ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
18 ตุลาคม 2551

ตำนานนางเงือก



เงือก หรือ นางเงือก เป็นอมนุษย์ชนิดหนึ่งตามความเชื่อนิยายปรัมปราเกี่ยวกับน้ำ โดยเป็นจินตนาการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ โดยมากจะเล่ากันว่าเงือกนั้นเป็นสัตว์ครึ่งมนุษย์ มีส่วนครึ่งท่อนบนเป็นคน ส่วนครึ่งท่อนล่างเป็นปลา ในหลายประเทศทั่วโลก มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานเงือกมากมาย

เงือกเป็นปริศนาเล้นลับหลายศรรตวรรษที่ผ่านมามีเรื่องเล่าขานกันว่าถ้าบนบกมีสัตว์ที่ครึ่งคนครึ่งม้า ในน้ำก็ต้องมีครึ่งคนครึ่งปลาข้อสรุปนี้อาจเป็นสมมุติฐานที่เลื่อนลอยแต่เราเคยพบปลารูปร่างหน้าตาเหมือนหมู แต่ไม่ได้หมายความว่าในน้ำมีหมูอยู่จริง



เงือก" ในภาษาอังกฤษเธอชื่อ Mermaid แปลว่าหญิงสาวแห่งท้องทะเล เป็นสิ่งมีชีวิตเพียงในตำนาน ร่างกายครึ่งบนเป็นหญิงสาวครึ่งล่างเป็นปลา ส่วนพวกพ้องเธอที่เป็นชาย เรียก เมอร์แมน - Merman ตำนานว่าเป็นเผ่าพันธุ์อมนุษย์สะเทินน้ำสะเทินบก อาจมีถิ่นกำเนิดบนฝั่งบริตานี และว่ายข้ามช่องแคบอังกฤษไปยังคอร์นวอลล์ เป็นที่มาของชื่อ เมอร์เมด-เมอร์แมน อันเป็นคำผสมแองโกล-ฝรั่งเศส

จากคอร์นวอลล์เงือกก็แพร่พันธุ์ไปจนถึงฝั่งตะวันตกของเกาะอังกฤษ ไปถึงรอบๆ สกอตแลนด์ตอนเหนือ สู่สแกนดิเนเวีย นอกจากนั้น ยังอาจพบเห็นเงือกในจุดต่างๆ ตลอดแนวฝั่งยุโรปด้วย อาจเป็นเพราะเงือกชอบอากาศเย็นและแนวฝั่งแอตแลนติกของอังกฤษกับไอร์แลนด์ โดยที่ไอริชแห่งไอร์แลนด์เรียกเงือกว่า เมอร์โรว์ และ เมอรูชา

บางครั้งนางเงือกก็ได้รับสมญานามว่าพรหมจารีแห่งทะเล มีลักษณะสวยงาม กระจกของนางเงือกคือสิ่งที่แทนวงพระจันทร์ และผมที่สยายยาวคือสาหร่ายทะเล หรือรังสีบนผิวน้ำ (Jobes 1961: 1093)แต่บางครั้งก็กล่าวว่ากะลาสีเรือเดินทางไปในเรือนานๆเข้า ไม่ได้เห็นผู้หญิงเลยก็เกิดภาพหลอนขึ้นมา นั่นคือนางเงือกไร้ตัวตนอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเดินทางทางเรือเกิดจินตนาการเพราะว้าเหว่คิดถึงครอบครัว

ความเชื่อในเรื่องดังกล่าว บางคนเสนอว่า บางทีอาจเป็นเพราะผู้คนในสมัยโบราณเข้าใจผิด คิดว่า พะยูน คือเงือกก็เป็นได้

เงือกในประเทศไทย

เงือกในประเทศไทย ถูกกล่าวขานาตั้งแต่สมัยอดีต ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย แต่เป็นเงือกที่ได้รับความนิยม และกล่าวขวัญกันมากที่สุดก็คือ เงือกในวรรณคดีของ สุนทรภู่ เรื่อง พระอภัยมณี ที่นางเงือก (เงือกสาว) และเงือกตายาย ช่วยพาพระอภัยมณีหนีจาก ผีเสื้อสมุทรได้จนสำเร็จ และนางเงือกได้เป็นชายาของพระอภัยมณี จนมีโอรสด้วยกัน 1 องค์ ชื่อว่า สุดสาคร

งู กับ เงือก คือคำเดียวกัน คำนี้ใช้มาเรื่อยจนกระทั่งเวลาผ่านมานับร้อยปี ถึงยุค ลิลิตพระลอ นักวรรณคดียังถกเถียงกันไม่จบว่าแต่งในแผ่นดินกษัตริย์องค์ใดกันแน่ แต่ก็ลงความเห็นตรงกันว่าเป็นยุคก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ในเรื่องนี้ เงือกกลายเป็นอะไรอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่งูอีกต่อไป อ่านแล้วคิดว่าเป็นผีน้ำประเภทหนึ่ง คล้ายๆคนเช่นมีผมยาว มีดวงตาโตกลอกไปมาได้ดูน่ากลัว เมื่อใครลงเล่นน้ำเงือกก็เอาผมพันรัดคอแล้วฉุดลงไปใต้น้ำจนจมน้ำตาย เพื่อเอาไปกินหรือแค่ทำให้ตายอย่างเดียว เรื่องนี้ไม่ได้แจกแจง มีอยู่ในตอนนางรื่นนางโรยไปหาปู่เจ้าสมิงพรายที่ภูเขาซึ่งปู่เจ้าสถิตย์อยู่ ผ่านป่าเชิงเขาเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย นางก็ขวัญหนีดีฝ่อตามประสาชาววังไม่เคยเห็นป่า

เอ็นดูสองนางตกใจกลัว ระรัวหัวอกสั่น ลั่นทะทึกทะทาว สราวตามหมอผะผ้ำ เห็นแนวน้ำบางบึง ชรทึงธารห้วยหนอง จระเข้มองแฝงฝั่ง สระพรั่งหัวขึ้นขวักไขว่ ช้างน้ำไล่แทงเงา เงือกเอาคนใต้น้ำ กระล่ำตากระเลือก กระเกลือกกลอกตากลม ผมกระหวัดจำตาย

สาวครึ่งคนครึ่งปลามีอีกคำหนึ่ง คือ "นางมัจฉา" แต่ก็ไม่ติดปากคนเท่ากับคำว่าเงือก อย่างนางสุพรรณมัจฉาใน รามเกียรติ์ เป็นลูกสาวทศกัณฐ์ตอนแปลงกายเป็นปลา ไปสมสู่กับนางปลา เกิดลูกออกมาเป็นหญิงสาวครึ่งคนครึ่งปลา ชื่อนางสุพรรณมัจฉา ในที่สุดก็ได้กับหนุมาน แล้วมีลูกด้วยกันคนหนึ่งคือมัจฉานุ ตัวเป็นลิงแต่หางเป็นปลา หลังจากคลอดลูกแล้วบทบาทของนางก็หายไปนิทานพื้นบ้านโรมันบอกว่าเศษไม้จากซากเรือรบที่ถูกเผาวอดในสงครามกรุงทรอย กลายสภาพเป็นเลือดเนื้อและเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตคือเงือก

ด้านชาวไอริชบอกว่าเงือกคือผู้หญิงนอกศาสนาที่ถูกเนรเทศออกไปจากแผ่นดิน ขณะที่อีกบางท้องถิ่นว่าเงือกคือลูกๆ ของฟาโรห์ที่จมน้ำในทะเลแดง

เทพปกรณัมของกรีก
เทพปกรณัมของกรีกเล่าว่า ต้นตระกูลเงือกคือ ไตรตอน โอรส โพเซดอน เทพแห่งท้องทะเล กับพรายน้ำสาว ไตรตอนมีหางเป็นปลา ไว้หนวดเครายาว ทรงอำนาจในท้องทะเลเหมือนพ่อ อาศัยอยู่ในปราสาททองคำที่ซ่อนตัวอยู่ก้นทะเล มีตรีศูล (ฉมวกสามง่าม) เป็นอาวุธ และมีแตรหอยสังข์เป่าควบคุมทะเลให้สงบหรือบ้าคลั่ง ไตรตอนจึงมีสมญาหนึ่งว่า นักเป่าแตรแห่งท้องทะเล

อีกเรื่องกล่าวว่าเงือกมาจาก โอนเนส เทพแห่งทะเลของบาบิโลน มีพลังอำนาจต่อดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ร่างกายเป็นมนุษย์ ศีรษะเป็นปลา ปรากฏกายขึ้นจากทะเลในยามเช้าและกลับลงทะเลตอนพลบค่ำ ต่อมา เทพอียา ครึ่งคนครึ่งปลาเหมือนกัน ได้เข้ามามีบทบาทแทนที่โอนเนส ที่สุดก็เชื่อกันว่าอียาเป็นบรรพบุรุษเงือก เช่นเดียวกับอาทาร์การ์ติส ที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งปลาเช่นกัน เหตุที่เทพเจ้าบาบิโลนมีลักษณะดังกล่าว เพราะเชื่อว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวันดวงอาทิตย์และดวงจันทร์จะกลับลงทะเล เทพของอาทิตย์และจันทร์จึงควรมีรูปลักษณะที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก

นิยายปรัมปราอีกเรื่องพูดถึงเงือกแนวดุดัน ว่าเป็นลูกหลานของมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกเทพแห่งท้องทะเลสาปเอาไว้เนื่องจากได้ล่วงเกินท่าน จากนั้นมาเขาได้กลายเป็นครึ่งคนครึ่งปลา ต้องดื่มเลือดหรือกินเนื้อสดๆ ทุกวัน มีผิวสีเทา ซีด คล้ำ คล้ายกับศพที่ไร้เลือด มีฟันอันคมกริบหากแต่จำแลงไว้ ครึ่งท่อนล่างเป็นปลาเกล็ดสีน้ำตาลคล้ำ ส่วนเกล็ดส่วนหางสามารถเปลี่ยนสีตามอารมณ์ได้

เงือกในอัสซีเรีย

ตำนานเงือกทางอัสซีเรียก็มี เล่าว่าเทพธิดาเซมิรามิสรักกับหนุ่มเลี้ยงแกะ และได้ทำให้เขาตาย ด้วยความละอายเธอได้กระโดดลงทะเลสาบไป แต่เพราะเทวภาพทำให้ไม่จมน้ำ เธอจึงแปลงร่างให้ครึ่งล่างเป็นปลาจนเป็นเงือก สำหรับเงือกที่เป็นนิทาน เล่าเรื่องอย่างเป็นระบบในหนังสือ เงือกน้อย และเรื่องอื่นๆ ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เสน เป็นที่ชื่นชอบทั่วโลกถึงวันนี้กว่า 200 ปีแล้ว

เงือกในญี่ปุ่น

ณ ญี่ปุ่นประเทศดินแดนที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมาย เรียงรายนับร้อยเกาะ ทอดตัวยาวลงมา โดยฟากหนึ่งนั้นเบี่ยงไปทางเกาหลี จีน และรัสเซีย และอีกฟากทอดตัวไปทางมหาสมุทรแปซิฟิกนับได้หลายร้อยกิโลเมตร เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเงือกได้เกิดขึ้นมากมายในสังคมวัฒนธรรมญี่ปุ่นนับแต่สมัยเฮอันเคียวลงมาจนกระทั่งในยุคเฮเซหรือสมัยปัจจุบันนั้นยังคงมีเรื่องเช่นนี้ให้เล่าสู่กันฟังได้อย่างน่าประหลาด ในหมู่ชาวประมง จนไปถึงผู้อาศัยอยู่ริมทะเล

ที่ฟูกูโอกะ FUKUOKA นั้นมีวัดริวกุ หรือวัดนางเงือกอันมีชื่อเสียงโด่งดัง ว่ากันว่าทุกๆปีจะมีการเปิดให้คนเข้าชมหีบที่บรรจุกระดูกเงือก โดยผู้เฒ่าผู้แก่แถบนั้นต่างพูดถึงเงือกในลักษณะที่ว่า เงือกนั้นมักอาศัยอยู่แถบช่องแคบเกาหลี และเรื่อยมาจนถึงด้านเหนือสุดของเกาะคิวชู ที่วัดริวกุ RYUKU เราจะพบจารึกโบราณที่เขียนว่า “ เมื่อศักราชที่ 1222 จับเงือกได้หนึ่งตัว ชะรอยมันตายจึงได้ฝังไว้ในเขตคามแห่งวัดอูกินิโดะ นับว่าเป็นศุภสัญญาณมงคลว่าจักรวรรดิเราจะดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ เชื่อกันว่าเงือกตัวนี้มาจากริวกุ วังของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ดังนั้นแล้วไซร้วัดแห่งนี้จึงได้มงคลนามใหม่ไป่ว่า วัดริวกุ ฯ ”

จากจารึกดังกล่าว เราจะเห็นว่า ความเชื่อเรื่องนิรันดร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงือกโดยตรง เนื่องจากชาวอาทิตย์อุทัยเชื่อแต่เดิมว่าหากผู้ไดได้กินเนื้อนางเงือกจะมีชีวิตที่อมตะ ดั่งเรื่องเล่าเก่าของนครเฮอันเคียว HEANKYO หรือเกียวโต KYOTO ในปัจจุบันว่าเมื่อก่อนนครเฮอันเคียวจะสร้างได้นั้น ในสมัยพระจักรพรรดิมิคาโดะ MIKADO ทรงมีพระบัญชาให้พระชายาของพระอนุชาซาวาระเสวยเนื้อนางเงือกเพื่อให้เป็นอมตะ เพื่อปกป้องนครเฮอันเคียวแห่งใหม่จากผีร้ายทั้งหลาย ฯ

และอีกเรื่องราว ก็เล่าเกี่ยวกับแม่ชี เบคุนิว่า เมื่อเธอยังเป็นหญิงสาวเธอได้ช่วยชีวิตนางเงือกเอาไว้ นางเงือกซาบซึ้งในเมตตาจึงได้มอบเนื้อเงือกให้และบอกว่าเป็นของวิเศษ หากแม้นใครได้กินจะไม่แก่เฒ่า เมื่อเธอกินเข้าไปก็เป็นไปตามนั่นหากแต่นางได้เป็นอมตะไปด้วย แต่ ของจากอมนุษย์ย่อมเหมือนดาบสองคม เพราะคนรอบข้างนางทุกๆคนต่างตายไปตามอายุขัย เหลือแต่นางเพียงคนเดียว นางจึงทนไม่ได้จึงไปบวชเป็นชีมีชื่อว่า เบคุนิ

หลักฐานการพบเงือกในที่ต่างๆ
หลักฐานที่พบจากหนังสือพิมพ์เซ้าอาฟริกัน ฟรีเทอร์เรียนิวส์ ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1977 รายงานว่ามีคนพบเงือกตนหนึ่งขึ้นมาเหนือน้ำขณะที่ทะเลคลั่งและท้องฟ้ามีแต่ดาวมีร่างท่อนบนเป็นหญิงสาวแสนสวยลอยเหนือผิวน้ำสักพักก็จมหายไปแต่เห็นมีส่วนที่คล้ายหางของปลาชูขึ้นแล้วจมหายลงไปในทะเล

เรื่องหนึ่งที่น่าประหลาดเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1608 มีคนพบคนครึ่งปลากลุ่มใหญ่ออกมาปิดปากถ้ำที่เซ็นไอเว่ส์แถบชายฝั่งเบ็นโอเวอร์เนื่องจากเรือหลายลำได้รับคำสั่งให้ไปจับคนนอกศาสนามาทำโทษและจัดการฆ่าทิ้งศพลงทะเล เหตุการณ์นี้ยังเป็นที่งุนงงมาถึงปัจจุบันว่าจริงหรือไม่

หลักฐานอีกอย่างที่สนับสนุนเรื่องเงือกมีจริงเมื่อปี1685ได้มีชาวประมงพบซากสัตว์ที่ดูคล้ายคนครึ่งปลานอนตายเกยชายฝั่งของฟิลิปปินไปทางตะวันตก และ ปี 1741ได้มีคนพบซากของปลามีหัวเป็นคนที่ฝั่งทางตอนใต้ของออสเตเรีย แต่ที่สำคัญเมื่อ ปี 1985 ได้มีคนค้นพบปลาชนิดหนึ่งมีหัวคล้ายๆหน้าของมนุษย์ตัวเป็นปลาต่อมาได้ให้ชื่อปลาชนิดนี้ว่า HUMANFISH


ข้อมูลจาก
th.wikipedia.org/wiki/เงือก
http://www.vcharkarn.com/varticle/256
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=646918
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/เงือก
horoscope.thaiza.com/ตำนานนางเงือก_1212_107189_1212_.html

ภาพประกอบจากการค้นหาในเว็บ Google



Create Date : 18 ตุลาคม 2551
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 0:00:11 น. 2 comments
Counter : Pageviews.  

 
อืมมมมมมมมม

น่าสนใจ ก้าบบบบบบบ


โดย: dogamania วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:3:08:44 น.  

 
น่าสนใจดีค่ะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย


โดย: ชนิตร์นันท์ วันที่: 30 ตุลาคม 2551 เวลา:11:18:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
a00152
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add a00152's blog to your web]