ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
 
เมษายน 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
17 เมษายน 2555
 
All Blogs
 

(สปอยด์)อาวุธ เทคนิค แท๊คติก ใน Battleship

โครตสปอยด์ครับ ใครยังไม่ได้ดู รีบ ๆ ปิดเลยครับ





ผมจำได้ว่าเคยเขียนกระทู้เรื่องอาวุธใน Transformer ภาคแรก ... นั้นมันนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ครับ เชื่อหรือไม่หลังจากนั้นผมแทบไม่ได้ดูหนังในโรงหนังเลยเพราะเกิดอาการขี้เกียจมาก ๆ ก็เลยไม่เคยได้เขียนอีกเลย

จนมาเมื่อวันก่อนเพื่อนชวนไปดู Battleship ครับ ก็เลยไปก็ได้ ก็คิดว่าก็ดีเหมือนกัน ไม่ค่อยได้เห็นหนังเรือรบยิงกันซักเท่าไหร่ (แต่ก็คงหมดมุกเลยไปยิงกับเอเลี่ยนแทน) ดูไปดูมาก็ เอ่อ สนุกดีแฮะ หนังก็ใช้ได้เลยครับ ดูสนุกทีเดียว ยิ่งถ้าไม่คิดอะไรมากเรื่องความสมจริงจะทำให้หนังดูสนุกมาก ๆ ครับ (ถ้ามันจะมันส์มันต้องเว่อร์ ๆ นิด ๆ เป็นธรรมดาอยู่แล้วครับ สมจริงมากไปบางทีก็ไม่สนุก)

ดูแล้วมีรายละเอียดหลายอย่างที่น่าสนุกจะมาเขียนเหมือนกัน ก็เลยลองมาเขียนดูครับ แต่อันนี้เอาเฉพาะฉากที่จำได้ อันไหนจำไม่ได้ก็ขอไม่เขียนครับ (ก็แน่อยู่แล้ว) ถ้าผมพลาดฉากไหนไปก็ทักหน่อยนะครับ




- RIMPAC

ฉากในเรื่องเกิดขึ้นในการฝึก RIMPAC ครับ การฝึก RIMPAC (Rim of the Pacific) คือการฝึกทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ โดยปกติจะมีเรือปีละ 30-40 ลำ มีเครื่องบินเป็นร้อย ๆ เครื่อง มีกำลังพลเป็นหมื่น ๆ คนเข้าร่วม ชาติที่เข้าร่วมก็คือชาติในแปซิฟิค โดยจะทำการฝึกทุกสองปี ปีนี้ก็ใกล้ ๆ ช่วงที่จะฝึกกันแล้วครับ (เขาจะฝึกกันกลางปี) เดี๋ยวคงได้ดูเขารบกับเอเลี่ยนจริง ๆ แล้วล่ะ 555+

ถ้าสังเกตุจะเห็นว่ามีธงชาติไทยอยู่ด้วย นั้นก็เพราะสหรัฐซึ่งเป็นโต้โผหลักในการจัดฝึกเขาเชิญประเทศไทยเข้าร่วมฝึก แต่เราไม่มีตังค์ก็เลยไม่ได้ส่งเรือไปฝึก แต่ส่งผู้สังเกตุการณ์ไปแทน ผู้สังเกตุการณ์การฝึกก็มีหน้าที่ไปสังเกตุการณ์ครับ และอาจจะเข้าร่วมการฝึก CPX หรือ Command Post Exercise (การฝึกภาพบังคับการ) ซึ่งเป็นการฝึกการบังคับบัญชาในศูนย์บัญชาการครับ แต่มีครั้งนึง (RIMPAC 2004) กองทัพเรือไทยส่งเครื่องบินโจมตีทางทะเลแบบ F.27-200 ไปร่วมฝึกยิงจรวดต่อต้านเรือผิวน้ำแบบ Harpoon กับเขาด้วยครั้งนึงครับ



- Battleship หรือเรือประจัญบาน

โดยปกติแล้วการแบ่งประเภทเรือรบก็จะแบ่งกันตามขนาดและบทบาทในการรบครับ ในสมัยก่อนจะแบ่งกันได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ในสมัยนี้แต่ละประเภทค่อนข้างแยกกันไม่ค่อยออกแล้วครับ จะต่างกันแค่ขนาดเท่านั้น ถ้าจะเรียงลำดับจากเล็กไปใหญ่ก็จะเป็น Corvette (คอร์เวต) --> Frigate (ฟริเกต) ---> Destroyer (พิฆาต) ---> Cruiser (ลาดตระเวน) ---> Battleship (ประจัญบาน)

ในปัจจุบันเรือ Battleship ไม่มีแล้วครับ เรือ USS Missouri ในหนังซึ่งเป็นเรือรบในชั้น Iowa เป็นเรือ Battleship ชั้นสุดท้ายของสหรัฐแล้ว เนื่องจากในสงครามโลกครั้งที่สองนั้น เรือบรรทุกเครื่องบินได้พิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วว่าดีกว่าเรือ Battleship มาก หลังจากสงครามโลกทุกคนก็มุ่งไปที่เรือบรรทุกเครื่องบินกันหมด แต่เรือ Battleship ก็ยังอยู่มาอีกยาวครับ เช่นเรือ USS Missouri ก็ยังไปยิงกับซัดดัมในสงครามอ่าวครั้งแรกอยู่เลยโดยใช้ปืน 16 นิ้วยิงสนับสนุนการยกพลขึ้นบก และเป็นฐานยิง Tomawak ด้วยครับ (ช่วงหลังสหรัฐเอาแท่นยิง Tomahawk ติดเข้าไป) หลังจากนั้นก็ปลดประจำการไป

เรือลำนี้คลาสสิคมากตรงนี้เป็นเรือที่รบกันมาในแทบทุกสงครามใหญ่ ๆ ของสหรัฐ และเป็นเรือที่ญี่ปุ่นมาลงนามยอมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สองบนดาดฟ้าเรือนี้ ปัจจุบันก็จอดเป็นพิพิธภัณฑ์อยู่นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าในความเป็นจริง ถ้าจะติดเครื่องเรือให้ออกไปรบกับเอเลี่ยนได้แบบนั้นคงต้องใช้เวลาปรับปรุงกันเป็นสัปดาห์ ๆ ทีเดียว แถมเมื่อปรับปรุงเสร็จ จะติดเครื่องทีใช้เวลาหลายชั่วโมงครับ (กว่าน้ำจะเดือด) คงไม่ได้ออกเรือรวดเร็วทันในแบบในหนังแน่นอน



- Arleigh Burke class destroyer

ที่พูดว่าเรือชั้นโน้นชั้นนี้อาจจะงง คืองี้ครับ เรือรบเขาแบ่งเป็นชั้น พูดง่าย ๆ หมายถึงว่าเป็นเรือที่หน้าตาเหมือน ๆ กันก็อยู่ในชั้นเดียวกัน และชื่อของชั้นจะเรียกตามเรือลำแรกที่ถูกต่อออกมา เช่น USS Missouri เป็นเรือประจัญบานในชั้น Iowa หมายถึงว่าเรือลำแรกที่หน้าตาคล้าย ๆ เรือ USS Missouri ก็คือเรือ USS Iowa นั่นเอง พอเวลาเรียกก็จะเรียกรวม ๆ ไปว่าชั้นโน้นชั้นนี้ครับ

เรือของพระเอกกับพี่ชายพระเอก รวมถึงพระรองที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นล้วนเป็นเรือพิฆาตในชั้น Arleigh Burke ทั้งสิ้นครับ Arleigh Burke เป็นเรือพิฆาตของสหรัฐ ตั้งตามชื่อของจอมพลเรือ Arleigh Burke ผู้โด่งดังในสมัยสงครามโลก เรือลำแรกคือ USS Arleigh Burke (DDG-51) ถูกต่อออกมาตั้งแต่ปี 1989 จนถึงวันนี้ยังต่อกันอยู่เลยครับรวมแล้วห้าสิบกว่าลำ ลำนึงแพงโครต ๆ ครับพอ ๆ กับรถไฟฟ้าสายนึงทีเดียว สหรัฐวางแผนที่จะต่อออกมาให้ได้ 75 ลำแหนะ (ผมเชื่อแล้วว่ามันเตรียมไปรบกับเอเลี่ยนจริง ๆ หยอกเย้า)

เรือมันดีมากเลยครับ และลำใหญ่ทีเดียว ระวางขับน้ำสูสีกับเรือจักรีเราด้วยซ้ำ ผมเคยไปดูมันวิ่งในทะเลอยู่หลายครั้ง ครั้งที่มันส์ที่สุดคือผมไปกับเรือหลวงคีรีรัฐของกองทัพเรือ วิ่งนำหน้าเรือดำน้ำ USS City of Corpus Christi ในอ่าวไทยเพื่อเข้าพื้นที่การฝึกในอ่าวไทย ห่างจากฝั่งซักชั่วโมง ตามโปรแกรมต้องมีเรือ USS Decatur ตามมาด้วยแต่พี่แกยังไม่มา เรือไทยกับเรือดำน้ำก็วิ่งเอื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ จนใกล้ถึงพื้นที่การฝึก เกือบจะถึงแล้วก็เห็น USS Decatur วิ่งตามเข้ามา แต่อารมณ์แบบว่า พี่วิ่งเหมือนเรือหางยาวในคลองแสนแสบ เร็วโครต ๆ ครับทั้ง ๆ ที่เรือมันใหญ่ซะขนาดนั้น สุดยอดจริง ๆ

(ภาพนี้ USS John Paul Jones ของจริง)



เรือของพระเอกคือ USS John Paul Jones เป็นเรือลำที่ 3 ของชั้น ส่วนเรือ USS Sampson ของพี่ชายพระเอกเป็นเรือลำที่ 49 ของชั้นครับ เรือชั้น Arleigh Burke เป็นเรือพิฆาตป้องกันภัยทางอากาศซึ่งติดตั้งระบบ AEGIS ครับ ระบบการรบ AEGIS มันคือระบบที่ประกอบไปด้วยระบบอำนวยการรบ (Combat Management System) ระบบตรวจจับ (เรดาร์ต่าง ๆ ) ระบบอาวุธ (จรวดต่าง ๆ) ครับ ระบบแบบนี้จะเห็นเป็นจอในห้องมืด ๆ ในแบบหนัง รวมถึงมีจรวดต่าง ๆ และเรดาร์ AN/SPY-1 เพื่อตรวจจับอากาศยานหรือจรวดที่วิ่งเข้ามาโจมตีเรือ เมื่อพบแล้วก็จะสั่งยิงจรวดต่อสู้อากาศยานแบบ SM-2 หรือ SM-3 ออกไปสกัด (แต่เผอิญในหนังเรดาร์มันใช้ไม่ได้ มันก็เลยยิง SM-2 ไม่ได้ เพราะ SM-2 มันวิ่งตามคลื่นเรดาร์ของเรือจนกว่าจะชนเป้าครับ)

(ภาพนี้ USS Sampson ของจริง)



เรือของพระรองคือเรือเมียวโกะนั้นเป็นเรือของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นครับ เรือเมียวโกะเป็นเรือพิฆาตในชั้นคองโงะ โดยในชั้นนี้มี 4 ลำคือคองโงะ, คิริชิมา, เมียวโกะ, และชูไก หน้าตาจะคล้าย ๆ เรือ John Paul Jones ครับเพราะญี่ปุ่นซื้อแบบเรือ Arleigh Burke ในล็อตแรก ๆ (Flight I) มาปรับปรุงนิดหน่อยและต่อใช้เอง และซื้อแบบเรือ Arleigh Burke รุ่นที่ใหม่กว่า (Flight IIA) มาปรับปรุงและต่ออีกสองลำคืออาตาโกะกับอาชิการา รวมมี 6 ลำ เรือพวกนี้ก็ทำหน้าที่ป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่นเช่นกัน เวลาเกาหลีเหลือจะยิงจรวดที เรือก็ต้อง Stand By ที เพราะเรือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Missile Shield ของญี่ปุ่นครับ

(ภาพนี้ JDS Myoko ของจริง)



- ห้อง CIC

ห้อง CIC หรือ Combat Information Center ที่พระเอกกับพระรองไปเล่นเกมส์ Battleship กับเอเลี่ยนนั้นเป็นห้องที่เสมือนมันสมองของเรือรบครับ นั่นก็คือห้องมันจะรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ จากเซ็นเซอร์ทั้งหมดเข้ามาแสดงผล เพื่อให้ผู้การเรือตัดสินใจทำอะไรซักอย่าง ถ้าจะยิงอาวุธจากห้องนี้ก็ได้เลยครับ พวก Console ต่าง ๆ มันก็จะมีหน้าที่ของมันแตกต่างกันไป เรือทุกลำต้องมีห้องนี้ แต่จะทันสมัยขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับบทบาทของเรือและอายุของเรือครับ อย่างห้อง CIC ในเรือ USS Sampson ก็จะดูเท่ห์หน่อย แต่ห้อง CIC ในเรือ USS Missouri ก็จะดูเก่า ๆ หน่อยตามอายุครับ

ในเรื่องจะเห็นทหารเรือคนนึงที่เป็นผู้หญิงใช้ Joystick ควบคุมปืน 5 นิ้วหัวเรือจากห้องนี้ ซึ่งทำได้จริง ๆ ในความเป็นจริงครับ



- จรวด Tomahawk

ถ้าจำภาพจากในหนังไม่ผิดนะครับ ตอนที่เล่นเกมส์ Battleship กันอยู่แล้วพระรองหาพิกัดยิงเอเลี่ยนนั้น เรือ Sampson กำลังยิง Tomahawk ครับ (แต่ในจอดันขึ้นสัญลักษณ์เป็น Harpoon ซะงั้น)

Tomahawk เป็นจรวดทางยุทธวิธีที่เราน่าจะรู้จักกันดีครับ เพราะสหรัฐจะรบกับใครทีก็จะไอ้เจ้า Tomahawk เป็นร้อย ๆ ลูกใส่ข้าศึกก่อน หรือไม่ก็ยิงจากไกล ๆ ในทะเลบินข้ามประเทศไปตกที่อัฟกานิสถานหรือลิเบียอะไรเทือกนี้ครับ (ฟังดูแล้วมันเหมือนขี้โกง ๆ ยังไงก็ไม่รู้ เหอ ๆ) มันมีทั้งรุ่นโจมตีบนบทและโจมตีทางทะเล (แต่ถ้าจำไม่ผิดรุ่นโจมตีทางทะเลหรือรุ่น Anti Ship น่าจะปลดไปแล้ว ท่านใดมีข้อมูลช่วยเพิ่มเติมด้วยนะครับ)

วิธียิงก็คือกำหนดพิกัดแล้วก็ยิงมันออกไปครับ ฟังดูง่ายจริง ๆ เลยให้ตายสิ ถ้าดูในหนังจรวดมันจะยิงออกมาจากตัวเรือแล้วพุ่งขึ้นฟ้าครับ เราเรียกท่อยิงแบบนี้ว่าท่อยิงทางดิ่ง (Vertical Launch System) รุ่น Mk.41 ครับ ข้อได้เปรียบของท่อยิงแบบนี้ก็คือเรือไม่ต้องหันหัวเรือไปทางที่ท่อชี้ไปที่เป้าหมายเหมือนท่อยิงปกติครับ เนื่องจากมันยิงจรวดขึ้นไปตรง ๆ แล้วจรวดจะเลี้ยวไปหาเป้าหมายเอง แต่ข้อเสียเปรียบก็คือมันยิงเป้าหมายที่อยู่ในระยะใกล้ ๆ ไม่ได้ครับ เพราะกว่าจรวดจะเลี้ยวมันก็เลยเป้าแล้ว

กองทัพเรือไทยก็กำลังติดแท่นยิง Mk.41 กับเรือชุดเรือหลวงนเรศวรครับ เอาไว้ยิงจรวดพื้นสู่อากาศแบบ ESSM แต่ไม่มี Tomahawk ยิงนะครับ เหอ ๆ

ภาพนี้คือ Tomahawk กำลังออกจากแท่นยิง Mk.41 ครับ สังเกตุว่ามีไฟพุ่งเยอะมากเพราะมันยิงแบบ Hot Launch คือจุดระเบิดดินขับทั้งแต่อยู่ในท่อครับ



ทีนี้เวลาจรวดยิงมัีนจะมีวิธีเดินทางถึงเป้าหมายครับ โดยมันจะบินเรี่ย ๆ น้ำทะเลไปจนเจอเป้า เราเรียกว่า Sea Skimming แบบในภาพสมมุติว่ายิงออกจากเรือมันก็พุ่งปรู๊ดดดดขึ้นฟ้า แล้วมันก็ค่อย ๆ ลดระดับลงมาบินเรี่ยน้ำครับ วิธีนี้จะทำให้เรดาร์ข้าศึกจับได้ยากขึ้น และยิงอาวุธต่อต้านยากขึ้นครับ ในช่วงสุดท้ายก่อนถึงเป้าหมายก็จะมีทั้งการวิ่งเข้าำไปตรง ๆ หรือการ Pop Up หรือการบินขึ้นมาแล้วก็ปักหัวลงไปที่เป้าหมายก็ได้เช่นกัน

จรวดสมัยนี้ทำได้ถึงขั้นกำหนด Waypoint ให้กับตัวจรวดได้ครับ คือกำหนดให้มันวิ่งซิกแซกก่อนถึงเป้าหมายได้ด้วย แบบที่เอเลี่ยนตัวที่สามมันโดดไปโดดมานั่นแหละครับ



- CIWS

ฉากที่เรือกำลังโดนลูกระเบิดและตัวลูกดิ่งโจมตี (เรียกชื่อไม่ถูก หยอกเย้า) สังเกตุว่ามันจะมีปืนหน้าตาคล้าย ๆ R2D2 ยิงใส่ลูกดิ่งนั่น ไอ้ปืนนี้มันคือ Mk.15 Phalanx นั่นเอง

Phalanx เป็นอาวุธป้องกันตัวระยะประชิดหรือ Close-In Weapon System หรือ CIWS ครับ หน้าที่มันก็บอกอยู่แล้วนั่นก็คือป้องกันตัวระยะประชิด ก็คือว่าถ้ามีอะไรจะเข้ามาทำอันตรายเรือรบในระยะประชิด ประเภทที่ว่าจวนตัวแล้ว มันก็จะรัวปืน M61 Valcan ขนาด 20 มม. 6 ลำกล้องเข้าใส่ ปืนแบบนี้เป็นชนิดเดียวกับที่ติดบน F-16 ครับ อัตรายิง 6000 นัดต่อนาทีหรือวินาทีละ 100 นัด เสียงมันจะดังแปร๊ดดดดดดดเหมือนช้างร้องครับเวลายิง

ไอ้เจ้าหัวกลม ๆ นั่นก็คือเรดาร์ครับ มันมีเรดาร์ส่วนตัวเอาไว้ตรวจจับจรวดที่เข้ามาจะได้ยิงทิ้งได้ทัน ระบบ CIWS ไม่จำเป็นต้องเป็นปืนกลครับ อาจจะเป็นจรวดก็ได้อย่างพวก Rolling Airframe Missile เป็นต้น

ภาพนี้คือภาพเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัยของกองทัพเรือไทยกำลังฝึกเติมน้ำมันให้ S-70B Sea Hawk ขณะกำลังบินครับ โดยฮ.มีหน้าที่บินเอื่อย ๆ ตามเรือไป รักษาความเร็วและความสูงให้สัมพันธ์กับเรือ แล้วก็รับการเติมน้ำมันจากท่อครับ ถ้ามองไปด้านหลังของภาพจะเห็น Phalanx กระดกแท่นหันไปทาง Sea Hawk อยู่ ดูแล้วมันหมั่นเขี้ยวหน้าดู นี่ถ้าเขาเปิดระบบเอาไว้ล่ะก็ เราก็จะได้ยินเสียงแปร๊ดดดดดพร้อมกับเห็น Sea Hawk เป็นลูกไฟลุึกวาบบบบและตกลงสู่ท้องทะเลไปครับ



- Cross the T

ฉากสุดท้ายตอนก่อนจะยิงลูกปืน 16 นิ้วถล่มฐานเรดาร์ครับ (ลูกปืน 16 นิ้วหนักตันนึงนะครับนั่นน่ะ ผมว่าเอาเข้าจริงแบกกันอย่างงั้นไม่ได้หรอก) จะสังเกตุว่าพระเอกสั่งหันกระับอกปืนไปทางกราบขวา และสั่งทิ้งสมอลง เรือก็ดริฟอย่างงดงามและหันไปหาเอเลี่ยนพร้อมกับยิงปืนทุกกระบอกใส่ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วไ้อ้การที่วิ่งด้วยความเร็วขนาดนั้นแล้วสั่งทิ้งสมอลงมันน่าจะทำให้โซ่ขาดหรือไม่ก็หัวเรือหักก็ตาม แต่ฉากนี้มันก็มีประเด็นอยู่บ้างครับ เพราะพระเอกกำลังจะแก้ทิศทางเรือ USS Missouri ซึ่งกำลังจะโดน Cross the T จากเอเลี่ยนครับ

Cross the T คือท่าทางในการรบของเรือรบสมัยก่อนที่บนเรือมีแต่ปืนครับ ลองสังเกตุว่าเอเลี่ยนมันเตรียมจะยิงระเบิดได้พร้อมกันทุกลูกเพราะมันสามารถหันแท่นยิงเข้าไปหาเรือ USS Missouri ได้ทุกแท่น ในขณะที่เรือ USS Missouri จะสามารถยิงได้แต่ป้อมปืน 16 นิ้วที่หัวเรือสองป้อมเท่านั้น ป้อมหลังยิงไม่ได้เพราะมันหันมาไม่ได้ครับ แบบนี้เราเรียกว่าเรือ USS Missouri กำลังโดน Cross the T ซึ่งหมายถึีงเรือรบข้าศึก (เรือเอเลี่ยนในกรณีนี้) สามารถยิิงปืนทุกกระบอกใส่เรือ USS Missouri ได้ แต่เรือ USS Missouri ยิงได้แต่ปืนหัวเรือเท่านั้น นั้นทำให้เรือข้าศึกมีอำนาจการยิงอย่างเต็มที่ ในขณะที่เรือที่กำลังโดน Cross the T มีอำนาจการยิงที่จำกัดมาก

วิธีแก้คือต้องหนีออกจากสภาพนี้ครับ อย่างในหนังพระเอกสั่งเลี้ยวไปอีกด้าน ไอ้เจ้าแมงดาอวกาศของกิ้งก่ามันก็แพนตามไม่ทัน (อะไรกันมาจากอวกาศได้ตั้งไกลแต่หันหัวยานเร็ว ๆ ก็ไม่ได้ หยอกเย้า) พระเอกก็ด้วยความเท่ห์สั่งทิ้งสมอทำให้ท้ายเรือปัดออกมา (อันนี้ไม่สมจริง) และทำให้ืั้ป้อมปืนหน้าและหันสามารถหันไปยิงเอเลี่ยนได้ แต่เอเลี่ยนแทบจะยิง USS Missouri ไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้คล้าย ๆ กับว่าเอเลี่ยนโดน Cross the T เสียเอง และผลก็เป็นอย่างที่เห็นครับ คือยิงกันมันส์จนเหลือกระสุนนัดสุดท้ายที่จะต้องยิงเป้าหมายที่สำคัญที่สุด (อีกแล้ว อย่างงี้ทุกที หยอกเย้า)

ตามภาพคือเรือลำสีแดงกำลังงานเข้าครับ เพราะเรือสีน้ำเงินสามารถยิงปืนทุกกระบอกเข้าใส่ได้ ภาพขอบคุณ wikipedia ครับ



มีอีกหลายท่านเพิ่มเติมข้อมูลที่ผมตกไปให้ครับ เลยขอเพิ่มเติมดังนี้

- เรือ USS Missouri ปกติต้องใช้กำลังพลประจำเรือถึง 2,700 นาย แต่นี่มีคนแค่ 20 กว่าคน ก็สามารถเอาเรือออกจากท่าและทำการยิงปืนทุำกกระบอกได้ อันนี้เป็นไปไม่ได้เลยครับ
- ปืน 16 นิ้วไม่สามารถบรรจุกระสุนใหม่ได้เร็วขนาดนั้นแน่นอนครับ
- ปกติทุ่นเตือนภัยสึนามิมันไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น และที่สำคัญมันไม่น่าจะแม่นยำพอที่จะกำหนดเป็นตำแแหน่งเป้าให้ Tomahawk แน่นอนครับ
- ฉากพระเอกโดดหลบปืน 5 นิ้วหัวเรือ ถ้าเป็นของจริงพระเอกตายครับ ทั้งแรงอัดทั้งกรวยไฟที่พุ่งออกมาจากปืน รับรองไม่เหลือ
- ผู้การเรือของญี่ปุ่นสั่งเปิดระบบ AEGIS แต่คนแปลบอกว่าปิดระบบสอดแนม ในภาษาอังกฤษเขาพูดว่า Clear the SPY ซึ่ง SPY ตรงนี้คือเรดาร์ AN/SPY-1 ของระบบ AEGIS ครับ

ส่งท้ายด้วยภาพ USS Iowa กำลังซัดปืน 16 นิ้วเต็มเหนี่ยว ภาพแบบนี้จะไม่ได้เห็นอีกแล้วเพราะเรือ Battleship ไม่มีอีกแล้วครับ

สำหรับวันนี้ จบเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่าน สวัสดีครับ





 

Create Date : 17 เมษายน 2555
2 comments
Last Update : 17 เมษายน 2555 11:35:42 น.
Counter : 32344 Pageviews.

 

ข้าน้อยขอคาราวะ

 

โดย: sifer2002 (Sifer2002 ) 17 เมษายน 2555 13:27:15 น.  

 

เจ๋งเลย ขอคารวะด้วยคน

 

โดย: Nanatakara 17 เมษายน 2555 15:57:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.