Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
และแล้วก็ถึงเวลาของ Nick Drake อัจฉริยะในเงามืดที่แท้จริง



คงยากตะปฏิเสธได้ว่า เหล่านักเขียนนักอ่านส่วนใหญ่ที่ฟังดนตรี มักจะมีสัญชาติญาณในการจับเนื้อร้องและให้ความสำคัญกับมัน บางทีก็ทัดเทียมกับทำนอง บางทีก็ยกไว้เหนือกว่าด้วยซ้ำ

ในวงการของดนตรีเอง ก็มีการแบ่งหมวดศิลปินเดี่ยวที่เป็นทั้งนักร้องและนักแต่งเพลงไว้อย่างชัดเจนว่า Singer/Songwriter ซึ่งบุคคลที่อยู่ในหมวดเหล่านี้นั้น มีได้ตั้งแต่ Bob Dylan , Jackson Browne , Neil Young , Carol King , Cat Steven , Buddy Holly , Suzanne Vega รวมถึง Roger Waters แห่งวง Pink Floyd

จะเห็นได้ว่า นักร้อง/นักแต่งเพลง ทั้งหลาย มีตั้งแต่แนว Folk , Country , Pop , Jazz , Contemporary หรือแม้กระทั่ง Progressive อย่าง Roger Waters แน่นอนว่าความเป็นนักร้อง/นักแต่งเพลงนั้นมีส่วนให้ดนตรีของพวกเขามีเนื้อสวย มีความเป็นกวี อาจแอบใช้องค์ประกอบทางวรรณกรรมบ้าง ถูกอกถูกใจนักอ่าน-นักเขียนทั้งหลาย

แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะละทิ้งพลังทางเสียงของภาคดนตรีไปเสีย ตรงกันข้าม นักร้อง/นักแต่งเพลง บางคนเสียอีกที่ทั้งภาคเนื้อร้องและดนตรีประสานเป็นดั่งบทกวี หรือถ้อยทำนองที่เปี่ยมด้วยพลังศิลป์ พูดถึงตรงนี้แล้ว ผมก็จะขอแนะนำนักร้องเพลงโฟล์คผู้อาภัพด้านชื่อเสียงจากอังกฤษในปลายยุค 60's ที่ชื่อ Nick Drakeหากมีคนบอกว่า Roger Waters เป็นอัจฉริยะในเงามืดแล้วล่ะก็ Nick Drake ก็คือชายผู้ที่อยู่ในอนธกาลอย่างไร้ที่สิ้นสุด

ไม่เพียงดนตรีของเขาเท่านั้นที่แสดงความมืดหม่นออกมา (จนบางคนเรียกว่า Folk-Noir) ชีวิตของเขาก็ดูมืดหม่นไม่แพ้กัน

Nick Drake หรือ Nicholas Rodney Drake เกิดที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ในปี 1948 ต่อมาจึงย้ายพร้อมกับครอบครัวมายังหมู่บ้าน Tanworth-in-Arden ในประเทศอังกฤษ เขาเริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่ยังเด็ก

ต่อมาเมื่อเข้าเรียน เขาก็เริ่มเรียน คลาริเน็ท กับ แซกโซโฟน จากวงออร์เคสตร้าของโรงเรียน และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองเขาก็เริ่มหัดเล่นกีต้าร์อะคูสติก อันจะกลายมาเป็นอาวุธสำคัญของดนตรี โฟล์คในกาลต่อมา

ดนตรีของ Nick Drake นั้นได้มีคนแบ่งหมวดออกมาหลากหลาย บ้างว่าเป็นแค่เพลง Folk ที่มีกลิ่นของ Jazz บ้างว่าเป็น Baroque pop เป็น Folk-Noir บ้างถึงขั้นว่าเป็น Progressive Folk พลังทางดนตรีของ Nick Drake นั้นอยู่ที่ความทืมทึบที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ บ้างให้ความรู้สึกราวกลับฤดูใบไม้ร่วง ที่โรแมนติคแบบหม่น ๆ และสวยเศร้า เสียงร้องของเขาฟังดูหลอน ๆ จนมีคนบอกว่าราวกับเป็นเสียงที่ร้องมาจากดวงจันทร์ การที่ Nick Drake เข้าเรียนวรรณคดีที่มหาวิทยาลัย Cambridge บวกกับความสนใจในบทกวี และอัจฉริยภาพส่วนตัวแล้วทำให้เนื้อเพลงที่เขาแต่งมีความเป็นกวี

จริง ๆ แล้ว Nick Drake เป็นทั้งนักแต่งเพลงและนักดนตรี ที่เปี่ยมด้วยความสามารถ น่าเสียดายที่เขามีอายุสั้นนัก...

เขาจบชีวิตลงในปี 1974 ขณะทีอายุเพียง 26 ปีเท่านั้น และในช่วงชีวิต 26 ปีของเขา มี Studio Albums ออกมาเพียงแค่ 3 อัลบั้ม คือ Five Leaves Left (1969) , Bryter Layter (1970) และ Pink Moon (1972)





Title - Fruit Tree
Artist - Nick Drake
Album - Five Leaves Left


เนื้อเพลง Fruit Tree

อัลบั้มแรกของเขานั้นได้เล่นร่วมกับวง Folk-Rock ที่ชื่อ Fairport Convention มี Joe Boyd เป็น Producer ซึ่งถือเป็นการร่วมงานกันครั้งแรก โดยชื่ออัลบั้ม Five Leaves Left นั้นตั้งมาจากคำเตือนของกระดาษห่อบุหรี่ Rizla ที่บอกว่า เหลือกระดาษอีกเพียงห้าแผ่นเท่านั้น แม้อัลบั้มนี้จะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ แต่ในแง่การขายทำได้ไม่ดีนัก นั่นอาจเป็นเพราะบุคลิกส่วนตัวของ Nick Drake ที่ชอบเก็บตัว ไม่ค่อยอยากออกแสดงสดตามที่ต่าง ๆ หรือพอได้ออกแสดงแล้วก็เกิดอาการประหม่าทำได้ไม่ดีนัก เป็นเหตุให้ Nick Drake ไม่ได้เป็นที่นิยมในวงกว้าง






Title - Fly
Artist - Nick Drake
Album - Bryter Layter


เนื้อเพลง Fly

อีกหนึ่งปีต่อมา Nick Drake ก็ได้ออกอัลบั้มใหม่คือ Bryter Layter โดยชื่ออัลบั้มนี้มาจากการล้อเลียนเสียงพยากรณ์อากาศของสถานี BBC คือเสียงของคำว่า "Brighter Later" ที่หมายถึง "สว่างไสวขึ้นในเกาลต่อมา" อัลบั้มนี้เองที่เริ่มเข้าสู่ความเป็น Baroque Pop มาพร้อมกับดนตรีที่จังหวะเร่งเร้าขึ้นอีกหน่อย และมีกลิ่นแจ๊สซ์ปนมามากกว่าเดิม อัลบั้มนี้ยังคงทำร่วมกับวง Fairport Convention และมี Producer คือ Joe Boyd เช่นเคย โดยจะมี John Cale แห่งวง Velvet Underground มาร่วมเล่นในเพลง Northern Sky จริง ๆ แล้วอัลบั้มนี้ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีกว่า Five Leaves Left ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้อยู่เหมือนเดิม สำหรับอัลบั้มนี้แล้ว Joe Boyd ผู้เป็นโปรดิวเซอร์บอกว่า เป็นอัลบั้มที่เขาชอบที่สุดตั้งแต่เขาได้เคยทำงานมา

แม้อัลบั้มที่สองของ Nick Drake จะบอกว่า "สว่างไสวขึ้นในกาลต่อมา" แต่ชีวิตของ Nick Drake กลับมืดมนลงเรื่อย ๆ หลังจากอัลบั้ม Bryter Layter ที่เขาตั้งใจทำอย่างเต็มที่ กลับได้รับเสียงตอบรับกลับมาอันน้อยนิด ทำให้เขาเริ่มรู้สึกผิดหวัง สิ้นศรัทธากับวงการดนตรี ในปี 1971 เขาย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ Tanworth-in-Arden เริ่มหมกมุ่นจมจ่อมอยู่กับตัวเองมากกว่าเดิม ก่อนที่ความมืดหม่นข้นลึกในก้นบึ้งของจิตใจเขาจะกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอัลบั้มถัดมา Nick Drake บอกกับโปรดิวเซอร์ของเขาว่า อัลบั้มถัดไปจะเรียบง่ายกว่าที่แล้ว ๆ มา "แค่ตัวผมกับกีต้าร์ก็พอ"





Title - Parasite
Artist - Nick Drake
Album - Pink Moon


เนื้อเพลง Parasite

อัลบั้มที่สามของ Nick Drake จึงผ่านมากับช่วงเวลาของความกดดันในจิตใจ และยาระงับประสาทจากจิตแพทย์ ด้วยเสียงร้องที่หลอนกว่าเดิม ดูเหินห่างหลุดลอยจากผู้ฟังและจากโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นอัลบั้ม Pink Moon ซึ่งอัลบั้มนี้ไม่มี Joe Boyd เป็น Producer ให้แล้ว Nick Drake เรียกเพียง John Wood ผู้เป็น Sound Engineer ของเขาเข้าห้องอัดและใช้เวลาอัดเพียงสองคืนเท่านั้น ซึ่ง John Wood บอกว่า "เขาเข้ามาตอนเที่ยงคืน เราเริ่มอัด มันเสร็จเร็วมาก พอเสร็จแล้วผมก็ถามเขาว่า จะเก็บส่วนไหนไว้บ้าง เขาบอกว่าทั้งหมด ซึ่งฟังดูขัดกับตัวเขาที่เมื่อก่อน แล้วเขาก็มาในเย็นอีกวันหนึ่ง ซึ่งมันมิกซ์เสียงได้ลำบากเอาการ เพราะมีแต่เสียงเขากับกีต้าร์เท่านั้น" (โดยอัลบั้มนี้สั้นมาก กินเวลาเพียง 28 นาที จาก 11 เพลง)

อัลบั้มนี้นอกจากเสียงร้องที่เหมือนมาจากก้นบึ้งของความเจ็บปวดแล้ว เนื้อร้องบางเพลงยังแอบสื่อถึงความเจ็บป่วยทางใจ และความแปลกแยก เช่นเพลง Parasite หรือ เพลงที่ตัดพ้อถึงความผิดหวังทางดนตรีอย่าง Which Will กับ Know (ซึ่งสามารถแปลความหมายรวมถึงความผิดหวังในความรักได้ด้วย) ความหม่นมืดของอัลบั้มนี้ มากพอจะเรียกได้ว่าเป็น Folk-Noir

Nick Drake เสียชิวิตในเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 1974 จากการใช้ยาระงับประสาท Tryptizol มากเกินไป เป็นที่ถกเถียงกับว่า เขาฆ่าตัวตายหรือเป็นอุบัติเหตุกันแน่ เพราะ Drake ไม่ได้ทิ้งโน้ตอะไรไว้ และถึงแม้หลังจากอัลบั้ม Pink Moon เป็นต้นมา เขาจะชอบหลบหน้าผู้คน บางทีหายตัวไปบ่อย ๆ แต่ช่วงปีหลังชีวิตเขาก็ดูจะสว่างไสวมีความสุขขึ้นเล็กน้อย อีกทั้งขณะนั้นเขาก็กำลังทำเพลงสำหรับอัลบั้มที่สี่ของเขาอีกด้วย ความตายมาพรากชายอัจฉริยะผู้นี้ด้วยวัยไม่ถึง 30 ปี

แต่ใครบางคนว่าไว้ "ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว..."

หลังจาก Nick Drake เสียชีวิตผลงานของเขาก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ปีต่อปี ศิลปินยุคใหม่หลายคนยอมรับว่า Nick Drake เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของพวกเขาเช่น R.E.M., Paul Weller, Travis, Portishead, The Coral, Coldplay, David Gray, Super Furry Animals, Beth Orton ฯลฯ



นอกจากนี้ยังมีคนนำเอาเพลงของเขามารวมเป็นอัลบั้ม Bootlegs และ Compilations จนมากกว่าจำนวน Studio Albums ของเขาอีกด้วย อาทิ Tanworth-in-Arden (1967/1968) ที่เป็น Bootlegs , Time of No Reply (1986) ที่รวมเพลงที่ยังไม่ได้ออกวางเป็นอัลบั้มใหม่ของเขา และ Made to Love Magic (2004) ซึ่งติดอันดับที่ 27 ของชาร์ทอัลบั้มประเทศอังกฤษ ฯลฯ ในปี 1999 หนังสือพิมพ์ The Guardian ก็ได้จัดให้อัลบั้ม Bryter Layter เป็นอันดับหนึ่งจาก 100 อันดับอัลบั้มอัลเตอร์เนทีฟป็อบยอดเยี่ยมตลอดกาล

นอกจากนี้ เพลงของ Nick Drake ยังถูกนำไปใช้ในโฆษณารถ Volkswagen และเป็น Soundtrack ของภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง เช่น "Northern Sky" ในเรื่อง Serendipity , "One of These Things First" ในหนังรางวัล Independent Spirit Awards อย่าง Garden State และล่าสุดในเรื่อง The Lake House ก็ได้ใช้เพลง "Pink Moon" ประกอบ

Nick Drake อาจดูเหมือนเป็นเช่นศิลปินอาภัพอีกหลายคน ผู้ที่ผลงานเขาจะได้รับการสรรเสริญ ยามเมื่อเขาสิ้นชีพไปแล้วเท่านั้น

ที่ป้ายหลุมศพของเขาสลักไว้ว่า "'Now we rise and we are everywhere." เป็นประโยคที่มาจากเพลง From The Morning เพลงสุดท้าย...ในอัลบั้มสุดท้าย...ของเขา






ข้อมูลอ้างอิงบางส่วนจาก

http://www.nickdrake.net
http://www.brytermusic.com
http://en.wikipedia.org/wiki/Nick_Drake




เผยแพร่ครั้งแรกที่: เว็บไซด์เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย


Create Date : 05 กันยายน 2549
Last Update : 5 กันยายน 2549 3:52:12 น. 22 comments
Counter : 1622 Pageviews.

 
เพลงเขาก็ว่าเศร้าแล้วนะ
พอรู้เรื่องราวชีวิตเขาแล้วยิ่งเศร้ากว่า


โดย: grappa วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:6:51:56 น.  

 
ชอบเพลง Fly ครับ
เพลง Parasite ดนตรีหลอนมาก แต่ก็ชอบเหมือนกัน

น่าเศร้านะครับที่เขาอายุสั้น
แต่ถ้าความเจ็บป่วยทางใจมันยากเยียวยา
ความตาย น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือเปล่า





โดย: King Of Pain วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:9:12:38 น.  

 
เขียนดี ข้อมูลมี ชอบว่ะต้น
ชอบเพลงของเขาด้วย
อืม...ชอบอ่ะ


โดย: ยีน IP: 124.120.3.147 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:13:45:48 น.  

 
จริง ๆ เก็บตัวเขียนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่รู้สึกว่ายังเขียนได้ไม่ดีพอแฮะ ภาษาบางตอนยังขัด ๆ มาแก้ตอนกลางดึกด้วย เลยยิ่งแล้วไปใหญ่

ขอบคุณพี่ Grappa , King of Pain และพี่ยีน ที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ


โดย: ShadowServant วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:14:54:33 น.  

 
ผมลืมเขียนถึงไป แต่ถ้าใครได้อ่านเนื้อแล้วจะพบว่าเพลง Fruit Tree พูดถึงเรื่องความอาภัพในชื่อเสียงของ Nick Drake ได้ดีทีเดียว

"Fame is but a fruit tree
So very unsound.
It can never flourish
Till its stalk is in the ground.
So men of fame
Can never find a way
Till time has flown
Far from their dying day."


...

"Fruit tree, fruit tree
Open your eyes to another year.
They'll all know
That you were here when youre gone.
"




โดย: ShadowServant วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:15:00:46 น.  

 
ต้น มึงเขียนดีว่ะ กูชอบ

เออ กูบอกมึงยังวะ ว่าพี่ชวด สุดสะแนน นี่มี นิคเดรคเป็นฮีโร่นะ

ไม่เชื่อมึงลองฟังเพลงของสองคนนี้ดู มัน ออกนัวร์ ๆ พอ ๆ กัน


โดย: พี่บอล IP: 61.91.249.78 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:15:07:10 น.  

 
ตะกี้ เมนต์ไม่ติดว่ะ

เออ กูชอบที่มึงเขียน เขียนมาอีกเยอะ ๆ นะ

กูเคยบอกไปยังหว่า ว่าพี่ชวด(สุดสะแนน)นี่เขาชอบนิค เดรคมากนะ

มึงลองฟังเพลงของทั้งสองคนเทียบกันดูดิ
นัวร์ ๆ หลอน ๆ พอกัน


โดย: บอล IP: 61.91.249.78 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:15:11:22 น.  

 


เศร้าจัง


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:17:04:55 น.  

 
โอ่ บ๊อกนี้ท่าทางจะเขียนสุดฤทธิ์ คงต้องค่อยๆ มาอ่าน ช่วงนี้ต้องปั่นงานหนะ

ฟัง Fruit Tree แล้วได้อารมณ์หม่นๆ ปนเหงาเล็กน้อย เพลงอื่นๆ ค่อยมาตามฟังอีกที


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:18:48:29 น.  

 
ไม่เคยฟังครับ แต่มาทักทายเจ้าของบล็อค


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:21:06:13 น.  

 
กรณีแบบนี้ กับ Syd Barrett นี้ใครน่าเศร้ากว่ากันหนอ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:22:07:51 น.  

 


เดี๋ยวแวะมาฟังใหม่นะครับ


โดย: strawberry machine gun วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:9:11:58 น.  

 


โดย: โสมรัศมี วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:9:15:10 น.  

 
เออ..เราชอบจำว่าคุณทาสเงาอยู่กรุงเทพฯ อยู่เรื่อยเลยง่ะ แหะๆ คนแก่ก็เงี้ยค่ะ



ตัว TBT รอให้เสร็จสมบูรณ์แล้วค่อยไปเที่ยวเล่นก็ได้ค่ะ จะได้ดีขึ้นกว่าที่เราไปอีก


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:10:19:34 น.  

 
ข้อมูล แจ่มมาก น่าสนใจ ผมไม่เคยฟังงานน้าแก นัก แต่ได้ยินชื่อมาหลายอยู่...เท่าที่เห็นรูปแต่ละรูป พลังความเท่ ในความเป็นนักคิด ของแก เปล่งออกมาไม่น้อยเลย...จะลองหามาฟังครับ.. ว่าแต่ยังพอหาได้ไหมหว่า


โดย: แร้ไฟ วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:12:27:03 น.  

 
มานั่งฟังจนครบ 3 เพลง พร้อมอ่านประวัติจนจบ เป็นเพลงและชีวิตที่หม่นมืดพอกันจริงๆ
เคยฟังเพลงของแกก็จาก One of These Things First ในซาวด์แทร็ค Garden State นะแหละ
แต่เพลงนั้นมันไม่หม่นมืดเท่าเพลงที่เปิดในบ๊อกนี้นะ นั่งฟังเพลงในบ๊อกนี้แล้วรู้สึกซึมๆ (อิน)


โดย: Together In 80s Dream วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:18:25:55 น.  

 
เพลงเหงาหม่นหมอง
เขียนเนิ้อหาอัดแน่น เคยฟังเพลง Pink Moon เพลงเดียว คงต้องหามาฟังเพิ่มเติม ชอบเพลงมืดมนๆ


อ้อ เพลงในบลอกเป็นเพลงของป้านีน่า ชื่อ i love you porgy


โดย: rebel IP: 221.128.98.212 วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:6:35:47 น.  

 
เคยได้ยินชื่อเขามาไม่น้อยเลย
ชอบทั้ง3เพลงนะ ไว้คงต้องหามาฟังแบบเต็มๆอีกที

ขอบคุณ จขบ ครับที่นำทั้ง3เพลงมาให้ฟัง


โดย: newpanda วันที่: 8 กันยายน 2549 เวลา:8:31:46 น.  

 
โอ............

ไม่รู้จักมาก่อน............................แต่

โดน โดน โดน
ชอบ ชอบ ชอบ

จะไปหามาฟัง อย่างด่วน
จิงจิง

ขอบคุณหลาย ที่แนะนำเค๊าให้รู้จัก

ปอ ลอ ชอบ The Coral ด้วยล่ะ


โดย: renton_renton วันที่: 9 กันยายน 2549 เวลา:1:49:08 น.  

 
คิดถึงจัง

ตอนนี้ข้าพเจ้างานยุ่งมากกกกกกกกก

ไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยม

จะอัพบล็อกก็ต้องรอให้มีเวลานานๆ กว่านี้อ่ะ

ดังนั้น คิดถึงน๊า


โดย: เจ้าหญิงวีนัส (ohvenus ) วันที่: 9 กันยายน 2549 เวลา:4:41:44 น.  

 
ขอให้กำลังใจคนแปลและเขียนประวัติของ นิค เดรคฆ์
ส่วนตัว ชอบอัลบั้ม Pink Moon มากที่สุด เรียบง่าย สุขุมลุ่มลึก เต็มไปด้วยพลัง นิตยสาร Q November,1999,
มีคอลัมน์เขียนเกี่ยวกับอัลบั้มโฟล์คที่ดี่สุดตลอดกาล อัลบั้ม Five Leaves Left ติดอันดับกับเขาด้วย


โดย: ชวด สุดสะแนน IP: 203.150.138.105 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:15:00 น.  

 
เพิ่งเข้ามาอ่านครับ ขนลุก


ปล. เมื่อวานเพิ่งไปสอย pink moon ฉบับ remaster
แพ็คเกจอย่างงามมมครับ


โดย: Mesia_82 IP: 203.144.224.162 วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:11:42:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ShadowServant
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add ShadowServant's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.