Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
พันธะ (Bandha) พลังแห่งการชำระล้าง

Bandha หรือ "พันธะ" มีบทบาทสำคัญในกระบวนการชำระล้างของโยคะ ปราณายามะช่วยลดของเสียในร่างกายโดยการควบคุมอัคนิหรือไฟแห่งชีวิตได้อย่างไร พันธะ คือเครื่องมือที่จะช่วยเน้นหนักกระบวนการดังกล่าว การใช้พันธะจะช่วยนำอัคนิไปยังบริเวณที่ของเสียสะสมอยู่ ของเสียเหล่านี้ขัดขวางการเคลื่อนของพลังในร่างกาย พันธะจะช่วยขยายผลของไฟในการชำระล้าง คำว่า พันธะ หมายถึง "ประสานหรือผูกเข้าด้วยกันหรือใกล้ชิดกัน" ในทางโยคะ "พันธะ หมายถึง การปิด" เวลาที่ฝึกพันธะ เราปิดพื้นที่บางส่วนของลำตัวด้วยวิธีการบางอย่าง

พันธะที่สำคัญที่สุด 3 อย่างได้แก่ ชาลันธรพันธะ (jalan-dhara bandha) อุฑฑียานพันธะ (uddiyana bandha) และมูลพันธะ (mula bandha) ชาลันธรพันธะ ใช้คอและกระดูกสันหลังส่วนบนและทำให้กระดูกสันหลังทั้งหมดเหยียดตรง อุฑฑียานพันธะ มุ่งไปที่การใช้บริเวณกระบังลมและฐานของกระดูกเชิงกราน ส่วนมูลพันธะใช้บริเวณระหว่างสะดือและฐานกระดูกเชิงกราน


ตำแหน่งของพันธะทั้งสาม


เวลาเริ่มฝึกชาลันธรพันธะ ให้ยกกระดูกสันหลังให้ตรงแล้วรั้งศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย ยืดคอให้ตรงและกดคางชิดอก ตราบใดที่คางยังก้มลงและหลังตรงเราก็อยู่ในชาลันธรพันธะ พันธะนี้สามารถฝึกได้ในอาสนะหลายอาสนะแม้จะไม่ใช่ทุกอาสนะ

สำหรับอุฑฑียานะพันธะ กระบังลมและท้องส่วนล่างจะถูกยกขึ้น ในขณะที่เริ่มหายใจออกให้หดท้องเข้ามา เมื่อหายใจออกจนสุดแล้วท้องควรหดเข้าไปเต็มที่ จากนั้นแขม่วท้องขึ้นและหดเข้าไปหากระดูกสันหลัง ซึ่งจะทำให้กระบังลมยกขึ้น เมื่อฝึกจนชำนาญ สะดือจะเคลื่อนเข้าหากระดูกสันหลัง ทวารหนักและกล้ามเนื้อหลังจะหดตัว เวลาที่ฝึกพันธะนี้อย่างสมบูรณ์ บริเวณท้องทั้งหมดจะกลวง

มูลพันธะ เป็นการฝึกต่อเนื่องจากอุฑฑียานะพันธะ โดยผ่อนคลายท้องส่วนบนและกระบังลม แต่ท้องส่วนล่างหรือบริเวณใต้สะดือยังหดอยู่ เราเคลื่อนจากอุฑฑียานพันธะไปสู่มูลพันธะ โดยการกลั้นหายใจหลังหายใจออกในขณะที่ฝึกพันธะทั้งสองแบบ และเราสามารถค้างอยู่ในมูลพันธะระหว่างการหายใจเข้าครั้งต่อไปได้

พันธะและอาสนะ
อาสนะที่ดีที่สุดสำหรับฝึกพันธะ ได้แก่ ท่ากลับหัวบางท่าและท่านอนหงายหรือท่านั่งหลังตรงทั้งหมด การฝึกพันธะจะยากมากหรือเป็นไปไม่ได้ในท่าแอ่นหลังและบิดตัว ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง คำเตือน!! ไม่ควรฝึกพันธะตลอดช่วงที่ฝึกอาสนะ ควรฝึกอย่างมีศิลปะและไม่หักโหม การช่วยเหลือจากครูเป็นสิ่งจำเป็น

พันธะและปราณายามะ
พันธะจะช่วยทำให้ปราณายามะมีผลในการชำระล้างมากขึ้นได้ คือ ชาลันธรพันธะ ทำให้ลำตัวเราอยู่ในตำแหน่งที่กระดูกสันหลังตั้งตรง ทำให้ปราณนำพาเปลวไฟไปยังของเสียซึ่งควรจะถูกเผาไหม้ได้ง่ายขึ้น จากนั้น อุฑฑียานพันธะ จะดันของเสียทั้่งหมดไปยังเปลวไฟ ส่วนมูลพันธะ ช่วยให้ของเสียค้างอยู่ที่นั่นนานพอที่มันจะถูกเผาไหม้ได้

เราสามารถฝึกชาลันธรพันธะตลอดตั้งแต่การหายใจเข้า หายใจออก และกลั้นหายใจ อุฑฑียานพันธะจะฝึกได้เฉพาะระหว่างที่กลั้นหายใจหลังจากหายใจออกเท่านั้่น ส่วนมูลพันธะสามารถฝึกได้ตลอดทุกช่วงของการฝึกปราณายามะเช่นเดียวกับชาลันธรพันธะ

ถ้าต้องการฝึกพันธะในระหว่างการฝึกปราณายามะ ก่อนอื่นเราจะต้องฝึกการใช้สัดส่วนลมหายใจให้ได้ก่อน คือ หายใจเข้า ออก และกลั้นได้อย่างสบายๆ เป็นจำนวน 12 รอบของการหายใจ โดยยังไม่ฝึกพันธะ จากนั้นจึงค่อยเริ่มฝึกพันธะได้ เช่นเดียวกันกับการฝึกอาสนะ เราใช้หลักค่อยๆฝึกไป ซึ่งเป็นการฝึกทีละขั้น ด้วยความอดทนโดยไม่มีการบังคับร่างกายและลมหายใจ

ตอนหน้่าเรามาเริ่มฝึกพันธะกันค่ะ ขอให้อ่านให้เข้าใจอย่างละเอียดกันก่อนเริ่มฝึกนะคะ แล้วพบกันค่ะ :)

อ้างอิง : The Heart of Yoga



Create Date : 29 กรกฎาคม 2554
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 12:29:37 น. 3 comments
Counter : 1114 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: เด็กดี IP: 124.121.114.123 วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:19:26:42 น.  

 
ยินดีจ้าาาา ^ ^


โดย: Shanti Om วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:9:10:38 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ


โดย: น้องใหม่ขี้สงสัย IP: 58.9.3.123 วันที่: 3 มกราคม 2555 เวลา:10:07:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Shanti Om
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




คนธรรมดาคนหนึ่งที่สนใจธรรมะ รักการฝึกโยคะและการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อได้ศึกษาและฝึกโยคะมาระยะหนึ่ง พบว่า โยคะก็คือธรรมะนั่นเองเริ่มแรกจิตใจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนไปสู่สภาวะที่สงบและสว่าง หลังจากฝึกเสร็จจะได้สมาธิเบื้องต้น

จากการเปลี่ยนแปลงภายในจะส่งผลถึงร่างกายและสุุขภาพภายนอก รูปร่างเปลี่ยน บุคลิกเปลี่ยน สุขภาพก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาแค่ 2 ปีกับการฝึกทุกวัน อาการบาดเจ็บเรื้อรังจากการฝึกซ้อมอย่างหนักสมัยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำบวกกับการออกกำลังกายทุกวันอย่างต่อเนื่องหลังจากเลิกเป็นนักกีฬาแล้วก็ดีขึ้น แม้ก่อนหน้านี้จะเคยทำกายภาพบำบัดมาก่อนเป็นเวลาหลายปีก็ไม่ช่วย นอกจากนี้ อาการบวมก็ลดลงด้วย (เมื่อก่อนจะตัวบวมน้ำค่ะ) การเจ็บป่วยหลายๆครั้งต่อปีก็แทบไม่เหลือเลย อย่างมากเป็นหวัดและเจ็บคอแค่ปีละครั้งสองครั้ง

จึงอยากแบ่งปันข้อมูลดีๆให้เพื่อนๆบ้าง จะได้มีสุขภาพที่ดีกันค่ะ ติดตามกันเรื่อยๆนะคะ :)
[Add Shanti Om's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.