำงานให้กรูก่อน"

"ทำเชี่ยอะไรอีกล่ะ" ผมพูดอย่างนี้จริง ๆ ครับ
"มรึงทำใบเสนอราคาส่งมาให้กรูหน่อย เจ้านายจะเอา"

"ใบเสนอราคาอะไร"
"ก็ใบเสนอราคาที่มรึงมาทำงานทิ้งไว้ให้เค้านี่ไง เค้าจะให้เงินมรึง"

"ฮ๊ะ!!!!! เฮ้ย ๆ ๆ กรูไม่เอานะ ทำให้ฟรี ๆ"
"แต่เค้าจะให้อ่ะ มรึงทำใบเสนอราคามาให้กรูเลย พรุ่งนี้กรูทำงานวันสุดท้าย จะได้จัดการให้มรึง"

"เวรกำ แล้วกรูจะทำเป็นไหมเนี่ย ใบเสนอราคา"
"มรึงก็เสริชหาในกูเกิ้ลเอาสิ แล้วเปลี่ยนหัวเอา"

"เออ ดีเว้ย โอเค ๆ เดี๋ยวกรูทำให้"
"จำนวนเงินเท่านี้นะ ....."

"โฮ่ ๆ ๆ ๆ ไม่ต้องให้ก็ได้มั้งเท่านี้น่ะ กินเหล้ายังเยอะกว่านี้เลย T_T"
"จะเอาหรือไม่เอา"

"เอา!!!!!"

ครับ นั่นแหล่ะ ที่ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมานั่งทำใบเสนอราคาอีกรอบ
กว่าจะได้นอน ก็โน่นครับ ปาเข้าไปเที่ยงคืน เพราะมึนมาก ทำอะไรไม่รู้เรื่อง
แก้แล้วแก้อีก กว่าจะได้

ทำเสร็จ ฝนตก ไฟดับ ร้อน นอนไม่ได้ T_T

เอาเลยครับ เต็มที่ จะทำอะไรก็ทำเลย ไม่สู้แล้วครับ!!!


จบข่าว


มีความสุขมาก ๆ ครับผม เที่ยวเผื่อกันด้วยน๊า.......


สมันน้อย เบอร์ 14



Create Date : 15 เมษายน 2550
Last Update : 15 เมษายน 2550 22:03:40 น.
Counter : 314 Pageviews.

16 comments
  
มาเจิมค่ะ

เห็นใจน้าหมันจริงๆ
โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:22:22:47 น.
  
แล้วจะเที่ยวเผื่อนะน้าหมัน
โดย: เด็กหลังส้วม IP: 203.209.105.151 วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:22:25:36 น.
  
เพลงเพราะ จังเรยยยย




โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:22:26:26 น.
  
เรื่องย้าวยาว อ่านกันตาเหลือก ว่าแต่ตื่นกี่โมงครับนี่
โดย: runtboy วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:22:32:05 น.
  
อือ เดือนที่แล้วก็ประสบเหตุที่เรียกว่าซวยอยู่เยอะเหมือนกัน

เริ่มต้นเดือน Harddisk ที่ทำงาน เจ๊ง ข้อมูลทำงานกว่า 4 ปี หายเกลี้ยง
ตามมาด้วยกลางเดือน หกล้ม หน้าแข้งแหกตลอดแนว แถมเย็บอีก 2 เข็ม
ตามมาด้วยย้ายห้อง แล้วห้องใหม่น้ำรั่ว ต้องย้ายอีกรอบ
ตามมาด้วย Hrrd disk เครื่องจักร ที่ดูแอยู่เจ๊ง ต้องลงมือซ่อมเอง
ตามมาด้วยอีกหลายเรื่องล่ะครับ สรุปว่า แทบไม่อยากให้ถึงวันรุ่งขึ้นเลย พอทนไม่ไหว สิ้นเดือนเลยฉวยโอกาส หั่นผมลงซะเกลี้ยง แล้วลางานด่วน ไปเที่ยวต่างจังหวัดคนเดียว ซะงั้น เอาว่า ทำอะไรแปลก ๆ เผื่อชีวิตจะดีขึ้น กำลังรอดูอยู่เหมือนกันครับ ลองทำอะไรใหม่ ๆ ให้ชีวิตดู เผื่อจะดีขึ้นนะครับ เอาใจช่วย
โดย: :bo (ECie ) วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:22:32:09 น.
  
เรื่องซวยเยอะจัง



มีความสุขในวันปีใหม่ไทยนะค๊ะ
คนทำงานพักยาว เย้ๆๆๆ
โดย: SweetHeart_หวานใจ วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:22:58:52 น.
  
น้าครับ ... วันหลังขอเป็นแบบไตรภาคนะครับ จะได้อ่านได้เรื่อยๆ ... 55555
โดย: Invisible Guy วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:23:42:23 น.
  
ทำไมชีวิตมันลำบากจังวุ้ย อ่านแล้วรู้สึกดีจัง เพราะกำลังแย่ๆอยู่
สุขสันต์วันสงกรานต์นะจ๊ะ ปะแป้งๆ
โดย: ladybear วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:23:54:57 น.
  



...ทำไมขยันแบบเช่นเน๊ โอ๊ววว ยาวมากมาย ต๊ะไว้ก่อนอ่านไปครึ่งแระ อิอิ...


...สงกรานต์ สาดน้ำโคร๊ทมโคร๊มที่หนายมาบ้างคะ น้าหมันนน...


โดย: 2boo วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:15:31:31 น.
  
อ่านแล้วเหนื่อยกาย+เหนื่อยใจแทนเลยนะเนี่ย

ถ้าเป็นเรา ร้องไห้ไปนานแล้ว
โดย: BB IP: 124.120.150.147 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:17:32:25 น.
  
มาตามอ่านวีรกรรม ความซ.... ขอให้โชคดีไวๆนะคะ พี่สมัน
โดย: kaewbkk วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:18:03:18 น.
  
เจออย่างงี้กลับบ้านดีกว่าอะ ยิ่งกระเป๋าจอมโหดนี่ไม่ไหวอะ ขอให้เจอเรื่องดีๆบ้างนะคะ เอ แต่ถ้าเจอแต่เรื่องดีๆก็เล่าไม่สนุกจิ^^
โดย: น้องผิง วันที่: 18 เมษายน 2550 เวลา:14:40:24 น.
  
สวัสดีค่ะน้าหมัน

อวยพรย้อนหลังนะนะ

ขอให้น้าหมันเจอเรื่องดีๆๆนะคะ

คิดอะไรก็ขอให้สมหวังนะเจ้าค่ะ
โดย: เสือสาวเขย่าโลก วันที่: 18 เมษายน 2550 เวลา:16:46:17 น.
  




...โอยยยย ฮาอย่างแรง เป็นคนที่เล่าเรื่องราวได้แบบฮามากมาย ฮาทั้งน้ำตา สุดยอด! ข่ะน่อยมู๋น่อยขอแคะแระแวะค่าๆๆๆ


โดย: 2boo วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:0:40:19 น.
  
หลงมาค่ะ เพราะกำลังหาเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเกลือ
แต่หลงมาแล้วทำให้ติดอยู่หน้านี้เป็นชั่วโมง
ไม่ใช่อะไรนะคะ...คือเรื่องมันยาววววววว 555

ก็แหม ถ้าเรื่องเล่ายาว ๆ แต่ไม่น่าสนใจคงไม่อ่านหรอกเนาะ
อ่านแล้วก็เห็นใจค่ะ มันคงจะเป็นวันที่เราต้องใช้กรรมพอดี
ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไปนะคะ
ขอให้ของที่ซื้อมาขายหมดเร็ว ๆ นะคะ (จะได้ไปโรงเกลืออีก) อิอิ
โดย: เจ้าจอมหยู วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:18:57:40 น.
  
บางวันมันก็ซวยต่อเนื่อง .. ซวยไม่บันยะบันยัง ...
โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:14:13:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมันน้อย เบอร์ 14
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย,รูปภาพ, บทความ,งานเขียน รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ ไปใช้เผยแพร่ .ไม่ว่าส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ โดยไม่ได้ รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

:: หลังไมค์หาผมได้ครับ ::


Custom Search



เมษายน 2550

1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
MY VIP Friend