Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
ถาม-ตอบ เรื่องศีล และการตัดกรรม

"คำว่ากรรม คือการกระทำของมนุษย์ที่พร้อมไปด้วยเจตนา คือ ความตั้งใจว่าจะทำ จะพูด จะคิด ทีนี้ ในเมื่อทำลงไปแล้ว จิตเขาบันทึกผลงานเอาไว้โดยธรรมชาติ บางทีเราเผลอทำความไม่ดีลงไป ภายหลังเรานึกว่ามันเป็นบาป เราจะกลับมาเปลี่ยนความคิดว่า "ฉันทำเล่นๆ ฉันไม่ต้องการผลตอบแทน" มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้..."




ถาม-ตอบ ปัญหาธรรมะ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)

ถาม เราเป็นฆราวาสทำผิดศีล ๕ ข้อใดข้อหนึ่ง ถ้าทำการล้างบาปจะหมดกรรมหรือไม่?

ตอบ ไม่มีทาง พระพุทธเจ้าสอนว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ศีล ๕ นั่นแหละเป็นการทำผิดบาปโดยกฎของธรรมชาติ ถ้าหากเราปฏิบัติผิดศีล ๕ ข้อใดข้อหนึ่ง แล้วมาทำพิธีล้างกรรมล้างเวร นั่น จะเปลี่ยนศาสนาพุทธให้เป็นศาสนาคริสต์ สิ่งที่เราทำลงไปนั้น มันล้างกรรมไม่ได้แล้วมันจะหมดบาปไปเพราะการอาบน้ำการล้าง หรือการเสกมนต์อะไรไม่ได้ทั้งนั้น เช่น อย่างเขาทำพิธีตัดกรรมตัดเวร แต่งขันธ์ ๕ ขันธ์ ๘ ขึ้นมาแล้ว เขาก็นำสวดว่า “ยัง กัมมัง กะริสสามิ” “กัลยานัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาโน ภะวิสสามิ” แล้วก็ว่ามันตัดได้ หมดกรรมหมดเวร อันนี้เขาหลอกลวงอย่าไปเชื่อถ้าใครอยากจะตัดกรรมตัดเวรก็ให้มีศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปก็ได้ชื่อว่าตัดกรรมตัดเวร



ถาม อ่านหนังสือก็ว่าปฏิบัติอันนั้นปฏิบัติอันนี้ดี เลยสับสนไม่รู้ว่าจะเอาอันไหนดี?

ตอบ การปฏิบัติที่เป็นพื้นฐานต้องยึดอันนี้ให้เหนียวแน่น ฝึกสติรู้การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด ซึ่งเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน ฝึกอยู่ที่ตรงนี้ พอเดินรู้ ยืนรู้ นั่งรู้ นอนรู้ รับประทานรู้ ดื่มรู้ พูดรู้ คิดรู้ มีสติตามรู้อยู่ตลอดเวลา เวลาทำงานมีสติรู้อยู่กับการทำงาน เวลามีความคิดมีสติรู้อยู่กับความคิด เวลาพูด มีสติรู้อยู่กับคำพูด แม้แต่รับประทานก็มีสติรู้อยู่กับการรับประทาน จะเอาในขณะที่เรารับประทานแล้วเราใช้ความคิดว่าเรารับประทานอาหารเพื่ออะไร เราก็จะตอบปัญหาของเราเรื่อยไปๆ

ธรรมชาติของสังคม สังคมทั้งหลายตกอยู่ในอำนาจของโลกธรรม ความมีลาภ เสื่อมลาภ ความมียศ เสื่อมยศ มีสุข มีทุกข์ สรรเสริญ นินทา สิ่งเหล่านี้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสวงหา ในการแสวงหาเราจะแสวงหาอย่างไร? ในฐานะที่เราเป็นนักปฏิบัติ เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า พระองค์ให้เรามั่นคงในศีล ๕ ข้อ ความโลภ ความโกรธ ความหลง มีอยู่ เป็นสิ่งกระตุ้นเตือนความรู้สึกของเราให้มีความทะเยอทะยานในความอยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็น แต่ความทะเยอทะยานนั้นต้องมีขอบเขต ขอบเขตคืออะไร? ขอบเขตก็คือ ศีล ๕ ข้อนั่นเอง เพราะฉะนั้นศีล ๕ ข้อ เป็นศีลที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติขึ้นตามกฎของธรรมชาติ เรามีกายกับใจ ในกายของเรามีใจเป็นใหญ่ ใจเป็นผู้บงการให้กายทำทุกสิ่งทุกอย่าง ให้วาจาพูดทุกสิ่งทุกอย่าง ในเมื่อใจเป็นผู้บงการแล้ว กาย วาจา ทำอะไรลงไป พูดอะไรลงไป ใจนี่เขาจะเก็บเอาไว้โดยอัตโนมัติ เขาจะเก็บผลงานของเขาบันทึกเอาไว้ การทำบาป ทำกรรมต่างๆนี่ที่ว่าเป็นบาป เป็นกรรม ควรสังวรระวัง ควรงดเว้นควรระวังรักษา มีแต่ละเมิดศีล ๕ ข้อเท่านั้น ศีล ๕ ข้อมันเป็นกฎธรรมชาติคนศาสนาพุทธทำก็บาป ศาสนาคริสต์ทำก็บาป บาปตัวนี้ใครเป็นผู้แต่ง ใครเป็นผู้สร้างมันขึ้น? ไม่มีใครแต่ง ไม่มีใครสร้าง เป็นสิทธิหน้าที่ของแต่ละบุคคลสร้างขึ้นมาเอง เพราะมันเป็นผลงานของตัวเองที่ทำลงไป ในเมื่อเป็นผลงานที่ทำลงไปโดยใจเป็นผู้สั่ง ใจเขาจะต้องเก็บผลงานนั้นไว้โดยกฎธรรมชาติของเขา อย่างสมมติว่าเราไปฆ่าใครตายซักคนหนึ่ง เรานึกว่าเราทำเล่นๆ เราไม่ต้องการผลงานมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจะต้องวิ่งเข้ามาเป็นผลงานที่เก็บเอาไว้ภายในใจ

ถ้าเราจะปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ศีล ๕ ข้อนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก คฤหัสถ์รับประทานข้าวเย็นไม่มีในคัมภีร์ใดที่พระพุทธเจ้าเทศน์เอาไว้ว่าตกนรก ถ้าหากละเมิดศีล ๕ ข้อ ข้อใดข้อหนึ่งละ ตกนรกทันที ทำไมพระพุทธเจ้าถึงสอนให้รักษาศีล ๕ โดยวิสัยของพระพุทธเจ้า ทรงไว้ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณ พระองค์ทรงปรารถนาให้ มนุษย์มีความรักกัน นี่คือคำตอบ รักษาศีลลงไปทำไม? ต้องการความรัก ความรักที่เกิดขึ้นจากคุณธรรมเป็นความรักที่ประกอบไปด้วยความเมตตาปราณี รักได้ทุกคนเมื่อเรามีศีล ๕ ศีล ๕ ก็เป็นคุณธรรมประกันความปลอดภัยของสังคม การไม่ฆ่าเป็นการเคารพในสิทธิของคนอื่น กาเมสุมิสฉาจาร มุสาวาทก็เคารพในสิทธิของผู้อื่น สุราไม่มัวเมาเคารพในสิทธิของตัวเองและผู้อื่นด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เป็นมูลฐานให้เกิดระบอบประชาธิปไตย

เพราะฉะนั้น ในเมื่อมีศีล ๕ แล้วก็ไม่ต้องกังวลเป็นการตัดกรรมตัดเวร เมื่อเราไม่ฆ่า ใครหนอจะมาคิดฆ่าเรา เมื่อเราไม่เบียดเบียนข่มเหงรังแก ใครหนอจะมาคิดร้ายต่อเรา เราก็อยู่สบาย อยู่ในป่าก็สบาย คนมีศีลบริสุทธิ์นี่ แม้แต่เสือมันก็ไม่กัด หลวงตาสน อยู่เมืองอุบล เมื่อก่อนนี่ เดิมทีเดียวท่านเป็นนักเลงโต ขนาดจี้ปล้นชั้นเสือ ภายหลังมากลับอกกลับใจ นึกถึงบุญคุณโทษเพราะไปติดคุกอยู่ ๑๔ ปี พอออกจากตะรางไปยกมือไหว้ขอบริขารเขา บอกว่า “โอ๊ย พึ่งออกจากคุกมาเดี๋ยวนี้อยากจะบวชไม่มีบริขารจะบวช ขอบริขารไปบวชหน่อย” คนขายบริขารก็จัดให้ ถ้าไม่ให้ก็กลัวมันจะทำร้ายเอา พอได้แล้วแกก็ไปหาพระอุปัชณาย์ พระอุปัชณาย์ก็บวชให้ด้วยความจำใจเหมือนกัน พอบวชแล้วท่านก็ศึกษาพระธรรมวินัย ข้อวัตรปฏิบัติ พอมีความรู้ความเข้าใจพอสมควรแล้วไปธุดงค์อยู่ในดงบั๊กอี่ ดงบั๊กอี่มีอาณาเขตตั้งแต่อำเภออำนาจเจริญไปถึงอำเภอมุกดาหาร เมื่อก่อนทางรถยนต์ก็ไม่มี มีแต่ทางเดินเท้า มีคนเข้าไปสร้างกรงเอาไว้ เอาไม้เป็นท่อนๆไปฝังเรียงกัน จนสัตว์ใหญ่ๆเข้าไม่ได้ ใครเดินทางมาจะต้องรีบเร่งมาให้ถึงที่ตรงนั้น มานอนอยู่ในกรงนั่น ไม่งั้นเสือมันเอาไปกินหมด ทีนี้หลวงตาสนแกไป แกก็ไปนอนอยู่บนก้อนหิน กลดไม่กาง เดือนหงายๆ ตกกลางคืนเสือมันออกมาเป็นฝูง ท่านก็บอกว่า “เสือเอ๊ย ! มากินมันซะบักอันนี้มันเป็นโจรฆ่าผู้คนมามากแล้ว มากินซะให้มันหมดกรรมหมดเวรไปหน่อย” เสือมันก็ไม่กิน ท่านบอกว่า ธรรมดาเสือเมื่อมันเห็นคนเห็นสัตว์ มันจะหมอบทำท่าขู่ แต่นี่มันมาแล้วมันมานั่งเหมือนหมาเฝ้าบ้าน นั่งยองๆ เหมือนหมานั่งเฝ้าบ้าน บางตัวเดินไปหัวมันสูงกว่าหัวเรา เวลามันนั่งอยู่ ท่านเดินเข้าไปหามันจะเอามือไปตบหัวมัน มันก็กระโดดเข้าป่าไปแทนที่จะกัดท่านมันไม่กัด ท่านจึงมาพูดเล่นๆ ตลกๆ ว่า “เออ! ไอ้ของที่เราสละทิ้งแล้วเนี่ย แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันก็ไม่เอาของทิ้งแล้ว” เพราะฉะนั้น ศีลนี่เป็นหลักธรรมประกันความปลอดภัย ตัดเวรตัดกรรม ตัดผลเพิ่มของบาปกรรม ทอนกำลังกิเลส

กิเลสแม้ว่ายังไม่หมด โลภ โกรธ หลง ยังมีอยู่ ผู้มีศีลจะใช้กิเลสให้มันถูกทาง พอจิตคิดจะทำผิดขึ้นมาพั๊บ! มันจะได้สติระลึกว่า สิ่งนี้ไม่ควรแก่เราแล้วมันจะหยุดทันที เพราะฉะนั้น การปฏิบัติธรรมนี่ต้องให้จิตมันเป็นเองโดยอัตโนมัติ อย่าไปแต่ง แต่ว่าให้มั่นคงในการฝึกสติ สติรู้ๆๆจิตมันจะระลึกในสิ่งใดให้มีสติอยู่กับสิ่งนั้นตลอดเวลา แล้วเราจะได้หลักปฏิบัติซึ่งไม่ขัดต่อการทำงาน ในเมืองไทยเขาสอนกันว่า ผู้ภาวนาต้องสละกิจการงานหมดทุกสิ่งทุกอย่างภาวนานี่ทำได้แต่ในวัดอย่างเดียวเท่านั้น ไปสอนคนให้เข้าใจผิดหมดคนที่เรียนหนังสือสูงๆเรียนจบปริญญามา ทุกคนฝึกสมาธิมาแล้วทั้งนั้นแหละ ไม่มีสมาธิเรียนจบปริญญามาได้อย่างไร? ไม่มีสมาธิทำงานใหญ่โตได้อย่างไร? สมาธิเป็นหลักธรรมสาธารณะทั่วไปไม่สังกัดศาสนาและลัทธิใดๆทั้งสิ้น ผู้ไม่มีศาสนาก็ทำสมาธิได้แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงที่ว่าศีลเท่านั้นแหละในศาสนาคริสต์เขาก็มีศีลของเขา ๑๐ ข้อ ในศาสนาพุทธมีศีลเบื้องต้น ๕ ข้อ ศีลข้อปาณาติบาตของศาสนาพุทธ ฆ่าคน ฆ่าสัตว์ บาปทั้งนั้น แต่ศาสนาคริสต์ฆ่าสัตว์เป็นอาหารไม่บาป เพราะพวกนี้มันเกิดมาเป็นอาหารของมนุษย์ เขาว่ายังงี้ อันนั้นเป็นความเข้าใจของเขา แต่แท้ที่จริงขึ้นชื่อว่าการฆ่า ไม่ว่าสัตว์ มนุษย์ บาปด้วยกันทั้งนั้น อย่างศาสนาคริสต์ว่า ล้างบาป ล้างบาปเราไปทำตำหนิเขาว่าบาปที่ทำแล้วจะล้างได้อย่างไร? เราไม่เข้าใจในความหมายของเขา ล้างบาปนี่เหมือนกับพระแสดงอาบัติ เป็นการสารภาพบาป เมื่อเราได้ทำผิดอย่างนั้นๆ ต่อไปนี้เราจะสำรวมไม่ทำอีกแล้ว มันผิดเพียงแค่นี้เองเราในฐานะคนต่างศาสนาก็ไปหาจุดด้อยของเขายกเป็นปัญหาขึ้นมาโจมตี อย่างของเขาก็หาจุดด้อยของเราเป็นจุดโจมตีอีกเหมือนกัน

เขาเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก เขาก็มาพูดว่าพระพุทธเจ้าของเราเป็นแต่เพียงอุบาสกผู้มาประกาศธรรมะเท่านั้นเอง มิใช่ผู้วิเศษอะไร และก็ไม่สามารถสร้างอะไรขึ้นมาได้ในโลกนี้ เขาว่าอย่างนั้น มันก็ถูกอย่างที่เขาว่า เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่เคยประกาศว่าท่านสร้างอะไร แต่ประกาศและยืนยันว่าเราสามารถรู้ความจริงของธรรมชาติและกฏของธรรมชาติ กายกับใจเป็นสภาวธรรม สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมเป็นสภาวธรรม สิ่งนี้คือธรรมชาติ ธรรมชาติทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีกฎประจำกฎธรรมชาติ สิ่งที่ว่านี้ก็คือเกิดขึ้น ทรงอยู่ สลายตัว ภาษาทางแขกเรียกว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

http://www.karnt.com/cdthamma/Page01/Room10/011001.wma

เสียงเทศน์เรื่องศีล 5 กับการตัดกรรม (ไม่ใช่เสียงของเนื้อหาด้านบน) ไฟล์ขนาด 4.86 MB ความยาว 57.36 นาที
คลิกขวา save as ค่ะ


ที่มา http://karnt.com/cdthamma
http://mahamakuta.inet.co.th




Create Date : 12 กันยายน 2548
Last Update : 12 กันยายน 2548 11:05:35 น. 16 comments
Counter : 446 Pageviews.

 
หวัดดีครับ...คุณ Rebel
ขอบคุณนะครับ..สำหรับ ปุจฉา-วิสัชนาธรรม..


โดย: กุมภีน วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:10:18 น.  

 
สาธุ


โดย: mungkood วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:19:39 น.  

 


เยี่ยมมากเลยค่ะ กำลังพยายามตัดกิเลสอยู่



โดย: keyzer วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:20:44 น.  

 

คุณระบบได้จัดการจำกัดบลอกข้าพเจ้าไป 2 กลุ่ม
โชคดีที่ 1 ในกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มว่าง ส่วนอีกกลุ่ม




โดย: rebel วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:23:03 น.  

 
เค้าลบไปทั้งหมดเลยเหรอคะ?

โห..น่ากัวง่ะ

ถึงตาเราเมื่อไหร่จะมาร้องไห้ด้วยอีกทีนะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:11:47:54 น.  

 
แหม่ อ่านแล้วรู้สึก"เย็น"


โดย: Nutty Professor วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:12:09:59 น.  

 
อ่านแล้วง่วง

อ่ะอะ อะอ่ะ มันยาวต้องอ่านมาอ่านอีกที นอนน้อย แต่มาอ่านแน่นอน


โดย: erol วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:12:35:35 น.  

 
บล๊อกนี้ น้องแข มาอารมณ์ไหนเนี่ย สาธุฯ


โดย: POL_US วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:13:02:39 น.  

 
ขอบคุณค่ะ

ลองสอบถามกับเจ้าหน้าที่ดูรึยังคะ เค้าน่าจะกู้คืนให้เราได้ซิคะ

ไม่ let it be หรอกค่ะ


โดย: Black Tulip วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:17:13:31 น.  

 
จนท. ไม่ช่วยอะไรค่ะ วันนี้ลองแล้ว บล็อกฉานหายไปพร้อม comment เคืองจิง ๆนะเออ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกใครจะรับผิดชอบ (ขอบ่นหน่อยค่ะ)


โดย: BeHappier วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:23:30:33 น.  

 
อนุโมทนา สาธุค่ะ

เจริญในธรรมยิ่งๆนะคะ


โดย: ป่ามืด วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:1:17:29 น.  

 


โดย: rebel วันที่: 13 กันยายน 2548 เวลา:8:49:03 น.  

 
หวัดดี คร๊าบบบบ


โดย: ฟาเมล IP: 210.203.179.167 วันที่: 6 สิงหาคม 2549 เวลา:11:48:29 น.  

 


โดย: ฟาเมล IP: 210.203.179.167 วันที่: 6 สิงหาคม 2549 เวลา:11:50:14 น.  

 



โดย: เเชมป์ IP: 118.172.40.110 วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:13:58:37 น.  

 


โดย: แดเห IP: 118.172.40.110 วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:13:59:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rebel
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Five Precepts For Kids

  1. I promise to try not to take the life of any animal, bug, fish or bird.

  2. I promise to try not to take anything which is not given to me.

  3. I promise to try not to be greedy or disrespectful with regard to what I eat, see, feel and listen to.

  4. I promise to try not to lie or speak harmfully to anyone.

  5. I promise to try not to consume any foods, drinks or drugs which make me stupid or crazy.




Friends' blogs
[Add rebel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.