Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
15 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
ทำไมนั่งสมาธิ ถึงได้บุญมาก

 

ออกตัวก่อนว่าเราอ่อนด้อยมากๆในเรื่องธรรมะเพราะเพิ่งจะเริ่มต้นสนใจ อ่าน  และฟัง คำสอนทางศาสนาที่เป็นภาษาบาลีเราไม่กระดิกเลย จำไม่ค่อยได้ จะจำได้และเข้าใจเฉพาะส่วนที่เป็นเรื่องเล่าหรือคำอธิบายภาษาไทยปกติ และสิ่งที่พอจะเข้าใจ ก็อยากจะถ่ายทอด รู้ว่าตัวเองไม่เก่งแต่ทำไมมาเขียนบล็อกอย่างนี้ ? เพราะเราคิดว่าถ้าเทียบกับคนที่ไม่อ่าน ไม่ฟัง เราก็อาจจะรู้มากกว่านิดหน่อย เลยอยากจะมาแชร์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์นิดๆหน่อยๆก็ยังดี แต่หากเราอธิบายผิดและมีผู้รู้มาอ่านแล้วต้องการจะสั่งสอนเพิ่มเติมหรือแก้ไขในสิ่งที่เราเขียนผิดเราก็ยินดีน้อมรับนะคะ

ด้วยความไม่เก่งในด้านหลักพุทธศาสนาและธรรมะ เราจึงเคยสงสัยอยู่อย่างหนึ่งว่า เพราะอะไรในหนังสือถึงบอกว่าบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมากกว่าการบริจาคทานใดๆ คือการวิปัสสนากรรมฐานหรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่านั่งสมาธิ

ทำไมการนั่งเฉยๆและกำหนดลมหายใจ ถึงได้บุญมาก จริงๆแล้วการนั่งสมาธิมีประโยชน์แน่นอนในแง่ที่ทำให้เรามีสติมากขึ้น นิ่งขึ้น แต่บุญมาจากไหน เพราะอะไรทำสมาธิแล้วสามารถส่งบุญให้แก่ผู้มีพระคุณหรือเจ้ากรรมนายเวรต่างๆได้

ถึงแม้จะไม่เข้าใจมากนักแต่ก็พยายามจะนั่งสมาธิ(เวลาที่อ่านหนังสือแนวศาสนาเสร็จใหม่ๆและยังคึกอยู่ก็พยายามจะนั่ง) แต่ก็ห่างหายไป ไม่สม่ำเสมอ ทำไม่ค่อยได้เพราะเป็นคนคิดฟุ้งตลอดเวลา

จนกระทั่งคนรู้ใจแนะนำว่าเราควรจะฟังธรรมะของอ.สุจินต์บ้าง แล้วย้อนถามเราว่า เรานั่งสมาธิทำไม เราบอกนั่งเพราะจะได้ได้บุญ จะได้ส่งบุญ นั่งเพื่อให้มีสมาธิเวลาทำงาน เค้าบอกว่าไม่ใช่แล้ว ถ้านั่งเพื่ออยากจะได้บุญ ไปฟังอ.สุจินต์ซะ

หลังจากเค้าให้ซีดีมาฟัง เพิ่งจะอ๋อ...แท้ที่จริงแล้ว นั่งสมาธิแล้วได้บุญเพราะอย่างนี้นี่เอง ถ้าเราเข้าใจธรรมะก่อนแล้วจึงปฏิบัติ ก็คงจะดี เราดันพยายามปฏิบัติก่อนที่ตัวเองจะเข้าใจ

การที่นั่งสมาธิแล้วได้บุญ เพราะเวลานั้นเราไม่มีความคิดอกุศลใดๆเกิดขึ้นเลย

ความคิดอกุศลคืออะไร

ความคิดอกุศลไม่ใช่ความคิดมุ่งร้ายกับคนอื่นเสมอไปถึงเรียกว่าอกุศล แต่ จริงๆแล้วทุกๆความอยากที่เกี่ยวข้องกับตนเอง คืออกุศล บางทีเราก็เรียกอีกอย่างว่ากิเลส เช่น ตื่นมาแล้ว คิดในใจว่าเดี๋ยวจะอาบน้ำรีบไปทำงานดีกว่า นั่นก็คืออกุศลแล้ว เพราะคุณคิดถึงสิ่งที่คุณต้องการจะทำ

ถ้าหากทุกๆสิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวันคือความคิดอกุศล แล้วความคิดแบบกุศลคืออะไร

คิดแบบกุศลคือความคิดที่ไม่อยากได้ใคร่มี ไม่มีกิเลสใดๆ คิดแต่จะเป็นผู้ให้  คิดแต่จะทำเพื่อคนอื่น อย่างพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทุกๆพระองค์ ที่คิดแต่จะเผยแผ่หนทางดับทุกข์ให้แก่ทุกคน

ดังนั้น การกระทำใดๆที่มีความอยากอยู่ ยังไม่ใช่กุศลกรรมแท้จริง แม้กระทั่งคิดว่า อยากไปทำบุญจัง อยากไปนั่งสมาธิในวัดเงียบๆให้ใจสงบ อันนี้ก็ไม่ใช่กุศลแท้ๆ ถามว่าทำแล้วได้บุญไหมถ้าทำไปเพื่ออยากจะได้ผลบุญ ตอบว่า ได้ แต่ว่าบุญถูกลดทอนไปมาก เพราะไม่ได้ให้จากใจที่เป็นกุศลจริงๆ

ดังนั้นที่เราเคยคิดว่าเราจะนั่งสมาธิเพราะทราบมาว่าทำแล้วได้บุญมากสุดจะได้ส่งบุญอโหสิกรรมให้แก่ท่านทั้งหลายไม่ว่าเจ้ากรรมนายเวรหรือเทวดา บุญที่พวกท่านเหล่านั้นได้รับจากเรา คงจะถูกลดทอนไปมากเพราะความไม่รู้ของเรานี่เอง

หลังจากได้รู้แบบนี้แล้วเราจึงปรับมุมมองตัวเองใหม่ว่า การนั่งสมาธิ คิอการทำจิตให้ว่างและไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆทั้งสิ้น ไม่มีความอยาก ไม่มีกิเลส ไม่คาดหวังถึงผลบุญที่จะได้รับ(จริงๆเราก็ยังเป็นบ้าง คือ ไม่คิดถึงผลบุญที่จะได้รับ แต่ก็คิดอยากให้บุญนี้ส่งถึงทุกๆท่านที่เรามีโอกาสจะให้ได้ แสดงว่าจิดเรายังไม่บริสุทธิ์ 100% แต่ก็ยังดีกว่าแต่ก่อน เพราะอย่างน้อยได้รู้ถึงวัตถุประสงค์แท้จริงและประโยชน์ของการทำสมาธิว่าทำเพื่อตัดกิเลสให้ได้แม้เพียงชั่วครู่)

ทุกวันนี้ยังไม่สามารถนั่งสมาธิเกิน 5-10นาทีได้ แล้วยังนั่งแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งอีก (แต่ยังกล้ามาเล่าเนอะ :D)แต่ก็จะพยายามต่อไปเพราะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้รู้ถึงความหมายและประโยชน์แท้จริงของสมาธิ

อ้อ เสริมอีกนิด คำว่าวิปัสสนากรรมฐานในความหมายของคนทั่วไปก็คือนั่งสมาธิ แต่ว่าจริงๆคำว่ากรรมฐาน(เฉยๆ)เคยดูหลวงพ่อจรัญ ท่านว่ากรรมฐานคือการมีสมาธิกับงานที่ทำอยู่ มีสติทุกขณะจิต เพียงแค่นั้นก็เป็นบุญแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปหาที่สงบที่วัดเพื่อจะนั่งวิปัสสนากรรมฐานก็ได้หากว่าคุณคิดว่าคุณไม่มีเวลา เพราะกรรมฐานทำได้ทุกวันในชีวิตประจำวัน

วันหลังจะมาเขียนใหม่ อ่านอะไรมาจะมาแชร์ค่ะ :)มีความสุขที่ได้เขียน




Create Date : 15 กรกฎาคม 2555
Last Update : 17 กรกฎาคม 2555 16:12:06 น. 25 comments
Counter : 12561 Pageviews.

 

สังคมสมัยนี้สิ่งเร้าเยอะมาก
..การทำให้จิตว่าง.
.แค่ห้านาทีก็ถือว่าได้บุญมากแล้วค่ะ..



โดย: ขึ้น15ค่ำ วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:23:21 น.  

 
สมาธิ ทำให้จิตว่าง...ว่างจากกิเลสดังที่กล่าวมาถูกต้องแล้วครับ
ที่บอกว่าได้บุญ เพราะเกิดปัญญารู้แจ้งเห็นตามจริง
ในความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป (พิจารณาสติปัฏฐาน)
แรกๆ อาจจะกระเพื่อมบ้าง
พอทำต่อเนื่องไปสักพักจิตจะนิ่งเป็นอัตโนมัติเอง
เมื่อเรารู้ในอริยสัจ กิจวัตร การกระทำก็จะไปแต่ในทางกุศล
จึงเป็นจุดเริ่มแห่งบุญมหาศาล...
ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปครับ


โดย: Nirvanastream.com IP: 171.97.139.61 วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:3:13:00 น.  

 
ขอโทษนะคะ ตัดแปะข้อความมาจาก word เว้นวรรคเพี้ยนหมดทำให้อ่านยาก เดี๋ยวไปแก้ไขก่อน


โดย: L.I.R.A. วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:9:33:10 น.  

 
ตามความเห็นของผม การนั่งสมาธิได้บุญมาก เพราะ
เมื่อจิตเป็นสมาธิ จิตก็ผ่องใสเป็นบ่อเกิดแห่งภาวนามยปัญญาได้ แม้ว่าจะยังไม่เกิดขณะนั้นแต่ก็เป็นสภาวะที่ทำให้เกิดได้ง่าย

บุญที่สุดของศาสนาพุทธคือการที่พ้นจากทุกข์ทั้งมวล หรือนิพพาน การทำสมาธิเป็นการทำให้จิตเข้าใกล้สภาวะนิพพานมากขึ้นดังนั้นจึงมีบุญมากกว่า การให้ทาน หรือรักษาศีล และบุญจะมากขึ้นไปอีกเมื่อคุณสามารถใช้สมาธิที่มีต่อยอดเป็นปัญญาญาณ หรือวิปัสสนาได้


โดย: ศาลาลอยน้ำ IP: 202.167.250.67 วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:9:35:53 น.  

 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแชร์ความเห็นค่ะ :)


โดย: L.I.R.A. วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:13:02:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ไม่ได้คุยกันนานมากๆ เลยเน๊าะ ห่างหายกันเป็นปีๆ แต่ว่าเห็นชื่อล็อกอิน
เลยเข้ามาทักทายกันสักหน่อยจ้ะ

สำหรับเรื่องของการนั่งสมาธิ ... อยากบอกว่าเคยนั่งเหมือนกันค่ะ
เรียกว่าสั้นๆ แต่ว่าระยะเวลานั้นคงไม่สำคัญถ้าหากว่าทำแล้วเรานิ่งได้น๊า

ตอนนี้หาโอกาสทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ว่าถ้ามีโอกาสก็ไม่ลืมเหมือนกันค่ะ
เพราะถือว่าเราไม่ได้ทำเพื่อใครเลยแต่เพื่อตัวเองล้วนๆ เลยค่ะ



โดย: JewNid วันที่: 16 กรกฎาคม 2555 เวลา:17:38:17 น.  

 
ขอบคุณที่นำข้อความดีๆมาแชร์นะคะ เข้าใจขึ้นเยอะเลยคะ


โดย: JingJai123 วันที่: 17 กรกฎาคม 2555 เวลา:1:36:06 น.  

 
JewNid ดีใจที่ได้เจอกัน(ทางบล็อก)อีกจ้า เงื่อนไขชีวิตเปลี่ยนเนอะ เราก็ไม่ได้เข้า blog เป็นปีๆละ จนมาอ่านหนังสือธรรมะ ฟังธรรมะ เกิดความรู้สึกอยากแชร์ขึ้นอีกครั้ง(แต่ไม่ขยันเท่าตอนสาวๆที่เข้ามารีวิวหนังสือด้วย แหะๆ) JewNid สบายดีเนอะ

ขอบคุณคุณ JingJai123 เช่นกันที่เข้ามาอ่านและตอบทำให้คนเขียนมีกำลังใจค่ะ


โดย: L.I.R.A. IP: 85.238.140.12 วันที่: 17 กรกฎาคม 2555 เวลา:9:33:17 น.  

 
สาธุด้วยครับ


โดย: nuyect วันที่: 17 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:53:33 น.  

 
ทำไมนั่งสมาธิ ถึงได้บุญมาก....
เพราะ จิตไม่ได้คิด อกุศล กายไม่ได้ผิดศีล และถ้าเกิดปัญญาให้เห็นการเกิด - ดับ ของขันธ์ทั้ง 5 ..
นี่คือการหลุดพ้นจากทุกข์


โดย: พุทธวจน IP: 115.87.35.187 วันที่: 18 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:44:34 น.  

 
สวัสดีค่ะ เห็นหัวข้อเลยตามเข้ามาอ่าน เคยสงสัยเหมือนกันค่ะ ว่านั่งสมาธินิ่งๆแล้วได้บุญ จากตรงไหน ตอนนี้รุ็จากหลายๆทาง เริ่มจะเข้าใจนิดๆแล้วค่ะ ขอบคุณที่นำมาให้อ่านนะคะ มีความสุขนะคะ


โดย: รับสุข วันที่: 19 กรกฎาคม 2555 เวลา:11:34:34 น.  

 
เข้าใจขึ้นมากเลยคะ ขอบคุณมากๆนะคะ..สาธุ


โดย: สบายใจ IP: 115.87.131.15 วันที่: 16 ตุลาคม 2555 เวลา:8:35:00 น.  

 
สาธุครับผม สงสัยมานานตอนนี้กระจ่างแล้วครับ


โดย: นนท์ IP: 110.169.244.149 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:38:25 น.  

 
สาธุ.. ไม่เคยรู้มาก่อน ตอนนี้พอเข้าใจแล้วครับ
ขอบคุณครับ


โดย: Guy IP: 110.168.40.244 วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:19:45:12 น.  

 
สาธุนะค่ะ


โดย: นก IP: 49.49.201.103 วันที่: 1 มกราคม 2556 เวลา:9:15:16 น.  

 
ก็อยากแชร์บ้างว่า ตัวเองก็นั่งสมาธิเป็นประจำ ก็เป็นลูกศิษย์
ของหลวงพ่อจรัญเหมือนกัน อยากจะเชิญชวนให้คนไทยเข้า
ถึงพุทธศาสนาให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ อย่ายึดติดกับวัตถุให้มาก
นัก เพราะยุกต์ใหม่นี้ จะยึดติดกับสิ่งที่สังคมไทยเฮอ ๆ กันมันทำ
ให้จิตใจไม่บริสุทธิ์ มันจะมีแต่ความโลภเข้ามาครอบงำและเกิด
ปัญหากันแกร่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน ต่าง ๆ นา ๆ ปัญหาก็มีไม่เว้น
แต่ละวัน ก็อยากให้คนไทยอยู่กันอย่างสงบสุข เสมือนเป็นเมือง
ที่นับถือพุทธศาสนา เด็กรุ่นใหม่ไม่เคารพผู้ใหญ่ และรุ่นต่อไป
จะเป็นยังไงกัน.......


โดย: ธัญญพัทธ์ ผลเจริญพูนชัย IP: 101.108.204.3 วันที่: 21 มีนาคม 2556 เวลา:11:37:53 น.  

 
วันก่อนได้มีโอกาศไปนั่งสมาธิที่ป่าช้าเป็นครั้งแรกในชีวิต นั่ง2ชั่วโมงความมืดทำให้เรากลัว กลัวที่สุดในชีวิต ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา พอผ่านตรงนั้นมาได้ ก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่รู้ไปกลัวมันทำไม ครั้งที่2ก็ยังกลัวอยู่แต่ว่ากลัวน้อยกว่า ครั้งที่3ยังไม่ลองที สรุปแล้วไม่รู้กลัวอะไร กลัวทำไม ขำตัวเอง หัวเหราะตัวเอง นี่คือปรากฏการณ์ในชีวิต มาเล่าสู่กันฟัง


โดย: ศิต หวังวงค์วิวัฒน์ IP: 113.53.77.6 วันที่: 29 มีนาคม 2556 เวลา:11:08:27 น.  

 
มานั่งสมาธิกันเยอะๆนะครับ
ตัดกิเลส

ตัดสิ่งที่เข้ามากระทบ
หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เสียง กลิ่น รส สัมผัส สิ่งที่เข้ามากระทบใจ

ยกจิตรให้สูงขึ้นอย่างตกไปอยู่ในอบายภูมิ
ยิ่งนั่งจิตรยิ่งสงบ จิตรยิ่งหลุดพ้นจากความทุกข์
เมื่อจิตรหลุดพ้น ก็ไปสู่นิพพานได้ ไม่ต้องกลับมาเกิดใหม่อีกต่อไป


โดย: ยอด IP: 27.55.135.59 วันที่: 23 เมษายน 2556 เวลา:18:23:58 น.  

 
อนุโมทนา สาธุ


โดย: ปู IP: 115.67.2.54 วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:8:58:00 น.  

 
ขอบคุณครับ เข้าใจมากขึ้นเลยครับ สาธุครับ


โดย: เขต IP: 118.172.209.36 วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:14:35:50 น.  

 
อนุโมทนาสาธุครับ ยังไงก็ตั้งใจนั่งสมาธิต่อไปเรื่อยๆนะครับ :)


โดย: นัท IP: 110.171.166.93 วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:12:20:05 น.  

 
ขอบคุณครับ สาธุ


โดย: อธิป ทรายเผื่อน IP: 49.230.144.190 วันที่: 26 มีนาคม 2557 เวลา:23:46:48 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ตอนนี้กระจ่างแล้วค่ะ


โดย: เกษ IP: 49.230.187.70 วันที่: 3 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:16:48 น.  

 
ยังเหลืออีกนิดหนึ่งนะ จิตว่างตอนนั่ง พอลุกแล้วก็ต้องมีกิจกรรมการดำรงชีวิตอยู่ดี หากไม่มีกิเลสแล้วจะหาเงินทำงานได้หรือ

ฉันเข้าใจว่า การนั่งสมาธินั้นหากไม่มีความเชื่อและไม่มีหัวใจนอบน้อมแก่พระพุทธเจ้าจริงๆ ไม่สามารถหยุดกิเลสของตัวเองได้ จิตว่างแล้วจะเกิดปัญญานั้นหากเราไม่มีใจจะอยากเรียนรู้เรื่องธรรมจริงๆ คงเกิดยาก อย่างดีก็แค่นิมิต หรือมโนภาพเอาเองเท่านั้น
(ต้องการผู้แนะนำและอธิบายให้ละเอียดกว่านี้หรือลึกกว่านี้จะได้ไหมคะ


โดย: เกษ IP: 49.230.184.31 วันที่: 3 พฤษภาคม 2557 เวลา:23:22:40 น.  

 
สมาธิน่าเปนจุดเบื้องต้นให้หยุดคิดไปข้างนอก แล้วเอาความคิดอยู่กับตัวการเอามาอยู่กับตัวไม่รู้จะไปดูตัวเราตรงใหนให้หยุดคิดเร็วขึ้น จึงตามลมหายใจเอา ว่า เออ นี่หายใจเข้านะยาวๆๆนะ เออนี่ลมหายใจออกสั้นๆนะก็กำกับอยู่เท่านี้จิตไม่ส่ายนนะท่าน พอจะนึกออกไปข้างนอกก็เอาเข้ามายังลมหายใจเช่นเดิม น่าเปนเช่นนี้น้อ...พอจิตว่างก็เปนสมาธิไม่ยินดียินร้ายอยากอยู่ในห้วงเช่นนี้นานประมาณนั้นะท่าน พอถอนออกจากสมาธิเมื่อใดก็แผ่เมฆตาน่าเป็นเช่นนั้น ท่านอื่นเห็นอย่างไรน้อ


โดย: คนหรือมนุษย์ IP: 171.98.221.218 วันที่: 15 ตุลาคม 2558 เวลา:17:28:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

L.I.R.A.
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
เต็มที่ ในสิ่งที่ตัวเองทำ


[Add L.I.R.A.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.