ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
New York Cheesecake




เมนูนี้ทำไว้นานแล้ว เช็คดูจากรายละเอียดรูปถ่าย ก็ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 โน่นแล้วแน่ะค่ะ แต่ว่าไม่มีเวลาโพสต์กระทู้เลย

ตั้งแต่หัดทำขนมมา ยังทำชีสเค้กแค่ประมาณ 2-3 ครั้งเห็นจะได้ ที่ไม่ค่อยได้ทำเพราะไม่ค่อยมีใครช่วยกินเท่าไหร่ แต่จำได้ว่าตอนที่ทำชีสเค้กสูตรนี้ เป็นเพราะพี่ที่ทำงานคนหนึ่งมาบ่นว่า อยากทานชีสเค้กที่ราดซอสบลูเบอรี่เยอะๆ ซื้อจากร้านเขาราดซอสมาไม่หนำใจ เลยอยากให้อุ่นช่วยทำตัวชีสเค้กให้หน่อย เค้าจะซื้อบลูเบอรี่กระป๋องมาราดเอง

อุ่นก็เลยต้อง search หาสูตร แล้วก็มาลงเอยที่สูตรของน้องดรีม cookery-girl เป็นสูตรที่ทำง่ายมากๆ เลยค่ะ ไม่ต้องอบแบบ water bath ก็ช่วยลดความยุ่งยากไปได้อีก

ที่สำคัญคือ เป็นชีสเค้กที่รสชาติดีมากๆ ทานแล้วหยุดไม่ได้เลยค่ะ อ้วนเป็นอ้วน .. ยอม ^^

เมื่อวานมีน้องสาวถามหาสูตรชีสเค้ก และขอให้ช่วยอธิบายอย่างละเอียดให้ที อุ่นเลยได้ฤกษ์ส่งการบ้านน้องดรีมสักที ขอบคุณน้องดรีมสำหรับสูตรชีสเค้กอร่อยๆ นะคะ

ลิงค์ต้นฉบับตามนี้ค่ะ

http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2008/01/D6246806/D6246806.html



มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันก่อนนะคะ

New York Cheesecake

ส่วนผสม

ฐานชีสเค้ก

- ไดเจสตีฟบิสกิตบด 100 กรัม
- เนยจืดละลาย 50 กรัม

ตัวชีสเค้ก

- ครีมชีสอุณหภูมิห้อง 500 กรัม
- น้ำตาลทราย 125 กรัม
- ไข่ไก่ฟองใหญ่ 2 ฟอง
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- วานิลา 1 ช้อนชา

หน้าชีสเค้ก

- ครีมเปรี้ยว 100 กรัม
- น้ำตาลทราย 25 กรัม
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนชา
- วานิลา 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. วอร์มเตาอบไว้ที่ 160C (อุ่นใช้ไฟบน-ล่าง ไม่เปิดพัดลม) วางถาดรองน้ำไว้ที่พื้นเตาอบ เตรียมพิมพ์ขนาด 6 นิ้ว

2. ผสมไดเจสตีฟบดกับเนยละลายให้เข้ากัน นำไปกรุฐานพิมพ์ พักรอไว้ในช่องแข็ง

3. ตัดครีมชีสเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ตีง่าย นำมาตีกับน้ำตาลทรายด้วยความเร็วต่ำให้เนื้อเนียนละเอียด เช็คดูว่าน้ำตาลละลายหมดแล้วด้วยการแตะเนื้อครีมชีส ถ้าไม่มีเม็ดน้ำตาลเหลืออยู่ก็แสดงว่าใช้ได้

4. ใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เข้ากันก่อนจะใส่อีกฟองหนึ่ง

5. ใส่น้ำมะนาว ตีให้เข้ากัน

6. เทใส่พิมพ์ที่เรากรุฐานไว้ ใช้เวลาอบประมาณ 30 นาที หรือสังเกตจากหน้าขนมเริ่มตึงๆ ตรงกลางอาจยังกระเพื่อมอยู่ ขอบฟูขึ้นเล็กน้อย เมื่อใช้นิ้วมือแตะที่หน้าขนม แล้วไม่มีหน้าขนมติดนิ้วมือมาด้วย แสดงว่าใช้ได้แล้ว นำขนมออกมาจากเตา รวมถึงถาดรองน้ำที่วางไว้ที่พื้นเตาอบด้วย แต่ยังไม่ต้องปิดเตาอบ

7. ผสมครีมเปรี้ยว น้ำตาลทราย น้ำมะนาวและวานิลาให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ เทใส่หน้าขนมแล้วนำเข้าไปอบต่ออีกประมาณ 7-10 นาที สังเกตว่าหน้าขนมเริ่มตึงๆ ก็ปิดเตาอบได้ แต่ให้ทิ้งขนมไว้ในเตาอบจนกระทั่งเตาอบเย็น

8. เมื่อเตาอบเย็น นำขนมออกมาพักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท แช่ตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 1 คืน เพื่อให้ขนมอยู่ตัว

9. แต่งหน้าด้วยวิปครีมและซอสผลไม้ตามชอบ



ตอนที่ทำ อุ่นตั้งใจจะเอาไปหม่ำกับพี่ๆ ที่ทำงานตอนประชุม ก็เลยเบิ้ลสูตรแล้วอบใส่ถาดสี่เหลี่ยมเพื่อที่จะได้ตัดแบ่งง่าย จึงต้องเตรียมพิมพ์ด้วยการปูกระดาษฟอยล์ไขว้กันเป็นกากบาทรองไว้ที่ก้นถาด จะได้ยกขนมออกจากถาดได้สะดวก



ละลายเนยด้วยไมโครเวฟ แล้วพักไว้ก่อน



อุ่นไม่มีไดเจสติฟบิสกิต ดังนั้นก็ใช้แครกเกอร์ตราริชแทน ใส่เครื่องบดให้ละเอียด เทใส่ชามผสมรวมกับเนยละลาย



ใช้ไม้พายผสมให้เข้ากัน จะได้ลักษณะคล้ายๆ ทรายเปียกแบบนี้ (ขออภัยมือสั่น ภาพเลยเบลอไปหน่อยค่ะ)



กรุลงพิมพ์ให้แน่น แล้วแช่ช่องแข็งรอไว้ (ระหว่างนี้อย่าลืมวอร์มเตาอบที่ 160c พร้อมถาดใส่น้ำรองไว้ที่พื้นเตาอบนะคะ)



ตีครีมชีสกับน้ำตาลทรายด้วยความเร็วต่ำ จนน้ำตาลทรายละลายหมดและเนื้อเนียนละเอียด



ที่เป็นจุดๆ เศษๆ สีเขียวๆ คือผิวมะนาวนะคะ พอดีเรามีที่ขูดไมโครเพลน ก็เลยหาเรื่องใช้ด้วยการขูดผิวมะนาวเพิ่มกลิ่นหอมให้ขนม

เมื่อตีจนน้ำตาลละลายแล้ว จะได้เนื้อครีมชีสเนียนละเอียดแบบนี้



น้ำมะนาวกับวานิลา ใส่รวมกันไปเลย กลัวลืม .. นี่ไม่ใช่น้ำปลานะค้า ^^



เพิ่งเห็นว่าไม่มีรูปตอนใส่ไข่ ต้องขออภัย แหะๆ

เมื่อตีครีมชีสเนียนแล้ว ก็ใส่ไข่ทีละฟอง ตีจนส่วนผสมเข้ากันแล้วค่อยตอกไข่ใส่อีกฟอง

เมื่อเข้ากันดีแล้ว ค่อยใส่น้ำมะนาวและวานิลา ตีอีกครั้งให้เข้ากัน



เทส่วนผสมใส่ฐานชีสเค้กที่เราแช่ช่องแข็งรอไว้แล้ว



อบไฟบน-ล่าง 160c ประมาณ 30 นาที



ระหว่างที่รอชีสเค้กสุก เราก็มาผสมน้ำราดเอาไว้เลยค่ะ

ตวงครีมเปรี้ยว น้ำตาล วานิลาและน้ำมะนาวรวมกัน



ใช้ตะกร้อมือคนแรงๆ ให้เข้ากันและน้ำตาลละลาย พักไว้ก่อน



ชีสเค้กสุกแล้วค่ะ สังเกตได้จากตรงขอบจะฟูขึ้นเล็กน้อย หน้าดูตึงๆ เมื่อเขย่าพิมพ์ ตรงกลางจะยังกระเพื่อมๆ อยู่ แต่ใช้นิ้วแตะแล้วไม่มีหน้าขนมหลุดติดมือมา แสดงว่าใช้ได้แล้ว เอาออกจากเตามาวางไว้บนตะแกรงได้เลย

เอาถาดใส่น้ำออกจากเตาอบด้วยนะคะ ไม่ต้องใช้แล้วแหละ แต่ว่ายังไม่ต้องปิดเตาอบนะคะ



เทน้ำราดที่เราผสมไว้ลงบนชีสเค้กร้อนๆ เกลี่ยให้ปิดหน้าขนมให้ทั่วๆ ส่งเข้าเตาอบต่อ ใช้เวลาอีกประมาณ 7-10 นาที พอแค่หน้าขนมตึงๆ ก็ปิดเตาอบ และทิ้งขนมไว้ในเตาจนกว่าเตาอบจะเย็นสนิท



เมื่อเตาอบเย็นสนิทแล้ว นำขนมออกมาพักบนตะแกรงจนเย็นสนิทก่อนจะจับแช่ตู้เย็นข้ามคืนให้ขนมเซ็ทตัว

เช้าวันใหม่ ยกขนมออกจากพิมพ์



พิศดูใกล้ๆ ฐานขนม ตัวขนม และหน้าขนม



ตัดชีสเค้กโดยลับมีดให้คมกริบ แช่มีดในน้ำร้อน เช็ดให้แห้ง แล้วถึงจะใช้ตัดขนม

เมื่อจะตัดอีกก็ทำเหมือนเดิม แช่มีด เช็ด ตัด ขอบขนมจะคมสวย



ลืมบอกไปว่า อุ่นใช้ถาด 8x8 นิ้วนะคะ ตัดได้ 16 ชิ้น จะตัดให้เล็กกว่านี้ก็ได้ค่ะ แล้วแต่เลย



จับแยก ห่อฟอยล์ทีละชิ้น เวลาทานจะได้หยิบสะดวก



ย้ายมาที่ทำงานแล้วค่ะ จัดลงจาน เตรียมสังหาร



ตักซอสบลูเบอรี่ราดให้หนำใจ หยาดเยิ้มน่าหม่ำจริงๆ

ขอบคุณน้องดรีมอีกครั้งสำหรับสูตรขนมอร่อยๆ นะคะ สูตรนี้อร่อยมาก ยึดไว้เป็นสูตรประจำตัวแล้วล่ะ

พบกันใหม่เมนูหน้านะคะ สวัสดีค่ะ



Create Date : 05 มีนาคม 2554
Last Update : 5 มีนาคม 2554 23:26:41 น. 4 comments
Counter : 4346 Pageviews.

 
น่ากินมากเลยยยยยยยย ตัดได้สวยงามมากด้วย ชิมด้วย


โดย: sun_ice วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:11:39:50 น.  

 
จารย์อุ่นขร๋า กำลังว่าจะยึดบ้านแล้ว ทิ้งบ้านหายไปนานมากกกกก
มาคอนเฟิมว่าสูตรนี้ง่ายที่สุด แล้วก็อร่อยด้วย
เจ้าของสูตรทำมาให้กินมาส่งให้ถึงบ้านหลายรอบแล้ว
สูตรไม่เรื่องมาก ง่าย ๆ แต่อร่อย คอนเฟิมคร๊าๆๆๆ


โดย: บ่งบ๊ง วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:11:52:36 น.  

 
อยากกินอ๊า มาขอไปสักชิ้นนะคะ


โดย: ~*Sing Praise*~ วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:13:03:33 น.  

 
น่าทานมากๆค่ะ เป็นคนที่ชอบทานชีสเค้ก อยู่เหมือนกัน เจอทั้ง ตัวชีสเค้ก แถมหน้าชีสเค้ก น้ำลายหยดเป็นทางเลย น่าทานจิงๆค่ะ


โดย: NokJbz วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:13:20:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.