Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
26 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
☼ ☼ ☼... รักแห่งสยาม อย่าพลาดนะครับหนังดีแบบนี้ ..☼ ☼ ☼






เป็นภาพยนต์ที่ดูเพื่อรอเวลา
ที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ต
ก่อนขึ้นเครื่องกลับจากเชียงใหม่
หลังจากไปตลุยมหกรรมลอยโคมยี่เป็งมาทั้งคืน
...
ผมถาม ปี้สาวขายตั๋วว่า
มีเรื่องไหนที่รอบฉายไวสุดครับ
.. รักแห่งสยามเจ้า ..
(เสียงหวานหวานตอบมา หนังคงหวานเหมือนเสียงปี้ป่าวเน้อ)

จากใบปิดผมเดาแนวทางว่าคงออกแนวใสใสโรแมนติค
เหมือนกับซีซั่นเชนจ์
แต่ยังจำภาพโหดโหดจากฝีมือ มะเดี่ยว ผู้กำกับ
จากหนังเรื่อง 13 ก่อนหน้านั้น
...
แต่ผมถูกหลอกครับ
หนังเรื่องนี้เป็น drama
ที่มีพล๊อตเรื่องเข้มข้นพอสมควร
ประเด็นความรักแห่งสยามนั้นหลากหลาย
นั้นมีทั้งรักเพื่อน
รักครอบครัว พี่น้อง
ความรักแบบหญิง และ ชาย
แต่ความรักที่ทำให้คนทั้งโรงฮือฮานั้น
ก็เป็นความรักแบบ ชายและชาย
(ที่คาดไม่ถึง)
...
เมื่อเอาอคติเรื่องความรักออกไปแล้ว
หนังผูกปมร้อยเรื่องราว
ของเด็กหนุ่มสองคนจากสองครอบครัว
ที่เติบโตในวัยเด็กมาด้วยกัน

มิว เป็นเด็กเงียบเงียบคิดมาก
เติบโดมากับอาม่า และเสียงเปียนโน

โต้ง เป็นเด็กร่าเริง เติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น
มีพี่สาวชื่อแตง พ่อชื่อกรณ์ แม่ชื่อ สุนีย์
...
เหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นจากแตง พี่สาว
ที่หายตัวไประหว่างไปเที่ยวเชียงใหม่
(คนดู ก็จะรู้เรื่องทุกอย่างไปพร้อมกับตัวละคร
คือไม่รู้ว่า แตงเสียชีวิต
หรือ หายไปเพราะหนีออกจากบ้าน)
ทำให้ครอบครัวที่อบอุ่น มีปมมืดเกิดขึ้น
ทุกคนเปลี่ยนไป อยู่ในความเศร้า
ความทรงจำมักจะทิ่มแทงให้คนในครอบครัวเจ็บปวด
เสมอเมื่อนึกถึง
จนต้องย้ายบ้านออกไป
เพราะรับกับสภาพที่ขาดคนที่รักไปไม่ได้
...
ซึ่งต่างจากบ้านของมิว
ซึ่งอาม่า ยังคงรอ
อากง ที่เสียชีวิตในบ้านเสมอ
เพราะเพี่ยงคิดถึงว่า ถ้าวันใดอากง
กลับบ้านมาแล้วไม่เจอใคร อากงจะเหงา
บ้านของมิวจะมีความทรงจำซุกซ่อนอยู่มากมาย
ถึงแม้คนคนนั้นจะอยู่หรือไม่ก็ตาม
แต่ก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ระลึกถึง
...
เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป
มิวยังคงอยู่บ้านหลังเดิม คนเดียว
อาม่าเสียชีวิตไปนานแล้ว
บ้านของโต้งมีคนย้ายเข้ามา
อยู่แทน เป็นสาวหมวยน่ารัก ชื่อ หญิง
ซึ่งแอบชอบมิวอยู่

มิวตอนนี้ เป็นนักร้องนำ ที่มีผลงานเพลง
ที่จะนำออกสู่ตลาด
...
โต้ง ยังอยู่ในครอบครัว
ที่มีพ่อกรณ์ ติดเหล้าอย่างหนัก
โทษตัวเองเรื่องอดีตที่ลูกสาวหายไป
แม่สุนีย์ ที่เข้มงวด เข้มแข็ง ดูแล
แบกภาระให้ครอบครัวให้ดีขึ้น
แต่ยิ่งแข็งมากเท่าไหร่
สิ่งที่คอยประคับประคอง
กลับดูแตกง่ายได้ทุกเมื่อ

โต้ง ดูเหมือนเด็กคิดมาก
ซ่อนความไม่เข้าใจไว้ในดวงตา
โต้งมีแฟน สาวสวยเลือกได้ ชื่อ โดนัท
...
เมื่อโต้งกับมิวมาเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ
พร้อมกับจูน ซึ่งเป็นผู้จัดการวงของมิว
จูน นั้น บังเอิญที่หน้าตา ท่าทาง
ไปเหมือน แตง พี่สาวโต้งที่หายไป
แล้วเรื่องทั้งหมดก็นำตัวละครทั้งหมดมาเผชิญหน้าอีกครั้ง



โดย
สุนีย์ แม่ผู้มีเกราะเข้มแข็ง จ้างจูน ให้ปลอมตัวเป็นแตง
เพื่อปลอบกรณ์ให้ดีขึ้น

กรณ์ พ่อผู้อ่อนแอทั้งกายและใจ อาการดีขึ้น
แต่ยังคงแอบกินเหล้าเหมือนเดิม

โดนัท สาวสวยเลือกได้ ไม่เข้าใจทำไมโต้งไม่เอาใจใส่ตนเลย
และยังแข็งแกร่ง เมื่อถูกชายคนรักปฏิเสธ

หญิง สาวแบ๊วสุดยอดมากน้อง ที่
รักมิวมากทำทุกวิถีทางให้มิวมารักตนบ้าง(พึ่งไสยศาสตร์ด้วยนั่น)
เมื่อไม่ได้ซึ่งความรักจากทั้งโต้งและมิว
ก็หวังที่จะเห็นคนที่เรารักนั้นมีความสุข
แม่พระ มากครับ


จูน สิ่งที่จูนบอกคือ พ่อแม่จูนตายหมดแล้วเมื่อจูนหนีออกจากบ้านที่เชียงใหม่
เพื่อหวังว่าจะทำให้ชีวิตพ่อแม่ให้ดีขึ้น กำลังทำงานเก็บเงินไปอเมริกา
เป็นตัวแสดงทั้งทั้งที่ไม่เหลือใครแล้วในชีวิต
แต่ก็ยังเข้มแข็งอยู่ได้ และเป็นความหวังให้กับคนรอบข้าง
(ทั้งคนดูลุ้น และตัวแสดง ก็ยังไม่รู้ว่าจูน ใช่แตง หรือไม่
เป็นตัวแสดงที่มีมิติน่าสนใจมากครับ)

โต้ง เป็นคนที่หาตนเองไม่เจอ
ในดวงตามีแต่เรื่องราวที่มีคำถามและความลังเล ไม่เข้าใจ
มีความสุขที่ได้เจอมิวอีกครั้ง ได้ดูแลและเอาใจใส่มิว ตามใจตนเอง
(ไม่ใช่ทำอะไรตามใจแม่ หรือ ตามใจโดนัท)

มิว มีความสุขที่ได้เจอโต้ง
เหมือนความทรงจำดีดีในอดีตกลับมาหาอีกครั้ง
เหมือนเพลงเปียนโนจีน ที่อากง เคยเล่นให้อาม่าฟัง
เปิดรับเอาความหวังที่ส่องเข้ามาในชีวิต
และเขียนเพลงรัก เพื่อบอกรักโต้ง
(เหมือนอากง บอกกับอาม่า)
...
บทหนังมีอะไรดีดี ชวนติดตาม
พร้อมกับแทรกสัญญลักษณ์
รวมถึงอัตลักษณ์เข้าไปด้วย
คำพูดและจังหวะของหนังทำให้
คนดูตื้นตันร้องไห้เอาง่ายง่าย
...
ความเหงาที่ไม่มีคัวตน
หาที่มาไม่ได้มากเท่าไหร่
ความเหงาก็ยิ่งทำร้ายเรามากขึ้นเท่านั้น
จนบางครั้งไม่อยากทำอะไรเลย
เหมือนไม่มีอะไรหลงเหลือในชีวิตสักอย่าง
...
ฉากหลายฉากได้นักแสดงชั้นครู อย่างสินจัย(รับบทสุนีย์)
ทรงสิทธิ์(รับบท กรณ์) รวมไปถึงพลอย (รับบท แตงและจูน)
ทำให้ตัวหนังมีมิติขึ้นเยอะ การแสดงแบบMethod Acting
ทำให้คนดูเชื่อว่าดารานั้นเป็นตัวแสดงจริงจริง
ดาราเด็กหน้าใหม่แสดงได้ดีเป็นธรรมชาติมากครับ
ทั้งโต้ง และ มิว รวมไปถึงหญิงด้วย
ส่วนโดนัท นั้น บทอาจไม่ส่งให้แสดงมากเท่าไหร่นัก
...
ฉากหลายฉากในหนังน่าประทับใจ
หลังจากฉากไคลแมกซ์ฮือฮา
ที่มิวกับโต้งจูบแลกลิ้นกันกลางสนาม
จนสุนีย์เดินมาเห็นช๊อค ครุ่นคิดครุกรุ่น
จนเก็บมาระเบิดในอีกวัน
...
ฉากปะทะกันระหว่างสุนีย์กับมิวสุดยอดนะครับ
สุนีย์ที่พยายามประคับประคอง
ความหวังของครอบครัว
ให้ผ่านอุปสรรคไปให้ได้ทุกวิถีทาง
พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุด
สำหรับความหวังทั้งหลายในครอบครัวนั้น
สุนีย์ระเบิดคำพูด
หาเหตุผลต่างต่างนานามาให้เด็กอย่างมิว
เข้าใจให้เลิกคบกับลูกชายตนเอง
เพราะความรักแบบชายรักชาย
มันไม่ใช่เรื่องปกติที่คนทั่วไปไม่ควรทำ
...
ในฐานะคนดู
ผมไม่รู้ว่ามิวจะเข้าใจหรือปล่าว
เพราะมิวนั้นหลังจากอาม่าตายไปแล้ว
โต้งเป็นความหวังเดียวที่ส่องแสง
มาแทรกความเหงาในชีวิต
แต่แค่ชั่วครู่ก็ดับไปไป
เพราะความรักและความหวังดีของแม่
ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น
...
คำพูดเข้มข้นแหลมคมยาวนานของสุนีย์
ถูกคำพูดของมิวตอบมาเรียบง่ายสั้นสั้น
เป็นแค่เพื่อนครับ สองครั้ง
เหมือนสุนีย์เอามีดกรีดตวัด
ไปมาบนอากาศมืดมืดที่ว่างปล่าว
เพราะแสงสว่างเล็กเล็กดับหายไปตั้งแต่คำพูดแรก
แค่นี้ก็เอาอยู่แล้ว
...
คนสองคน

คนที่เหน็ดเหนื่อย
ทุกข์ใจประคับประคอง
ความหวังหลายต่อหลายความหวัง
ไม่ให้ล่มสลายไปต่อหน้า

กับคนที่โดนความเหงาเหี้ยเหี้ย
ทำร้ายทุกคืนวัน
เจ็บปวดจนไม่มีความหวังใดใด
เหลือให้หวังต่อไปอีกแล้ว
...
หนังเยี่ยมมากครับ
เป็นภาพยนต์ที่ดูเพื่อรอเวลา
แต่คุ้มค่าเวลาเรื่องหนึ่ง
ผู้กำกับ และ บทหนังทำได้สวยงาม
ทำให้หนังยังเข้ามาวนเวียนในความคิดต่อ
แม้ออกจากโรงหนังมาแล้ว
เพลงประกอบเพราะเพราะยังคงกังวานอยู่
...
ถ้าใครตัดสินใจจะไปดู
อย่าให้อคติ
มาพลาดโอกาศดูหนังดีดีเรื่องหนึ่งครับ
(หนังยังมีประเด็นดีดีน่าสนใจอีกหลายประเด็น
แล้วจะมาขยายความคิดเขียนเพิ่มนะครับ)



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2550 22:12:06 น. 33 comments
Counter : 662 Pageviews.

 
เราก็ไปดูมาแล้วนะ

รู้สึกดีกับหนังเรื่องนี้มากๆ

ผิดแม้ว่าจะผิดคาดก็ตามที

แต่หนังสื่อให้เราเห็นในหลายๆมุมมองอ่ะ

ดีใจที่มีคนเห็นว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดี

เพราะเท่าที่เห็นๆมา

มีแต่คนว่าอ่ะ


โดย: ปลาทอง IP: 125.25.129.106 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:11:04 น.  

 
ขอบคุณที่ไม่ให้อคติมาบังความล้ำเลิศของหนังเรื่องนี้ครับ


โดย: ตวงสิทธิ์ IP: 202.28.77.32 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:11:05 น.  

 
เช่นกันครับ ผมไปดูมาแล้วววว ชอบเช่นกันครับ อย่าพลาดเลยน่ะเรื่องนี้

ขอเชิญไปเยี่ยมที่ blog ของผมด้วยน่ะครับ


โดย: แชมป์คุง วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:03:18 น.  

 


ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ ชอบเพลงที่มิงแต่ง แล้วร้องให้โต้งมากเลยค่ะ


โดย: สาวอิตาลี วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:47:06 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมและทักทายคะ

ดีจัง
ไม่มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้กับเค้าหรอก
พอได้อ่านแล้ว ดีมาก ๆ
เหมือนได้ไปดูหนังด้วยตัวเองเลย


โดย: เมืองทะเลทราย วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:33:44 น.  

 
ขอบคุณทุกคอมเมนต์ครับ
เอาเพลงมาฝาก
...
เพลง คืนอันเป็นนิรันดร์
เพชร ภาสกร วิรุฬห์ทรัพย์
เพลงประกอบภาพยนตร์ รักแห่งสยาม
Ost. The Love Of Siam

เนื้อเพลง : คืนอันเป็นนิรันดร์

เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด
ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว
เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด
มองไปรอบกาย หัวใจก็พลัน หวาดกลัว

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม

แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังที่ฉายในวันต่อไป
แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม

แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังฉายในวันต่อไป
เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทาง
เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ
เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป

ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์
วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์


โดย: เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:09:16 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ
เรื่องนี้ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ
ไม่รู้เพราะบ่อน้ำตาตื้นรึเปล่า
ทำไมดูแล้วเศร้าจัง
คิดถึงคนรักที่เคยจากไป
เหมือนเห็นตัวเองเลยค่ะ
แต่เราไม่ได้เป็นเกย์นะ
ไม่ได้มีอคติเหมือนกันค่ะ


โดย: นู๋กาแฟ (BeCoffee ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:22:42 น.  

 
ดูมาแล้วเหมือนกันครับ

รัก ...รักแห่งสยามมากๆๆๆครับ


โดย: winter love song วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:19:02 น.  

 



ดอกไม้สวยๆแทนคำขอบคุณ ที่แวะไปทักทายเจนนี่ที่บล็อคไดอารี่ค่ะ วันนี้ก็อย่าลืมไปทักทายเจนนี่อีกน่ะคะ เจนนี่จะพาไปเที่ยวงานพระราชวังสนามจันทร์ที่จังหวัดนครปฐมนะคะ มีรูปให้ชมเยอะแยะเลยค่ะ แล้วคุยกันอีกน่ะคะ สำหรับวันนี้ ขอให้เป็นวันดีดีของคนอ่านค่ะ

ป.ล.กลับไปอ่านคอมเม้นท์อันบนของตัวเอง เพิ่งรู้ว่าพิมพ์ชื่อมิวผิดไปค่ะ


โดย: สาวอิตาลี วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:19:38:12 น.  

 



Happy Father's day



โดย: โสดในซอย วันที่: 5 ธันวาคม 2550 เวลา:23:32:14 น.  

 


ไปดูมาแล้วครับ วันที่30พ.ย. ไปดูคนเดียว ไม่กล้าชวนเพื่อน กลัวมันจะด่า(แต่พอมาเล่าให้มันฟัง มันบอกว่า ไง ไม่ชวน)

ไม่ได้ร้องไห้ครับ แต่ก็ชอบนะ ดูสบายๆ ผมว่าผมไม่ได้เครียด

แถวข้างหน้าๆ เห็นเสียงกรี๊ดราวกะดูคอนเสิร์ตตอนฉากนั้น โฮะโฮะ คงเดาออกว่าฉากไหน ผมก็ไม่รู้ว่ากลุ่มผู้หญิงหรือชาย แต่เสียงยังวัยรุ่นแน่

เมฆ เขียนอธิบายได้ละเอียดดี นิ เป็นผมคงจำได้ไม่หมด

แต่ถ้าผมเป็นเมฆ ตอนนั่งเครื่องบินกลับกรุงเทพ คงจำภาพในหนัง จำยังติดตาอยู่เป็นแน่




โดย: yyswim วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:22:58:31 น.  

 
ส่งมาให้ดูมั่งดิน้อง แวะไป blog ไหน ก็เขียนแต่เรื่องนี้กัน เหอ เหอ ไม่ได้ดูเลย งง นิดหน่อย


โดย: POL_US IP: 74.139.209.220 วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:0:43:22 น.  

 
เอาดอกไม้สวยๆแวะมาขอบคุณที่แวะเข้าไปเยี่ยมเยือนและทักทายเจนนี่ที่บล็อคไดอารี่ค่ะ

ขอบคุณสำหรับมิตรไมตรีที่มอบให้ครอบครัวของเจนนี่ค่ะ ไว้เจนนี่ว่างๆเจนนี่จะแวะเข้ามาทักทายในบล็อคนี้บ่อยๆน่ะคะ

ขอให้วันนี้และวันต่อๆไป เป็นวันดีดีของเจ้าของบล็อคค่ะ



โดย: สาวอิตาลี วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:09:35 น.  

 
อยากดูจัง แต่ไม่มีใครดูเป็นเพื่อนอ่ะ


โดย: รักนะแต่ไม่แสดงออก วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:59:04 น.  

 
ขอบคุณที่มาเยี่ยมกันจ้า
emoemoemo


โดย: หอมกร วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:18:49:34 น.  

 
อ่านแล้วอยากดูมาก ๆ เลยค่ะ....

หนังแนวดราม่า ครอบครัวแบบนี้ ชอบอยู่แล้วค่ะ...

แต่คงไม่มีโอกาสได้ดูในโรงหรอกค่ะ

เดี๋ยวแผ่นออกจะไปหามาดูให้ได้เลยค่ะ


โดย: largeface วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:20:54:42 น.  

 
เขียนละเอียดดีจัง ไม่ได้ไปดู แต่ห็นฟีเวอร์มาก









โดย: รักนะแต่ไม่แสดงออก วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:2:28:01 น.  

 
คุณไม่ใช่คนเดียวที่ร้องไห้
หลังจากหลงเข้าไปในห้องสีฟ้าครับ

ผมว่าคุณคงไม่ได้เข้าห้องสีฟ้าของคุณนานไปหน่อย
ฝุ่นเลยจับเยอะ...



.....


ผมชอบหนังเรื่องนี้ครับ
แล้วผมก็ชอบเพลงคืนอันเป็นนิรันดร์



โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:23:33:00 น.  

 
หนูขยันเขียนได้ละเอียดดีมากเลยค่ะ


โดย: mamamodern วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:11:00:53 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเล้ยยยยยยยยย


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:11:49:49 น.  

 
ยังอยากดูอีกหลาย ๆ รอบ


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:11:54:24 น.  

 


โดย: ศล วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:10:35:35 น.  

 





Merry Christmas ขอให้มีความสุขและสมหวังในสิ่งที่มุ่งหวังนะครับ ทุกอย่างจะไม่เกินความพยายามของคุณเมฆ แน่นอน



โดย: yyswim วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:22:15:00 น.  

 


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:2:38:13 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ..

แต่การที่แวะมาบล็อคคุณวันนี้..
.. จุดประกายให้เราอยากดูขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ..

เราชอบประโยคของคุณจัง..
.. ที่ว่า..

โต้งเป็นความหวังเดียวที่ส่องแสง
มาแทรกความเหงาในชีวิต
แต่แค่ชั่วครู่ก็ดับไปไป

นี่แหละค่ะ..

เพราะเป็นประโยคที่คล้ายกับหนังเรื่องหนึ่ง..
ที่ พี่เดปป์เค้าเล่น เรื่องอะไรน๊า..
ที่เค้าเป็นนักเขียน จินตนาการถึงปีเตอร์แพนน่ะค่ะ..

..
แสงสว่างในชีวิต.. ..
..

เราเองก็หาแสงสว่าง นี้อยู่เหมือนกัน..
.. เพียงแต่.. หาไม่เจอเลยล่ะค่ะ


โดย: ม็อคค่าเย็น วันที่: 30 ธันวาคม 2550 เวลา:7:34:21 น.  

 




สวัสดีปีใหม่ 2551 ขอให้สมหวังในทุกสิ่งที่มุ่งหวังนะครับ……








โดย: yyswim วันที่: 31 ธันวาคม 2550 เวลา:12:32:58 น.  

 
ขอให้มีความสุขทุกวันในปีใหม่นี้ครับ

ขอให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิตครับผม

Photobucket


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:2:25:42 น.  

 
Happy New Year 2008!


โดย: POL_US วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:16:04:46 น.  

 

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระพรปีใหม่ 2551....เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข พ.ศ.2551...เป็นบทร้อยกรอง กลอนสุภาพ ความว่า

“ปีใหม่นี้โลกมากมีทุกข์ร้อนนัก

วิธีใดเล่าจักแก้ไขได้

เพราะปล่อยปละละเลยมานานมากมาย

สุดเสียดายที่ไทยนี้มีพระพุทธ

พระพุทธองค์ท่านทรงพระบารมี

เหนือความชั่วความดีทั้งหลายหมด

จงถวายชีวิตตรงองค์พระสุคต

ปฏิบัติพระธรรมพจน์แห่งเมตตา

ไม่ทำชั่ว ทำดีเป็นที่ตั้ง

มุ่งมั่นหวังจิตพิสุทธิ์ ดุจปรารถนา

โดยเสด็จสมเด็จพระบรมศาสดา สร้างมหาชีวิตให้ไทยร่มเย็น”



ขอให้มีความสุขและเจริญยิ่งๆ นะคะ :)


โดย: ป่ามืด วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:1:43:13 น.  

 
แวะมาขอบคุณชื่อหนังค่ะ..

ใช่ ๆ เรื่องนี้แหละ..
ที่เราชอบดู..
..
....
อืมม..

สวัสดีปีใหม่นะคะ


โดย: ม็อคค่าเย็น วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:15:05:43 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบล๊อกค่ะ..



โดย: อาเล้ง (King of Alan ) วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:18:17:44 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยือน ถามไถ่ความเป็นไปครับ


โดย: Zantha วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:11:50:33 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกัน
มันทำให้มุมมองความรักของเรากว้างขึ้น
เป็นหนังที่รู้สึกชอบมากในรอบปี
แวะมาเยี่ยมค่ะ ว่างๆแวะเยี่ยมกานบ้างน๊า


โดย: น้ำเคียงดิน วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:22:08:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.