Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
14 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
... สบายใจอยู่ที่ ไม่สบายใจ...



เมื่อวันก่อนฉันชวนเพื่อนไปฟังพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เทศน์
แต่จู่ๆ เพื่อนก็ติดภารกิจแม่พิมพ์ของชาติ
เลยส่งเสียงตามสายมาว่า ฝากฟัง แล้วกลับมาเขียนบลอกให้อ่านด้วย






มีคนไทย 60 ล้านคน
ทั่วโลกมีคน 7 พันล้านคน
เราทุกคนอยากมีความสุข
แต่ละคนก็มีการกระทำที่ต่างกัน
แต่โดยมากคนเราแสวงหาความสุขที่เป็นไปไม่ได้

หลายๆ คนมีลาภ มียศ
แต่ถามว่ามีความสุขไหม ความสำเร็จของชีวิตอยู่ที่ไหน
ความสุขน่าจะอยู่ที่ความพอใจ
เมื่อพบกับความเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา แล้วทำใจได้
นั่นน่าจะถือว่าประสบความสำเร็จของชีวิต

เมื่อจะตายก็พิจารณาได้ว่า ชีวิตที่ผ่านมาได้ทำดีมากกว่าทำชั่ว ก็พอใจ




การแสวงหาความสำเร็จที่เป็นไปไม่ได้คือการแสวงหา ลาภ ยศ
ตามกิเลส ตัณหา อุปทาน

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
ใจเป็นประธาน ใจเป็นหัวหน้า
ต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ให้ดี มีกำลังใจดี
คิดดี พูดดี ทำดี จึงจะมีความสุขได้

ถ้าจิตใจไม่ดีแล้ว ถึงแม้จะรวยขนาดไหน ได้ยศสรรเสริญ ขนาดไหน
ก็หาความสุขไม่ได้
เพราะใจเรามักจะเสียใจ ใจเสีย ก็มีความสุขไม่ได้
ใจเสียที่เดียว เสียทั้งหมด






ลองพิจารณาดูว่า ชีวิตคืออะไรกันแน่
ชีวิตของเราเป็นอย่างไรบ้าง
วันคืนล่วงไปๆ เรากำลังทำอะไรอยู่

ชีวิตของเราประกอบด้วยร่างกายและจิตใจ
การกระทำส่วนใหญ่ของเราเป็นไปเพื่อร่างกาย
การแสวงหาปัจจัย ๔ เมื่อเจ็บป่วยก็รีบรักษา
เป็นไปตามสัญชาติญาณของสัตว์ที่อยากจะมีชีวิต




แล้วจิตใจของเราเป็นอย่างไรบ้าง
สุขภาพจิตใจดีใหม่
พระพุทธองค์ตรัสว่า ใจเป็นหัวหน้า
หัวหน้าของเราเป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับมนุษย์ทุกคน ควรจะมีสภาพจิตใจที่ดี
ถ้าสุขภาพจิตใจไม่ดีแล้วก็หาความสุขไม่ได้

พิจารณาดู ขี้เกียจไหม ขี้น้อยใจ ขี้กลัว ขี้ฟุ้งซ่าน ขี้เหนียว ขี้อวด ขี้คุย
ถ้านำด้วยขี้ ก็แสดงว่า การกระทำของเรานั้นไม่สวยงาม ใช้ไม่ได้ไม่ดี
ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นจากจิตใจของเรา
ใจเป็นหัวหน้า ใจเป็นประธาน
เมื่อสุขภาพจิตใจไม่ดี สิ่งเหล่านี้ก็ออกจากใจของเรา

ใจ ใจเป็นประธาน ใจเป็นหัวหน้า

แล้วเรามีความรู้สึกไหมว่าสิ่งเหล่านี้คือสุขภาพจิตใจที่ไม่ดี
เมื่อเราไม่รู้สึก ไม่สนใจ
ก็ไม่สามารถจะแก้ไขได้

เรามักสนใจแต่เรื่องภายนอก
บางคนก็คิดว่าความสุขซื้อด้วยเงินทองได้
เมื่อร่างกายไม่ดีเราก็ไม่สบายใจ




พิจารณาดูชีวิตของเรา
สุขภาพจิตใจดีเป็นอย่างไร
สภาพจิตของเรามีสภาพผ่องใสประภัสสรโดยธรรมชาติ
แต่ทุกวันนี้จิตใจของเราก็ไม่ใช่อย่างนั้น

จิตใจของเราเปรียบเหมือนน้ำบริสุทธิ์

แต่ปัจจุบันจิตของเราไม่ใช่น้ำบริสุทธิ์ อาจจะเป็นน้ำชา กาแฟ น้ำผลไม้
บางครั้งเราก็พอใจแสวงหาน้ำเหล่านี้
น้ำจากทะเล น้ำในห้องสุขา น้ำล้างจาน

แต่ เมื่อเราต้องการน้ำบริสุทธิ์
เราก็แสวงหาน้ำ น้ำอะไรก็ได้ ขอให้เป็นน้ำ
น้ำจากทะเล น้ำจากห้องสุขา น้ำอะไรก็ได้ ปนๆ กันก็ได้
และเมื่อเราเข้าใจเหตุผลของน้ำ
เราก็หาหม้อ หาภาชนะอะไรก็ได้ แล้วก็ทำให้มันเดือด
แล้วเราก็เก็บไอน้ำ ทำให้เย็นลง
แล้วก็ได้น้ำบริสุทธิ์

น้ำบริสุทธิ์ อยู่ที่ไหน
น้ำบริสุทธิ์ อยู่ที่น้ำไม่บริสุทธิ์ อยู่ที่น้ำไม่สะอาด

สบายใจ อยู่ที่ไหน
สบายใจ อยู่ที่ไม่สบายใจ
ความสุขใจ อยู่ที่ไหน
ความสุขใจ อยู่ที่ไม่สบายใจ ทุกข์ใจ

เมื่อเราต้องการความสุขใจ เราก็โอปนยิโก
น้อมเข้ามาสังเกตความรู้สึกนึกคิดของเรา
ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง บางทีก็ง่วงนอน บางทีก็เบื่อหน่าย บางทีก็หงุดหงิด
ทั้งหมดนี้รวมกันก็เรียกว่าไม่สบายใจ

ยกตัวอย่างเช่น
มีใครนินทา ด่า ดูหมิ่นเรา เราก็ไม่สบายใจ
ความรู้สึกน้อยใจ ไม่สบายใจ โกรธ

กำหนดรู้ที่ความไม่สบายใจนี้เป็นสำคัญ
ใครนินทา ไม่สำคัญ
คนนี้ คนนั้น ไม่สำคัญ

ถ้าเราไม่ศึกษาธรรมะ เราจะติดว่า "ใคร" คิดคนนี้คนนั้น
จิตใจก็ฟุ้งซ่านคิดสารพัดอย่าง

ถ้าอยากได้ความสุขจริงๆ แล้ว
"เขา" ไม่สำคัญ
"คนนี้ คนนั้น" ไม่สำคัญ

มีใครนินทาเรา ทำไมเขานินทา
เพราะเราสร้างเหตุในอดีต เขาจึงนินทาเรา
ถ้าหน้าตาคนที่นินทาเรา เปลี่ยนเป็นหน้าตาของตัวเอง
เท่ากับว่าเรานินทาเรา






อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เสื่อมลาภ เสื่อมยศ โลกธรรม ๘
เปรียบเหมือนดินฟ้าอากาศ มีฝนตก ไม่มีฝนตก มีพายุ มีลมพัด
ปกติ เราก็ดีใจเสียใจกับเรื่องโลกธรรม ๘
เราสังเกตดูว่า เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว
จิตใจ ความคิด การพูด การกระทำของท่านก็บริสุทธิ์
ตั้งแต่ที่ท่านตริสรู้ จนปรินิพานเป็นเวลา ๔๕ พรรษา
อย่างไรก็ตาม
พระองค์ก็หนีไม่พ้นจากการเสื่อมลาภ เสื่อมยศ
บางครั้งก็ถูกนินทาจากทั้งเมือง ไม่มีใครยอมรับเป็นอาจารย์
บางครั้งก็เกือบจะถูกทำร้ายร่างกาย

ทำไม ในเมื่อท่านเป็นจิตบริสุทธิ์ มีปัญญา มีเมตตากรุณา แล้วยังต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้
นี่ก็คือวิบากกรรม
อดีตเป็นเหตุให้เกิด ห้ามไม่ได้
ชีวิตของเรา เราก็พยายาม อย่างน้อยก็รักษาศีล
คือ รักษาขนบธรรมเนียม กฎหมายบ้านเมือง กติกาของสังคม
พยายามสำรวมกาย วาจา จิตใจ ให้เรียบร้อย
จิตใจก็รักษาให้เป็นปกติ หนักแน่น ไม่ยินดียินร้าย
พยายามรักษาเจตนาความคิดที่จะไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

ในฐานะชาวพุทธ เราก็รักษาศีล
เราก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ด้วยอิทธิบาท ๔ ฉันทะวิริยะจิตตะวิงมังสา
พูดง่ายๆ ก็คือ เอาใจใส่ในหน้าที่ของตัวเอง
แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ก็ปล่อยให้เกิด




โลกธรรม ๘ ก็เหมือนธรรมชาติ ดินฟ้าอากาศ
มันห้ามไม่ได้ สิ่งที่ห้ามไม่ได้ก็ห้ามไม่ได้

เมื่อเราปรับปรุงชีวิต ให้อยู่ในศีลธรรม หลังจากนั้นก็

ไม่ต้องหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นวิบากกรรมกันทั้งนั้น
อย่าติดกับ "คนนี้ คนนั้น"

ถ้าศึกษาประวัติพระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า
ในช่วงปลายของชีวิต
มีโจร ๕๐๐ คน จะมาเอาชีวิตของท่าน
หลังจากใช้ฤทธิ์ หลบหนีจากโจร ๕๐๐ คนหลายครั้ง
ที่สุดท่านก็พิจารณาดูว่า โจร ๕๐๐ คนนี้มาจากอุปกรรม
การกระทำในอดีตของท่านที่ทำร้ายพ่อแม่
ในที่สุดท่านก็ต้องปล่อยให้โจร ๕๐๐ คนทำร้ายท่าน

โจร ๕๐๐ คนนี้ จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่โจร ๕๐๐ คน
โจร ๕๐๐ คนที่เข้ามาก็คือตัวเอง
ดังนี้ จิตใจของพระอรหันต์ก็ไม่หวั่นไหว




เรากินข้าวทุกวัน เราก็ต้องเข้าห้องน้ำทุกวันเป็นธรรมดา
แต่ถามนิดหนึ่งว่า สิ่งที่ออกมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง
เป็นปฏิกูล เป็นสิ่งที่น่าละอาย
เราจึงเข้าห้องน้ำ ปิดประตูอยู่คนเดียว
เสร็จแล้ว ทำความสะอาดแล้วจึงกลับสู่สังคม

ก็เหมือนกัน
เมื่อเรายังมีกิเลสความโลภ ความหลง
เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น
ขี้เกียจ ขี้โมโห ขี้น้อยใจ ขี้อวด ฯลฯ
ต่างก็เกิดขึ้นจากจิตใจของเรา
เป็นธรรมดา
ถามตัวเองว่ามันเป็นสิ่งที่น่าอวดไหม
มันเป็นสิ่งน่าละอาย
แต่ก็เป็นธรรมดา
ไม่ต้องห้าม

ก็เหมือนเราเข้าห้องน้ำ ปวดท้องครั้งหนึ่งก็เข้าครั้งหนึ่ง
ปวด ๓๐ ครั้ง ก็เข้า ๓๐ ครั้ง
เมื่อความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นก็ปล่อยมัน มันเป็นเรื่องธรรมดาไม่เป็นอะไร
แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องชำระตั้งแต่ต้น
อย่าให้กระจายออกมาเป็น มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม

ความรู้สึกน้อยใจ ความรู้สึกโกรธอย่าไปคิด
ถ้าคิดก็เป็นการกระจายในสมอง
ถ้าเราพูดออกมา คนก็รำคาญ ทำให้คนอื่นไม่สบายใจ
ถ้าเราแสดงออกมาทางกายแล้ว เหตุการณ์ก็ยิ่งไปกันใหญ่

ถ้าไม่สบายใจเกิดขึ้น เราก็ต้องรีบชำระ
โดยการปฏิบัติธรรม

เหมือนการสร้างห้องสุขาให้จิตใจของเราคนละห้อง

ห้องน้ำสะอาดสร้างด้วยอะไร
ต้องมี สติ ระลึกได้ สัมปชัญญะ ความรู้สึกตัว
หิริโอตัปปะ ความละอาย
ปัญญารอบรู้ ว่าไม่สบายใจนี้เปรียบเหมือนอุจจาระ ต้องรีบชำระ

เมื่อขี้เกียจเกิดขึ้น
เราต้องไม่ตามขี้เกียจไป
อาการขี้เกียจเกิดขึ้น เราก็รู้
แล้วก็คิดตรงข้าม คิดขยัน

น้อยใจเกิดขึ้น เราก็รู้
แต่ไม่คิดไปตามน้อยใจ

กิเลสตัณหาอุปทานเกิดขึ้น
เราก็รู้ แต่ไม่ตามสิ่งเหล่านั้นไป







อาณาปนสติเบื้องต้น

ให้เข้าใจว่า อาณาปาณสติคือลมหายใจออก ลมหายใจเข้า

ร่างกายประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ

ลมหายใจออก ลมหายใจเข้า ก็เป็นส่วนหนึ่งของกาย

จะยืน จะเดิน จะนั่งจะนอน

พยายามมีความรู้สึกตัวอยู่ที่กาย
ความรู้สึกอยู่ที่ไหน จิตก็อยู่ที่นั่น
ถ้าเรามีความรู้สึกตัวอยู่ที่กายแล้ว
ขณะนั้นเราก็ไม่ได้คิดฟุ้งซ่าน
ไม่ได้คิดไปตาม เสียใจ น้อยใจ กลัว โกรธ
หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
ให้มีความรู้สึกตัวติดต่อกัน ต่อเนื่องกัน
จิตใจของเราก็เป็นปกติ
มีสติ มีสัมปชัญญะ ไม่คิดฟุ้งซ่าน ไปตามกิเลสตัณหา อุปาทาน

เมื่อเรามีชีวิตอยู่ ก็มีลมหายใจอยู่
ขณะที่เห็นรูป ได้ยินเสียง ดมกลิ่น ชิมรส กายสัมผัส หรือเกิดความรู้สึกขึ้นที่ใจ
ก็พยายามระลึกถึงลมหายใจออกลมหายใจเข้า
ความรู้สึกก็จะหายไป
เมื่อเรามีสติระลึกรู้ลมหายใจ
ไม่สบายใจนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้




บางสิ่งบางอย่างเราก็เห็นโทษ บางสิ่งบางอย่างเราก็ไม่เห็นโทษ
มีความสุข มีความพอใจ
เช่นขี้เกียจ

เราก็ว่าเราฉลาด ไม่ต้องทำงาน

ถ้าเราไม่เห็นโทษ เราก็ไม่สามารถแก้ไขได้

เราก็เข้าไปดูความคิดความรู้สึกของเราอย่างต่อเนื่อง
แล้วเราจะเห็นโทษของความไม่สบายใจ




เห็นอะไร
ได้ยินอะไร
รู้อะไร
ไม่ถูกใจ
หยุดทำ
หยุดพูด
หยุดคิด
หายใจเข้าลึกๆ
หายใจออกยาวๆ
จนจิตสงบ

ถ้าเราเห็นโทษของสิ่งใด การปฏิบัติในขั้นต่อไป ก็ไม่ยากอะไร

เมื่อเราต้องการความสุขแล้ว เราก็มองเห็นว่า
ไม่สบายใจนี้เป็นปฏิกูลทางจิตใจต้องชำระเสีย

เบื้องต้น ไม่ให้คิดไปตามอารมณ์ความรู้สึก

ถ้าเราต้องการความสุขจริงๆ แล้ว
ขอให้เห็นชัดเจนว่า สบายใจ อยู่ที่ไม่สบายใจ
ไม่สบายใจผุดขึ้น เราก็โอปนยิโก

อุบายหยาบๆ คือ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ
ใครๆ ก็ทำได้ ถ้าระลึกได้

อุบายอย่างอื่นก็คือ
เมื่อความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น
ก็ให้นึกถึงความรู้สึกที่ดี ใช้เมตตาภาวนา

อีกอุบายหนึ่งคือ ถ้าใครเจริญจิตตานุปัสสนา เมื่อจิตปฏิคะเกิดขึ้น
ก็เข้าไปดูจิตปฏิคะ แล้วจิตก็จะปรับปรุงได้

ใช้อารมณ์วิปัสนาเข้าไปดูอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

คนนี้คนนั้นไม่สำคัญ
ไม่สบายใจสำคัญ

ถ้านึกถึงอริยสัจสี่ก็เป็น
ทุกข์นี้ควรกำหนดรู้
เมื่อรู้สึกตัวเกิดขึ้น ไม่สบายใจก็หายไป
ไม่สบายใจก็เหมือนมืด สบายใจก็เหมือนสว่าง
เมื่อมืดหายไป สว่างก็เข้ามาแทน

ไม่สบายใจเกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องส่งจิตคิดไป คนนี้คนนั้น
ไม่สบายใจเกิดขึ้น กำหนดรู้ ไม่สบายใจก็หายไป










Create Date : 14 สิงหาคม 2550
Last Update : 14 สิงหาคม 2550 8:43:37 น. 54 comments
Counter : 689 Pageviews.

 
หลอกตัวเองว่าสบายใจ
ยิ่งไม่สบายใจ...

-- ดอกบัวคุ้นๆ

=)


โดย: hunjang วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:7:41:41 น.  

 




โดย: patji IP: 203.155.181.188 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:8:53:59 น.  

 
ใจเป็นนายจริง ๆจ้ะ ... รู้จักดูแลเค้าให้ดี ใจก็เป็นสุข
ดูแลไม่ดี คิดมาก คิดได้เยอะกว่าที่ควร ใจก็เป็นทุกข์ ...


ดูแลใจเหมือนไม่ยาก ทั้งๆ ที่รู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี
แต่บางครั้งมันก็ห้ามกันไม่ได้เหมือนกันเน๊าะ


นี่ถ้ามีคนฝากพี่ฟังแล้วเขียนบล็อก พี่ว่าพี่เขียน
ไม่ได้ครึ่งหนึ่งเหมือนแขอ่ะ เขียนออกมาซะแบบว่า
เหมือนทุกถ้อยคำที่ได้ฟังมาไม่มีตกหล่นเลยจ้ะ


โดย: JewNid วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:8:54:07 น.  

 
...

คุณแขใช้ชีวิตได้เป็นมงคลจังครับ

ถ้าคนเราจะรู้จักประโยชน์จากการปวดท้องเข้าห้องน้ำตอนเช้าๆเพื่อ "พิจารณา" ถึงความจริงแท้ของร่างกายแล้ว
อะไรๆคงดีขึ้นเยอะเนอะ?



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:10:15:07 น.  

 
ขอบคุณมากแมว

น่าเสียดายจริงๆ ที่พลาดคราวนี้ ถ้ามีใหม่ ไม่พลาดแน่ๆ มี้


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:10:42:20 น.  

 



เขียนได้ดีจัง


อ่านแล้วเจ็บจี๊ดๆ
เพราะเป็นพวกสุขภาพจิตไม่ดีน่ะค่ะ


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:10:58:59 น.  

 


ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ขัดเกลาจิตใจตัวเองเลยค่ะ

ต้องตั้งใจมากขึ้นค่ะ

อ่านแล้วได้สติสตังกลับคืนมาค่ะ



โดย: เพลงเสือโคร่ง วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:12:24:08 น.  

 
ใจสบาย กายก็สบาย

ใจร้อนรุ่น กายรึจะอยู่นิ่งได้

ถ้าสงบเรื่องวุ่นๆออกไปได้ ก็คงจะดี


โดย: juriojung วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:14:23:07 น.  

 
ฟังแล้วเก็บรายละเอียดมาเขียนได้เยอะจังเลยครับ


ช่วงที่ผ่านมา ผมไปได้บันทึกการบรรยายของ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ มาฟัง แรกๆ อาจารย์เขาก็บรรยายเกี่ยวกับกับเรื่องการพัฒนาคนในองค์กรให้เป็นผู้ที่รู้จักพัฒนาตัวเอง เป็นผู้ที่รู้จักค้นคว้า-เรียนรู้ ปิดท้าย อาจารย์เขาโยงเอาเรื่องการบริหารกับธรรมะเข้าหากัน

ผมไปหาหนังสือที่อาจารย์เขาเขียนมาอ่านเพิ่มอีกสองสามเล่ม พบว่า หลักการบริหารต่างๆ สามารถโยงเข้าไปที่พุทธศาสนาได้หมดเลย

หมายความว่า จริงๆ แล้ว พระพุทธเจ้าท่านทรงเห็นแจ้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างมาตั้งสองพันกว่าปีแล้ว แต่เราเองที่เป็นเมืองพุทธกลับไม่ค่อยมองของใกล้ตัว

แปลกดีเหมือนกัน


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:14:35:45 น.  

 
ไม่ได้ "เข้าวัดเข้าวา" นานมากแล้ว
วันนี้เข้า blog นี้ เหมือนได้กินข้าวก้นบาตร
แล้วนั่งนวดขาให้ หลวงตายังไงยังงั้นเลย


โดย: merf1970 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:21:31:04 น.  

 
อ่านแล้วร้องอ๋อในใจเป็นระยะๆ

ชื่นใจค่ะ ........และขออนุโมทนาบุญจากการให้ธรรมะ
จากการถ่ายทอด แบ่งปัน ชี้ทางให้เพื่อนๆ ร่วมร้องอ๋อ (เข้าใจ) ด้วย

ธรรมชาติยิ่งใหญ่อยู่ในจิตใจเราเอง
เมื่อใส่ใจและเฝ้าศึกษาธรรมชาติของตนเอง
ย่อมได้เห็นหรือรู้ทันทุกข์ เข้าใจหรือหาเหตุแห่งทุกข์
นำไปสู่การหาหนทางดับทุกข์ได้ด้วยตนเอง
อาจจะง่ายแต่ยาก แต่ไม่ยากเกินกว่าจะเข้าใจ
และฝึกฝนให้ใจเรามีความสุข เย็น ชื่นใจ

คุณ rebel ถ่ายทอดให้เข้าใจง่ายดีจังเลยค่ะ


โดย: bua ja วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:23:23:57 น.  

 
เจ๊อ่านมาครึ่งนึงละ รู้สึกว่าสมาธิกระเจิดกระเจิง งั้นเด๋วมาอ่านใหม่ดีกว่า

เด๋วนี้ชอบอ่านธรรมะจ้ะ อ่านแล้วก็คิดไป แต่ทำได้ไม่ได้อีกเรื่องนึงนะ

ปล.1 มาบลอกนี้แล้วรู้สึกว่า bloggang มีสาระและได้อะไรที่เป็นประโยชน์มากขึ้น ขอบคุณนะจ๊ะ




ปล2. ถ้าทำท่านั้นถ่ายรุปแล้วอย่าลืมเอามาอวดมั่งน้า..


โดย: CC (ชิด-ชิด เข้ามาอีกหน่อย ) วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:23:32:10 น.  

 
อนุโมทนาจ้ะ

เนื้อหาดี บล็อกสวยเข้าธีม

อลังการงานสร้างเช่นเคยนะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:23:51:37 น.  

 
สมัยก่อนเวลาที่ฝนเจอเรื่องราวร้ายๆ หรือเรื่องราวที่มีคนพูดแต่ไม่เป็นความจริง ฝนจะพยายามโต้เถียง หรือทำทุกวิถีทางให้พวกเค้าเหล่านั้น รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

แต่เดี๋ยวนี้ฝนปลงได้เยอะ และหันกลับมามองที่ตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดี คือใจเย็นลง ไม่ไปใส่ใจกับสิ่งรอบข้างที่จะทำให้เราทุกข์ใจ มีความสุขกับครอบครัว และกับคนที่รักและเข้าใจเรา

บางครั้งมันทำยากซักหน่อย แต่ก็ได้พยายามเรื่อยๆ ตอนนี้ดีขึ้นมากเพราะไม่เอาเวลาไปใส่ใจกับเรื่องไร้สาระ ปล่อยไปสุดแต่พวกเค้าจะคิดกันอย่างไร ทำได้เราสุข ทำไม่ได้เรานี่แหละทุกข์ คิดอย่างนี้แล้วก็จะสบายใจ

ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆ ที่อ่านแล้วเตือนสติได้มากโขเลยค่ะ


โดย: Malee30 วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:1:14:09 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าครับคุณแข
จริงๆแล้วผมเข้าวัดและอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมะน้อยมากๆ
แต่ผมก็คิดว่าผมใช้ชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อนนะครับ
อย่างน้อย ผมก็มีวิธีคิดมานานแล้ว คล้ายๆกับที่พระพุทธเจ้าตรัสสั่งสอนไว้
คือ ไม่ว่าผมจะทำอะไร ผมจะยึดเอาความสบายใจของตนเองเป็นหลัก
ทำอะไรที่สบายใจโดยที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนทั้งกายและใจ(โดยเจตนา) จากการกระทำของผม
ผมก็จะทำ

ส่วนใหญ่ผมจะอาศัยเก็บเกี่ยวเกร็ดธรรมะจากสื่อต่างๆ เท่าที่เวลาจะอำนวยน่ะครับ
อย่างตอนเข้ามืด ก่อนออกไปทำงานก็มีโปรแกรมทีวีบางรายการที่เป็นรายการแยวธรรมะ
ผมก็จะเปิดดู บางทีก็ดูแบบไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่
แต่ก้ถือว่าได้เข้าหูกับเค้า
ฟังไปด้วย ทำงานไปด้วยหรือเล่นเนตตอนเช้าๆไปด้วย
มันก้พอซึมซับและเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง


โดย: กุมภีน วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:6:01:48 น.  

 
๑ ฮันซิลล่า - สบายใจ กะ ไม่สบายใจ มันก็ไม่เที่ยง เหมือนกันนั่นแล (เมื่อไหร่จะพาไปถ่ายรูปสระบัวอีกอ่ะ อยากไปสุขะโต )

๑ พี่พัด

๑ พี่นิด - ใช้กล้องสารพัดนึกช่วยค่ะ

๑ คุณนัท -

๑ ครูหมี - ด้วยความยินดี เหมียว

๑ น้องปอย - สวัสดีจ้ะ ค่อยๆ ดูแลจิตใจไป เดี๋ยวก็สะอาดเอี่ยม

๑ พี่เพลงเสือโคร่ง - สวัสดีค่ะ

๑ จูรี่ -

๑ คุณคนทับแก้ว - ไม่ค่อยถนัดอ่านเรื่องบริหารน่ะค่ะ มึน แต่พระพุทธเจ้าสอนไว้หมดแล้วจริงๆ ค่ะ

๑ พี่เมิร์ฟ - หวัดดีค่า

๑ คุณบัว - เขียนตามที่พระอาจารย์เทศน์น่ะค่ะ ท่านเทศน์เข้าใจง่าย หนังสือของท่านเล่มเล็กๆ น่าอ่านนะคะ

๑ เจ๊ชิด - ค่อยๆ อ่านไปค่ะ ถ้าขี้เกียจอ่าน แนะนำให้ฟังเอา - แขชอบฟังธรรม มากกว่าอ่านอ่ะ บางทีก็ใจลอย ต้องฟังสัก ๕ รอบ

๑ พี่เต้ย - ขอบคุณที่เข้ามา QC ค่า

๑ พี่น้ำฝน - สวัสดีค่ะ เรื่องร้าย เรื่องดี ล้วนแต่เป็นเรื่องธรรมดานะคะ ผ่านมาแล้วผ่านไป อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น ดูแลครอบครัวที่น่ารักให้ดีที่สุดนะคะ

๑ คุณเข้ - ธรรมะก็อยู่ในชีวิตประจำวันนี่แหละค่ะ แต่นานๆ ทีก็อยากไปชาร์ตพลังในวัดบ้าง



โดย: rebel IP: 125.24.65.179 วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:7:30:46 น.  

 
ตอนนี้มีความร้อนใจเป็นหลักอะคับ

แต่ได้อ่านนิยายร๊ากก ของป้าสายฯ

"จะเย็นจะร้อนอยู่ที่ตัวเรา"

ตอนนี้ก้อเลยพยายามทำใจให้เย็น เพราะถ้าร้อน เราก้อร้อนอยู่คนเดียวอะ


โดย: err_or วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:9:01:34 น.  

 
โอ้ ได้ข้อคิดขึ้นมาจริง ๆ
ทำให้นึกไปได้ว่า เรามีโรงรักษากายสมัยใหม่
ในรูปคลีนิก ในรูปโรงพยาบาลนะคะ
แต่ไม่มีโรงรักษาใจสมัยใหม่ เพราะเราห่างวัด ห่างธรรมกันขึ้นมาเรื่อย ๆ
แล้วอย่างนี้จะไปรักษาใจได้อย่างไร
โดยเฉพาะเมื่อไม่ทำตาม เมื่อไม่ใส่ใจ
น้ำบริสุทธิ์หาที่ไหนก็หาไม่เจอ

เพิ่งไปวัดป่าที่กาฬสินธุ์มา
ท่านเปรียบว่าวัดเป็นโรงงานมนุษย์
คือทำให้เป็นมนุษย์ที่ดี มีศีล และปัญญา

สงสัยต้องไปโรงรักษาใจบ่อย ๆ แล้วสิคะ

ปล. เห็นด้วยค่ะ ว่าเก็บมาได้เยอะดีจัง
ฟังเฉย ๆ หรือว่าจดตามไปด้วยไหมคะ
ถ้าเป็นอย่างแรก ขอนับถือ ๆ ค่ะ


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:12:03:10 น.  

 
อนุโมทนาสาธุครับ
ตกลงน้องแขไปวันไหน ที่ไหนเหรอ
พี่ไปบ้านลานทอง วันอาทิตย์ที่ 5 คนไม่เยอะนัก
ท่านแสดงธรรมเรื่องคล้ายๆ กันนี่แหละครับ
เอ .... เราคงไม่ได้ไปที่เดียวกันวันเดียวกันหรอกนะ


โดย: สะเทื้อน วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:14:04:23 น.  

 
อ่านธรรมะที่คุณแขถ่ายทอดให้ฟัง เข้าใจง่าย และไม่ยากที่ปฏิบัติเลย อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ ไม่เคยคิดว่าจะอ่านธรรมะยาวๆ จนจบแล้วเข้าใจได้



โดย: ประมุขขวัญ IP: 125.25.212.121 วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:22:30:07 น.  

 
อืม โลกกะธรรมแปดดดดด

มีอ้วนมีผอม ผอมบ้างยังอ่ะ


อนุโมทนากับข้อธรรมดีๆ

กับล็อกสวยๆ ของนู๋แข


โดย: whitespace วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:23:45:39 น.  

 
อรุณสวัสดิ์จ้า
อ่านแล้วสบายใจจัง ขอบใจที่เอาเรื่องดี ๆ มาแบ่งปันนะจ๊ะ ^^
เจ้าแบล็กกี้มันเป็นหมาแก่แล้ว เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนอย่างเดียวหน่ะจ๊ะ^^


โดย: คุณย่า วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:5:54:11 น.  

 


โดย: =) (hunjang ) วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:8:07:47 น.  

 
คุยเรื่องบอลดีกว่าเนอะ คุยเรื่องการเมืองน่าเบื่อ


ผมเห็นด้วยว่าปีนี้หงส์มีลุ้นมากขึ้นครับ ที่เห็นชัดเจนคือ ความเร็วของเกมมันเร็วกว่าปีที่แล้ว แล้วดูๆ ไปแล้ว นักเตะที่ได้มาใหม่ดูมี "กึ๋น" ดีครับ (ผมไม่เสียดายตัวที่ปล่อยออกไปเลยสักคนนะ) พอมีนักเตะฉลาดๆ อยู่ในทีม เวลาแก้เกมหรือหมุนเวียนนักเตะคงจะทำได้ผลมากขึ้นล่ะครับ

แต่ในขณะที่หงส์ดูดีขึ้น ทีมอื่นๆ ก็ดูดีขึ้นเหมือนกัน เอฟเวอร์ตันชนะสองนัดไปแล้ว แมนฯ ซิตี้ ก็ชนะสองไปแล้ว ส่วนเชลซีก็มีประเภทลูกฮึดท้ายเกมเป็นจุดขาย ซันเดอร์แลนด์ของรอย คีน ก็มีบุคลิกนักสู้เหมือนคีโน่เลย

ที่แปลกใจหน่อยก็คือ แมนฯ ยูฯ กับสเปอร์กลับลุ่มๆ ดอนๆ

ปีนี้คงมันล่ะครับ คงไม่ได้มีแค่สี่ทีมใหญ่ขับเคี่ยวกันเองเท่านั้นแล้ว


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:9:43:58 น.  

 
อนุโมทนาด้วยครับ

ช่วงนี้ห่างวัดห่างวาไปนาน ได้มาเข้าบล็อกนี้เหมือนได้นั่งฟังธรรมมะเดลิเวอรี่ เลยครับ


โดย: ahiruno007 IP: 58.9.17.131 วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:11:59:32 น.  

 
เริ่มฝึกใจให้มันสบายได้มากขึ้น
อาทิตย์ก่อนมีคนรมาทำให้โกธร ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงอาละวาด
แต่ตอนนี้ปล่อยไปได้



โดย: keyzer วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:14:35:16 น.  

 
สวัสดีค่า
บางครั้งการได้อ่านธรรมะ ก็ทำให้เราได้หยุดพัก
แล้วพิจารณาตัวเองมากขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น
ขอบคุณมากค่า


โดย: oa (rosebay ) วันที่: 16 สิงหาคม 2550 เวลา:21:11:51 น.  

 
ฮือ อ่านแล้วพยักเพยิดหน้าไปมา
บางข้อก็รู้อยู่แล้ว แต่ว่าทำยากมาก บางอย่างก็ อือ จริงแหะ ไม่เคยคิดมาก่อนเลย

ใจนี่พูดยากนะคะ พยายามเหมือนกันที่จะมีสุขใจ ไม่คิดอะไรวอกแว่กหรือฟังใคร ไม่ไหลไปตามกระแสคนอื่น ยากจริงๆ...


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:4:04:35 น.  

 
ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจจริงๆนะน้องแข...
ถ้าทำได้ก็คงดี อย่างพี่คงต้องค่อยๆฝึกทีละนด แต่ดูยากจัง


โดย: PANDIN วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:10:33:29 น.  

 
วันนี้คิดถึง เลายได้มาเตือนสติตัวเอง ดีจริงๆ หนูแขอายุยังน้อยทำไมคิดทางธรรมได้ลึกซึ้งจริงเชียว สาธุค่ะ


โดย: ดา ดา วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:18:56:50 น.  

 
ตัวหนังสือพิมพ์แล้วมองยากจังจ้าหนูแขเปลี่ยนสีหน่อยก็ดีนะ อิอิ


โดย: ดา ดา วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:18:57:35 น.  

 


คิดถึงจัง ตอนนี้อยู่บ้านที่เพชรบุรี พรุ่งนี้พี่เกี้ยจะลงมา จะกินซีฟู้ดเผื่อนะจ๊ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:19:26:50 น.  

 
สวัสดีค่า
วันนี้แวะมาชวนไปเที่ยวลาวใต้ด้วยกันค่า


โดย: oa (rosebay ) วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:21:27:29 น.  

 
สาธุ!! จ้า


โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:21:44:21 น.  

 
พรุ่งนี้ได้เวลาเชียร์


โดย: juriojung วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:13:50:10 น.  

 
สำคัญอยู่ที่ใจจริงๆ


โดย: prncess วันที่: 18 สิงหาคม 2550 เวลา:14:27:22 น.  

 
เริ่มต้นที่ใจ
ใจสงบ ชีวิตสงบ



โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 19 สิงหาคม 2550 เวลา:13:36:03 น.  

 



แจ่ม


โดย: อุ้มสี วันที่: 19 สิงหาคม 2550 เวลา:23:28:22 น.  

 


โดย: =) (hunjang ) วันที่: 20 สิงหาคม 2550 เวลา:7:50:15 น.  

 
อาทิตย์ที่ผ่านมา กรรมการทำเซ็งเลยครับ ให้จุดโทษติงต๊องไป เลยเสียแต้มเลย เฮ้อ...


โดย: คนทับแก้ว วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:11:37:51 น.  

 
เนื้อหาดีจังค่ะ
เราได้แค่พอรู้นะค่ะ..แต่ลึกซึ้งท่าจะอยากนะนิ
แต่ชอบมุมที่ทำให้สบายในที่ที่ไม่สบายค่ะ
วันนี้วันดีเลยคิดถึงค่ะ...พร้อมคำคมมาฝาก

ในโลกนี้กรงไก่เขาใส่ไว้ จะนำไปแล่เนื้อไม่เหลือหลอ
จิกกันเองในกรงได้ลงคอ เฝ้าตั้งข้อเรากันฉันนึกกลัวเอยฯ
นานาจิตตังค่ะ...เราต้องไม่เห็นแก่ตัวเราจะไม่เหมือนไก่

วันนี้แรม 8 ค่ำ เดือน 9 ค่ะ
ครึ่งหนึ่งขอความมืดมิดของดวงจันทร์
แต่ใจหนึ่งของความสดชื่นในวันพระ
เราตั้งจิตนะโมน้อม..
ถวายองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรมน้อมนำใจให้เป็นสุข
พระสงฆ์เจ้าตัวแทนศาสนา..
อนุโมทนาบุญมายัง..กัลยาณมิตร..ผู้แสนประเสริฐค่ะ









โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:12:08:56 น.  

 
...อา บรรลุธรรม...คร่อก


โดย: yuttipung วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:14:05:56 น.  

 
กรรมการโดนแบนไปแระ
เสาร์นี้เชียร์ใหม่ ...


โดย: juriojung วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:18:29:05 น.  

 


โดย: =) (hunjang ) วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:7:44:12 น.  

 
...

เมื่อกี้อ่านกำหนดการอบรมวิปัสสนาของบ้านไรวา เห็นชื่อพระอาจารย์คุ้นๆ...อ๋อ! บล็อกคุณแขนี่เอง

ป.ล.ผ่านไป (แม้จะแค่) สองแมทช์ แต่หงส์แดงฟอร์มดีขึ้นเยอะเลยเนอะ? โดยเฉพาะเกมบุก

ป.ล.(อีกที) คุณแขไปฟังธรรมจากพระอาจารย์ที่ไหนอ่ะครับ?




โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:14:20:54 น.  

 
แวะมาเยี่ยม


โดย: ตุ๊กตาไขลาน วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:16:05:30 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆ นะคะคุณแข ที่ยังคิดถึงและเป็นห่วงกันค่ะ.....

หวังว่าคุณแขคงสบายดีนะคะ... ยังไงรักษาสุขภาพด้วยนะคะ คิดถึงมาก ๆ ด้วยค่ะ....

ฝันดีนะคะ....
..................................................................

รัตน์มารายงานสถานการณ์ล่าสุดแล้วนะคะ.... อยากได้กำลังใจเยอะ ๆ ๆ ด้วยล่ะค่ะ อย่าลืมช่วยบริจาคหน่อยนะคะ... อิอิ


โดย: largeface วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:23:05:40 น.  

 
น้องแขที่รัก

เคยไป วัด ท่านคเวศโก ที่ กาญจฯ ยังคะ สวยสงบงามมากๆ
เป้นที่หนึ่งที่พี่พิม ว่า น่าไปปฏิบัติธรรมมากๆ

ไปอ่านหนังสือเรื่องนึงมาค่ะ ชื่อ มังการสอนลูก ..โดย หลิว ยง
พี่พิมไม่เคยอ่านหนังสือแนวนี้เลยนะ แต่อ่านแล้ว ง่ายๆ ตรงๆ
จริงๆ อิ่มใจ พี่คงอยากให้ ผู้ชายหลายๆคนอ่าน ไม่ใช่แต่พวกเป็นพ่อๆ
อยากให้ น้องแขอ่านจัง ค่ะ



โดย: ประกายดาว วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:9:53:55 น.  

 
สวัสดีครับลูก rebel
วันนี้ขอมาเยี่ยมลูกบ้างครับ
นานๆจะมีเวลาสักที

มิเสียเที่ยวที่มาจริงๆ
สิ่งที่ลูกเขียนไว้
มีค่าต่อจิตใจของพวกเราเหลือเกินลูก

คนเรามักคิดถึงกระพี้มากกว่าแก่น

กายคือกระพี้

ปกคลุมใจที่เป็นแก่น

แม้เราจะดูแลเปลือกนอกให้ใสสะอาด
หอมกรุ่นสวยงามเพียงใด

ก็หาได้ช่วยให้แก่นกลางใจสะอาดไปด้วยไม่

พระธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น
ที่จะรักษาเยียวยา
ป้องกันให้กับจิตใจของเราได้

พ่อดีใจที่เด็กรุ่นใหม่อย่างลูกๆ
เข้าใจความแตกต่างของแก่นและกระพี้เป็นอย่างดี

ขอให้ลูกๆทุกคน
ดำรงไว้ซึ่งความดี
ดุจเกลือรักษาความเค็ม
นะลูกนะ

ด้วยรัก


โดย: พ่อบู (be-oct4 ) วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:15:49:37 น.  

 
สาธู๊ . . . . .


อ่า เข้าบล็อกนี้แล้วร้อนรุ่มยังไงมะรุ้แฮะ 555+


โดย: The White Rider IP: 124.121.235.19 วันที่: 25 สิงหาคม 2550 เวลา:21:19:20 น.  

 
ช่วงนี้พี่พยายาม ทำสมาธิก่อนนอนค่ะ
คือยากให้ตัวเองสงบลงบ้างค่ะน้องแข

ค่อยๆทำไป

คิดถึงน้องแขนะคะ


โดย: yadegari วันที่: 26 สิงหาคม 2550 เวลา:6:20:25 น.  

 
0-2


โดย: juriojung วันที่: 26 สิงหาคม 2550 เวลา:11:36:36 น.  

 
好漂亮啊!!


โดย: 罗远鸣 IP: 219.232.64.251, 219.232.72.42 วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:19:35:55 น.  

 
谢谢


โดย: rebel วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:20:49:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rebel
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Five Precepts For Kids

  1. I promise to try not to take the life of any animal, bug, fish or bird.

  2. I promise to try not to take anything which is not given to me.

  3. I promise to try not to be greedy or disrespectful with regard to what I eat, see, feel and listen to.

  4. I promise to try not to lie or speak harmfully to anyone.

  5. I promise to try not to consume any foods, drinks or drugs which make me stupid or crazy.




Friends' blogs
[Add rebel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.