บล็อกของลุงแว่น
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
14 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 

บันทึกจากหลวงพระบาง (8)


อำลาเมืองลาว



ร้านขายโจ๊ก ข้าวเกรียบปากหม้อ และกาแฟ
อาหารเช้ายอดนิยมของเมืองวังเวียง


เข้าวันนี้ ก็ยังคงเหมือนทุกเช้าที่ผ่านมา เราต้องตื่นเช้าแม้จะเป็นในวันสุดท้ายของการทัวร์ประเทศลาวครั้งนี้

ระยะทางจากวังเวียง ไปยังเวียนจันทน์เพียงร้อยกว่ากิโลเมตร

แต่โปรแกรมซิตี้ทัวร์ในเมืองเวียงจันทน์ ทำให้เราต้องเที่ยวแข่งกับเวลาชนิดไม่มีเวลาให้อ้อยอิ่งด้วยประการทั้งปวง

เป็นอีกวันหนึ่งที่เราตกลงกันว่า จะไปรับประทานอาหารเช้าในตลาดวังเวียง แทนที่จะใช้บริการของโรงแรมทวีสุกที่เราพัก

ร้านเล็ก ๆ ริมถนสายหลักของเมือง มีอาหารขึ้นชื่อคือโจ๊กและข้าวต้ม กินแกล้มกับกาแฟและปาท่องโก๋ทอดใหม่ ๆ ร้อน ๆ กับขนมข้าวเกียบปากหม้อแบบเวียตนาม ทำให้เช้าวันนั้นสดใสขึ้นอีกเยอะ

เราจากลาเมืองวังเวียงด้วยความอาลัยอาวรณ์อยู่ลึก ๆ

แรงอาฆาตที่มีต่อเมืองนี้ เพิ่มทวีคูณขึ้นตามระยะทางที่ห่างมา..

รถพาเราวกเวียนลัดเลาะไปตามไหล่เขา ไม่ผิดกับเมื่อวาน

ทางเรียบ ๆ และทางตรง ๆ นับเป็นสิ่งหายากยิ่งสำหรับประเทศนี้

รายการทัวร์ที่เหลืออยู่ นับเป็นรายการทัวร์แบบชะโชกทัวร์โดยแท้ แต่ละจุดที่เราจะแวะชมวันนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการชมแบบรีบลงจากรถ รีบถ่ายรูปแล้วรีบไปต่อ

คงจะหวังความประทับใจอะไรจากการทัวร์แบบนี้ได้ไม่มากนัก นอกจากจดจำชื่อสถานที่และบันทึกภาพไว้ เพื่อไว้คุยได้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยมาถึงสถานที่เหล่านั้นแล้ว

พอเข้าเขตเมืองเวียงจันทน์ รถของเราเพิ่งพบกับ “ไฟอำนาจ” คือไฟแดง “ไฟอิสระ” คือไฟเขียว ที่สี่แยกแรก ๆ ชานเมืองเป็นครั้งแรก นับแต่เมืองหลวงพระบาง และตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกแปลก ๆ เหมือนบ้านนอกเข้ากรุง



อาคารต่าง ๆ ในเวียงจันทน์ ประดับประดาธงชาติและธงพรรค
ต้อนรับงานวันฉลองนครเวียงจันทน์และงานวันชาติลาว
ในรูปคืออาคารสำนักงานใหญ่กลุ่มบริษัทดาวเรือง
ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Duty Free เมืองลาว


อาคารแทบทุกแห่ง ประดับประดาด้วยธงชาติ และธงค้อนเคียวสีแดงของพรรคฯ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองงานวันครบรอบ 450 ปี ของนครหลวงเวียงจันทน์ที่เพิ่งผ่านไป และงานวันชาติของ ส.ป.ป.ลาว ในวันที่ 2 ธันวาคม ที่กำลังจะมาถึง

จุดแรกที่เราแวะลงจากรถไปชะโงกและถ่ายรูปคือ ประตูชัย กลางเมืองเวียงจันทน์



ประตูชัย ศิลปะล้านช้าง ผสมศิลปะฝรั่งเศส



อาคารสำนักงานนายกรัฐมนตรี ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันนั้น คงประมาณเดียวกับทำเนียบรัฐบาลของบ้านเรานั่นแหละ

หลังจากผ่านกระบวนการชมแบบชะโงกและถ่ายรูปตามกระบวนการแล้ว ก็เดินทางต่อไปอีกหน่อยถึงบริเวณวัดพระธาตุหลวง



พระธาตุหลวง



เผอิญช่วงที่ไป กำลังมีงานออกร้านบริเวณใกล้วัดพระธาตุหลวง สภาพบริเวณนั้นจึงเต็มไปด้วยร้านรวงของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ และของเอกชน คล้าย ๆ กับงานกาชาดของเรานั่นแหละ

ชาวคณะพากันเดินฝ่าเปลวแดดยามสายจวนเที่ยงวัน เข้าไปเพื่อหวังสักการะพระธาตุหลวงคู่บ้านคู่เมืองเมืองเวียงจันทน์



“ประเพณีลาว วัฒนธรรมลาว
แม่หญิงต้องนุ่งซิ่นเข้าไหว้ธาตุหลวง”


แต่แม่หญิงในคณะหลายคนก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะมีกฎเข้มงวดว่า สุภาพสตรีที่สวมกางเกงห้ามเข้าบริเวณพระธาตูเด็ดขาด ถ้าจะเข้าต้องไปเช่าผ้าซิ่นที่มีผู้ให้บริการอยู่บริเวณนั้นนุ่งทับเสียก่อน

เล่นเอาสาว ๆ ในคณะของเราเสียความรู้สึกคนละไม่น้อย แต่ก็เข้าใจได้ เห็นสาว ๆ ฝรั่งหลายคน นุ่งผ้าซิ่นทับกางเกงขายาวเพื่อเข้าไปท่องเที่ยวในบริเวณพระธาตุแล้ว ทั้งตลกทั้งน่าเอ็นดู

ไม่รู้ว่าระเบียบข้อบังคับแบบนี้ ใครเป็นคนตราขึ้นบังคับใช้ และการเลี่ยงบาลีแบบประดักประเดิด สวมผ้าซิ่นทับกางเกงแบบที่เป็นอยู่ ช่วยให้อะไรดูดีขึ้น หรือดูทุเรศทุรังกว่าเดิม..



ฝรั่งกับการนุ่งซิ่นเพื่อการท่องเที่ยว


ชมและถ่ายรูปบริเวณพระธาตุหลวงแบบเร่งด่วน แล้วคณะของเราก็ตรงไปยังร้านอาหารริมฝั่งโขงที่พวกเราจะต้องไปกินอาหารกลางวัน

ร้านแห่งนี้ มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือของฝั่งไทย สามารถโทรกลับบ้านได้อย่างชัดเจน

หลายคนในคณะจึงสบโอกาสโทรแจ้งข่าวคราวไปยังลูกหลานและผู้อยู่ทางบ้าน

หลังอาหารกลางวัน โปรแกรมรองสุดท้ายในทริปนี้ คือ เที่ยวชมวัดสีสะเกด ที่เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของเวียงจันทน์

และวัดสีสะเกดแห่งนี้ เป็นเพียงวัดเดียวในเมืองเวียงจันทน์ที่รอดพ้นจากการถูกเผาทำลาย โดยกองทัพของกรุงสยาม ที่เข้าโจมตีนครเวียงจันทน์ และยึดเอาพระแก้วมรกตไปในตอนต้นยุคสมัยรัตนโกสินธ์

ศิลปะตระกูลช่างล้านช้างที่วัดแห่งนี้ งดงามอ่อนช้อยน่าประทับใจยิ่งนัก เสียดายที่เรามีเวลาชื่นชมความงดงามเหล่านี้น้อยไปสักนิด



พระพุทธรูปรอบระเบียงคตของวัดสีสะเกด


จากวัดสีสะเกด เราเดินไปยังหอพระแก้วที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก

หอพระแก้วแห่งนี้ เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต พระพุทธรูปแกะสลักจากมรกตคู่บ้านคู่เมืองของเวียงจันทน์ เมื่อกองทัพสยาม ยกทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ แตก ด้วยแสนยานุภาพที่เหนือกว่า จึงถือโอกาสยึดพระแก้วมรกตกลับคืนสู่กรุงเทพฯ และเผาทำลายหอพระแก้วนี้เสีย

หอพระแก้วที่เราได้พบเห็นในวันนี้ จึงเป็นหอพระแก้วที่ได้รับการบูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ สภาพบางส่วนจึงไม่งดงามดังที่เคยเป็นมาในอดีต



หอพระแก้วที่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่


จากหอพระแก้ว คณะทัวร์ของเราถูกพาไปซื้อของที่ระลึกพวกเครื่องเงินและผ้าทอพื้นเมืองที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง นั่นคือรายการสุดท้ายของทริปนี้

เราถูกพามาส่งที่สนามบินสากลวัดไตของนครเวียงจันทน์ เพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ ตอนบ่ายคล้อย

คุณวันไกด์ประจำคณะของเรา ร่ำลากลับเมืองหลวงพระบางในบ่ายวันนั้นเลยอย่างไม่ยอมเสียเวลา กะว่ากว่าจะกลับถึงหลวงพระบางก็เช้าวันรุ่งขึ้นพอดี จนเราออกจะรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยในการเดินทางผ่านเส้นทางที่แสนวิบากในเวลาค่ำคืนไม่ได้

เราใช้เวลาที่เหลือไปกับร้านดิวตี้ฟรีในสนามบิน

สินค้าทุกชนิด สามารถจับจ่ายซื้อหาด้วยเงินบาทโดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนด้วยประการใด ๆ



ช็อปกันจนหยดสุดท้าย


..................

สามคืนกับสี่วันกับทริปเมืองลาวครั้งนี้ ให้ทั้งความประทับใจและให้ความหงุดหงิดใจระคนกันไป

สถานที่หลายแห่ง ถูกขึ้นบัญชีอาฆาตว่าจะต้องกลับมาให้ได้อีกสักครั้งในชีวิต

ในขณะที่สถานที่บางแห่ง ก็ถูกสาปส่ง ไม่ขอย้อนกลับมาเหยียบย่างอีกแม้สักครั้ง

ความรู้สึกติดค้างที่มีต่อเมืองหลวงพระบาง ที่เก็บกักอยู่ในใจเรามาตลอดสามสิบกว่าปี

ถูกทำลายลงแล้วอย่างสิ้นเชิง บัดนี้ ไม่มีความคิดติดค้างอะไรหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว

ทุกอย่างถูกตระหนักในสำนึกว่า คือความทรงจำที่ได้รับการสะสางอย่างเรียบร้อยสิ้นเชิง

สาวจำปาเมื่อครั้งกระนั้น ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส จิ้มลิ้มพริ้มเพราโลดเต้นอยู่ในควาทรงจำของไอ้หนุ่มพเนจรจากเมืองไทยคนนี้อย่างไม่มีวันลืมเลือน

ดินแดนหลวงพระบางและดวงจำปาที่เคยโอบอุ้มนักปฏิวัติพลัดถิ่น ยังคงประทับใจใครคนนี้ไปตราบชั่วชีวิตจะหาไม่

ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ หากจะมีขึ้นต่อดินแดนแห่งนั้น

แม้จะรวดเร็วและเจ็บปวดขมขื่นเพียงใด หากจะเกิดมีจริง

ก็ไม่อาจทำลายหลวงพระบางและดวงจำปา ที่ตรึงประทับอยู่ในความทรงจำของคนคนนี้ได้ตราบนิจนิรันดร์.


หลวงพระบางในความทรงจำ


--------------------------------จบ-------------------------------




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2553
9 comments
Last Update : 14 ธันวาคม 2553 8:54:04 น.
Counter : 2671 Pageviews.

 

สวัสดียามเช้าครับคุณลุงแว่น

จบทริปแล้วนะครับ
ผมเองก็เพิ่งได้รับโปรแกรมทัวร์เวียงจันทร์มาครับ
แต่ดูแล้วคงยากที่จะได้ไปในช่วงนี้ครับ

หมิงหมิงยังเด็กเกินกว่าจะพาไปทัวร์

แค่กินข้าวก้ป้อนกันไม่ทันเวลาแล้วครับ 555

ทัวร์ทั่วโลกผมว่าคล้ายๆกันนะครับ
คือไม่ค่อยปล่อยเวลาให้เดินเที่ยวเท่าไหร่
ไปเน้นที่การชอปปิ้งครับ 555

ถ้าจะเก็บรายะลเอียดกันจริงๆ
คงต้องไปเองครับ






 

โดย: กะว่าก๋า 14 ธันวาคม 2553 7:36:52 น.  

 

แวะเข้ามาหม่ำโจ๊ก ข้าวเกรียบปากหม้อ และกาแฟ

ทั้ง 3 อย่างเลยค่ะ พี่ลุงแว่นจ่าย อิอิ

บ่ายๆแม่หมูจะเข้ามาเข้ามาปิดบันทึกจากหลวงพระบางนะคะ

 

โดย: แม่หมู (jamaica ) 14 ธันวาคม 2553 9:33:47 น.  

 

กุสโล จ ชหาติ ปาปกํ
คนฉลาดย่อมละบาป

มีความสุขกับความฉลาดที่มีในตน ตลอดไป..นะคะ


 

โดย: พรหมญาณี 14 ธันวาคม 2553 11:45:46 น.  

 



มารับความรู้ครับ
น่าสนใจมากครับ...

 

โดย: ฟ้าสดใส ทะเลสีคราม 14 ธันวาคม 2553 11:48:05 น.  

 

เข้ามาติดตามอ่าน หลวงพระบางในความทรงจำ

จบครบถ้วนทุกตอนค่ะ .....

ได้รับความรู้ในสถานที่ต่างๆที่พี่ลุงแว่นถ่ายทอดไว้เป็นอย่างดี

คาดว่าหากแม่หมูไปเองก็คงไม่สามารถเก็บรายละเอียด

ในสิ่งต่างๆมาได้มากมายขนาดนี้

เจ้าของเรื่องราวเล่าได้สนุกทุกตอนจริงๆ

แม้ว่าจะเป็นการบ่นบ้างในบางเหตุการณ์แต่ก็แทรกอารมณ์ขันเอาไว้

ทั้งหมดทั้งปวงของ บันทึกจากหลวงพระบาง 8 ตอน

แม่หมู อยากจะขอนับจดหมายฝากบ้านด้วยซึ่งมีเนื้อหา

ชวนติดตามมาตั้งแต่ต้นน่าจะเกิดจากพลังของความรัก

"สาวจำปาเมื่อครั้งกระนั้น ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส
จิ้มลิ้มพริ้มเพราโลดเต้นอยู่ในความทรงจำของ
ไอ้หนุ่มพเนจรจากเมืองไทยคนนี้อย่างไม่มีวันลืมเลือน"

นับเป็นเรื่องราวครั้งหนึ่งในชีวิตที่น่าประทับใจมากค่ะ


 

โดย: แม่หมู (jamaica ) 14 ธันวาคม 2553 15:52:11 น.  

 

ลืมบอกว่า.......ภาพสุดท้ายสวยมากค่ะ

 

โดย: แม่หมู (jamaica ) 14 ธันวาคม 2553 15:54:45 น.  

 

หลายที่ในบ้านเราก็ให้นุ่งซิ่นทับกางเกงเหมือนกันค่ะ

ตาหลก...ทำไมมาสนใจกะเรื่องเปลือกๆ

นักท่องเที่ยวเขามาเที่ยว คนละวัฒนธรรม จะอะไรกะเค้านักหว่า

ป่านนี้ดวงจำปาดอกนั้นคงมีลูกโตแล้วนะคะ

 

โดย: นักล่าน้ำตก IP: 183.89.9.29 17 ธันวาคม 2553 22:05:26 น.  

 

ชื่นชอบภาพดวงอาทิตย์ยามพลบค่ำที่ถ่ายจาดยอดพูสีมากครับ
ขอบคุณสำหรับความอุตสาห์แบ่งปันครับผม
ขอคารวะจากใจ

 

โดย: ชนะ IP: 58.9.85.25 15 เมษายน 2554 20:27:50 น.  

 

ไปมาแล้วเหมือนกันค่ะ เมื่อตอนที่มีซึนามิถล่มเมืองไทยพอดี

หลวงพระบาง ถ้าให้ไปอีกสัก หลาย ๆ รอบ ก็คิดว่าจะไปค่ะ

สิ่งที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมยังหลงเหลืออยู่ที่นี่ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย อาหารการกินก็อร่อย โดยเฉพาะส้มตำปลาร้า กับข้าวเหนียวดำที่นี่ อร่อยมาก ๆ กินได้ทุกมื้อ

ภาพที่คุณลุงแว่นถ่าย สวยมาก ๆ ค่ะ เดี๋ยวว่าง ๆ จะเอารูปมาลงบล็อกตัวเองบ้าง มันเป็นความทรงจำที่ดีทีเดียว สำหรับหลวงพระบาง

 

โดย: นก IP: 101.109.171.175 20 มกราคม 2555 14:27:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลุงแว่น
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลุงแว่น's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.