Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
ข้อคิดเตือนตนเอง 1

หัวข้อ "ข้อคิดเตือนตนเอง" เขียนไว้เพื่อให้ตนเองไม่ลืมในสิ่งที่คิดได้ จากการอ่าน ฟัง และนั่งสมาธิ อาจจะไม่มีเนื้อหาสาระอะไรมากมาย และบางอย่างใครๆก็รู้ (แต่ทำได้หรือเปล่านี่อีกเรื่อง เพราะตัวเราเองก็ยังทำไม่ได้ทั้งหมดจึงอยากจะเขียนไว้เตือนตัวเอง ไม่ได้เพื่อสอนคนอื่นแต่อย่างใด)

1. คนที่เคยมี แล้วไม่มี ก็ทุกข์ คนที่ไม่เคยมี แล้วอยากมี ก็ทุกข์ คนที่มีแล้ว อยากมีมากขึ้นอีก ก็ทุกข์

หากอยากมีความสุขก็จะต้องทำตรงข้ามกับทั้งหมดนี้ เมื่อมีอะไรในมือ ก็จงพอใจ และรักษามันไว้ให้ดี แต่อย่ายึดติด และต้องทำใจให้ได้เมื่อไม่มีสิ่งน้ั้น (เพราะทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป) ไม่จำเป็นต้องอยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยมี (หากสิ่งนั้น ไม่มีมาตั้งนานแล้วก็ยังอยู่ได้ ขอยกเว้นสิ่งที่ไม่มีแล้วอยู่ไม่ได้ เช่น ปัจจัย 4) สุดท้าย เมื่อมีแล้ว ควรรู้จักพอ ปริมาณที่มากขึ้่น ไม่ได้ทำให้ความสุขมากขึ้่นเสมอไป ถ้ามีมากไปก็ให้คนอื่นเค้าเสียบ้าง จะพบกับความสุข สบายใจอีกอย่างหนึ่ง เป็นความสุขง่ายๆที่คนบางคนไม่เคยมีตลอดชีวิต เพราะไม่เคยคิดจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ใคร

2. เวลาที่นั่งสมาธิ หัวสมองเราก็วิ่งวนไปเรื่อย การจะหยุดคิดซักแค่เพียงนาทีเดียวก็ยังยาก ความคิดตนเองเรายังห้ามไม่ค่อยได้ แล้วจะไปห้ามความคิดคนอื่นได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น ใคร คิดอะไรกับเรา ในแง่ไหนๆก็ตาม จงปล่อยวาง เมื่อรู้ว่าใครคิดไม่ดีกับเรา นินทาว่าร้าย โดยที่เราไม่มีโอกาสแม้แต่จะอธิบาย เพราะเค้าเชื่ออย่างนั้นไปแล้วและไม่เคยมาถาม มาบอกเรา (แต่อาจจะเอาไปว่า ไปบ่นกับคนอื่น) ถ้ารู้ถึงหูเราก็เป็นธรรมดาที่เราจะโกรธ รู้สึกแย่ แต่จงอย่าจมกับความรู้สึกนั้นนานนัก ความเป็นจริงก็คือ ใครๆ ก็ชอบคิดแต่เรื่องของตัวเองกันทั้งนั้น ไม่มีใครเค้าสนใจเรื่องของเราได้นานหรอก เราไม่ได้มีค่าต่อชีวิตเค้าขนาดนั้น เช่นเดียวกับเค้า(และความคิดเห็นของเค้าที่มีต่อตัวเรา) ก็ไม่ได้มีค่าต่อเรามากพอที่จะต้องยึดต้องถือ ต้องโกรธ ต้องพยาบาทให้มันเป็นกรรมต่อเนื่องให้ต้องวนเวียนมาเจอกันอีกตามแรงกรรม ปลงเสียบ้าง จะมีความสุข (แต่ถ้าสิ่งที่คนอื่นพูดมันแทงใจดำเพราะเราก็เป็นแบบนั้นจริงๆ และเป็นนิสัยที่รู้ตัวว่า ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็นำสิ่งนั้นมาปรับปรุง ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แล้วก็ส่งบุญ+อโหสิกรรมต่อกันและกันไปด้วยเลย เพราะเค้าแท้ๆทำให้เราเป็นคนดีขึ้น)

3. อย่าเอามาตรฐานของตนเองไปวัดคนอื่น จะช่วยให้มีความสุขมากขึ้นเยอะเลย ทั้งตัวเราเองและอีกฝ่ายหนึ่ง

ในการทำงาน มีความจำเป็นที่เราต้องตั้งมาตรฐานไว้ และนำสิ่งนั้นมาวัดบุคคลอื่น โดยเฉพาะถ้าเราเป็นหัวหน้างาน หรือ เป็นผู้ที่มีความจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพ หรือบริหารจัดการทีม โดยมาตรฐานนั้นๆบางทีไม่ได้มาจากตัวเรา แต่มันเป็นกฏ นโยบายบริษัท หรือ มาตรฐานสากล ที่ต้องเป็นไปตามนั้นอย่างหลีกเลี่ยง แก้ไขไม่ได้ โอเค เรื่องงาน ขอให้ทำไปเถิด แต่ อย่าติดเอามาใช้กับชีวิตส่วนตัวจะดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชีวิตส่วนตัวของคนอื่น

บางสิ่งในโลกนี้ มันไม่มีถูกไม่มีผิดหรอก เช่น คนรักกัน ต้องแต่งงานกันหรือ แต่งงานกันแล้ว ควรต้องจดทะเบียนหรือเปล่า อายุเท่านี้ยังไม่แต่งงาน แล้วไง คนพูดน้อย เงียบๆ ถือเป็นคนผิดปกติมั้ย คนไม่ชอบทานอาหารแบบนั้น แบบนี้ เค้าผิดหรือเปล่า ทำงานตำแหน่งนี้ก็มีความสุขดีแล้ว ทำไมต้องเปลี่ยนเหรอ

บางทีคำว่า ความหวังดี มันก็กลายเป็นเหมือนยาขม ทำให้ตัวเองก็ไม่มีความสุข เพราะคนที่เรารักเราหวังดี เค้าไม่ทำตามที่เราคิดว่ามันดีสำหรับเค้า (ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ไปรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนั้นดีสำหรับเค้า ในเมื่อเราก็ไม่ใช่เค้าเสียหน่อย) ส่วนอีกฝ่าย ก็สุดจะรำคาญ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายรัก และหวังดี แต่เหมือนเค้าผลักให้เราถอยห่างเค้าออกมาเอง เพราะเราทำอะไรก็ผิดปกติไม่ได้ตามมาตรฐานไปซะหมด ทั้งที่เราก็ว่า เราเองก็เป็นคนดีของสังคมระดับหนึ่งแล้ว ทำไมอยู่กับคนนี้แล้วเราถูกทำให้รู้สึกว่า เราแปลก เราผิดปกติมาก สุดท้าย ไม่อยากอยู่ด้วย หาทางถอยห่างออกมา ทุกข์กันทั้งคู่

สิ่งที่ควรทำเมื่อเรารัก เราหวังดีกับใครก็คือ พยายามเข้าใจ ถ้าเค้าอะไรที่สุดโต่งจริงๆ แบบว่าการกระทำของคนนั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเค้าเองอย่างมาก และต่อสังคม โอเค เตือนได้ แต่อะไรที่เป็นความสุขของเค้า และไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร อย่ายุ่งเลยจะดีกว่า อย่าลืมว่าไม่มีใครเค้าแต่งตั้งให้คุณเป็นคนตัดสินใคร คุณไม่ใช่เปาบุ้นจิ้น และต่อให้เป็นเปาบุ้นจิ้น ก็ต้องมีคนมาร้องเรียน ถึงจะทำการตัดสินโทษนะ ไม่ใช่อยู่ดีๆจะไปบอกว่า คนนั้นควรทำอย่างนี้ ไม่ควรทำอย่างนั้น โดยที่่ไม่มีใครเค้าถามความเห็นซักกะคน






Create Date : 04 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2555 14:25:41 น. 0 comments
Counter : 975 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

L.I.R.A.
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
เต็มที่ ในสิ่งที่ตัวเองทำ


[Add L.I.R.A.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.