ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 

Blueberry Muffins





สวัสดีค่ามิตรรักแฟนก้นครัวทุกท่าน หายหน้าหายตาไม่มาโพสต์กระทู้เสียนานเพราะไม่ค่อยได้ถ่ายรูปขนมที่ตัวเองทำ ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัด อยู่เฉยๆ ก็ร้อนแล้ว ไม่อยากเพิ่มอุณหภูมิในคอนโดด้วยการเปิดเตาอบ ก็เลยห่างหายจากการทำขนมไปในช่วงก่อน ตอนนี้ย่างเข้าเดือนหก ฝนตกพรำๆ อากาศเริ่มคลายร้อนลงบ้างแล้ว เลยมีกะจิตกะใจจะทำขนมขึ้นมาหน่อย ^^

อุ่นเป็นคนหนึ่งที่กวนซอสบลูเบอรี่ไว้ใช้เอง ปกติจะใช้บลูเบอรี่แช่แข็งยี่ห้อ Pan Asia ที่เป็นกล่องๆ ตอนหลังเขาเปลี่ยนมาใส่เป็นถุงพลาสติก .. ก็นึกว่าจะเปลี่ยนแค่บรรจุภัณฑ์เฉยๆ แต่ปรากฏว่า เหมือนพันธุ์บลูเบอรี่ที่ Pan Asia เอามาแช่แข็งก็จะเปลี่ยนด้วย โดยสังเกตว่าบลูเบอรี่ลูกใหญ่ขึ้น เปรี้ยวน้อยลง .. เอามาทำซอสบลูเบอรี่ไม่ค่อยถูกใจเลยค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ค่อยเปรี้ยวแล้ว ยังทำให้ซอสสีไม่สวยอีกต่างหาก

คุยกับคุณวรรณ คุณวรรณบอกว่า ถ้าเป็นบลูเบอรี่แช่แข็งของ Pan Asia ที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะได้ลักษณะแบบนี้แหละ ถ้า Pan Asia ที่แบ่งขายตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ จะยังคงเป็นแบบที่อุ่นชอบใช้อยู่

ทีนี้ เจ้าบลูเบอรี่แช่แข็งลูกเบิ้มๆ นี้ก็นอนแอ้งแม้งอยู่ในช่องแข็งมานาน เล็งๆ ไว้แล้วแหละค่ะว่าเอามาทำมัฟฟิ่นบลูเบอรี่ พยายามหาสูตรที่ทำง่ายๆ ใช้เวลาน้อยๆ ใช้เนยน้อยๆ เพราะในตู้เย็นเนยใกล้จะหมดแล้ว

ก็เลยมาลงตัวที่สูตรมัฟฟิ่นบลูเบอรี่ของพี่บี่บี๋ Beebie เพราะวิธีทำง้ายง่าย ใช้ตะกร้อมือคนๆ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว หนำซ้ำ เป็นสูตรน้ำมันพืชอีกต่างหาก .. เข้่าทางคนที่เนยใกล้หมดสต็อกอย่างอุ่นพอดี ทำเสร็จแล้วผลตอบรับดีอีกต่างหาก ขอบคุณพี่บี่บี๋มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ^^

ลิงค์ต้นฉบับ ตามนี้เลยค่ะ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=beebie&date=11-01-2009&group=2&gblog=56



มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันก่อนนะคะ

Blueberry Muffins

ส่วนผสม

- แป้งเค้ก 300 กรัม
- ผงฟู 2 ช้อนชา
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 185-200 กรัม
- กลิ่นวานิลา 2 ช้อนชา
- ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
- นมสด 100 กรัม
- นมข้นจืด 100 กรัม
- น้ำมันพืช (คาโนล่าหรือทานตะวัน) 67 กรัม (1/3 ถ้วยตวง)
- บลูเบอรี่แช่แข็ง 250 กรัม

วิธีทำ

1. อุ่นเตาอบไว้ที่ 200 c รองพิมพ์มัฟฟิ่นด้วยกระทงกระดาษ พักไว้

2. ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือ เข้าด้วยกัน

3. แบ่งแป้งที่ร่อนแล้ว 2 ช้อนโต๊ะ ใช้คลุกกับบลูเบอรี่แช่แข็ง โดยไม่ต้องรอให้บลูเบอรี่ละลาย แล้วนำไปพักไว้ในช่องฟรีซ

4. ผสมน้ำตาลทรายลงในส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้ ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน

5. ผสมนมสด นมข้นจืด น้ำมันพืช กลิ่นวานิลา และไข่ไก่รวมกัน ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากัน

6. เทส่วนผสมของเหลวลงในส่วนผสมของแป้ง ใช้ตะกร้อมือคืนให้เข้ากัน เติมบลูเบอรี่ ใช้พายยางคนเบาๆ ให้เข้ากัน

7. ตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ให้เกือบเต็มพิมพ์ อบอุณหภูมิ 200c ประมาณ 25 นาทีหรือจนกระทั่งสุก นำออกจากเตาอบ ทิ้งไว้ในพิมพ์ประมาณ 5 นาทีแล้วนำออกจากพิมพ์มาพักไว้บนตะแกรง



ก่อนเตรียมส่วนผสม ก็อุ่นเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 200c รอได้เลยค่ะ เพราะเราใช้เวลาทำแค่แป๊บเดียวเท่านั้น

รองพิมพ์ขนมด้วยกระทงกระดาษ สูตรนี้อุ่นทำได้ 15 ถ้วยพอดีเลยค่ะ



ตวงนม 2 ชนิดเข้าด้วยกัน พักไว้ก่อนนะคะ



ตวงแป้ง ผงฟู และเกลือรวมกัน นำไปร่อน 2 รอบ




ตวงบลูเบอรี่แช่แข็ง เม็ดเบิ้มดีจริงๆ เลยค่ะ แกะออกมาจากห่ออย่างไว ชักช้าจะละลาย



ตักแป้งที่ร่อนไว้ออกมา 2 ช้อนโต๊ะเพื่อใช้คลุกกับบลูเบอรี่ เวลาผสม บลูเบอรี่จะได้ไม่ลงไปนอนกองที่ก้นพิมพ์หมด

คลุกเสร็จแล้วก็รีบเอากลับไปแช่ในช่องแข็งก่อนนะคะ



ตวงน้ำตาลทรายใส่โถผสม



ตามด้วยแป้งที่ร่อนไว้ ใช้ตะกร้อมือคนเบาๆ ให้เข้ากัน




เตรียมของแห้งเสร็จแล้ว ก็มาถึงส่วนผสมของเหลวบ้างค่ะ

ผสมนมสด นมข้นจืด น้ำมันพืช กลิ่นวานิลา และไข่ไก่รวมกัน




ใช้ตะกร้อมือ คนๆๆๆ ให้เข้ากัน




เทลงไปในส่วนผสมของแห้งได้เลยค่ะ



ใช้ตะกร้อมือ คนๆๆ ให้เข้ากัน อย่าคนนานนะคะ เดี๋ยวเนื้อขนมจะเหนียว เอาแค่หมดผงแป้ง และไม่เห็นแป้งเป็นเม็ดๆ ก็พอค่ะ



เอาบลูเบอรี่ที่เราคลุกแป้งรอไว้ออกจากช่องแข็ง แล้วโปะลงไปเลยค่ะ



ใช้พายยางคนเบาๆ ให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว เพราะขืนชักช้า บลูเบอรี่จะละลายย้อมเนื้อเค้กของเราให้กลายเป็นสีม่วง นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องเอาบลูเบอรี่ที่คลุกแป้งแล้วเข้าช่องแข็งไว้ก่อน อุ่นเคยปล่อยให้บลูเบอรี่ละลายแล้วค่อยเอาไปผสมกับแบทเทอร์ เลยได้เค้กออกมาม่วงกระดำกระด่าง ไม่สวยเลยค่ะ

นี่ขนาดรีบผสมแล้ว ยังออกมาม่วงเลย ^^"



ตักใส่พิมพ์ให้เกือบๆ เต็มพิมพ์ อุ่นตักใส่ได้ 15 ถ้วยค่ะ

เข้าอบที่อุณหภูมิ 200c ใช้เวลาเท่าพี่บี่บี๋เลยค่ะ 25 นาที อุ่นใช้ไฟบน-ล่าง นะคะ



จริงๆ อบไปสักประมาณ 20 นาที ลองใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเนื้อขนมดูได้นะคะ ถ้าไม่มีเศษขนมติดไม้แสดงว่าสุกแล้ว ถ้ายังมีเนื้อแป้งเหลวๆ อยู่ก็อบต่ออีก 5 นาที

สุกแล้วนำออกจากเตาอบ พักไว้ในพิมพ์ประมาณ 5 นาทีค่ะ



แล้วค่อยนำออกจากพิมพ์มาพักต่อบนตะแกรงจนเย็นสนิทค่ะ

ทานอุ่นๆ ก็อร่อยดีนะคะ แต่ถ้าจะเก็บไว้ในกล่อง ต้องรอให้เย็นสนิทก่อน ไม่งั้นไอน้ำเกาะฝากล่อง แล้วจะทำให้ขนมแฉะได้ค่ะ



เขยิบเข้ามาดูใกล้ๆ บลูเบอรี่ตู้มๆ



อุ่นชอบถ้วยนี้ค่ะ บลูเบอรี่หยาดเยิ้มน่าหม่ำจริงๆ



ด้วยเหตุที่ทำขนมตอนกลางคืน แสงไฟใต้เครื่องดูดควันเป็นสีเหลือง ก็เลยรอถ่ายรูปตอนเช้าก่อนออกมาทำงานอีกที

ปรากฏว่าเป็นเช้าที่ฝนตก แดดไม่ค่อยมีเลยค่ะ T_T



บลูเบอรี่เพียบเลย ^^



เลือกหม่ำชิ้นไหนดีคะ



เลือกได้แล้ว จับแก้ผ้าเลยดีกว่า

ทำไมหน้าตามันคล้ายๆ ขนมถ้วยฟูเนอะ เอิ๊กๆ



บิให้ดูเนื้อขนมค่ะ

อุ่นใส่น้ำตาลทราย 185 กรัม เพราะบลูเบอรี่ไม่ได้เปรี้ยวมาก ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจค่ะ เพราะเนื้อขนมไม่หวานมาก บลูเบอรี่เปรี้ยวนิดๆ เอาไปให้ที่ทำงานกินเป็นของเลี้ยงประชุม อร่อยและอิ่มค่ะ

ขอบคุณพี่บี่บี๋สำหรับสูตรขนมแสนง่ายและแสนอร่อยด้วยนะคะ

พบกันใหม่เมนูหน้า สวัสดีค่า




 

Create Date : 06 มีนาคม 2554
0 comments
Last Update : 6 มีนาคม 2554 1:25:57 น.
Counter : 4095 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.