Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
7 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 

เอ๊ะ! นี่อะไร : พระอุปคุต วัดเทวราชกุญชร



ช่วงนี้ผมต้องเข้าวัดเข้าวาเกือบทุกวัน ทั้งนี้ก็เพราะต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ไปสำรวจเก็บข้อมูลพระพุทธไสยาสน์ตามวัดต่างๆ ในกรุงเทพฯ ใครหนอ....ที่บอกว่าเข้าวัดแล้วไม่ร้อน ลองมาเดินเล่นในวัดตอนกลางวันแบบผมดิ เหงื่อแตกพลั่กๆ จนน้ำแทบจะหมดตัวเลยล่ะ

ที่มาของบล้อกนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระพุทธไสยาสน์แต่ประการใด แต่เป็นเรื่องที่ประสบพบเจอระหว่างทำงานอยู่ที่วัดเทวราชกุญชร แถวๆ เทเวศร์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ... หลังจากที่เก็บข้อมูลพระพุทธไสยาสน์ที่ศาลารายเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปที่มณฑปจตุรมุข แล้วก็ได้เจอกับกลุ่มปฏิมากรรมกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะแปลกตาเหมือนศิลปร่วมสมัย ทำเป็นรูปบุคคลจำนวน 4 รูป แต่ละรูปนั่งอยู่บนฐาน 8 เหลี่ยม นั่งล้อมรูปที่ทำเหมือนก้อนเส้าคล้ายๆ หินใจบ้านของไทลื้อทางเหนือ



ความสงสัยที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องเดินเข้าไปถามพระสงฆ์ที่นั่งเฝ้ามณฑปดังกล่าวว่ารูปที่ว่านั้นคือรูปอะไร ... ท่านตอบกลับมาว่า รูปเหล่านั้นคือ พระอุปคุต เมื่อได้ยินตามที่พระท่านบอกมา สิ่งแรกที่คิดถึงก็คือเรื่องคติการบูชาพระอุปคุตในประเพณีลอยกระทงที่นอกจากจะเชื่อว่าเป็นการขอขมาแม่คงคาแล้ว อีกคติหนึ่งก็คือการบูชาพระอุปคุตนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องราวประการหลังดูเหมือนจะเป็นการรับรู้เพียงเล็กน้อยในสมัยเด็กและไม่ได้หาความรู้ต่อเนื่องอีกเลยในเวลาที่โตขึ้น อย่างไรก็ตาม พระสงฆ์ที่ถามในวันนั้นก็ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนอะไร ท่านเพียงแต่ส่งกระดาษ 1 แผ่นให้อ่านคร่าวๆ ซึ่งก็ต้องมาหาข้อมูลเพิ่มเติมในโลกไซเบอร์นี่เอง



เรื่องราวของพระอุปคุต
พระอุปคุต หรือมีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า "พระบัวเข็ม" ไม่ค่อยจะเป็นที่นิยมในเมืองไทยนัก เพิ่งจะเป็นที่รู้จักในราวช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในเวลานั้นเจ้าฟ้ามงกุฎทรงผนวชอยู่ และทรงสนิทสนมกับพระภิกษุชาวมอญเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อพระภิกษุชาวมอญเดินทางมาเยี่ยมพระองค์ที่วัดบวรนิเวศก็ได้นำเอารูปพระอุปคุตเข้ามาถวายด้วย

ประวัติพระอุปคุตหรือพระบัวเข็มมีอยู่ว่า ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 2 ณ เมืองปาตลีบุตร พระเจ้าศรีธรรมโศกราช (พระเจ้าอโศกมหาราช) ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ทรงสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 48,000 องค์ และจะจัดงานสมโภชพระมหาเจดีย์ถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน และเพื่อให้พระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงทรงอาราธนาพระสงฆ์ที่มีฤทธานุภาพมาคุ้มครองให้รอดพ้นจากการป่วนของพญามาร แต่ก็พระสงฆ์รูปใดมารับหน้าที่นี้ได้ พระสงฆ์ทั้งหลายจึงส่งตัวแทน 2 รูป ลงไปอาราธนาพระอุปคุตช่วยในงานสมโภชครั้งนี้ ซึ่งขณะนั้นท่านกำลังเข้าฌานสมาบัติอยู่กลางสะดือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ภายในปราสาทแก้วที่เนรมิตขึ้นเหนือรัตนะบัลลังก์ โดยจะออกจากสมาบัติ ขึ้นมาบิณฑบาตบนโลกมนุษย์ ในวันพุธเพ็ญกลางเดือนเท่านั้น

เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชทรงทราบว่าผู้ที่จะมาทำหน้าที่นี้คือพระอุปคุต ก็ทรงไม่ค่อยจะพอพระทัยเท่าใดนัก เนื่องจากพระอุปคุตมีร่างกายอ่อนแอ เกรงว่าจะสู้พญามารไม่ได้ จึงทรงทดสอบฤทธานุภาพของพระอุปคุต โดยปล่อยช้างตกมันให้เข้าทำร้ายพระอุปคุต แต่พระอุปคุตก็สะกดช้างให้หยุดนิ่งได้ พระเจ้าอโศกมหาราชทอดพระเนตรเห็นก็ทรงเลื่อมใส



เมื่อถึงเวลางานสมโภชพระมหาเจดีย์ทั้งหลาย พญาวัสสวดีเทพบุตรมารก็เข้ามาก่อความวุ่นวาย ต่างๆ นานา แต่ก็ถูกพระอุปคุตปราบได้หมด และวิธีสุดท้ายพระอุปคุตได้เนรมิตร่างหมาเน่าขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วใช้สายประคตผูกร่างหมาเน่าตัวนั้นแล้วคล้องคอพญามารไว้ แล้วพูดย้ำว่าไม่ว่าใครก็ตามจะเอาหมาเน่านี้ออกจากคอพญามารไม่ได้ แล้วจึงขับไล่พญามารออกไปจากงานทันที ด้วยความอับอาย พญามารก็ออกมาจากบริเวณงาน และพยายามเอาร่างสุนัขเน่านั้นออกด้วยแต่ก็ไม่สามารถทำได้ แม้แต่ท้าวมหาราชทั้งสี่ พระอินทร์ ท้าวยามา ท้าวสันดุสิต ท้าวนิมิตเทวราช ตลอดจนท้าวสหัสบดีพรม ก็ไม่มีใครสามารถช่วยได้เลย พญามารจึงต้องยอมไปอ้อนวอนพระอุปคุตให้ช่วยเอาซากหมาเน่าออกแล้วสัญญาว่าจะไม่มาป่วนงานอีก พระอุปคุตก็อนุโลมตาม แต่ยังไม่ไว้ใจพญามารนัก จึงเดินนำพญามารไปยังเขาใหญ่ลูกหนึ่ง แล้วเอาร่างหมาเน่าทิ้งลงเหวและเนรมิตให้สายประคตยาวขึ้น แล้วพันคอพญามาร ไว้กับเขาลูกนั้น พร้อมทั้งแจ้งว่า เมื่อเสร็จพิธีฉลองสมโภชพระมหาเจดีย์สิ้นสุดลงแล้ว พญามารจึงจะเป็นอิสระ

พญามารเมื่อได้รับความทรมานเช่นนั้นแล้ว ก็หวนนึกถึงความเมตตาของพระพุทธโคดม ไม่เหมือนกับพระอุปคุตที่ไม่มีความเมตตาเลย เมื่อพระอุปคุตได้เห็นว่าพญามารสิ้นพยศและได้ฟังเช่นนั้น จึงแก้สายประคดออก พร้อมทั้งขอขมาพญามาร และบอกว่าการกระทำครั้งนี้ ก็เพื่อให้พญามาร ระลึกได้ถึงพุทธภูมิ ที่ท่านเคยปรารถนาไว้เท่านั้นเอง มิได้มีเจตนา ที่จะล่วงเกินประการใด ซึ่งพญามารก็เข้าใจด้วยดี

จากนั้นพระอุปคุตก็ได้ขอให้พญามารเนรมิตกายเป็นพระพุทธองค์ เพื่อจะได้เห็นเป็นพุทธานุสติบ้าง ซึ่งพญามารก็รับคำแต่ขอร้องว่าเมื่อเห็นเขาเนรมิตกายเป็นพระพุทธองค์ อย่าหลงกราบไหว้ เพราะจะให้เขาบาปหนัก เมื่อพญามารเนรมิตกายเป็นพระพุทธเจ้าประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะและฉัพพรรณรังสี มีพระอัครสาวกเบื้องซ้าย เบื้องขวา แวดล้อมด้วยมหาสาวกทั้งหลายเป็นบริวาร พระอุปคุตและบรรดาพุทธบริษัททั้งหลายก็ลืมตัวพากันถวายนมัสการ ทำเอาพญามารตกใจรีบคืนร่างเดิม และท้วงติงว่าทำให้ตนมีบาปหนัก แต่พระอุปคุตก็กล่าวให้พญามารสบายใจว่าทุกคนกราบไหว้พระพุทธเจ้า และพญามารก็ไม่บาป แต่จะได้กุศลมากกว่า จากนั้นพญามาร ก็กลับคืนสู่สวรรค์ ชั้นที่ 6 และได้มีจิตอ่อนน้อมเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาตั้งแต่นั้นมา



การสร้างรูปพระอุปคุต
พระอุปคุตเป็นหนึ่งในห้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าที่ชาวพุทธนิยมเดินทางไปกราบไหว้ขอพร ประดิษฐานอยู่ที่วัดผ่องดออู บริเวณริมทะเลสาบอินเล ประเทศพม่า ชาวพุทธไทยไปกราบไหว้ขอพรแล้วประสบความสำเร็จ จึงขออนุญาตทางวัดนี้ เพื่อสร้างองค์พระบัวเข็มจำลองมาประดิษฐานที่เมืองไทย

ตามความเชื่อของชาวพม่า การสร้างพระบัวเข็มจำลอง จะต้องทำจากต้นโพธิ์ที่มีอายุ 100 ปี ขึ้นไป ซึ่งยืนต้นแห้งเองไปตามธรรมชาติ เมื่อสร้างเสร็จจะนำพระบัวเข็ม ประดิษฐานบนเรือการะเวก ซึ่งมีรูปร่างเหมือนนกการะเวก ล่องเรือไปกลางทะเลสาบอินเล โดยเลือกวันพระขึ้น 15 ค่ำ ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา พุทธาภิเษก ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์พม่าและพระสงฆ์ไทย เจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา

สำหรับพระอุปคุตกลุ่มที่อยู่ที่มณฑปจตุรมุข ที่วัดเทวราชกุญชรนั้น เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2552 คณะศรัทธาของคุณไพศาล คุณผลิน และญาติธรรม พร้อมผู้บริหารบริษัทไทยพัฒนาประกันภัยจำกัด ได้เดินทางไปกราบไหว้ขอพรแล้วประสบความสำเร็จ จึงขออนุญาตทางวัดนี้ เพื่อสร้างองค์พระบัวเข็มจำลองมาประดิษฐานที่เมืองไทย เมื่อแล้วเสร็จจึงนำมาถวายให้ประดิษฐานถาวรไว้ที่ มณฑปจตุรมุข วัดเทวราชกุญชร

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://phuketindex.com/travel/photo-stories/other/buddha-oppakut/index.htm
http://www.phuketvariety.com/buddhism/uppakut-pathom/index.htm
http://www.watdevaraj.com/index.php?mo=3&art=368902




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2553
2 comments
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2553 12:27:13 น.
Counter : 3256 Pageviews.

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ผ่านวัดนี้หลายครั้งมากๆ เลยล่ะคุณต๋อง
แต่ไม่เคยผ่านเข้าไปกราบไหว้พระเลยล่ะ
ขอบคุณที่นำมาฝาก
ว่างๆ ว่าจะต้องหาโอกาสไปกราบไหว้ซะหน่อย

 

โดย: อุ้มสี 7 กุมภาพันธ์ 2553 21:33:15 น.  

 

ความรู้เยอะมากเลย (แต่อ่านไม่จบ แหะๆ)

 

โดย: ลั่นทมขาว 22 กุมภาพันธ์ 2553 16:40:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ทายาทตระกูลหยี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




10 Blogs ล่าสุดสุริยุปราคาบางส่วน จากเมืองจันทบุรี แกลเลอรี่ภาพถ่าย
แค่อยากจะร้อง : Superman ร้องเพลง
แค่อยากจะร้อง : Listen ร้องเพลง
นับถอยหลังรอวันสูญของบาตรบุแห่งชุมชนบ้านบาตร จิปาถะ
เห็ดแชมเปญที่น้ำตกคลองนารายณ์ จันทบุรี แกลเลอรี่ภาพถ่าย
เมืองน่านจากวัดพระธาตุเขาน้อยตอนกลางคืน แกลเลอรี่ภาพถ่าย
แค่อยากจะร้อง : Out of reach ร้องเพลง
สิมวัดเชียงทอง หลวงพระบาง แกลเลอรี่ถาพถ่าย
ซ้อมใหญ่ริ้วกระบวนพระอิสริยยศฯ 2 พ.ย. 2551 แกลเลอรี่ภาพถ่าย
เพราะอะไร : piano by tutu pianist ร้องเพลง





free website stats
Friends' blogs
[Add ทายาทตระกูลหยี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.