space
space
space
 
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
space
space
27 พฤศจิกายน 2559
space
space
space

ทัศนคติที่ถูกต้อง1 : ลงทุนหุ้น เหมือนซื้อธุรกิจ


ลงทุนหุ้น เหมือน ซื้อธุรกิจ

หลักข้อแรกที่ผมอยากให้นักลงทุนทุกคนจำขึ้นใจเลยว่า“การซื้อหุ้น คือ การร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ” คำพูดง่ายๆ ที่นักลงทุนทั่วไปมักจะลืมเพราะโดนความโลภและความกลัวในตลาดหุ้น บดบังหลักการง่ายๆข้อนี้ไป

ถ้าเราเข้าใจว่าการลงทุนหุ้นคือการซื้อธุรกิจจุดที่เราควรสนใจอันดับแรกๆก็คือ “ตัวธุรกิจเอง” ไม่ใช่ “ราคาหุ้นในตลาด” วอร์เรนบัฟเฟตต์ ไม่เคยให้ความสนใจในราคาหุ้นเลยบนโต๊ะทำงานของเขาไม่มีจอคอมพิวเตอร์เลยด้วยซ้ำ (ข้อมูลจากหนังสือแปลเล่มหนึ่งซึ่งผมคิดว่าปัจจุบันเขาน่าจะมีสัก 1 เครื่องนะว่ามั้ย J )

ดังนั้นหากคุณพบหุ้นตัวหนึ่งธุรกิจกำลังเป็นขาลง และราคาก็ลดลงมาแล้ว 60% จนนักวิเคราะห์บอกว่าเข้าเขตOVER SOLD แล้วยังไงก็ต้องเด้ง ราคามันถูกมากเลย คุณจะซื้อมั้ย? ผมตอบเลยว่า“ไม่ซื้อ เพราะธุรกิจมันเป็นขาลง จะซื้อทำไม ส่วนราคาหุ้นจะเด้งหรือไม่กูไม่สน” (หลายคนชอบซื้อหุ้นแบบนี้นะครับ ชอบหวังกำไรจากการเด้งแม้ว่าไม่รู้เลยว่าธุรกิจทำอะไร LEE ทำการเกงยีนส์ ใช่หรือไม่? MK นี่ทำสุกี้ แล้ว TOP ทำซุปเปอร์มาร์เก็ต มั้ง!

แล้วรายการนักวิเคราะห์ที่แนะนำหุ้นตัวนี้กราฟสวย –ทะลุแนวต้านสำเร็จ คุณจะซื้อมั้ย ผมก็ตอบไปว่า“ขอดูก่อนว่าหุ้นตัวนี้ คือบริษัทอะไร ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร”ทุกอย่างของหุ้นให้กลับมาที่จุดตั้งต้นของมัน นั่นคือ “ธุรกิจ” กราฟเทคนิคเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากแต่ผมไม่ได้ใช้ในการเลือกหุ้น ราคาหุ้นเราจะสนใจในบันไดขั้นที่ 3 นั่นคือเรื่องของจังหวะการซื้อ-ขาย ในธุรกิจที่เราพิจารณามาแล้วว่า “ดี”

คุณลองพิจารณาข่าวต่อไปนี้ว่าข้อไหนเกี่ยวข้องกับธุรกิจบ้าง

ก. หุ้นของเราจะหลุดจากlist ของ SET50

ข. เสื้อแดงจะออกมาปิดแยกราชประสงค์อีกแล้ว

ค. ฝรั่งกลัวเงินบาทอ่อนจึงเทขายหุ้นไทย

ง. อเมริกาต้องลดงบประมาณรายจ่ายลงเพราะหนี้เยอะ (Fiscal Cliff)

จ. ตลาดหุ้นเอเชียตกหนักSET ดิ่งแรง 3 วัน 150 จุด

คุณว่าข้อไหนเกี่ยวกับธุรกิจเราข้อไหนที่เราควรกังวลบ้าง? คำตอบก็คือ ไม่มีข้อไหนเลยที่เราควรกังวลเลยแต่ในความเป็นจริงข่าวคราวแบบนี้เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยตลอดเวลา พอหุ้นตกหนักๆหลายคนก็ยอมขายขาดทุนออกมา, หรือบางที SET วิ่งขึ้นไป 100 จุดแต่หุ้นของเราอยู่เฉยๆยิ่งดูยิ่งทนไม่ได้ ขายทิ้งซะเลย พอขายเสร็จหุ้นเราวิ่งฉิวเลย นี่แหละครับ“หลงทาง”

ข่าวพวกนี้คือปัจจัยที่ทำให้เกิดจังหวะที่ดีของการซื้อแต่คุณต้องซื้อเพราะเลือกจากตัวธุรกิจ ไม่ใช่หุ้นตัวนี้ตกลงมาเยอะน่าซื้อหากปีนี้คุณซื้อหุ้นครบตามแผนแล้วและไม่มีแผนการที่จะขายเลยคุณไม่จำเป็นต้องดูราคาหุ้นเลย เอาเวลาไปทำงานประจำหรือหาข้อมูลหุ้นตัวใหม่ๆดีกว่าครับประสบการณ์ที่ยาวนานในตลาดหุ้นจะช่วยสอนคุณเรื่องราคาหุ้นเอง เหมือนกับที่เซียนหุ้นเห็นราคาหุ้นวิ่งขึ้นแล้วลงเขาจะอุทานว่า“โอ้ มันเป็นเช่นนั้นเอง” (หลวงพ่อปัญญา)

TIPS

มันจะเป็นการง่ายหากคุณนึกถึงการลงทุนในหุ้นเหมือนการร่วมทำธุรกิจกับเพื่อน ซึ่งธุรกิจไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นไม่ได้มีราคาหุ้นให้เราดู จริงๆแล้วการลงทุนในตลาดหุ้นก็คล้ายกันแต่ราคาหุ้นทำให้เราหลงทาง เราควรจะสนใจในราคาหุ้นแค่ 2 ครั้งคือตอนซื้อ และตอนขาย

อวิชาในตลาดหุ้นนั้นมีเยอะโดยเฉพาะความเชื่อที่ถูกปลูกฝังจากโบรกเกอร์ ที่อยากให้เราซื้อ-ขายบ่อยๆจะทำการซื้อมาขายไปเพื่อลดต้นทุนลง (SAP)หรือเพื่อขายทำกำไรกันง่ายๆอย่างที่เขาพยายามบอกเราล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราหลุดจากคำว่า “ลงทุนหุ้น” กลายเป็น “เล่นหุ้น”

โดยสรุปก็คือ เวลาเราจะเลือกหุ้นสักตัวเรามองไปที่ตัวธุรกิจที่เขาทำเป็นหลัก ส่วนจะเลือกยังไงเดี๋ยวแนะนำอีกทีราคาในตลาดหุ้นจะขึ้นๆลงๆตลอดเวลา อย่าหลงไปเล่นกับมันเลย ขอบอกว่าเล่นยาก สุดท้ายก็ขาดทุนจงยึดอยู่กับตัวธุรกิจเป็นหลัก นี่คือหลักการแรกที่ง่ายและสำคัญครับ


TIPS

หากการซื้อหุ้นคือการร่วมทำธุรกิจทำไมเราควรลงทุนผ่านตลาดหุ้น? เพราะ

1. มั่นคง : บริษัทในตลาดหุ้นมักจะเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ มีความมั่นคงสูง กว่าบริษัททั่วไป

2. มีคนดูแล :บริษัทในตลาดหุ้นจะมีผู้บริหารทำหน้าที่ดูแลธุรกิจนั้นๆ แทนเรา โดยเราไม่ต้องมีความรู้ในการบริหารธุรกิจนั้นเลย

3. มีสภาพคล่อง : เมื่อใดที่สถานการณ์ไม่ดีเราก็สามารถถอนตัวออกจากธุรกิจนั้นได้ทันที ด้วยการขายหุ้นทิ้งในตลาดหุ้นได้ทุกเมื่อ ไม่เหมือนการทำธุรกิจจริงๆ ที่หากสถานการณ์แย่ก็ขายต่อได้ยากมากกก

4. มีข้อมูล : บริษัทในตลาดต้องเปิดเผยข้อมูล ให้เราวิเคราะห์ตัดสินใจได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ มีทั้งผลดำเนินงานรายไตรมาส ที่แสดงให้เห็นทั้งกำไร และสถานภาพบริษัทให้เราได้เลือกก่อนตัดสินใจ

5. มีโอกาสดีๆ : ราคาหุ้นบริษัทมีการปรับตัวขึ้นและลงอยู่ตลอดเวลา และในหลายโอกาสก็ราคาอาจจะปรับตัวลงมากกว่า “มูลค่า”ที่แท้จริงของบริษัท เราก็เลือกลงทุนซื้อได้เลยหรือบางครั้งราคาปรับตัวขึ้นมากเกินไป เราก็ขายทำกำไรได้เช่นกัน

5 ข้อนี้เป็น basic สุดๆที่ชวนเราเข้าตลาดหุ้น แต่พอเราเข้ามาสักพัก เราลืมเลยว่าเราเข้ามาในตลาดหุ้นทำไม ทำไมไม่ทำธุรกิจเอง เพราะ "ราคาหุ้น ที่แกว่งไปมา" 




Create Date : 27 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2559 17:14:53 น. 3 comments
Counter : 385 Pageviews.

 
เรื่องพวกนี้ ผมเขียนมานานแล้วนะครับ โดยส่วนมาก ทัศนคติที่จะยก มาเป็นของ บัฟเฟตต์ เพราะ มีให้อ่านๆกัน ก็เจอแต่ บัฟเฟต์

แต่ผมเขียนโดย ผมเองก็โยงเรื่อง ตลาดหุ้นไทย เสมอๆ


โดย: Singa วันที่: 27 พฤศจิกายน 2559 เวลา:17:18:15 น.  

 
ตามอ่าน เป็น FC


ขอบคุณครับ


โดย: ทายทักทุกทาง วันที่: 28 พฤศจิกายน 2559 เวลา:10:30:29 น.  

 
ติดตามอ่านเหมือนกัน
ขอบคุณค่ะ


โดย: Babyplacid IP: 192.99.15.166 วันที่: 2 ธันวาคม 2559 เวลา:11:21:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

Singa
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






space
space
[Add Singa's blog to your web]
space
space
space
space
space