บล็อกของลุงแว่น
Group Blog
 
 
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
วิพากษ์ "พรานทะเล"


เพลงพรานทะเล - สุนทราภรณ์



เพลง พรานทะเล
(พ.ศ. 2485)

ประพันธ์ขึ้นเพื่อใช้ประกอบละครเวทีเรื่อง “พรานทะเล”
บันทึกเสียงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2492


ทำนอง เอื้อ สุทราสนาน
คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล

ชีวิตที่คร่ำ กลางน้ำเวียนวน
ลอยล่องกลางชลไม่พ้นทนไป
อยู่กับเรือเบื่อใจ ผองพรานทะเลเร่ไป
อยู่ห่างไกลกลางสายชล

มองน้ำตรงหน้า จรดฟ้าไกลไกล
ว้าเหว่ดวงใจไม่เห็นผู้คน
คลื่นและลมสู้ทน ทุกข์ใจปานใดไม่บ่น
สู้แดดฝนลำบาก กาย

*..อยู่หว่างทะเลนาน ๆ
ท้องเรือเป็นบ้าน ท้องธารเรือนตาย
สิ้นชีพสิ้นชนม์เคราะห์ร้าย
ศพฝังโดยง่าย ฝากเอาไว้ใต้คงคา

เพียงเห็นริมฝั่ง สักครั้งดีใจ
มาบกทีไรให้แสนปรีดา
ใกล้แผ่นดินเข้ามา เหมือนมีวิมานตรงหน้า
ปลื้มหนักหนา แทบจูบดิน.


(ตอนที่เพลงนี้ออกมาใหม่ๆ สิงห์ อิ่มลาภ ขับร้องสลับฉากภาพยนตร์ เจ้าตัวบอกว่า เนื้อร้องของเดิมบางตอนร้องว่า "อยู่แต่ทะเลนานนาน" ไม่ใช่"อยู่หว่างทะเลนานนาน"
กับอีกตอนหนึ่งว่า "เพียงเห็นชายฝั่งสักครั้งดีใจ" ไม่ใช่ "ริมฝั่ง")





ผู้เขียนหนักใจไม่น้อย ที่จะต้องเขียนถึงบทเพลงนี้ เนื่องด้วยโดยส่วนตัวแล้ว ผู้ประพันธ์เพลงนี้ ไม่ว่าครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ประพันธ์ทำนอง และครูแก้ว อัจฉริยะกุล ผู้ประพันธ์คำร้อง ถือเป็นปูชนียบุคคลที่ผู้เขียนมีความชื่นชมในความรู้ความสามารถ และให้ความเคารพดุจเป็นครูเพลงในดวงใจเสมอมา ดังนั้น หากมีข้อความใดในข้อเขียนนี้ ล่วงเกินท่านใดท่านหนึ่ง ผู้เขียนต้องกราบขออภัยดวงวิญญาณของท่านทั้งสองมา ณ ที่นี้ด้วย

เหตุที่จำต้องเขียนถึงผลงานเพลงชิ้นนี้ของทั้งสองท่าน ก็เพราะผู้เขียนค้างคาใจมาหลายสิบปี ถึงคุณค่าแท้จริงของเพลงบทนี้



ในบรรดาคอเพลงสุนทราภรณ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเพลงไทยสากลร่วมสมัย ต่างยกย่องให้เพลง “พรานทะเล” เป็นหนึ่งในบทเพลงระดับ Masterpiece ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ได้รับการขับขานจากรุ่นสู่รุ่นสืบต่อกันมาเกิน 60 ปี เรียกว่าเป็นบทเพลงอมตะยืนยงคู่กาลเวลาเพลงหนึ่งทีเดียว

แม้ตราบจนทุกวันนี้ ยังมีนักร้องรุ่นใหม่ นำมาขับขานเผยแพร่อยู่อย่างไม่ขาดสาย หลายสิบหลายร้อยเวอร์ชั่น และเชื่อว่ายังคงความอมตะเช่นนี้ต่อไปอีกนาน..

แต่ยิ่งมีนักร้องนำมาขับขานซ้ำมากเท่าไร ความเคลือบแฝงที่ฝังลึกในใจของผู้เขียนก็ยิ่งเพิ่มทวีขึ้น จนสุดระงับยับยั้งได้ จนต้องจับปากการเขียนบทความนี้



ครูเอื้อ สุนทรสนาน หัวหน้าวงดนตรี "สุนทราภรณ์"


ทำนองหลักของเพลงนี้ มีแนวทำนองง่ายๆ มีกลิ่นไอของเพลงไทยเดิมเจืออยู่ในระดับสูง แต่ก็มีความแปลกใหม่ของแนวทำนองแบบสากลแทรกเข้ามาอย่างเห็นได้ชัดในท่อนแยกของเพลง ลักษณะนี้นับเป็นการผสานกันอย่างลงตัวแทบหาที่ติดไม่ได้ นับเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในการประพันธ์ทำนองเพลงของครูเอื้อ สุนทรสนาน โดยแท้ อันที่จริงแล้ว ความลงตัวโดดเด่นของทำนองของเพลงนี้ มีให้เห็นตั้งแต่ดนตรีอินโทรต้นเพลงนั่นทีเดียว ท่อนอินโทรของเพลงนี้มีท่วงทำนองไพเราะอย่างเป็นเอกลักษณ์ ตัวโน้ตให้ความรู้สึกถึงการโยนตัวของเรือลำน้อยในทะเลกว้าง เรียกว่าเพียงได้ยินอินโทรของเพลง ก็รู้แล้วว่าเพลงนี้คือเพลงอะไร และกำลังพูดถึงเรื่องอะไร



ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ผู้ประพันธ์เนื้อร้องเพลงของสุนทราภรณ์หลายร้อยเพลง


ในเมื่อทำนองของเพลงสมบูรณ์ดังกล่าวมาข้างต้น ปัญหาของเพลงนี้ จึงตกหนักอยู่ที่คำร้อง ที่ประพันธ์โดยครูแก้ว อัจฉริยะกุล

หลายสิบปีก่อน เมื่อผู้เขียนได้ยินเพลงนี้ครั้งแรก ก็เกิดปัญหาคาใจที่ไม่อาจหาคนให้ความกระจ่างได้ เกี่ยวกับเนื้อร้องของเพลงนี้ ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้ ปัญหาเหล่านั้นก็กลับมารบกวนจิตใจของผู้เขียนโดยตลอดดังจะได้ขยายความในย่อหน้าถัดไป

เนื้อเพลงท่อนแรกมีว่า “ชีวิตที่คร่ำ กลางน้ำเวียนวน...” ผู้เขียนสะดุดใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ว่า “ชีวิตที่คร่ำ...” นี่ เป็นชีวิตเยี่ยงไรหนอ?

เพลงชื่อ “พรานทะเล” ให้ความหมายเป็นนัยว่าเป็นบทเพลงของชาวประมง ที่มีอาชีพจับปลา จับสัตว์น้ำอยู่ในทะเลหรือมหาสมุทร โดยอาศัยเรือและเครื่องมือพวกอวน ตาข่าย ฯลฯ คู่ใจ แต่เมื่อเจอกับท่อนแรกของบทเพลงว่า “ชีวิตที่คร่ำ...” ก็เลยชวนสงสัยอย่างช่วยไม่ได้ว่า “คร่ำ” ในที่นี้หมายถึง “คร่ำ” อะไร?

ในภาษาไทย คำนี้มีที่ใช้อยู่ไม่มากเลย เช่น คร่ำครึ, คร่ำเคร่ง , คร่ำครวญ, คร่ำหวอด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคำผสม ไม่อาจใช้คำว่า “คร่ำ” โดดๆได้เลย แม้ในพจนานุกรมจะให้ความหมายของคำว่า “คร่ำ” อันเป็นคำเดี่ยวว่า หมายถึงน้ำทูนหัวของทารกในครรภ์มารดา คือน้ำคร่ำ แต่ในทางปฏิบัติ เราก็มักเรียกว่า “น้ำคร่ำ” ไม่เคยเห็นใครหรือที่ไหนเรียก “คร่ำ” โดดๆ และยิ่งมาถูกนำมาเกี่ยวโยงกับความหมายในเพลงพรานทะเลด้วยแล้ว คำว่า คร่ำที่ถูกนำมาใช้จึงสร้างความเคลือบแคลงแก่ผู้เขียนมาตลอด



จะว่าครูแก้วละคำหลังไว้ในฐานที่เข้าใจก็ไม่น่าใช่ เพราะโดยสามัญสำนึกของคนทั่วไป เชื่อว่าแทบทุกคนจะไม่แน่ใจว่าคำที่ละไว้นั้น หมายถึงคำว่า “คร่ำเคร่ง” หรือ “คร่ำหวอด” คำที่ดูจะเข้าเค้าที่สุด เห็นจะเป็นคำว่า “คร่ำหวอด” เพราะคงไม่มีพรานทะเลคนไหนหาปลาแบบคร่ำเคร่งเป็นแน่ (คำว่าคร่ำเคร่ง น่าจะใช้กับการทำงานด้านเอกสารหรืองานที่ใช้สมองมากกว่าการใช้แรงงาน หรือการหาปลา) แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าจะคร่ำหวอดมือระดับนี้ก็ต้องว่ากันให้ชัดไปเลย มาละคำเว้นไว้แบบนี้ พาลจะกลายเป็น “ละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ” เสียมากกว่า หรือถ้าหนักหนาไปกว่านั้น อาจชวนคิดไปได้ว่า ผู้ประพันธ์ “ลากคำ” มาหาสัมผัสกับคำว่า “น้ำ” ที่อยู่ใกล้กันไปเสีย ซึ่งดูจะเป็นการลบหลู่ผู้ประพันธ์ระดับครูเพลงไม่น้อย



จุดต่อมาที่ทำให้ผู้เขียนหงุดหงิดใจทุกครั้งที่ฟัง คือท่อนที่ว่า “ผองพรานทะเลเร่ไป อยู่ห่างไกลกลางสายชล...” โปรดสังเกตคำว่า “สายชล” แน่นอนว่า ชล แปลว่าน้ำ แต่สายชล แปลว่าอะไร? โดยสำนักของสามัญชนย่อมต้องหมายถึงน้ำที่ไหลมาเป็นสาย เป็นเส้น เป็นแนวยาว นั่นคือแม่น้ำ ลำคลอง นั่นเอง ในที่นี้พรานทะเลพระเอกของเพลงควรอยู่ที่ไหน? ตอบได้ว่าอยู่ในทะเล หรือมหาสมุทร แล้วทำไมเพลงบอกว่าอยู่ห่างไกลกลางสายชลที่แปลตามศัพท์หมายถึงแม่น้ำไปได้?

คำว่าทะเล หรือมหาสมุทร ในภาษาไทยมีให้เลือกใช้ตั้งหลายคำ ไม่ว่า ชลธี, สาคร, สมุทร, มหรรณพ ฯลฯ แต่ผู้ประพันธ์กลับไปเลือกนี้คำมาใช้อย่างผิดที่ผิดทาง นับว่าน่าเสียดาย



พอฟังต่อไป เพลงเข้าท่อนแยก “..อยู่หว่างทะเลนานๆ ท้องเรือเป็นบ้าน ท้องธารเรือนตาย..” กำลังฟังเพลิน ๆ เกิดอาการสะดุดหูสะดุดใจอีกแล้ว ท้องเรือเป็นบ้านนั่น เห็นภาพและให้บรรยากาศเชียวละ แต่พอมาบอกว่า “ท้องธารเรือนตาย…” เอาอีกแล้ว คำว่า “ธาร” แปลว่าน้ำอีกแล้ว แต่เป็นน้ำลักษณะไหนกัน? เพื่อความมั่นใจ เลยต้องเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับปี พ.ศ. 2493ดู ก็ได้ความดังนี้...

“ธาร (ตัดมาจาก ธารา) น. น้ำ, ลำธาร, ห้วย, หยาดน้ำ, ท่อน้ำ”

นั่นไง ธารมันหมายถึงแหล่งน้ำจืดทั้งนั้น ใหญ่ที่สุดคือห้วยน้ำ ไม่ได้มีความหมายใหญ่โตระดับทะเล หรือมหาสมุทรสักนิด ค้นต่อไปยังได้

“ชลธาร น. ลำน้ำ, ลำคลอง, ร่องน้ำ, ห้วย, ทะเลสาบ” ต้องมีชลมาขยาย เป็น “ชลธาร” ก็ยังได้สูงสุดแค่ทะเลสาบ ไม่ได้กว้างใหญ่ถึงระดับทะเล

เนื้อร้องที่ว่า “ท้องธารเรือนตาย” ในท่อนนี้ จึงพาลให้นึกไปว่า ผู้ประพันธ์ประสงค์เพียงรับสัมผัสจากคำว่า “บ้าน” ในท่อนข้างหน้า โดยละเลยกับความหมายที่ผิดเพี้ยนของคำที่ใช้



เนื้อร้องท่อนต่อมามีว่า “สิ้นชีพสิ้นชนม์ เคราะห์ร้าย ศพฝังโดยง่าย ฝากเอาไว้ใต้ คงคา” เอาอีกแล้ว คงคานี่คือชื่อแม่น้ำไม่ใช่หรือ? แม้จะเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ชาวอินเดียโบราณเชื่อว่าไหลมาจากสรวงสวรรค์ก็เถอะ แต่ยังนับว่าเป็นสายน้ำจืดอยู่ดี ฟังอย่างไรก็ไม่อาจเห็นภาพของห้วงน้ำใหญ่แบบทะเล หรือมหาสมุทร ที่จะ “มองน้ำตรงหน้าจรดฟ้าไกล ๆ” ได้เลย

ท่อนสุดท้ายของเพลงมีว่า “เพียงเห็นริมฝั่งสักครั้งดีใจ มาบกทีไรให้แสนปรีดา ใกล้แผ่นดินเข้ามาเหมือนมีวิมานตรงหน้า ปลื้มหนักหนาแทบจูบดิน.” ท่อนนี้ครูแก้วบรรยายความรู้สึกของพรานทะเลยามได้กลับขึ้นฝั่งได้ดีไม่มีที่ให้ติ ได้ทั้งภาพ ได้ทั้งอารมณ์สะเทือนใจ นับเป็นไฮไลท์ของบทเพลงนี้ก็ว่าได้ คอเพลงสุนทราภรณ์แทบทุกคนจำเนื้อร้องท่อนนี้ได้แม่นยำ นับเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเพลงนี้ทีเดียว



คิดว่าจะจบเพียงเท่านี้ แต่อยากให้ท่านผู้อ่าน ลองย้อนกลับไปอ่านทวนเนื้อร้องเพลงนี้ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบอีกสักครั้ง ถ้าอ่านจบแล้ว อยากถามว่า “พรานทะเล” ในเพลงนี้ ทำอาชีพอะไร? มีอะไรบ่งบอกความเป็นพรานทะเลแท้จริงบ้าง? เรือที่ใช้ลอยลำออกไปในทะเลนั่น เป็นเรือแจว เรือใบ หรือเรือยนต์? มีเครื่องไม้เครื่องมือในการดำรงชีพอะไรบ้าง? แน่นอนว่า ไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่มีกล่าวถึงในเนื้อเพลงเลย!



การแต่งเพลง หลักสำคัญประการหนึ่งคือต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือ ทั้งยังต้องสะท้อนถ่ายอารมณ์ของตัวละครในบทเพลงออกมาให้ได้อย่างสมจริงสมจัง เช่นถ้าพูดถึงชีวิตของนักศึกษา แน่นอนว่าจะต้องมีสถานศึกษา มีเพื่อน มีการเรียนการสอบ ตำรับตำรา ฯลฯ จะมัวรำพึงรำพันแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แล้วตัดขาดจากฉากและองค์ประกอบแวดล้อม ก็จะกลายเป็นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ที่เลื่อนลอย ไร้แก่นสาร ทำนองเดียวกับละครน้ำเน่าที่ผูกขาดฉายทางโทรทัศน์ของประเทศนี้

ฉันใดก็ฉันนั้น การจะพูดถึง “พรานทะเล” โดยตัดขาดออกจากฉากและองค์ประกอบอันสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิต ย่อมทำให้ความน่าเชื่อ ความสมเหตุสมผล และความสมบูรณ์ของชิ้นงานเสื่อมด้อยลงอย่างช่วยไม่ได้



ครูแก้ว หรือ "แก้วฟ้า" หัวหน้าคณะละครวิทยุ "แก้วฟ้า" ที่โด่งดังในยุคหนึ่ง


เท่าที่ผู้เขียนสืบค้นประวัติของครูแก้ว อัจฉริยะกุล พบว่าครูแก้วเริ่มแต่เพลงตั้งแต่อายุได้ 19 ปีเท่านั้น โดยมีครูเวส สุนทรจามร เป็นผู้ชักนำให้มาร่วมแต่งเพลงให้กับวงดนตรีกรมโฆษณาการ หรือวงดนตรีสุนทราภรณ์ของครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2482 และร่วมงานกันอยู่ถึง 15 ปี ก่อนที่จะแยกตัวออกมาตั้งคณะละครวิทยุชื่อ คณะแก้วฟ้า และเขียนบทละครวิทยุจนโด่งดังไปทั่วประเทศในยุคนั้น

เพลง “พรานทะเล” ที่พูดถึงในบทความนี้ แต่งขึ้นในปี พ.ศ. 2485 คือในขณะที่ครูแก้วอายุประมาณ 27 ปี ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับคำร้องเพลงเด่น ๆ ที่ครูแก้วเป็นผู้แต่งร่วมกับครูเอื้อ เช่น เพลง “ฟ้าคลุ้มฝน” “ปาหนัน” “จุฬาตรีคูณ” และ “หงส์เหิน”แล้ว ผู้เขียนเห็นว่า เพลง “พรานทะเล” นี้ ยังมีจุดอ่อนหลายประการดังที่กล่าวมแล้ว



ภาพครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อครั้งเข้าเฝ้าในหลวงและสมเด็จฯ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนถึงแก่กรรม
การเข้าเฝ้าครั้งนี้ ได้ขับร้องเพลง "พรานทะเล" ถวายด้วย


อนึ่ง เพลง “พรานทะเล” นี้ ยังมีความสำคัญอันพิเศษอีกประการหนึ่ง นั่นคือเป็นบทเพลงสุดท้าย ที่ครูเอื้อได้ร้องถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 ที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เมื่อร้องจบ ครูเอื้อถึงกับหมดแรงซวนเซ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านก็ล้มป่วยหนักด้วยโรคเนื้อร้ายในปอด และถึงแก่กรรมในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2524 สิริอายุได้ 71 ปี

แน่นอนว่า ผลงานของศิลปินแต่ละชิ้น ย่อมถูกสร้างขึ้นภายใต้ข้อจำกัด และเงื่อนไขเฉพาะนานัปการ ไม่ว่าเรื่องเวลา สถานที่ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องข้อจำกัดของความรับรู้ เป็นที่น่าเสียดายว่า ผลงานของศิลปินมักจะมีอายุยืนนานกว่าอายุขัยของตัวศิลปินเอง จึงเป็นไปไม่ได้ที่ศิลปินจะอยู่ชี้แจงถึงข้อจำกัดต่าง ๆในขณะสร้างผลงานชิ้นหนึ่ง ๆ การศึกษาถึงผลงานศิลปะ จึงต้องทำโดยอาศัยข้อมูลเพียงเท่าที่มีอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมไม่อาจถูกต้องครบถ้วนและรอบด้าน

กล่าวในแง่ศิลปิน การสร้างผลงานแต่ละชิ้นจึงต้องทำอย่างพิถีพิถันที่สุด นับแต่กระบวนการเรียนรู้ถึงสิ่งที่ตนกำลังลงมือสร้างสรรค์อย่างถ่องแท้ รอบด้าน รอบคอบ จนถึงกระบวนการรับฟังคำท้วงติง และวิพากษ์วิจารณ์อย่างถี่ถ้วนและแก้ไขอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด ก่อนจะนำเสนอผลงานของตนสู่สาธารณะ พูดได้ว่า ในทันทีที่ศิลปินเผยแพร่งานของตนออกไป ก็เท่ากับว่าเขาได้สละสิทธิที่จะแก้ไขหรือแก้ตัวในผลงานชิ้นนั้นไปแล้ว

เพลง “พรานทะเล” นี้นับเป็นตัวอย่างที่ดี นับแต่วันที่พรานผู้กร้านทะเลคนนั้น ถอนสมอพาเรือบ่ายหน้าออกสู่ทะเลกว้าง เขามีแต่ต้องมุ่งตรงสู่ขอบฟ้าเบื้องหน้า สู่เวิ้งสมุทรแห่งกาลเวลาอันไกลโพ้น เพื่อบทพิสูจน์สุดท้ายถึงคุณค่าแท้จริง และความเป็นอมตะของตัวตน ที่ถูกเรียกขานว่า “พรานทะเล”.



Get this widget | Track details | eSnips Social DNA


"พรานทะเล" หนึ่งในหลายสิบเวอร์ชั่นที่มีผู้นำมาร้องใหม่


**********************************


หมายเหตุ : งานประพันธ์ในบล็อกนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เขียน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

การคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เพื่อเผยแพร่โดยทางหนึ่งทางใด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด




"ลุงแว่น"
skit@ji-net.com


Create Date : 12 มีนาคม 2552
Last Update : 12 มีนาคม 2552 19:18:39 น. 38 comments
Counter : 3086 Pageviews.

 
เจิมหรือนี่ ถ้างั้น…………….

ป้ากุ๊กรีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม
รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม
รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม
รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิม รีบเจิมจ้าาาาาาา


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:15:23:19 น.  

 


แวะมาเยี่ยม พร้อมกับวันที่ฟ้าสดใสค่ะ

พรานทะเล เป็นเพลงที่ป้ากุ๊กชอบมั๊กมาก
แต่ก็ประสาผู้บริโภคที่ได้แค่บริโภคอย่างเดียวไม่เคยคิดวิเคราะห์ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือที่มาที่ไปเลย
ขอบพระคุณลุงแว่นที่สะกิดให้คิดค่ะ

คมคำ : เดินด้วยขา…ดีกว่ามองหาคนพยุง




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:15:35:52 น.  

 
วันนี้คอมเม้นท์ได้ยากกกกกส์ มากกกกกกกกกกก

กว่าจะได้เรื่องจวนถอดใจ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:15:38:39 น.  

 
... มีเบื้องลึกเบื้องหลังยาวนานจังค่ะ บอกตามตรงว่าเพิ่งเคยได้ยิน แล้วก็รู้จักเพลงนี้ ที่นี่ที่แรกเลยค่ะ

... ครูเอื้อสิ้นเมื่อปี 2524 ... อุ๋มเพิ่งเกิดได้ยังไม่ถึงขวบเลยนะนั่น

... ผลงานที่ดี ย่อมมีคนกล่าวขวัญถึง ยังมีคนจดจำได้จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าอาจจะมีบางอย่างที่ขัดแย้งกันไปบ้าง ผิดความไปบ้าง แต่ก็ยังคงเป็นเพลงที่โดดเด่นในเรื่องของคำร้อง แล้วก็สามารถรวมคำที่มีความหมายเกี่ยวกับกับน้ำไว้ได้อย่างมากมายเชียว

... ตอนเห็นชื่อ "พรานทะเล" อุ๋มคิดว่าลุงแว่นจะเขียนเรื่องอาหารทะเลแปรรูปซะอีกนะเนี่ยะ


โดย: SIMAKHA วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:15:46:19 น.  

 
อกอีป้าจะแตก !!!!

รมณ์ขึ้นค่ะลุงแว่น แหม...มาบอกว่าป้าเดซี่ต้องรู้จักเพลงนี้แน่ ๆ หมายความว่าไงเนี่ย ???


แต่ลุงแว่นเชื่อมั้ยว่า รู้จักจริง ๆ น่ะแหละ ก็เพลงนี้ออกจะอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลขนาด


ยิ่งมาอ่านรีเสิร์ชกะคอมเม้นท์ของลุงแล้ว แหม อินไปด้วยจริง ๆ


นับถือลุงแว่นจังค่ะ งานเขียนของลุงเนี่ย ต้องใช้ความตั้งใจ และเวลามาก ๆ เลยนะคะ


ว่าแต่ลุงแว่นคะ ระวังคืนนี้ครูแก้วอาจจะมายืนค้อนข้าง ๆ เตียงนะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:16:10:00 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น

ผมมาทึ่งครับ
ผมไม่เคยฟังเพลงแบบวิเคราะห์เนื้อเพลงแบบนี้เลยครับ
ปกติฟังแล้วผ่าน
อาจมีบางเพลงที่ชอบมาก
ถึงจะย้อนกลับมานั่งดูเนื้อเพลงดีดี

สุนทราภรณ์ผมเกิดไม่ทันครับคุณลุง
เลยรู้จักเพียงไม่กี่เพลงครับ


เพลงพรานทะเลเคยได้ฟังแต่นักร้องรุ่นใหม่ๆนำมาร้องครับ

ส่วนเนื้อหาเพลง
พออ่านบล้อกของคุณลุงแว่นแล้ว

ผมมีความรู้สึกว่า
บางทีครูเพลงท่านอาจจะแฝง "นัยยะ" อะไรบางอย่าง
เหมืนอรูปแนว Abstact ที่คนดูภาพ
ต้องตีความเอาเองความพื้นประสบการณ์และความคิดครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:16:37:53 น.  

 
เพลงรุ่นปู่เลยนะคะนั่น
แต่ชอบค่ะ ชอบเพลงโบราณๆ อย่างเพลงดอกจันกะพ้อบาน
เพลงสายทิพย์ แล้วก็เพลงที่ร้องว่า แสงจันทร์วันนี้นวลชี้ชวนให้น้องเที่ยว (จำชื่อไม่ได้ค่ะ)

นานๆได้ฟังทีแล้วจะรู้สึกเย็นลงๆแบบไทยๆ คล้ายๆกะตอนได้ลองกินข้าวแช่ แล้วรู้สึกอย่างนั้นเลยค่ะ

นั่นเป็นการวิเคราะห์ได้ละเอียดลึกซึ้งอย่างผู้ที่รู้จริงเลยนะคะ
ชื่นชมค่ะ ชื่นชมจริงๆ

ลุงแว่นเป็นครูเพลง ครูกลอนหรือปล่าวคะ
กลอนที่ไปใส่ไว้ตามที่ต่างๆจันทร์ก็ตามไปอ่านมาเยอะเลย
เพราะมาก กระทัดรัด และครอบคลุม
อย่างบทความเป็นหน้าๆของจันทร์
ลุงแว่นใช้กลอนบทเดียว เอาอยู่เลย ไม่รู้ทำได้ไง นับถือๆ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:17:09:41 น.  

 
ดาวจ๋า ขอเข้ามาฟังเพลงเพราะๆที่ควรอนุรักษ์ไว้ ด้วยคนค่ะ
และขออนุญาติแอดบล็อกเป็นเพื่อนเพื่อว่าคราวหน้าจะได้มาหาใหม่นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ
ดาวจ๋าคนซน


โดย: นู๋ดาว หรือ ดาวจ๋า คนซนๆ ค่ะ (satineesh ) วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:17:22:56 น.  

 
เอ๊ะ...ทำไมเพลงนี้เราร้องได้หว่า...

..................................

เป็นเพลงโปรดอีกเพลง...ไม่ได้แก่ค่ะ แต่ชอบเพลงเก่าๆ อิอิ แก้ตัวไปนั่น

เจาะลึกเช่นเคย...สุดยอด

นุกอยู่เหมือนกันว่า คำว่า อยู่หว่างทะเลนานๆ มันแปลกๆ ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง

ลุงแว่นคะ...

ภาพนั้น คิดว่าไม่น่าใช่ครูแก้วฟ้านะคะ

น่าจะเป็น พนมเทียน มากกว่าค่ะ...

ลุงแว่นน่าจะลงรูปผิดค่า......ด้วยความเคารพ...


โดย: ทากชมพู วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:18:11:37 น.  

 
สวัสดีค่ะลุงแว่น

ตามมาเพราะติดใจกลอนที่ลุงแว่นแต่งไว้ในบล็อกกะว่าก๋าค่ะ

เพลงนี้คุณพ่อสอนร้องตั้งแต่เด็กๆเลยค่ะ (เกิดไม่ทันนะคะ อย่าเข้าใจผิด555)

ปกติก็ฟังอย่างเดียวไม่เคยมองถึงความแตกต่างของแต่ละคำเลยค่ะ (เข้าใจว่าหมายถึงน้ำเหมือนกันไปหมด แหะๆ)

ลุงแว่นวิเคราะห์ได้ละเอียดลออมากเลยค่ะ อ่านแล้วคิดตาม แล้วก็บอกตัวเองว่า อืม..จริงด้วย



โดย: พจมารร้าย วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:18:26:48 น.  

 
ต้องขอบอก ออกตัวว่า เพลงนี้ร้องได้ ฟังได้ แต่ไม่ปลื้มค่ะ
ด้วยรู้สึกเองว่า...ท่วงทำนอง และเนื้อร้องอ้อยสร้อย..หวานไป ออดอ้อนไป ไม่โดนใจค่ะ

ยอมรับว่าฟังไปอย่างนั้น ไม่ได้เคยวิเคราะห์เจาะลึกอะไร
ตรงไหนผิด ตรงไหนถูก ตรงไหนควรกังขา ตรงไหนน่าสงสัยที่ไปที่มา...แหะๆ ไม่รู้เลย

ลองกลับไปฟัง ไปอ่านเนื้อดูใหม่แล้ว ก็เห็นจริงด้วยตามที่ลุง
แว่นเขียนไว้ค่ะ..ส่วนตัวใจกลับนึกไปถึงเพลงผู้เฒ่าทะแลของคุณเล็ก คาราบาว ขึ้นมาลางๆ เลยหล่ะ

ลุงแว่นขา..ลุงแว่นเนี่ยถ้าไม่ใช่พหูสูตร ก็ใกล้ๆ แล้วค่ะ
แหม สงสัยว่าลูกหลานจะกล้าพาใครไปให้ดูตัวหรือเปล่าเนี่ยๆ 5555
ก็ลุงแว่นเล่นวิเคราะห์ เจาะลึกโดยละเอียด ครบถ้วนกระบวนความแบบนี้..หนาวเลยค่ะ

ยินดีมากมายที่ได้รู้จัก"ผู้รู้" ค่ะ และก็ยินดีที่ได้รับเกียรติให้เข้ามาอ่าน มาเรียนรู้นะคะ ขอบพระคุณอาจารย์ใหญ่ค่ะ



โดย: กลีบดอกโมก วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:18:59:05 น.  

 
ว่าแล้วไง โดนป้อนลูกยอเข้าหน่อย ไอ้แก่ก็เลยชักเหลิง พลาดเข้าจังเบอร์เชียว...

ขอบคุณคุณทากชมพูมากครับที่ท้วงติง สู้อุตส่าห์จะหารูปครูแก้วที่เป็นรูปสีมาลง ใช้กูเกิ้ลค้นรูป ได้ผลการค้นหามาแต่อารามดีใจ เพราะไม่เคยเห็นรูปครูแก้วที่เป็นสีเลย ไม่ทันได้อ่านให้ละเอียด รีบคว้าเอามาลงเสียนี่

สรุปคือ ผมพลาดครับ ไปเอารูปคุณพนมเทียน มาลงแทนรูปครูแก้ว

ลงโทษตัวเองด้วยการเขกกระโหลกตัวเองไปสองโป๊กแล้ว ทีหลังจะได้จำ ทำอะไรรีบ ๆ มันจะพลาดอย่างนี้แหละ

ขอบคุณคุณอัยย์ที่ตาไว เห็นแล้วทักท้วงทันที อย่างนี้สิถึงเรียกว่ารักกันจริง

แก้ไขให้แล้วนะครับ เพิ่งค้นมาใหม่ ได้รูปสี แต่เป็นรูปวาด รับรองคราวนี้ไม่พลาดแน่ครับ ดับเบิ้ลและทริปเปิ้ลเช็คแล้ว

ขออภัยอย่างแรงครับ


โดย: ลุงแว่น วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:19:12:37 น.  

 


ลุงแว่น...


โดย: กลีบดอกโมก วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:19:33:19 น.  

 
"พรานทะเล" เป็นเพลงโปรดของผมเลยครับ คนรุ่นนั้นมองตาก็รู้ใจ เสียดายทีพวกเขาไม่ค่อยยุ่งกับอินเตอร์เน็ท มิฉะนั้นคงสนุกยิ่งกว่านี้

เห็นคุณลุงแว่นให้ความรู้และอธิบายถึงคำต่างๆในเพลงแล้ว ก็ให้คล้อยตาม คิดตาม และได้แง่มุมในการคิดที่แยบยลในการใช้ภาษาไทย ซึ่งนักแต่งเพลงสมัยใหม่ควรได้เข้ามาอ่านครับ

ผมเห็นครูเอื้อตัวจริงครั้งแรกตอนไปเล่นในงานวัดที่ดำเนินสะดวก โอกาสที่คณะนี้จะไปเล่นงานวัด ต้องใช้สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกันจริงๆ ถึงจะยอมไป ทราบว่านักร้องคนหนึ่งในคณะเป็นคนที่นั่นนะครับ

อีกครั้งหนึ่งที่ผมได้ใกล้ชิดเครื่องใช้ส่วนตัวของครูเอื้อ หลังจากที่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว หอสมุดแห่งชาติได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับครูเอื้อ แล้วนำของใช้ส่วนตัวมาจัดแสดง วันนี้ยังถึงถึงภาพนั้นอยู่เลยครับ

ขอบคุณครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:21:35:14 น.  

 
ผ่านมาอ่านเจอค่ะ เลยอยากขอร่วมแสดงความเห็นจากมุมคิดส่วนตัวนะคะ ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่ จากที่ได้ทบทวนความหมายของเนื้อเพลงเข้าใจว่า ท่านผู้แต่งเพลง น่าจะสื่อความหมายระหว่าง ทะเล และ แม่น้ำค่ะ จากประโยคขึ้นต้น ที่ว่า กลางน้ำเวียนวน น่าจะหมายถึ ง ชีวิตที่วนวนเวียนอยู่ระหว่างทะเลกับแม่น้ำหรือลำคลอง
ในอดีตผู้คนจะมีวิถีชีวิตที่ผูกติดอยู่กับแม่น้ำลำคลอง เพราะในสมัยนั้นยังไม่ค่อยมีถนนหนทาง จึงอาจจะเป็นไปได้ที่ท่านจะกล่าวถึง พรานทะเลที่ต้องเดินทางอยู่แต่ในทะเลกับคนที่อยู่อาศัยโดยมีเรือเป็นบ้าน เนื้อเพลงจึงสลับความหมายไปมา


โดย: fg IP: 125.24.151.245 วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:23:16:16 น.  

 
มีรู้คู่เรียนเพียรเถิด
มีเกิดมีแพ้แก้ไข
มีธรรมล้ำค่ากว่าใด
มีชัยในความไม่มี.

.
.
.


สวัสดีครับคุณลุงแว่น




ประโยคด้านบน
โดนใจสุดๆครับ









โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:7:35:20 น.  

 
Good afternoon.ค่ะ
สุขสันต์วันศุกร์ 13 ฝันหวาน
เอ๋!!นึกว่าเข้ามาแล้วนะคะ
แสดงว่าเราเข้ามาแล้ว post ไม่ติด
"พรานทะเล" ชอบฟังค่ะ..ชุงแว่น"



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:11:24:46 น.  

 
เนื้อหาที่สะดุดที่สุดสำหรับตัวเองก็คือตรงนี้ค่ะ

สิ้นชีพสิ้นชนม์เคราะห์ร้าย
ศพฝังโดยง่าย ฝากเอาไว้ใต้คงคา

ฟังแล้ว...โอ้... ประมาณนั้นเลยเหรอ ?

เพลงรุ่นใหม่ๆ ไม่มีพูดอะไรแบบนี้หรอกค่ะ ใจไม่กล้าพอ


โดย: ทากชมพู IP: 115.67.190.121 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:22:01:36 น.  

 
555..เม้นยากจังลบไปหลายรอบเลยค่ะ
สรุปว่าชอบเพลงนี้ค่ะ
เวลาฟังตามประสาคนไกลบ้าน..ทำให้คิดถึงแม่น้ำ ลำคลอง ชายหาดและคลี่นลม
เลยไปถึงป่าขาแลเรือกสวนไร่นาเลยค่ะ..เวอร์ไปเปล่า..


โดย: tj-takm วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:1:04:51 น.  

 
พิมพ์ตกค่ะ "ป่าเขา"ค่ะ


โดย: tj-takm วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:1:06:19 น.  

 
เพลงนี้เป็นอีกเพลงในหัวใจ อ่านไปอ่านมา ทำให้อดคิดตามไปด้วยไม่ได้ ตกลงอยู่ในทะเล รึว่าแม่น้ำกันแน่น๊า..ชักสงสัย แต่รูปสุดท้ายสวยจับใจ ชอบมากๆเลยค่ะ..

มีความสุขมากๆ ขอบคุณสำหรับความรู้ที่แบ่งปันกันค่ะ


โดย: Why England วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:5:26:33 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณลุงแว่น





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:9:26:10 น.  

 
รักคลั่งไคล้ในความรักมักรุ่มร้อน
รักแทรกซ้อนย้อนรักป่วนชวนฉงน
รักแรกเร้าเย้ารักยั่วทุกตัวคน
รักตราบจนรักสุดท้ายสุดปลายรัก.
.
.
.

ลงตัวมากๆเลยครับคุณลุงแว่น
ไพเราะมากมายเลยครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:13:16:02 น.  

 
โห
ละเอียดลึก
จะให้เขียนว่า ชีวิตพายจ้ำ กลางน้ำเวียนวน
มันง่ายไปง่ะ..
ก็จะเอาสัมผัสน้ำ มีไรปะ
พูดเย้เหย่ เล่นๆนะ
ผมว่าถ้าอารมณ์ได้ ดนตรีดี ร้องถึง
ก็หยวนๆ แม้ว่านิสัยส่วนตัวจะเป็นนักสมบูรณ์นิยมเพียงใด
ก็พอให้อภัยในตำหนิของเพชร

เห็นด้วยนะ ไม่ใช่ไม่เห็นด้วย
หลายเพลงที่เด็กเดี๋ยวนี้เขากิ๊บๆกัน เอามาร้องใหม่
เวอร์ชั่นทีโบนนี้ ผมก็งั้นๆ

เข้าใจลงขึ้นชั้นคลาสสิคมันก็ต้องพินิจกันเป็นพิเศษ
แต่ก็นึกไปถึงที่ท่านพุทธทาสว่านั่นแหละ
เราเองจะขุ่นไปเปล่า
ถ้ามัวไปงมหนวดเต่าเขากระต่ายหนะ


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:13:33:42 น.  

 
อือ
ลืมถาม รูปนั่นตาเฒ่าผู้ไม่ยอมพ่าย ของเฮมมิงเวย์
ภาควอลท์ ดิสนีย์ รึเปล่าครับ
นั่นหละพรานทะเลที่สมบูรณ์สุดหละ ในรู้สึกของผม
รูปแบบ เนื้อหา องค์ประกอบทุกสัดส่วน
ล้วนทรงพลังยิ่งใหญ่ และเป็นแบบเฉพาะตัวของศิลปินผู้สร้าง อย่างที่หานักเขียนใดเทียบยาก
บางเฉียบแต่ลุ่มลึกกว่าเล่มหนาเตอะไตรภาคของใครต่อใครในรุ่นแก และหลังๆนี้


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:13:41:03 น.  

 
เจ้าโด้ ยิงลูกโทษเข้าไปแล้ว 1- 0 ยาทีที่ 23
+++++++++++++++++++

2009Manchester United v Liverpool Preview - Saturday 14th March 2009 - Premier League
Written by SportsBettingReview.co.uk

Manchester United vs Liverpool
Saturday 14 March 2009, Old Trafford



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:20:17:06 น.  

 
อัพบล็อกแล้วนะคะลุงแว่น

เป็นหนังสือที่อยากบอกต่อค่ะ...


โดย: ทากชมพู IP: 115.67.135.135 วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:22:19:51 น.  

 


มา เยี่ยม พร้อม กับ ความ คิด ถึง

รักษาสุขภาพ และ อยู่กับใจที่อิ่มเย็นค่ะลุงแว่น

คมคำ : เงินทองส่งเราได้ แค่เตียงพยาบาล ญาติมิตรสหายตามไปส่งได้ แค่ป่าช้าเชิงตะกอน
แต่ความดีจะตามเราไปทุกที่ที่มีคนเอ่ยถึง




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 14 มีนาคม 2552 เวลา:22:36:48 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น


เมื่ออ่านจากกลอนที่คุณลุงแว่นนำมาฝาก
ผมคิดว่าการเขียนกลอนเป็นเรื่องง่ายของคุณลุงเลยครับ

วันนี้พู่กันเดียวครับ








โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:7:17:05 น.  

 


มาสวัสดีลุงแว่นค่ะ..วันนี้วันหยุดที่มีอากาศแปรปรวน..

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ...ขอให้ลุงแว่นมีความสุขมากๆค่ะ

ดาวจ๋า


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:14:46:44 น.  

 
รบกวนคุณลุงแว่น

ขออีกหนึ่งกลอนครับ
สำหรับบล็อกที่สองของวันนี้ครับ




โดย: กะก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:15:16:58 น.  

 
เคยดูแต่พรานทะเลฉบับการ์ตูน


โดย: endless man วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:18:23:27 น.  

 
ผมประทับใจกับกลอนของคุณลุงแว่นเสมอครับ
ขอบคุณครับ

ผมขออนุญาตเซฟเก็บทั้งสองเม้นท์เลยนะครับ



โดย: กะก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:18:48:46 น.  

 
ผมประทับใจกับกลอนของคุณลุงแว่นเสมอครับ
ขอบคุณครับ

ผมขออนุญาตเซฟเก็บทั้งสองเม้นท์เลยนะครับ



โดย: กะก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:18:49:02 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณลุงแว่น







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:7:09:55 น.  

 
ใครสามารถแยกได้ว่าน้ำจืดกับน้ำเค็มถ้าไม่ชิม คงคากับทะเลมีเส้นแบ่งเขตที่ไหน สายชลในวรรณคดีเรื่องพระอภัยยังมีใช้คำนี้ เสียดายผู้รู้ในข้อสนทนานี้น้อยเลยพลอยกันไป สมุทรสงคราม/สาครมีแม่สายธารไหลลงทะเล ชาวประมงทำประมงสองน้ำก็มี ดังนั้นเพลงนี้หากใครมีชีวิตเกี่ยวกับการจับสัตว์น้ำคงต้องยกให้เป็นเพลงสะท้อนชีวิตตนแน่นอน


โดย: เด็กกำลังโต IP: 118.173.232.159 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:36:49 น.  

 
ฟังเพลง หรือ พังเพลง
พอเหมาะ พอดี


โดย: วาฬทะเล IP: 161.200.16.68 วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:9:35:50 น.  

 
ป้าแอ๊ดคิดว่า เพลงนี้แทนชีวิตของทหารเรือค่ะ คุณลุงแว่น
ลองวิจัยเนื้อเพลงดูอีกครั้งนะคะ



โดย: addsiripun วันที่: 22 มกราคม 2554 เวลา:19:38:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลุงแว่น
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลุงแว่น's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.