50/50 ... ไม่ตายก็รอดวะ


ครั้งนี้ขอเลือกหยิบหนังเรื่องโปรดที่ได้ดูในระยะที่ห่างหายไปนั่นคือ เรื่อง 50/50 หรือชื่อไทย ... ไม่ตายก็รอดวะ ที่เป็นชื่อไทยที่ลงตัวและได้ความหมายตามตัวหนังจริงๆ

50/50 เล่าเรื่องราวความเป็นความตายของAdam (Joseph Gordon-Levitt พระเอกหนุ่มจากเรื่อง500 Days of Summer) หนุ่มวัย 27 ปีที่ใส่ใจสุขภาพและรักตัวเองเป็นอย่างดี ดังเช่นการไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ข้ามถนนตามสัญญาณไฟหรือกระทั่งเลือกที่จะไม่ขับรถเพราะกลัวอุบัติเหตุ ชีวิตของเค้าดำเนินไปตามแบบแผนมีหน้าที่การงานที่ดี มีแฟนสาวที่หมายมั่นจะแต่งงานกันรวมไปถึงการมีเพื่อนรักที่ไปไหนไปกัน ... หากแต่โชคชะตาเราไม่ได้เป็นคนกำหนดทั้ง100% เพราะ อีก 50% นั้นมาจากชะตาฟ้าเป็นผู้กำหนด ... ชายหนุ่มเข้ารับการตรวจจากอาการปวดหลังเรื้อรังแล้วก็ต้องพบข่าวร้ายว่า เขาป่วยเป็นมะเร็งที่ไขสันหลัง ...

เป็นเรื่องธรรมดาโลก เมื่อพบว่ามีมะเร็งร้ายอยู่กับตัว ย่อมเกิดอาการขวัญเสียเพราะก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเจ้าโรคร้ายนี้ มีอัตราผู้ป่วยที่เสียชีวิตสูงที่สุดในโลก

Adam เลือกบอกเพื่อนรักและแฟนสาว ก่อนที่จะนำข่าวร้ายนี้ บอกกล่าวแก่ครอบครัวนั่นก็คือ แม่ของเขา (รับบทได้โดดเด่น และยอดเยี่ยมโดย Anjelica Huston) หนังเปิดเผยให้เห็นความเหินห่างกันระหว่าง Adam กับครอบครัว เพราะความรู้สึกถึงความเป็นคนนิสัยขี้โวยวายจู้จี้เกินเหตุของผู้เป็นแม่ ที่ต้องดูแลพ่อของเขาที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์

เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้งไม่หนำใจเรื่องเลวร้ายประดังมาพร้อมๆกัน เมื่อแฟนสาวคนสวยที่แสนดีผู้อยู่เคียงข้างเมื่อทุกข์จากโรคร้ายแท้จริงแล้ว เธอซ่อนพฤติกรรมนอกใจมานานหลายเดือน ...ช๊อคกันเข้าไปอีก

และการเดินทางครั้งใหม่กับโลกใบใหม่ ภายใต้โรคร้ายที่เกาะกินตัวและหัวใจก็เริ่มขึ้น หนังค่อยๆ พา Adamไปสัมผัสกับประสบการณ์บนโลกใบใหม่ที่เขาเพิ่งก้าวเดินผ่านพ้นมา

เขาเองก็ได้รู้จักและเรียนรู้มิตรแท้รอบข้างก็ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น Kyle เพื่อนสนิทจอมฮาที่ฉากหน้าเหมือนไม่แคร์ว่าเพื่อนป่วยด้วยโรคร้าย หากแต่นั่นคือวิธีการแสดงออกในแบบของเพื่อนตายที่เข้าใจและห่วงใยจากใจจริง,สองเพื่อนใหม่ที่พบกันตอนทำครีโมบำบัด, จิตแพทย์สาวฝึกหัดแสนสวยที่เพิ่งเลิกรากับแฟนหนุ่ม ผู้มุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูกำลังใจแก่ Adam มากเกินกว่าแค่เพียงคนไข้และการรับรู้ได้ถึงความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความจู้จี้ขี้บ่น ของผู้เป็นแม่

บทภาพยนตร์ผ่านการรังสรรค์โดยWill Reiserจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ไม่แปลกใจที่หนังจะนำเสนอออกมาอย่างสมจริงไม่ว่าจะเป็นลำดับขั้นปฏิกิริยาทางสภาวะอารมณ์ของผู้ป่วยโรคร้าย ที่ไล่ตั้งแต่ ..เฉยๆ เพราะยังช๊อค, แสร้งว่าไม่เป็นไร, พอนานเข้าเริ่มนอยด์, หดหู่, แปรปรวน และไปจนที่สามารถพูดถึงความตายเป็นเรื่องคล่องปาก

หนังมาพร้อมสัดส่วนความสะเทือนใจและความสดใสแบบ50/50 ตามชื่อเรื่อง ฉากสะเทือนอารมณ์และโดนใจหากใครเคยประสบกับเหตุการณ์เช่นเดียวกับ Adam คงพาลต่อมน้ำตาแตกทั้งฉากการเข้ารับการบำบัดอย่างเดียวดาย ไม่มีคนรักมาคอยให้กำลังเช่นเคย,ความว่างเปล่า เปลี่ยวเหงาและหมดกำลังใจสำหรับชีวิตคนป่วยที่คล้ายต้องเผชิญโรคร้ายลำพัง,ความวิตกจริตหวาดกลัวโชคชะตา จนต้องระเบิดอารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ...ไหนจะความรู้สึกกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกกับการได้ยินคำพูดปลอบใจแบบขอไปทีของผู้คนรายรอบ ... เอาตรงๆ ยิ่งฟังมันยิ่งปวดร้าวมากกว่าเดิม

สำหรับสัดส่วนความสดใสอยู่ตรงคาแรกเตอร์ของ Kyle เพื่อนตัวอ้วน ที่วันๆเอาแต่หมกมุ่นกับเรื่องบนเตียง และปฏิบัติกับ Adam เหมือนเช่นปกติคล้ายไม่ใส่ใจว่าเพื่อนป่วยเป็นโรคร้าย ไม่เคยมีคำพูดดีๆ มาปลอบใจ แต่เชื่อเถอะว่าเพื่อนประเภทนี้ คือ เพื่อนที่จริงใจและปรารถนากับเราอย่างที่สุดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อนคนนี้พร้อมอยู่ข้างๆเราเสมอ

นอกจากนั้นตัวละครที่น่าสนใจอื่นๆ ก็ขึ้นจอแบบสมจริง ทั้ง Katherine (รับบทได้น่ารักโดยAnna Kandrick) จิตแพทย์ฝึกหัด ที่ไม่เพียงแต่จะเข้ามารักษาแผลใจให้กับ Adamเท่านั้นแต่เธอเองก็ได้รับการเยียวยาไปพร้อมๆกัน กับรักครั้งเก่าของเธอที่จบลงและก็เหมือนพฤติกรรมคนเราสมัยนี้ คือ แม้จะรู้ว่าเจ็บ แต่ก็มิวายยังจะแอบไปส่อง Facebookแฟนเก่าทุกวี้ทุกวันว่าหลังจากเลิกราไป เขากำลังเริงรื่นอยู่กับใครที่ไหนอย่างไร ...

สำหรับบทแม่ของ Adam นำเสนอได้อบอุ่นและสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของลูกกับแม่ที่ห่างเหินกันไปด้วยความไม่เข้าใจแม้จะรักและห่วงใยกันอยู่ก็ตาม ...

จังหวะการเล่าเรื่องของหนังก็เป็นไปตามบท คือ เล่าเรื่องไปตามลำดับความเป็นจริงของพฤติกรรมคน ให้ค่อยๆซึมซับสัมผัส และเรียนรู้กันไป อารมณ์โดยรวมเป็นความหดหู่ที่แฝงทัศนคติในแง่ดีเข้ามาเบาๆและไม่ฟูมฟาย บีบคั้นให้เราต้องเค้นน้ำตา แต่เมื่อถึงวินาทีที่ต้องโศกเชื่อเถอะว่า คนดูก็พร้อมจะเสียน้ำตาให้แบบไม่ต้องพยายาม

สุดท้ายหนังก็จบลงแบบทิ้งความหวังเอาไว้ ว่าตราบใดที่ชีวิตเรามีแต่ต้องเดินหน้าเมื่อเจอปัญหา นั่นคือบททดสอบ ขอให้สู้ และมองอย่างเข้าใจแล้วเราจะสามารถฝ่าฝันมันไปได้ในที่สุด .... ยิ้มไว้โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง ...

จัดเต็มสำหรับหนังที่บอกเล่าเรื่องร้ายๆได้อย่างสวยงามที่สุดเรื่องนี้ ... A+




Create Date : 04 สิงหาคม 2555
Last Update : 4 สิงหาคม 2555 16:14:18 น.
Counter : 764 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

sixthsense
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่ Blog ของกอล์ฟนะครับ ... ตั้งใจจะใช้พื้นที่ตรงนี้ในการเผยแพร่งานเขียนของตัวเอง น้อมรับทุกคำติชมครับ
สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
7
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog