Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
15 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 

สูตรน้ำผลไม้พร้อมสรรพคุณ

น้ำฝรั่ง
ส่วนผสม
     ฝรั่งแก่จัด (หันชินเล็ก ๆ) 30 กรัม (2 ช้อนคาว)
     น้ำต้มสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว)
     น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
     เกลือป่นเล็กน้อย 2 กรัม (2/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
 
    เลือกฝรั่งที่แก่จัด ล้างน้ำสะอาด ฝานเฉพาะเนื้อชิ้นเล็ก ๆ
นำใส่เครื่องปั่น เติมน้ำสุก ปั่นจนละเอียด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
เติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นเล็กน้อย ชิมรสตามใจชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ 
   คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
และมีสารเบต้า-คาโรทีน ช่วยลดสารพิษในร่างกาย
ทั้งยังป้องกันไม่ให้ไขมันจับที่ผนังหลอดเลือด
ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดแข็งตัว
     คุณค่าทางยาช่วยลดระดับไขมันในเลือด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วย เส้นเลือดอุดตัน

น้ำมะขาม
ส่วนผสม
     เนื้อมะขามสด หรือเปียก 20 กรัม (2 ฝักใหญ่)
     น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว)
     เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5ช้อนชา)
     น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว)
วิธีทำ
     นำมะขามสดไปลวกในน้ำต้มเดือด ตักขึ้นแกะเอาแต่เนื้อมะขาม นำไป ต้มกับน้ำตามส่วนผสม
ให้
เดือด เติมน้ำเชื่อม เกลือ ชิมรสตามชอบ แต่ถ้าใช้มะขามเปียก
ควรแช่น้ำไว้สัก 1/2 ชั่วโมง เพื่อให้มะขามเปียก เปื่อยยุ่ยออกมารวมกับน้ำ
ก่อนนำไปต้มจนเดือด แล้วปรุงด้วยน้ำเชื่อม และเกลือ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
     คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมช่วย บำรงกระดูก รวมทั้งแก้กระหายน้ำ
     คุณค่าทางยาช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการ ขับถ่ายได้ดี ลดอาการโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

น้ำสับปะรด
ส่วนผสม

     น้ำสับปะรด 240 กรัม (1/4 ผลใหญ่)
     น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
     เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
     นำสับปะรดล้างให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วล้างอีกครั้ง คั้นเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อม เกลือ ชิมรสตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
     คุณค่าทางอาหาร มีแคลเซียม และฟอสฟอรัสมากช่วยบำรุงกระดูก และฟันรองลงมามีวิตามินซีช่วยป้องกันโรคเลือด ออกตามไรฟัน
     คุณค่าทางยาช่วยย่อยอาหาร ลดอาการแน่นท้อง ลดอาการ อักเสบ บวม ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ ช่วยขับ เสมหะ

น้ำส้ม
ส่วนผสม

     ส้มเขียวหวาน 220 กรัม (3 ผลขนาดกลาง)
     เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
     นำส้มมาล้างเปลือกให้สะอาดใช้มีดผ่าขวางลูก คั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือ ตักเอาเมล็ดออก ชิมรสตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
     คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอมาก ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี ช่วยบำรุง กระดูก และ ฟัน
     คุณค่าทางยาป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตาม ไรฟัน

น้ำกระเจี๊ยบ
ส่วนผสม

     ดอกกระเจี๊ยบสด/แห้ง 20 กรัม (5 ดอก)
     น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว)
     น้ำเปล่า 200 กรัม (14 ช้อนคาว)
     เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนคาว)
วิธีทำ
 
   1 เอาดอกกระเจี๊ยบสดหรือแห้งก็ได้ ล้างน้ำทำความสะอาดนำใส่หม้อ
ต้มจนเดือด แล้วลดไฟลงอ่อน ๆ เคี่ยวเรื่อย ๆ จนน้ำเป็นสีแดง จนเข้มข้น
     2. เอาดอกกระเจี๊ยบขึ้นจากหม้อต้ม แล้วเอาน้ำเชื่อมและเกลือใส่ลงไป ปล่อยให้น้ำกระเจี๊ยบเดือด 1 นาที ก็ยกลง ชิมรสตามใจชอบ
 
   3. เอาขวดแม่โขงมาล้างทำความสะอาด ต้มในน้ำเดือด 20 นาที นำ
น้ำกระเจี๊ยบแดงมากรอก แล้วปิดจุกให้แน่น เก็บไว้ได้นาน (ควร แช่ในตู้เย็น)

     หรืออีกวิธีหนึ่ง นำดอกกระเจี๊ยบมาตากแห้ง แล้วนำมาบดเป็นผง
นำผงกระเจี๊ยบครั้งละ 1 ช้อนชา ชงในน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิกรัม )
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
     คุณค่าทางอาหารให้วิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยบำรุงสายตารอง ลงมามีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
     คุณค่าทางยาช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต เป็นยาระบาย อ่อนๆ และช่วยแก้อาการกระหายน้ำ

น้ำใบบัวบก
ส่วนผสม

     ใบบัวบก 10 กรัม (หั่น 5 ช้อนคาว)
     น้ำเชื่อม 15 กรัม (2 ช้อนคาว)
     น้ำเปล่าต้มสุก 240 กรัม (16 ช้อนคาว)
วิธีทำ
 
   นำใบบัวบกล้างให้สะอาด นำไปใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำครั้งส่วน ปั่นให้
ละเอียด กรองเอาแต่น้ำ ใส่น้ำที่เหลือ กั้นน้ำให้แห้ง
นำน้ำที่ได้ใส่น้ำเชื่อม ชิมรส ตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
 
   คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ สูงมาก ช่วยบำรุงสายตา และสาร
แคลเซียมมากเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 1 สูงกว่าผักหลาย ๆ ชนิด
 
   คุณค่าทางยาช่วยแก้ช้ำใน ทำให้หายฟกช้ำได้ดี แก้ร้อนในกระหาย น้ำ
ลดอาการปวดศีรษะข้างเดียว บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย
เมื่อยล้าได้ดี แก้ความดันโลหิตสูง ถ้าดื่มทุกวันเพียง 1
สัปดาห์ความดันโลหิต ที่สูงจะลดลง นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง
ลดการอักเสบและ รักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต
ทำให้ เลือดแข็งตัวเร็ว ช่วยขับปัสสาวะ

น้ำขิง
ส่วนผสม

      ขิงสด 15 กรัม (ขนาด 1” x 15” 5 ชิ้น)
     น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
     น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว)
วิธีทำ
 
   นำขิงมาปอกเปลือกล้างให้สะอาดหั่นเป็นแว่นใส่หม้อใส่น้ำ ตั้งไฟต้ม
น้ำจนเดือดสักครู่ยกลง กรองเอาขิงออก ใส่น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ
หรืออีกวิธีหนึ่ง ใช้เหง้าขิงแก่ฝนกับน้ำมะนาว ใช้กวาดคอ หรือใช้
เหง้าขิงสดตำผสมน้ำเล็กน้อย นั้นเอาน้ำและใส่เกลือนิดหน่อยใช้จิบบ่อย ๆ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
 
   คุณค่าทางอาหาร พรั่งพร้อมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น
มีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และยัง
มีสารเบต้า-แคโรทีนอีกด้วยซึ่งช่วยต้านโรคมะเร็ง
     
คุณค่าทางยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม และขับเสมหะ แก้อาการ คลื่นไส้
อาเจียน เมารถเมาเรือ ช่วยเจริญอาหาร
กินข้าวได้นอกจากนั้นยังลดการจับตัวของลิ่มเลือด
ช่วยย่อยอาหารโดยเพิ่มการหลั่งน้ำดีและน้ำย่อย ต่าง ๆ
ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

น้ำตะไคร้
ส่วนผสม

     ตะไคร้ 20 กรัม (1 ต้น)
     น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
     น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนคาว)
วิธีทำ
 
   นำตะไคร้มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนสั้น ทับให้แตก ใส่หม้อต้มกับ
น้ำให้เดือดกระทั่งน้ำตะไคร้ออกมาปนกับน้ำจนเป็นสีเขียว สักครู่จึงยกลง
กรองเอาตะไคร้ออก เติมน้ำเชื่อมชิมรสตามชอบหรืออาจเอาเหง้าแก่ที่อยู่ใต้ดิน
ล้างให้สะอาด ฐานเป็นแว่นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ พอเหลือง ชงเป็นชา ดื่มวันละ 3
ครั้ง ๆ ละ 1 ถ้วยชา จะช่วยขับปัสสาวะให้สะดวก
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
 
   คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยัง
แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วย เพิ่มกลิ่นหอมให้กับอาหาร
 
   คุณค่าทางยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด ขับ ปัสสาวะ
ขับเหงื่อได้ดีช่วยลดพิษของสารแปลก ปลอมในร่างกาย
รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิต

น้ำใบตำลึง
ส่วนผสม

     ใบตำลึง 20 กรัม (หัน 10 ช้อนคาว)
     น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว)
     น้ำมะนาว 10 กรัม (2 ช้อนชา)
     น้ำต้มเปล่าสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว)
     เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนคาว)
วิธีทำ
 
   นำใบตำลึงมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นใส่เครื่องปั่น ใส่น้ำต้มครึ่งหนึ่ง (7
ช้อนคาว) ปั้นให้ละเอียด นำไปกรอง ใส่น้ำที่เหลือนั้นเอาแต่น้ำ
นำน้ำทีได้ไปใส่เกลือ น้ำมะนาว น้ำเชื่อม ชิมรสตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
 
   คุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินเอสูงมาก ซึ่งช่วยบำรุงสายตา มี
แคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูก และ วิตามินซี
ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
     คุณค่าทางยานำใบมาตำให้ละเอียด แก้อาการแพ้ อาการอักเสบ แมลงกัดต่อย ช่วยป้องกันโลหิตจาง โรคมะเร็ง และหัวใจขาดเลือด

น้ำมะเขือเทศ
ส่วนผสม

     มะเขือเทศ 50 กรัม (1 ผลใหญ่)
     น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนคาว)
     น้ำเปล่าต้มสุก 200 กรัม (14 ช้อนคาว)
     เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
      นำมะเขือเทศล้างให้สะอาดหั่นให้ชิ้นพอประมาณ ใส่ในเครื่องปั่น พร้อมน้ำเชื่อม เกลือ น้ำสุก ปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
     คุณค่าทางอาหาร มีเบต้า-คาโรทีน สูงมาก ช่วยต่อต้านมะเร็ง และ มีวิตามินซีมากเช่นกัน ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
     คุณค่าทางยาทำให้เกิดความสดชื่น แก้กระหายน้ำ ผิวพรรณ ผ่องใสช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้นช่วยฟอกเลือด และ ป้องกัน โรคมะเร็ง

น้ำมะนาว
ส่วนผสม

     น้ำมะนาว 30 กรัม (2 ช้อนคาว,1ผล)
     น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว)
     น้ำเปล่าต้มสุก 180 กรัม (12 ช้อนคาว)
     เกลือป่นเสริมไอโอดีน 2 กรัม (2/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
 
   นำมะนาวมาล้างเปลือกแล้วผ่าออก เอาเมล็ดมะนาวออกให้หมด คั้น เอาแต่น้ำ
ผสมกับน้ำ น้ำเชื่อม เกลือ คนให้เกลือละลาย ชิมรสตามชอบ
หรืออาจเอาเปลือกของผลสดประมาณครึ่งผลหรือทุบเล็กน้อยพอให้ น้ำมันออก
ชงน้ำร้อนดื่มเวลา มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
     คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีมากช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน
     คุณค่าทางยาช่วยขับเสมหะลดอาการไอ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน และช่วยขับลมในกระเพาะ แก้ท้องอืด ท้องเรื่องและอ่อนเพลีย

น้ำลูกเดือย
ส่วนผสม

     ลูกเดือยดิบ 50 กรัม (5 ช้อนคาว)
     น้ำตาลทฆราย 10 กรัม (2 ช้อนกาแฟ)
     น้ำเปล่า 250 กรัม (16 ช้อนคาว)
      เกลือป่นเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5ช้อนกาแฟ)
วิธีทำ
 
   นำลูกเดือยล้างให้สะอาด ใส่หม้อเติมน้ำตั้งไฟเคี่ยวจนลูกเดือยสุกเปื่อย
ใส่น้ำตาล เกลือปนใส่ในเครื่องปั่น ปั้นให้ละเอียด ชิมรสตามชอบ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
 
   คุณค่าทางอาหาร ให้ฟอสฟอรัสสูงมากช่วยบำรุงกระดูกรองลงมา
มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตาบำรุงธาตุ เป็นอาหาร สำหรับคนไข้ฟักฟื้น
ช่วยเจริญอาหาร
     คุณค่าทางยาชงเป็นยาเย็น ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน
บำรุงไต กระเพาะอาหาร ม้าม รวมทั้งบำรุงเลือดลมใน สตรีหลังคลอด
รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง

น้ำธัญพืช
 ส่วนผสม

      ข้าวแดงจากข้าวซ้อมมือ 2 กำมือ
      ข้าวเหนียวซ้อมมือ 2 กำมือ
     ข้าวสาลีเม็ด 1 กำมือ
     ข้าวบาร์เลย์ 1 กำมือ
     ข้าวฟ่าง 1 กำมือ
     ลูกเดือย 1 กำมือ
     ลูกบัว 1 กำมือ
     ข้าวโอ๊ต 1 กำมือ
     น้ำเปล่า 2 ลิตร
วิธีทำ
     1 นำลูกบัว ลูกเดือย ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่างมาต้มจนเดือด พอเดือดแล้วใส่ข้าวซ้อมมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ ข้าวแดง ตามลงไป
 
   2 ต้มต่อไปจนเดือดอีกครั้ง จากนั้นใส่ข้าวโอ๊ตเป็นส่วนสุดท้าย เดือด
แล้วปิดไฟ ปล่อยให้ข้าวต่าง ๆ นอนก้น แล้วตักแต่น้ำใส ๆ ดื่ม ร้อน ๆ
หรืออุ่น ๆ ก็ได้
      3. กากข้าวเอาไปทำข้าวต้มต่อ อาจเติมฟักทอง
มันเทศ หรือเผือกลง ไปก็ได้ ต้มจนข้าวเป็นยาง จึงยกลง (จากหนังสือ
“กูแน่”ของดร.สาทิส อินทรกำแหง)
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
     คุณค่าทางอาหาร ช่วยบำรุ่งร่างกาย และแก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้กินอาหารได้นอนหลับ
     คุณค่าทางยาช่วยป้องกันโรคเหน็บชา

น้ำดอกคำฝอย
ส่วนผสม

     ดอกคำฝอยแห้ง 2-5 กรัม (1 หยิบมือ)
     น้ำเดือด 150 กรัม (1 ถ้วยกาแฟ)
วิธีทำ
     1. เอาดอกคำฝอยใส่ในถ้วยกาแฟ เทน้ำร้อนลงไป
     2. เอาช้อนกาแฟคนให้เข้ากับน้ำร้อน จนกระทั่งน้ำเป็นสีแดงปนน้ำตาล สีจะเข้ม แล้วจิบดื่มช้าๆ
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
      คุณค่าทางยาลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วย ขับเหงื่อช่วยระบายอ่อนๆคนจีนใช้รักษาโรคหัวใจ และ หลอดเลือด

ราศีเกิดกับน้ำสมุนไพร
 
   ในทางโหราศาสตร์ได้จัดแบ่งราศีเกิดของคนเราตามการหมุนของดวง อาทิตย์ไว้
12 ราศี แต่ละราศีจะเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิตของแต่ละคน และมี
ผลต่อร่างกายของคนเราซึ่งประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุ
ลม และธาตุไฟ บุคคลแต่ละคนจะมีธาตุหนึ่งธาตุใดในร่างกายเด่นชัดออกมา
และจะแสดงออกเป็นบุคลิก นิสัย ใจคอ อารมณ์รวมทั้งพฤติกรรมการเลือก
บริโภคอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลได้ ซึ่งราศีเกิด
แต่ละคนสามารถพิจารณาจากวันเดือนเกิดของตัวเองได้ ดังนี้
ผู้ที่เกิดราศีเมษ ระหว่างวันที่ 13 เมย - 13 พค ราศีแกิดเป็น ธาตุไฟ
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีเมษ)
ผู้ที่เกิดราศีพฤษภ ระหว่างวันที่ 14 พค - 14 มิย ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีพฤษภ)
ผู้ที่เกิดราศีเมถุน ระหว่างวันที่ 15 มิย - 15 กค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม
(หรือผู้มีลัคMาอยู่ราศีเมถุน)
ผู้ที่เกิดราศีกรกฏ ระหว่างวันที่ 16 กค - 16 สค ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกรกฏ)
ผู้ที่เกิดราศีสิงห์ ระหว่างวันที่ 17 สค - 16 กย ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีสิงห์)
ผู้ที่เกิดราศีกันย์ ระหว่างวันที่ 17 กย - 16 ตค ราศีเกิดเป็น ธาตุดิน
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกันย์)
ผู้ที่เกิดราศีตุลย์ ระหว่างวันที่ 17 ตค - 15 พย ราศีเกิดเป็น ธาตุลม
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีตุลย์)
ผู้ที่เกิดราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 16 พย - 15 ธค. ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีพิจิก)
ผู้ที่เกิดราศีธนู ระหว่างวันที่ 16 ธค - 13 มค ราศีเกิดเป็น ธาตุไฟ
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีธนู)
ผู้ที่เกิดราศีมังกร ระหว่างวันที่ 14 มค - 12 กพ ราศีเกิดเป็นธาตุดิน
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีมังกร)
ผู้ที่เกิดราศีกุมภ์ ระหว่างวันที่ 13 กพ - 13 มีค ราศีเกิดเป็น ธาตุลม
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีกุมภ์)
ผู้ที่เกิดราศีมีน ระหว่างวันที่ 14 มีค - 12 เมย ราศีเกิดเป็น ธาตุน้ำ
(หรือผู้มีลัคนาอยู่ราศีมีน)

ธาตุดิน มักชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสฝาด รสหวานรสมันและ รสเค็ม
      -รสฝาด เช่น น้ำฝรั่ง น้ำมะตูม น้ำกระท้อน น้ำมะกอก น้ำมะขามป้อม น้ำลูกหว้า
      -รสหวาน เช่น น้ำแตงโม น้ำมะละกอ น้ำกล้วยหอม น้ำขนุน น้ำเงาะ น้ำน้อยหน่า น้ำละมุดฝรั่ง น้ำลำใย น้ำอ้อย
      -รสมัน เช่น น้ำกระจับ น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง น้ำแห้ว
      -รสเค็ม เช่น เกลือ

ธาตุน้ำ มักจะชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รสขม
 
    - รสเปรี้ยว เช่น น้ำมะขาม น้ำมะนาว น้ำกระเจี๊ยบแดง น้ำมะยม น้ำส้มโอ
น้ำมังคุด น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำส้มเขียวหวาน น้ำลังสาด น้ำลิ้นจี่
น้ำเชอรี่ น้ำองุ่น น้ำชมพู่ น้ำทับทิม น้ำพุทรา น้ำสตอเบอรี่ น้ำมะขวิด
น้ำมะปราง น้ำมะเฟือง น้ำมะไฟ น้ำมะม่วง
      - รสขม เช่น น้ำมะระขี้นก น้ำเห็ดหลินจือ น้าใบบัวบก

ธาตุลม มักจะชอบดื่มน้ำผักผลไม้ที่มีรสเผ็ดร้อน
      -รสเผ็ดร้อน เช่น น้ำกระเพราแดง น้ำขิง น้ำตะไคร้

ธาตุไฟ มักชอบดื่มน้ำผักและผลไม้ที่มีรสหอมเย็น (สุขุม) รสจืด
      -รสหอมเย็น (สุขุม) เช่น น้ำลูกเดือย น้ำเม็ดแมงลัก น้ำอาร์ซี น้ำแตงไทย น้ำมะพร้าว น้ำรากบัว น้ำลูกจาก น้ำลูกตาลอ่อน
      - รสจืด เช่นน้ำผักคะถ้าน้ำผักตำลึงน้ำแตงกวา น้ำคึ่นช่าย น้ำดอกคำฝอย น้ำว่านหางจระเข้ น้ำกระหล่ำปลี น้ำผักกวางตุ้ง

สรุป
ไม่ว่าจะเกิดราศีใดก็ตามไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำสมุนไพรเฉพาะธาตุ
ราศีเกิดของตัวเองเท่านั้น แต่ควรดื่มน้ำสมุนไพรรสชาติอื่น ๆ ด้วย เพราะถ้า
หากเราดื่มน้ำสมุนไพรตามธาตุหนึ่งธาตุใดน้อยหรือมากเกินไป จะทำให้
ร่างกายเกิดการเจ็บป่วยได้เช่นกัน ดังนั้นควรดื่มน้ำสมุนไพรครบทั้ง 4 ธาตุ
เพื่อช่วยให้ร่างกายได้สารอาหารหลาย ๆ ชนิด



ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

คุณ Aimanun จากกระทู้ http://www.siaminfobiz.com/forum/index.php?topic=97.0




Free TextEditor




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2553
2 comments
Last Update : 15 สิงหาคม 2553 11:00:40 น.
Counter : 2908 Pageviews.

 

กินน้ำตะไคร้ทุกวันดีหรือไม่ ใครรู้ช่วยบอกหน่อยจ้า

 

โดย: สาวสวย IP: 111.84.171.121 27 พฤศจิกายน 2553 20:00:19 น.  

 

มีประโยชน์มากเลย สูตรทำน้ำตะไคร้

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 924078 31 พฤษภาคม 2557 7:04:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


chainkung
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add chainkung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.