Group Blog
 
 
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
ทริปนรก...

อาจจะขึ้นหัวข้อ Blog น่ากลัวไปหน่อย จริง ๆ การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แค่นอนไม่หลับตลอด 27 ชม. ของการเดินทาง แค่นั้นเอง หนึ่งอาทิตย์ก่อนเดินทาง กิจกรรมเพียบ ไหนจะ ทริปสัมนา ทริปอำลา งานเลี้ยงส่ง สารพัด ถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกและประทับใจค่ะ

ด้วยเหตุที่ตารางการเลี้ยงส่งยาวเหยียด การอดหลับอดนอน ไม่ได้เริ่มขึ้นในวันเดินทางเท่านั้น เราเดินทางวันศุกร์ที่ 5 สิงหา แต่นอนไม่พอมาตั้งแต่วันพุธ เนื่องจากงานเลี้ยงส่งกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่รัก ที่อุตส่าห์มีเซอร์ไพร์ส สั่งเค้กมาเลี้ยงอำลา (ด้วยเจตนาดี แต่เจ๊เป็นคนจ่ายฮ่ะ ) แต่เนื่องจากไม่ได้เตรียมการกันมาก่อน เค้กเลยมีแต่ เค้กวันเกิด เอาวะ หยวน ๆ

ปกติพอมีเค้ก ก็ต้องมีจุดเทียน ร้องเพลง แต่มันไม่ใช่วันเกิด พอจุดเทียนเสร็จ ได้แต่มองหน้า จ้องตากันไปมา แล้วตูจะร้องเพลงอะไรเนี่ย สุดท้ายก็มาลงที่เพลง
" ขอให้พี่น้องเรา นั้นสุขสำราญ เหมือนดอกไม้บานยามเช้า เหมือนดอกคัดเค้าบานเช้ายานเย็น เอ้า..กรึ๊บ ก่ะ ละ ลึบ กรึ๊บ กรึ๊บ.. ไม่หมด ไม่เลิก ไม่หมด ไม่เลิก... " ใครไม่เคยฟัง รอไปก่อน เดี๋ยวจะมี CD พร้อม VCD คาราโอเกะ วางขายตามแผงขายปลาเร็ว ๆ นี้

เช้าวันพฤหัส ลาพักร้อน ตื่นมาพร้อมด้วยอาการแฮงก์และลิสท์รายการที่ต้องทำ ของที่ต้องซื้อที่ยาวเป็นหางว่าว กระเป๋าที่ยังไม่ได้ pack บ่ายสาม พ่อกับแม่มาถึงดอนเมือง เจ๊ยังช๊อปอยู่ที่ Central ลาดพร้าว.. ทียังงี้ล่ะ เครื่องไม่ดีเลย์เล้ย...

รับพ่อกับแม่กลับมาที่คอนโด นาทีที่เปิดประตูห้อง แม่แทบเป็นลม เพราะเรายังไม่ได้ pack ซักกะนิด จะไปเรียนสองปี พรุ่งนี้จะเดินทาง ของทุกอย่างยังกระจายเต็มห้อง รวมทั้งของที่ต้องเก็บเตรียมย้ายออกจากคอนโดที่เช่าไว้นี่อีก สุดท้ายพ่อกับแม่เราต้องมานั่งช่วยแพคของ ข้าน้อยผิดไปแล้ว

บอกตรง ๆ ว่าถ้าไม่ได้แม่ แพคของไม่เสร็จแน่ เราซื้อของกินของใช้จาก Top มาสี่พันกว่า (บ้าหอบฟาง ) คิดกันเอาเองว่าเยอะขนาดไหน แต่แม่เราสามารถแพคใส่กระเป๋า 18 นิ้วได้ แถมเหลือที่ว่าง สุดยอด... สิ่งที่เราทำคือแค่ เปิดกระเป๋า เอาของที่เราจะเอาใส่ กองไว้ แล้วแม่เราก็ตามไปแพคให้ You're the man!

ส่วนท่านพ่อ ตรงดิ่งเข้าไปแพคแผ่น DVD ก่อนเลย อันไหนไม่อยากดู ก็เก็บไว้ให้พี่ชายเรา... พี่ชายเลยได้ไปแต่หนัง romantic comedy แผ่นดี ๆ เสร็จพ่อเราหมด พอเก็บแผ่น DVD เสร็จ พ่อเริ่มไม่มีอะไรทำ แต่ก็อยากช่วย เลยพยายามจะแพคของอย่างอื่นใส่กล่องบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าอันไหนควรแพคไม่ควรแพค เลยต้องถามเราทุกอย่าง.. "อันนี้อะไร" "อันนี้จะเอามั้ย" "อันนี้จะเอาไปรึเปล่า" แรก ๆ ก็โอเคอ่ะ แต่นาน ๆ ไป เริ่มหลอน เต็มที่เลยพ่อ อยากแพคอะไรแพคเลยค่า

ตอนเย็นพี่ชายสุดที่รักทั้งสองมาสมทบ ครอบครัวสุขสันต์ไปทานข้าวเย็นร่วมกันครั้งสุดท้ายก่อนลา ประมาณเที่ยงคืน ก็แยกย้าย ไฟล์ทเราเจ็ดโมงเช้า เช็คอินประมาณตีห้า เรากะเผื่อเหลือเผื่อขาด ออกจากคอนโดตี 4 ตั้งปลุกไว้ตี 3:20 เข้านอนตีหนึ่ง ขณะพยายามจะหลับ พ่อเรายังดูความเรียบร้อยของข้าวของที่แพค ดูไปก็ส่งเสียงถามเราไป "พรุ่งนี้ไปกี่โมง" "ตั้งนาฬิกาปลุกรึยัง" "ตอนนี้กี่โมงแล้ว" "รีบนอนเอาแรง เดี๋ยวจะไม่ตื่น" สรุปว่าหลับ ๆ ตื่น ๆ หลอนเสียงพ่อเราทั้งคืน

ตี 4 ครึ่ง ถึงดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ เข้าเช็คอิน เราเดินทางโดย UA เป็นครั้งแรกของการเดินทางไปอเมริกา รู้สึกว่าการตรวจสอบเข้มงวดมาก ๆ น่าจะเป็นเฉพาะประเทศนี้ รึเปล่า เมื่อต้นปีไปฝรั่งเศส ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรขนาดนี้ ดีที่เรามาเร็วเลยเสียเวลาเช็คอินไม่นาน กระเป๋าโหลดใต้เครื่องสองใบ ใบแรก 28 นิ้ว ชั่งได้ 32 กิโลเป๊ะ รอดตัวไป อีกใบ 20 นิ้ว ใส่พวกหนังสือ หนัก 20 กิโลกว่า ๆ มาถึงตอนนี้นึกเสียดาย เพราะกระเป๋าใบที่สองเราเล็ก ที่เต็ม เราเลยต้องใช้ 18 นิ้วอีกใบ carry ขึ้นเครื่องพร้อมน้ำหนัก 10 กิโลกว่า ๆ (UA ไม่จำกัดน้ำหนักกระเป๋าที่ carry ขึ้นเครื่อง แต่จำกัดขนาด กxยxส ต้องไม่เกิน 45 นิ้ว) นอกจากนั้นยังมีเป้แบก lab top คาดว่าอาจจะซัก 4-5 โล... เรา stop ที่นาริตะกับชิคาโก้ ก็ต้องหอบกระเป๋าลาก+เป้ โคตรหนักไปด้วย ไม่สนุกฮ่ะ ถ้าทำได้ โหลดลงใต้เครื่องให้หมดดีที่สุดนะจ๊ะ

เช็คอินเสร็จ ก็นั่งรอ เรากะจะเข้า immigration ประมาณ 6 โมง ตีห้าครึ่ง พวกเพื่อน ๆ ที่รัก ที่บอกจะมาส่งก็ยังไม่โผล่มา คนข้าง ๆ เค้ามีเพื่อนมาส่งตรึม.. พี่ชายเราเริ่มไซโค ว่าเพื่อนไม่รัก รักน้องดีจริง ๆ พี่ตู ประมาณตีห้าสี่สิบห้า เพื่อน ๆ มา พร้อมพวงมาลัยดอกกล้วยไม้ (มัวช้าเพราะไปหาพวงมาลัยอยู่รึเปล่าเนี่ย ) มันบอกตอนแรกกะจะเอาดอกดาวเรือง แต่กลัวสีตกใส่เสื้อ แหม.. ไม่เอาขบวนกลองยาวมาด้วยล่ะเฮีย



พอไปถึง Gate เค้าเริ่ม broad คนขึ้นเครื่องแล้ว มองไปทางขวา มีจนท. ตั้งโต๊ะค้นกระเป๋า แต่ผู้โดยสารบางคนก็ผ่านไปเฉย ๆ ไม่ต้องค้น นึกว่าเราจะไม่โดนมั่ง ที่ไหนได้ เค้าบอกว่ามันเป็นการสุ่มตรวจ ถ้าบัตร broading pass ใครมีตัวหนังสือ SSSS ด้านล่างอ่ะค่ะ โดนหมด ไอ้เสียเวลาอ่ะไม่เท่าไหร่ แต่อายค่ะ ก็เปิดกระเป๋ามา มีแต่ของกินของใช้ เต็มไปหมด จนท. เค้าแถบไม่กล้าคุ้ย เอ๊ย ค้นของเราเลยอ่ะ กลัวเก็บเข้าที่เดิมไม่ได้



BKK-NRT ประมาณ 6 ชม. เรานั่งตรงกลาง กะจะดูหนังจอใหญ่ แต่ด้วยความสูงน้อย... รึเตี้ยนั่นแหล่ะ เบาะข้างหน้ามันบังอ่ะค่ะ เห็นจอแค่ครึ่งจอเอง ก็เลยต้องอาศัยดูจอเล็กไกล ๆ นู่น คุณฝรั่งข้าง ๆ ก็น่ารักดี ช่วยเรายกกระเป๋าขึ้นเก็บด้วย.. (หอบฟางมาแล้วไม่มีปัญญายกเองฮ่ะ) กะจะชวนคุย แต่เฮียพกหนังสือมาเองสองเล่ม เครื่องขึ้นปุ๊บเฮียอ่านแหลก เราเลยไม่กล้ากวน ก็ดูหนัง กิน อ่านหนังสือ (Harry Potter เล่มใหม่ สาเหตุนึงที่เป้หนักก็เพราะอีเล่มนี้แหล่ะ) แป้บ ๆ หกชม. ถึงแล้วจ้านาริตะ

ทริปนี้ไม่ค่อยมีรูปค่ะ มันสองจิตสองใจ ไม่รู้ว่าจะเอามารีวิวมั้ย ถ้าจะทำไฟล์ทรีวิว ก็คงทำไม่ได้ดี เหมือนที่พี่ ๆ น้อง ๆ ใน BP ทำไว้ แต่ถ้าจะไม่ถ่ายรูปไว้เลยก็เสียดาย ก็เลยถ่ายมั่งไม่ถ่ายมั่ง ด้วยความเบลอของตัวเอง รูปมันก็เบลอไปด้วย
ก็ทนดู ๆ กันไปแล้วกันนะคะ

พักต่อเครื่องที่นาริตะประมาณหนึ่งชม. ที่นี่ต้องผ่าน security อีกหนึ่งรอบค่ะ แถวยาวเฟื้อย คนข้างหน้าเราเดินผ่านประตูแล้วมีเสียง ต้องถอดเข็มขัดแล้วเดินใหม่ ยังมีเสียง ถอดแหวน ถอดนาฬิกา ถอดสร้อย (อารมณ์เหมือนโดยปล้น ) เดินอยู่สี่ห้ารอบกว่าจะผ่านอ่ะค่ะ ซวยละ ของเราเข็มขัดโดยแน่ ว่าแล้วก็โดนจริง ๆ แต่เค้าไม่ต้องให้ถอดค่ะ แค่เอาเครื่องตรวจมาตรวจเพิ่ม แล้วขอให้เราถอดรองเท้าไปตรวจเพิ่ม เห็นฝรั่งพกขวดน้ำมา เค้าก็มีเครื่องตรวจน้ำโดยเฉพาะ เข้มมาก ๆ

ต่อเครื่องไปชิคาโก้ คราวนี้นั่งยาว สิบชม.กว่า ๆ มีอาหารสามมื้อ ถ่ายมาแค่มื้อเดียวค่ะ ข้าวกะไก่



ดูแบบเต็ม ๆ รสชาติก็พอใช้ได้ค่ะ ข้าวด้านล่างไหม้นิด ๆ สงสัยอุ่นนานไปหน่อย อารมณ์เหมือนข้าวติดก้นหม้ออ่ะ นาน ๆ กินที อร่อยดีค่ะ



พอกินเสร็จ แอร์ประกาศให้ปิดหน้าต่าง เพราะประเดี๋ยวจะค่ำ แล้วก็จะสว่างอีก จะได้ไม่เป็นการรบกวนผู้โดยสารคนอื่นที่จะนอน เวลาประกาศทุกอย่าง จะเป็นภาษาอังกฤษ ตามด้วยญี่ปุ่นค่ะ จะมีสายการบินต่างชาติสายไหนบ้างมั้ยน้อ ที่เริ่มประกาศด้วยภาษาอังกฤษ ตามด้วยภาษาไทย

หลังจากกิน ดูหนัง อ่านหนังสือ จนไม่มีอะไรทำแล้ว ก็พยามยามนอน แต่ยังไงมันก็นอนไม่ได้จริง ๆ เป็นไฟล์ทยาว ๆ ครั้งแรก ที่ต้องนั่ง economy สุดท้ายก็ต้องตื่นมากิน ดูหนัง อ่านหนังสือ วนไปวนมา อีกประมาณ 2-3 ชม.จะถึงชิคาโก้ เราเริ่มง่วง แต่ผู้โดยสารคนอื่นเริ่มตื่น บางคนเริ่มแอบเปิดหน้าต่างดู แดดจ้า แอร์เริ่มปลุกทานข้าว... หลับไม่ได้อีกตู

พอใกล้ถึง แอร์แจกแบบฟอร์ม custom ให้แจก เราขนอาหารสำเร็จรูปมาเต็มกระเป๋า ไม่แน่ใจว่าต้อง declare รึเปล่า เลยเขียนแบบฟอร์มไว้สองใบ ใบนึงแจ้ง อีกใบนึงไม่แจ้ง

ถึงชิคาโก้ ผ่าน immigration แถวยาวเฟื้อย แทบจะยืนหลับ เราผ่าน ไม่มีปัญหา จากนั้นก็รอเอากระเป๋า ระหว่างผ่าน จนท. เรากะจะยื่นแบบฟอร์มที่ declare อาหาร ให้ไปแล้ว แต่เห็นพวกฝรั่งกลุ่มด้านหน้า ก็ยื่นฟอร์มให้แล้วก็เดินผ่าน แบบไม่มีอะไรซีเรียส เราเลยเปลี่ยนใจ รีบเปลี่ยนแบบฟอร์มในระยะเผาขน ตอนเรายื่นฟอร์มให้เจ้าหน้าที่ แบบฟอร์มเก่ายังแพลมออกมาจากกระเป๋าอยู่เลย ดีที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดู แล้วก็ผ่าน custom แบบไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นก็เอากระเป๋าไปเช็คอีกครั้งกับ UA

สนามบินชิคาโก้ มีประมาณ 4 เทอร์มินอล มีรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างเทอร์มินอล บริการฟรี แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังต้องเดินไกล แถมจนท. บอกเราไปผิดเทอร์มินอลอีก เรามีเวลาต่อเครื่อง 6 ชม. ปกติก็คงไม่คิดอะไรมาก ถือว่าได้เดินเล่น แต่ทั้งลากทั้งแบกกระเป๋าหนักเกือบยี่สิบโลเนี่ย ไม่หนุก...

บรรยากาศในสนามบิน



ทางเดินเชื่อมระหว่างเทอร์มินอล



เดินไปพักไปค่ะ เริ่มหน้ามืด แวะดูเครื่องบินหน่อย รู้สึกจะเป็นของ Air Canada... ชอบค่ะ ลายน่ารักดี



ห้องน้ำชอบมั่ก ๆ มีพลาสติกรองที่นั่งให้ พร้อมระบบเปลี่ยนอัตโนมัติ



เกตเราอยู่ท้ายสุดของเทอร์มินอลเลย พอเดินถึง ไม่พูดพร่ามทำเพลง ขอนอนก่อนแล้ว... กระเป๋าเรา 18 นิ้ว พอตั้งขึ้นก็สูงระดับเก้าอี้พอดี เราก็เอามาตั้งเป็นที่วางขา... นอนสบายมั่ก ๆ ดีกว่าที่นั่งบนเครื่องเป็นกอง แต่ก็ได้แค่หลับเป็นวูบ ๆ อ่ะค่ะ มันกังวลกลัวของหาย

เพิ่งรู้ว่าเครื่องบินแบบนี้ ถอยหลังเองไม่ได้เหรอคะ อารมณ์คนขับรถลาก จะประมาณว่าตูขับเครื่องบินอยู่มั้ยเนี่ย



ลาละจ้า Chicago...





เมืองใหญ่มั่ก ๆ นั่งไปก็คิดไป เมืองตูจะเป็นยังไงบ้างหว่า เครื่องที่นั่งไปเล็กมากค่ะ ที่นั่ง 2-2 ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชม.กว่า ก็ถึง Oklahoma city ยังไม่ได้ทันได้หลับตามฟอร์ม... แต่ไม่เป็นไร ประเดี๋ยวจะได้นอนเต็ม ๆ แล้ว ถึงโดยสวัสดิภาพ มีพี่กับน้องคนไทยที่เราไม่รู้จักมาก่อน มารับ... (พอดีคนรู้จักเราไม่อยู่ เลยฝากเราไว้กับพี่ ๆ น้อง ๆ กลุ่มนี้ จนกว่าเค้าจะกลับ) น่ารักมั่ก ๆ ค่ะ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ เราไปพักที่อพาร์ทเมนต์ของน้อง ซึ่งห่างจากรางรถไฟประมาณ 40 เมตร... จากการอดหลับอดนอนมายาวนาน บวกกับเสียงดังจากรถไฟ... กว่าจะฟื้นจาก jet lag ได้ ก็เกือบ 4 วันเต็ม

ตอนนี้สบายดี เต็มที่ พร้อมรับเปิดเทอมวันพรุ่งนี้จ้า.. ไว้มีโอกาสจะมาเล่าประสปการณ์ต่างแดน ต่อนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามชมค่า


Create Date : 22 สิงหาคม 2548
Last Update : 25 กันยายน 2548 8:45:11 น. 18 comments
Counter : 3824 Pageviews.

 
อ่านแล้วเริ่มกลัว เพราะว่ามีแววจะโดนส่งไปสิ้นปีนี้น่ะคับ อิอิ

ยังไงก้อขอให้โชคดีมีความสุขในดินแดนแห่งเสรีภาพนะคับ


โดย: St.Patrick วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:5:20:52 น.  

 
กลัวอะไรคะ คุณ St.Patrick
กลัวแฮงก์ กับงานเลี้ยงส่งทั้งหลาย
กลัวเก็บของไม่เสร็จแล้วกลัวพ่อหลอนเหมือนเรา
กลัวจนท. security
กลัว Custom
กลัวนอนไม่หลับ
รึแค่เห็นชื่อ Blog ก็กลัวแล้ว

ขอบคุณสำหรับคำอวยพร ถ้าโดนจับส่งมา ก็ขอให้มีความสุขเช่นกันค่า


โดย: Sleeping_B วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:6:36:24 น.  

 
สนใจแต่อาหารค่ะ


โดย: นางมารร้าย update วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:8:14:45 น.  

 
กลัวจริงๆค่ะ เวลาต้องบินไฟล้ทยาวๆแบบนี้


โดย: ป้าแจ๋วแหวว วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:9:37:55 น.  

 
มาติดตามเรื่องราวอ่ะค่ะ โห เห็นห้องน้ำและโถนั่งรอง
พลาสติกแล้วชอบจัง


โดย: JewNid วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:13:19:49 น.  

 
คุณนางมารร้าย เหมือนเราแหล่ะ.. เรื่องอาหารนี่เรื่องใหญ่ รอบดึกเค้ามีแจกบะหมี่สำเร็จรูป สงสัยจะของญี่ปุ่น รสชาดห่วยมั่ก ๆ แต่ก็หมดค่ะ

คุณป้าแจ๋วแหวว กลัวเหมือนกันค่ะ เข็ดเลย มาถึงได้สามสี่วัน เพื่อนที่ GA ชวนไปเที่ยว Florida บอกจะออกค่าตั๋วให้ เรายังขยาด เลยไม่ไป (จริง ๆ แล้วซื้อตั๋วกระชั้นชิด มันแพงอ่ะค่ะ เกรงใจเค้า ต้องทำตัวเป็นนางเอกนิดนึง )

คุณ JewNid ห้องน้ำที่นี่สะอาดมั่ก ๆ เลยค่ะ ในสนามบินก็จะมีพลาสติกรอง ตามที่สาธารณะก็จะมีกระดาษรองให้ รึถ้าไม่มีจริง ๆ มันก็ไม่สกปรกอ่ะค่ะ แล้วทุกห้องมีกระดาษให้ เราเป็นคนเรื่องมากเรื่องห้องน้ำ... อยู่ที่นี่แล้วมีความสุขค่ะ


โดย: Sleeping_B วันที่: 24 สิงหาคม 2548 เวลา:23:31:42 น.  

 
มีเพื่อนอยู่ Oklahoma เหมือนกันค่ะ และก็มีแบบกำลังจะไปอีกหลายคน แต่เหมือนว่าจะคนละ U กันนะคะเนี่ย

มาเล่าให้ฟังบ่อยๆนะคะ ชอบอ่านค่ะ

อย่างน้อย ถ้าเรามีโอกาสได้ออกนอกประเทศ จะได้ไม่ตื่นเต้นจนเกินไปนัก


โดย: เฉลียงสีชมพู วันที่: 6 กันยายน 2548 เวลา:23:52:58 น.  

 
ไอ้คนข้างบนนี่เกือบได้ไป OK แต่แห้ว


โดย: Archimedes วันที่: 7 กันยายน 2548 เวลา:16:23:09 น.  

 
คุณเฉลียงสีชมพู
พอบอกกำลังจะมาอีกหลายคน แล้วให้ความรู้สึกว่าเป็น U เดียวกันอ่ะค่ะ เราอยู่ OU ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ คุณมาที่เดียวกันรึเปล่า เพราะเดือนหน้าจะมีนักเรียนไทยมาอีก 3 คน
ถ้ามีเวลา จะเล่ามาอีกเรื่อย ๆ ค่ะ อย่าเพิ่งเบื่อแล้วกัน
ถ้าเป็นอย่างคุณ Archimedes ว่า ก็น่าเสียดาย อุตส่าห์จะได้มาสัมผัสความชนบทของ OK แล้วแท้


โดย: Sleeping_B วันที่: 8 กันยายน 2548 เวลา:20:55:03 น.  

 
หลังจากอกหักจาก โอเค น้อง ฉลูสีชมเพียง (เฉลียงสีชมพู) เขาจะไปตะลุยหิมะที่ดาโกต้าเหนือ (เห็นมันโม้ให้ฟัง)

ล.ป. รูปเบียร์ กะขวดไฮเนเก้นน่ะ ถูกใจมาก (ขวดสีเขียวเท่ห์สุดๆ)


โดย: Archimedes IP: 128.208.120.80 วันที่: 9 กันยายน 2548 เวลา:3:05:28 น.  

 
อ่านแล้วสนุกดีค่ะ ตอนมังคุดไปซานฟราน ไม่กล้าถ่ายรูปบนเครื่อง กลัวผู้โดยสารคนอื่นเค้าว่าเอา แต่อีแฟนดันถ่าย เลยโดนมังคุดสั่งเก็บเลย
คราวหน้าลองถ่ายบ้างดีกว่า จะได้เก็บไว้ดูบ้าง

ป.ล. เจ้าของบล็อคเล่าเรื่องได้สนุกดีจังค่ะ


โดย: mungkood วันที่: 12 กันยายน 2548 เวลา:20:47:24 น.  

 
คุณ Archimedes
เข้าใจว่าคงหมายถึง รูปขวดเบียร์บน TGV ในทริปฝรั่งเศส ชอบเหมือนกันฮ่ะ.. นั่งรถไฟ ดูหิมะ จิบเบียร์ไปพลาง ๆ สุขมั่ก ๆ

คุณ mungkood
ไม่ค่อยกล้าถ่ายเหมือนกันค่ะ ไม่งั้นคงมีรูปมากกว่านี้ รูปที่มีมา ก็คือไม่ใช้ flash
ดีใจที่ชอบค่ะ


โดย: Sleeping_B วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:21:54:35 น.  

 
เหลือบไปเห็น Geol'41 CMU ... อิอิ CompSci'39 CMU กั๊บ .. เมเจอร์ข้างๆ อยู่ติดกัน


โดย: chirala (chirala ) วันที่: 2 ตุลาคม 2548 เวลา:3:31:10 น.  

 
คุณ Chirala
อ้าว..คนกันเอง สวัสดีค่ะพี่



โดย: Sleeping_B วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:6:16:10 น.  

 
ใช่ อยู่ Ray apartment ป่าวจ๊า ถ้าเป็นแบบนั้น เดี๋ยวคงได้พบกันในไม่ช้า อิอิ


โดย: Pan^-^ IP: 161.200.43.3 วันที่: 26 มกราคม 2549 เวลา:15:52:46 น.  

 
เครียดมากเลยคะ อกหักมาได้ 6 เดือนกว่าแล้ว
แต่ยังทำใจไม่ได้
อยากมีเพื่อนคุย โทร.มาได้นะคะ
เนส Geol'46
0-6915-0123


โดย: เนส IP: 58.9.149.236 วันที่: 3 กรกฎาคม 2549 เวลา:12:25:05 น.  

 
หิวข้าวจังเลย แต่ยังขาดคู่ ทำอย่างไรดี ใครมีคำตอบ
ช่วยตอบหน่อย
pirata_tai@hotmail.com
ครับขอบคุณครับ


โดย: หน่มเอ็ม IP: 58.147.91.209 วันที่: 19 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:02:37 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ Sleeping_B พอดีผ่านมาเจอกระทู้ของคุณว่าเรียนอยู่ที่โอกลาโฮม่า คือมีเรื่องอยากรบกวนถามเรื่องนึงอ่ะค่ะ
คือเคยได้ยินมาว่าที่โอกลาโฮม่า ซิตี้ เค้ามีศูนย์วิจัยเกี่ยวกับโรค Chrone's Disease,Alcerative Colitisโดยเฉพาะ เพิ่งมาเปิดได้ไม่กี่ปีมั้งคะ
คุณSleeping_Bพอจะมีข้อมูลหรือรายละเอียดของสถาบันวิจัยนี้มั้ยคะ พอดีว่ามีเพื่อนเค้าเป็นโรคนี้อยู่ เลยอยากหาข้อมูลเผื่อว่าจะให้เค้าไปรักษาตัวที่นั่นน่ะค่ะ
ยังไงถ้าคุณทราบพอจะหาข้อมูลได้ ช่วยอีเมลลมาบอกหน่อยได้มั้ยคะ
sasipind@yahoo.com
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: Sasi IP: 118.173.190.210 วันที่: 10 มกราคม 2552 เวลา:16:22:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Sleeping_B
Location :
Norman, OK United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Sleeping_B's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.