Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
7 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
20 อันดับอัลบั้ม ประจำปี 2007 (อันดับที่ 1-10)


10.)
Album : A Time of Day
Artist : Anekdoten
[Genre : Heavy Prog]




30 Pieces

Anekdoten เป็นวง Progressive Rock จากสวีเดน ชื่อของวงนี้มาจากคำว่า Anecdote ในภาษาอังกฤษ (ที่แปลเป็นไทยได้ว่า เรื่องเล่าจำพวก "เกร็ดประวัติ") นั่นเอง


ดนตรีของวงนี้ได้อิทธิพลจากวง Progressive Rock รุ่นบุกเบิกอย่าง King Crimson รวมถึงอาวุธสำคัญของวงคือ Mellotron (เครื่องดนตรีจำพวกคีย์บอร์ดชนิดหนึ่ง ให้เสียงลากยาวได้แบบเครื่องสาย) ก็ถูกนำมาใช้ อย่างที่บางคนถึงขั้นบอกว่า Anekdoten เข้าใจใช้มันได้ฉลาดกว่า King Crimson ด้วยซ้ำ (King Crimson ยุคหลังปี 1980 มานี้เริ่มหันมาเล่นกับซาวน์ลูปกีต้าร์ แล้วก็ Soundscape แทน-ตา Robert Fripp นี่แหละตัวดี)


ในอัลบั้มนี้ผมขอยกให้เป็นแนว Heavy prog แล้วกัน ดนตรีที่มีความหนักหน่วง แต่เต็มไปด้วยมิติ เช่น In for a Ride แม้แต่เพลงช้าที่ทรงพลังอย่าง A Sky about to Rain ก็เรียบเรียงได้อย่างวิจิตร ซึ่งซาวน์จาก Mellotron เป้นตัวช่วยอย่างดี ที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือโซโล่กึ่งอิมโพรไวซ์ฟลุ๊ตใน 30 Pieces


หนักแน่นและงดงามคือ A Time of Day


Recommended Track
- 30 Pieces
- A Sky About to Rain
- Stardust and Sand
- In For a Ride


"Don't act so surprised. When you knew it all along.
Each and every lies. Burn a hole into my soul
A Sky about to rain"



 9.)
Allbum : Rise of the Tyrant
Artist : Arch Enemy
[Genre : Melodic Death Metal]




Blood on Your Hands

วง "ศัตรูคู่อาฆาต" ออกมากระแทกโสตประสาททุกท่านอีกครั้ง ขออภัย ผมไม่ใช่ Metalhead ที่ไหน แต่ชอบอ่ะ มีปัญหาหรือเปล่า ดนตรีในอัลบั้มนี้หนักขึ้น และบางเพลงมันหนักขึ้นแบบไม่ค่อยเข้ากับเนื้อที่ต้องการสื่อซะเลย (พวกหัวขี้เลื่อยบางคนเหยียดเพลง I will live again ไว้อย่างสั่ว ๆ)


แต่ดนตรีในหลาย ๆ เพลงมันก็มีมิติมากกว่า Melodic Death ทั่วไป (กระนั้นผมก็ยังจำความสะใจเพียว ๆ ในเพลง Nemesis ได้) อารมณ์เกรี้ยวกราดในดวงจิตได้ระเบิดออกมา จากความโกรธเคียดชิงชัง พวกเผด็จการทั้งหลาย ใด ๆ ในโลก!


Recommended Tracks
- Blood on Your Hands
- Revolution Begins
- The Great Darkness
- Vultures



8.)
Album : 23
Artist : Blonde Redhead
[Genre : Alternative/Dream Pop]




23

เกรียนบางตัวอาจจะพูดขึ้นมาสั่ว ๆ ว่า Alternative ตายแล้ว อย่างงั้นอย่างงี้ เป็นตุเป็นตะ ไม่ได้รู้เลยว่า Alternative (หรือถ้ากระดากกับคำแปลของมันที่แปลว่า "ทางเลือก" อยากจะเรียกว่า Rock มรดกจาก 90's ก็ย่อมได้) มันมีความหลากหลายขนาดไหน


มรดกตกทอดจาก Alternative ตั้งแต่ 80's-90's ทำให้เกิดอะไรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Shoegaze , Lo-fi , Post-Punk Revival , Trip-hop ฯลฯ และหนึ่งในนั้นคือ Dream Pop ดนตรีที่มีความล่องลอย แต่ก็ยังมีความป็อบติดหู ฟังได้เพลิน ๆ และ Blonde Redhead ในอัลบั้ม 23 ก็ทำทั้งสองอย่างนี้ได้ดีทีเดียว


นั่นยังไม่นับว่านักร้องสาวชาวญี่ปุ่น Makino นั้นโมเอะ ได้ที่เลยที่เดียว (ถึงตอนนี้จะเหี่ยว ๆ ไปบ้างแล้ว) อ๊ะ ! ไม่ใช่ ๆ กำลังจะบอกว่าเสียงของเธอมันช่วยทำให้อารมณ์หวาน (อาจจะปนเซ็กซี่นิด ๆ) ลอย ๆ โปรยไปทั่วทุกเพลง


Recommended Tracks
- 23
- Dr.Strangeluv
- SW
- Silently



7.)
Album : Snakes and Arrows
Artist : Rush
[Genre : Heavy Prog]




Spindrift

ปล่อยแก่อีกหนึ่งวง Rush เป็นวง Progressive Rock รุ่นเก๋าวงหนึ่งที่ทำดนตรี Prog ได้สนุกสนานรอง ๆ จากวง Yes เลยทีเดียว เพียงแต่วง Rush ออกจะขับเคลื่อนมาจากความเป็น Rock ที่หนักแน่น จนได้ชื่อว่าเป็น Heavy Prog


Snakes and Arrows พิสูจน์ว่า แม้เวลาจะผ่านมายาวนานแต่ Heavy Prog สามชิ้นวงนี้ ก็ยังเปี่ยมด้วยพลังไม่ว่าจะในพาร์ทกลอง กีต้าร์ แม้แต่เสียงร้อง เพลงบรรเลงอย่าง The Main Monkey Business กับ Malignant Narcissism ก็อัดแน่นไปด้วยรสชาด Spinedrift และ Far Cry ก็ชวนให้หายคิดถึงเพลง Hard Rock มีกึ๋นในแบบ Rush


Neil Peart บอกไว้ว่า เนื้อหาของ Snakes and Arrows เกิดมาจากการพยายามสำรวจสิ่งที่เรียกว่า "ศรัทธา" ซึ่งมาจากประสบการณ์ของตัวเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นความศรัทธาในความเชื่อ แนวคิด วิถีชีวิต รวมถึงการย้อนตั้งคำถาม ความเสื่อมศรัทธา ความรู้สึกแปลกแยก จากการเดินทางสำรวจ "ศรัทธา" ของเขาเองด้วย


Recommended Tracks
- Far Cry
- Spindrift
- The Main Monkey Business
- The Way the Wind Blow
- Malignant Narcissism



6.)
Album : The Sum of No Evil
Artist : The Flower Kings
[Genre : Symphonic Prog]




Flight 999 (Brimstone Air)

ไม่น่าเชื่อว่าวง Symphonic Prog ในยุคปัจจุบันยังทำดนตรีได้สดใสสนุกหูขนาดนี้ ด้วยท่วงทำนองแบบ Yes การประสานซาวน์ดนตรีที่บางครั้งก็ไพล่ให้นึกถึง Genesis แต่ขณะเดียวกันพาร์ทกีตาร์ที่บางครั้งก็เจือสไตล์ของ King Crimson ลงไป โดยเฉพาะในเพลง The Sum of No Reason


ฟังดูเหมือนเอาเขามาโฮะ แต่ทั้ง 6 เพลงที่ความยาวไม่ใช่เล่น (เว้น Flight 999) ก็ชวนฟังในแบบ "จ้าวแห่งบุปผา" บางท่อนอาจจะเนื่อย ๆ ไปบ้าง ราบเรียบไปหน่อย (ก็ฐานของแนว Prog คือความซับซ้อนนี่นา)


กระนั้นเพลง Love is the Only Answer ก็กลายเป็นเพลงยาวเหยียด (ยาว 24:26 นาที) เพลงหนึ่งที่ผมชอบไปแล้ว เพราะเปลี่ยนท่อนได้เนียนพอสมควร อารมณ์ไม่ยืดเกินพอดี มีทั้งความไพเราะและจังหวะจะโคน แม้แต่เพลงที่สั้นที่สุด Flight 999 (Blimstone Air) (ยาว 5 นาทีถ้วน) ก็สอดใส่อารมณ์ขี้เล่น ๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายของความมาดร้าย (แบบในเพลง Larks' tongue in aspic ภาค 1-2 ของ King Crimson) ไว้ได้น่าฟัง


ถ้าไม่คิดมากเรื่องความเฉื่อย และรสจืดชืด ในบางช่วงแล้วล่ะก็ อัลบั้มนี้มันก็เป็น Symphonic Prog ที่ฟังสนุกเหมาะแก่การผ่อนคลายได้ดีทีเดียว


Recommended Tracks
- Love is the Only Answer
- The Sum of no Reason
- Flight 999 (Brimstone Air)


"I'm here beside you when you dream alone."




5.)
Album : Dark Passion Play
Artist : Nightwish
[Genre : Power Metal]




Bye Bye Beautiful

สภาพ Nightwish หลังจากที่นักร้องนำคนเดิม Tarja Turunen ออกไปแล้ว คงต้องปรับเปลี่ยนอะไรกันพอดู เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงเมสโซ่โซปราโน่ของ Tarja เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของวงนี้ไปในช่วงที่ผ่านมา Nightwish ที่ได้นักร้องใหม่คือ Anette Olzen ซึ่งออกจะเป้นนักร้องแบบร็อค มากกว่าแบบ Classic ของ Tarja เลยต้องปรับแนวดนตรีเพื่อสร้าง Nightwish ในยุค Post-Tarja ให้ได้


แต่กลายเป็นว่าผมกลับชอบเสียง Anette เสียนี้ เธอมีเสียงร้องแบบอบอุ่น ขณะที่เสียงของ Tarja จะเย็นเยียบ ขณะเดียวกัน Range เสียงของ Anette ก็กว้างกว่า Tarja มากทำให้ร้องเพลงได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงดุเดือดปนมืดหม่นใน Whoever Bring the Night หรือเพลงบัลลาดหวาน ๆ Eva เธอก็แสดงพลังของเพลงนี้ออกมาได้ดีมาก และเชื่อได้ว่า Tarja จะไม่มีวันร้องเพลงอย่าง For the heart I Once Had ได้แน่ ๆ เพลงนี้นอกจากเสียงร้องสวย ๆ ในท่อน Verse ของ Anette แล้ว ซาวน์ริฟฟ์กีต้าร์สุดเมโลดิกของมันก็ชวนให้นึกถึงเพลง Heavy Metal ยุคก่อน ๆ สมกับเนื้อหาเพลงที่พูดถึงความเสียดายหัวใจแบบเด็ก ๆ ที่ถูกวันคืนฉีกกระชากออกไป


อัลบั้มนี้ หลายเพลงดี แต่บางเพลงก็ฟังดูเฉย ๆ เพลง Epic อย่าง The Poet and the Pendulum (13:52) ฟังแล้วเซ็ง มันเปลี่ยนท่อนได้ไม่เนียนเลยแม้แต่น้อย ดนตรีก็เฉย ๆ ไม่ใช่ว่า Nightwish จะไม่เคยทำเพลงยาว ๆ แต่เพลงยาว ๆ ที่เปลี่ยนท่อนเนียน ๆ ก็เคยทำมาแล้วนี่นา เพลง The Islander ก็ฟังดูเฉย ๆ อีกเหมือนกัน ไม่นับสองเพลงสุดท้ายที่ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่ Cadence of Her last Breath นี้มันก็ฟังดู Evanescence ยังไงไม่รู้ (ไม่ได้เกลียด Evanescence แต่หมั่นไส้ Amy Lee อยากให้มันโดน Bye Bye Beautiful แบบ Tarja มั่ง แต่ Tarja โดนแล้วผมสงสารง่ะ)


พูดถึง Bye Bye Beautiful ผมว่าเป็น ไฮไลท์ของอัลบั้ม (ที่ช่วยกลบความเลวร้ายของ The Poet and the Pendulum ได้ เปิดมาทีไรผมข้าม Track นี้ไปฟัง Bye Bye Beautiful ทุกที ฮ่า ๆๆๆ) นำซาวน์เทคโนมิวสิกมาผสมแบบเพลง Wish I Had an Angel (ในอัลบั้มที่แล้ว) ท่อนเปิดทรงพลัง ท่อนฮุกทั้งติดหูและเต็มไปด้วยอารมณ์ ได้ปลดปล่อย ! Master Passion Greed ที่เหมือนจงใจเล่นให้หนักและแรงขึ้น  แต่ก็ไม่ได้มืดไปหมดเสียทีเดียว เพลงที่ยังสว่าง ๆ และสุดเมโลดิกก็มีคือ Amaranth


และที่ชอบสุด ๆ อีกเพลงคือ Last of the Wilds เพลง Instrumental Track ซึ่งนำดนตรี Celtic Folk มาผสมผสานกับเมทัลได้กลมกล่อม หนักแน่น และไพเราะ


Recommended Tracks
- Bye Bye Beautiful
- Master Passion Greed
- Whoever Bring the Night
- For the Heart I Once Had
- Last of the Wilds 


"It's not the tree that forsake the flower
But the flower that forsake the tree"




4.)
Album : Systematic Chaos
Artist : Dream Theater
[Genre : Progressive Metal]




Constant Motion

Dream Theater อัลบั้มนี้กลับมากระหน่ำความเป็น Metal ลงไปในตัวดนตรีอีกครั้งหลังจากที่เก้ ๆ กัง ๆ ในอัลบั้มที่แล้ว Octavarium เพลงที่เด่นในความเป็นเมทัลเลยคือ Constant Motion ที่ควบตะบึงกีต้าร์เล่นล้อกับความเร็ว เบสของเมียงก็ไหลไปด้วยกันได้ดี เป็นเพลงที่ฟังเอารายละเอียดก็พอได้ แต่สำหรับผมแล้วคงรู้สึกเมามันส์เอาไว้บรรเทามะเร็งในอารมณ์มากกว่า The Dark Eternal Night ก็ชอบเหวี่ยงจังหวะไปมาในท่อนโซโล่ แต่กับท่อนร้องอาจจะยังฟังขัด ๆ


ใครอาจจะบอกว่า Prophet of War มันคือดนตรีแบบวง Muse ๆ (Dream Theater บอกว่าชอบวงนี้มาก) ที่เอามาทำให้เป้น DT ซึ่งผมก็ชอบ และคิดว่าทำได้ดีทีเดียว In the Presence of enemies ทำได้ดีทั้งสองภาค แต่จะรู้สึกทิ้งน้ำหนักที่ภาคสองมากกว่าในแง่การเรียบเรียง และพลัง Epic ของมัน จะน่าเบื่อหน่อยก็เพลง Repentance ซึ่งเข้าใจว่าอยากจะให้มีเพลงช้า ๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศบ้าง แต่ขอบอกว่า DT ไม่เก่งในเรื่องบรรยากาศ Soundscapes หรืออะไรพวกนี้เอาซะเลย เพลงนี้เลยฟังดูด้อย ๆ ลงไป


แต่ไม่ได้มีแค่การโชว์พลังฝีมืออย่างเดียว (พวกนี้เป็น 5 ยอดมนุษย์ไฟฟ้า ที่ยังเป็นคนอยู่บ้าง ไม่ใช่ซูเปอร์ไซย่าแบบ Dragonforce พวกนี้มันเป็นชาวไซย่าบ้าพลังลูกเดียว) ถ้าใครที่หาเพลง Metal ฟังง่าย ๆ หน่อย ก็มี Forsaken ที่หากไม่คิดตามที่ Portnoy ว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์ มันก็สามารถตีความให้เป็นเพลงรัก (ติด Ero- เล็กน้อย) ได้ทีเดียว หรือเพลงที่ท่อนร้องช้า ๆ อย่าง Ministry of Lost Soul ก็มีอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์อยู่แหละนะ


Recommended Tracks
- Constant Motion
- The Dark Eternal Night
- Prophet of War
- In the Presence of enemies (Part 2)


"My Soul is my own now , I do not fight for you
....Dark Master"



3.)
Album : Gothic Kabbalah
Artist : Therion
[Genre : Symphonic Power Metal]




Son of the Staves of Time

วงสุดอลังการณ์ผู้ที่ดนตรีของมันฟังทีไรก็อวลไปด้วยบรรยากาศโบราณ ยังไม่นับ Artwork ที่เข้ากับภาพลักษณ์ทางดนตรี ยักษ์โบราณในอัลบั้มใหม่นี้ มีพาร์ท Vocal สุดบรรเจิดจากหลากหลายผู้คนและหลายระดับเสียง


ไม่นับดนตรีสุดอลังการณ์เปี่ยมด้วยพลัง ที่ไล่เรียงมาตลอดอัลบั้มและมาพีคสุด ๆ ที่ Adulruna Rediviva เพลง Epic แห่งปี ซึ่งให้อารมณ์เต็มอิ่ม ไม่ต่างจากการได้ดูหนัง Epic ดี ๆ สักเรื่อง


Recommended Tracks
- Gothic Kabbalah
- The Perennial Sophia
- Son of the Staves of Time
- Tuna 1813
- Three Treasures
- Adulruna Rediviva



2.)
Album : Neon Bible
Artist : Arcade Fire
[Genre : Indie Rock/Baroque Pop]




No Cars go

วงจากแคนาดาวงนี้เป็นวงร็อคที่น่าจับตามองของทศวรรษ แม้ดนตรีจะมีรสชาดเจือจางลงกว่าอัลบั้มที่แล้ว (Funeral) นิด ๆ แต่มันก็แสนสละสลวย และเป็นเอกภาพมากกว่า (แม้เพลงอย่าง No cars go ที่ดีแค่ไหนก็สู้ Wake Up ไม่ได้ก็ตามที) บางเพลงก็มีด้านสว่างไสวแบบของ U2 (ไม่มีอันไหนสว่างเท่าตอนท้าย ๆ ของ Wake Up) บางเพลงก็ออกหม่น ๆ ถูกรสนิยมคนชอบอะไรมืด ๆ (Wake Up ไม่มืด แต่เจ๋ง) บางเพลงก็มีจังหวะสนุก ๆ พอโยกตามได้ ขณะเดียวกันดูเหมือนเสียงร้องของนิชเช่ เอ้ย ! Win Butler ดูจะผ่อนคลายลง และไม่ค่อยคล้าย David Bowie อีก (ก็แหงล่ะ ใน Wake up สิฟังแล้วนึกถึง Five Years ของ Bowie เลยทีเดียว) ขณะที่เสียงร้องประสานที่เอามาใช้ทำได้เข้ากับอารมณ์ดีทีเดียว (เสียงประสานใน Wake Up ก็เข้ากันได้ดีเหมือนกัน จริง ๆ นะ)


Recommended Tracks
- Wake Up (ไม่มี! นั่นมันของอัลบั้มที่แล้ว!)
- ทุกเพลง ยกเว้น Black Mirror กับ Neon Bible


"My Body is a Cage
That keep me from dancing with the one I love
But my mind got a keys"



1.)
Album : Fear of a Blank Planet
Artist : Porcupine Tree
[Genre : Psychedelic/Space Prog]




Fear of a Blank Planet

ถึงแม้ว่าวง Porcupine Tree จะไม่ได้รับอิทธิพลจาก Pink Floyd มาโดยตรง แต่นักวิจารณ์บางที่ก็ถึงขั้น บอกว่ามันคือ "Dark Side of The Moon" ของทศวรรษนี้ บ้างก็เปรียบอัลบั้มนี้กับ "The Wall" (คงในแง่เนื้อหา) ขณะที่ Civil Report (คนเขียนลง Blog แบบผมเนี่ยแหละ) บางคนเรียกมันว่า "Dark Side of The Wall" -_-'


Fear of a Blank Planet มีดนตรีที่เริ่มเอียงมาทาง ไซคีเดลิคมากขึ้น จากที่อัลบั้มก่อนหน้าดนตรีจะเน้นความหนักหน่วง (ด้วยอิทธิพลของ Alternative Metal) เสียมากกว่า และทั้ง 6 เพลงต่างก็มีจุดเด่นในแบบของตัวเอง My Ashes ที่แสนไพเราะ เหน็บหนาวและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน , Sentimental ที่ให้อารมณ์เหมือนเด็กหลงทาง , Way Out of Here ที่ทั้งซึมเซาและเจ็บปวด , Sleep Together ที่ประสานเสียงสังเคราะห์เข้ากับ Soundscapes หม่น ๆ , Anesthetize ที่เหมือนเขาวงกตของความมืดมิด และ Fear of a Blank Planet ที่ทั้งเร้าอารมณ์ ผสมผสานความกร้าวกับโลกอันอับแสง


ความรู้สึกที่มีต่ออัลบั้มนี้คือ เพลงพวกนี้ทำเพื่อตูชัด ๆ การมีชีวิตอยู่เพื่อได้สัมผัสบทเพลงที่แฝงด้วยความสับสน โกรธ เศร้า หม่น และแม้กระทั่งอบอุ่น พวกนี้ช่างแสนวิเศษจริง ๆ


และไอ่โลกที่ดูว่างเปล่าใบนี้ มันก็ไม่เห็นจะน่ากลัวอีกต่อไป


Recommended Tracks
- ....ทุกเพลง


"Sullen and bore the kids play
And I wish away , wish away...each day..."


หมายเหตุ ถ้าสงสัยเรื่องการแบ่งแนว Prog สามารถเข้าไปดูที่เว็บไซต์ Progarchives ได้ (สำหรับ Porcupine Tree ส่วนตัวคิดว่ายังไงมันก็คือ Psychedelic/Space ขณะที่ใน Progarchives จัดเป็น Heavy Prog)






Create Date : 07 มกราคม 2551
Last Update : 7 มกราคม 2551 4:28:39 น. 26 comments
Counter : 737 Pageviews.

 
Best Singles / EPs of 2007
1.) Nil Rucurring (EP) / Porcupine Tree
* ดูท่าว่าจะเป็นเพลงที่เหลือใช้จาก Fear of a Blank Planet แต่เจ๋งเกินกว่าจะเรียกว่าเศษเพลง
2.) Eramaan Viimeinen (Single) / Nightwish feat. Jonsu
* เป็นเพลง Last of the Wilds เวอร์ชั่นที่มีเสียงร้องเป็นภาษาฟินแลนด์บ้านเกิดของวงนี้เอง โดยที่คนร้องคือ Jonsu ไม่ใช่ Anette
3.) -

Best Thai Artists of 2007
1.) g6pd จากอัลบั้ม Grandmurder
2.) Samurai Loud
3.) Desktop Error

Best songs of 2007
1.) Adulruna Rediviva / Therion
2.) Fear of a Blank Planet / Porcupine Tree
3.) Last of the Wilds / Nightwish

Best Music Video of 2007
1.) Fear of a Blank Planet / Porcupine Tree
2.) Peacebone / Animal Collective
3.) Long Road to Ruin / Foo Fighters
* ฮา ๆ ตามสไตล์ Dave Grohl

Worst Music Video of 2007
1.) Top Ranking / Blonde Redhead
* Miranda July ดูเฟค ๆ ใน MV นี้ไม่ชอบเลย
2.) Bye Bye Beautiful / Nightwish
* Anette ในเพลงนี้ดูเสียลุคยังไงไม่รู้
3.) Your love alone is not enough / Manic Street Preachers

Worst song of 2007!
เพลงที่ถูกยัดเยียดให้ฟังเพลงนั้นแหละ !
อัก-คะ-ระ-สิน-ละ-ปิน อะไรของมันสักอย่าง

ศิลปินที่มีแต่คนชมแต่ผมฟังยังไงก็รู้สึกเฉย ๆ (แห่งปี 2007)
Arctic Monkeys


โดย: ShadowServant วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:4:52:27 น.  

 
ชอบอ่ะ อันดับเพลงๆๆๆๆๆๆ
เปิดรสนิยมการฟังเพลงเราให้กว้างไปอีก
เดี๋ยวจะไปลองฟังดูให้ครบเลยนะครับ


โดย: pecochan วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:5:01:23 น.  

 
รู้จักอยู่สามวงคือ Blonde Redhead ArcadeFire และ DM
นอกในแบะ แบะ ๆ คือใบ้กินครับ

แค่เห็นหน้าปกก็สยองรูหูแล้วครับ กลัวเพลงหนัก แต่ถ้าหลอนก็พอไหว



โดย: Mesia_82 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:13:15:27 น.  

 
ตกกะใจเห็น Blonde Redhead โผล่มา แบบว่าฉีกแนวสุดๆ แต่วงเมทัลหนักหน่วงนี่ส่วนใหญ่ได้ยินแต่ชื่อ ไ่ม่ค่อยได้ฟัง

ผมว่าจะไปดู DT แต่ยังไม่ได้ซื้อบัตรเลย ไม่รู้้บัตรหมดหรือยัง


โดย: strawberry machine gun IP: 202.41.187.247 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:16:23:15 น.  

 
เอ่อ ลืิมบอก Arctic Monkey ชุดใหม่ เฉยๆ เหมือนกัน ชอบชุดเก่ามากกว่า มันสด มันดิบ มันสะใจ แต่ชุดใหม่นี่เหมือนชุดแรกเลย แต่ไม่สดเท่า


โดย: strawberry machine gun IP: 202.41.187.247 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:16:24:47 น.  

 
ได้ฟังแค่ 2 ชุดครับ
Snakes and Arrows กับ Systematic Chaos

ช่วงนี้เปิดเจอ Long Road to Ruin บ่อยมาก


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:20:30:01 น.  

 

Therion ชุดนี้เราเฉยๆ อ่ะ คือเพลงมันเหมือนเดิมเลยแฮะ

Dream Theater ชุดใหม่ยังไม่ได้ซื้อเลยแฮะ คอนเสิร์ตจะไปดูป่าว ยังไม่รู้เลย


โดย: merveillesxx วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:1:56:00 น.  

 
เห็นด้วยกับปิ๊ก Blonde Redhead
โผล่มาได้ไงเนี่ยะ

สวัสดีปีใหม่จ้า


โดย: grappa IP: 58.9.191.85 วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:8:49:17 น.  

 


ผมไม่ได้เมทัลอะไรขนาดนั้นนะ
Arcade Fire ก็มีนะค้าบ


โดย: ShadowServant IP: 202.28.27.6 วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:10:54:09 น.  

 
ในลิสต์นี่ ได้ฟังเต็มๆ แค่ Arcade Fire บั้มเดียวเอง กับ DT อีกเล็กน้อย เห็นใครๆ เขาก็ชื่นชมกัน Arcade Fire เนี่ย แต่รู้สึกจะไม่ใช่รสนิยมเราแฮะ


โดย: Nutjung วันที่: 9 มกราคม 2551 เวลา:14:34:29 น.  

 
เคยฟังแต่ Arcade Fire อ่ะครับ อยู่ในเกณฑ์ชอบ

Worst song of 2007! ใจตรงกับผมเลยแฮะ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 10 มกราคม 2551 เวลา:4:48:38 น.  

 
v_v อ่านถึงตรงนี้แล้ว "ขออภัย ผมไม่ใช่ Metalhead ที่ไหน แต่ชอบอ่ะ มีปัญหาหรือเปล่า" ก็จะบอกว่าไม่มีปัญหาอะ ดุจัง เอิ๊ก ว่าแต่วงนี้ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ไปอ่านเจอที่บล็อกของคุณ Parid ก็เลยเหมือนได้พอผ่านตามาบ้าง คราวนี้จะมาลองผ่านหูบ้างนะ แต่ขณะที่พิมพ์นี่ยังไม่ได้ฟัง ไว้จะหาเวลามานั่งฟังหลายๆเพลงที่เอามาให้ลองค่ะ

สำหรับสิบอันดับฝั่งนี้ มีตรงกันหนึ่งเองคือ the arcade fire แล้วก็เลือกเพลงที่แนะนำแบบใช่เลย เพราะชอบ no cars go มากๆ ตอนที่ได้อัลบั้มมาใหม่ๆ มีช่วงที่เปิดฟังแต่เพลงนี้ซ้ำไปมา

สรุปในสิบอันดับหลังมีได้ฟังสามอัลบั้มคือ หัวแดงบลอนด์ อาร์เคดไฟร์ แล้วก็ Porcupine Tree << ซึ่งวงหลังนี้ก็ชอบเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มกับชอบหน้าปก แบบว่ามองทีไรต้องขอมองซ้ำ


โดย: cottonbook วันที่: 11 มกราคม 2551 เวลา:6:55:07 น.  

 
ท่าทีดุ ๆ นี้ ผมด่า Metalhead ใจแคบไม่กี่คนน่ะ
ใครที่ไม่ได้เข้าข่ายก็อย่ากังวลไป ฮุ ๆ



โดย: ShadowServant IP: 118.172.21.149 วันที่: 11 มกราคม 2551 เวลา:12:05:19 น.  

 
Arch Enemy .. เมทัล ตัวยง เสียงร้องยังกะมาจากนรก โหดดีคับ ชอบๆ และกลองในชุดนี้เจ๋งมากครับ

Nightwish.. ฟังได้เรื่อยๆ มีหลอนๆ ในบางเพลง ตามสไตล์ ที่ชวนโยกได้ .. ชุดนี้ยังไม่เคยฟังทุกเพลง

Dream Theater .. คงไม่ต้องพูดอะไรมากนะ รอการมาเยื่อนของพวกเขาได้เลย ..

Therion.. เคยฟังชุดก่อนหน้า ... จำชื่อไม่ได้ แต่รู้สึกว่ามันเจ๋ง โหด และได้ฟังดนตรี เครื่องดนตรีหลากหลายดี

Arcade Fire.. ฟังทีแรก ก็โยนเก็บไว้ในกรุ ทันที 555 พอรู้สึกเบื่อๆ กับเพลงที่ซ้ำๆ เลยหยิบขั้นมาฟัง โอ้วแปลกและใหม่ สด แห่งปีนี้เลยล่ะครับ *** เห็นด้วยๆ

....อันอื่นๆ ไม่เคยฟังฮะ



โดย: haro_haro วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:15:56:06 น.  

 
ไม่เกี่ยวกับอัลบั้มข้างบน
แต่จะบอกว่า วอนเดอร์ บอย เล่ม5
ออกแล้ว เย้ !

สวัสดีปีใหม่นะต้น


โดย: ยีน IP: 203.113.35.12 วันที่: 16 มกราคม 2551 เวลา:14:59:21 น.  

 
ช่างไม่รู้จักเลยสิเรา


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:16:36:08 น.  

 
ผมก็ซื้อ Wonder boy มาแว้ว (แพงสาดดด 60 แน่ะ)
แต่คุ้มมาก จนไม่เสียดายแค่ได้ซื้อเก็บ


โดย: ShadowServant วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:4:08:49 น.  

 
ได้แต่มาอ่านง่ะ แหะๆ

มาทักทายหลังปีใหม่ ขอโทษด้วยที่ล่าช้า

เพิ่งว่างอะจ้ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:12:03:49 น.  

 

จัดอันดับ 10 หนังแว้ว


โดย: merveillesxx วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:19:10:13 น.  

 
อ้าว..ลืมอ้ะว่าจขบ.อยู่เชียงใหม่

ไม่งั้นก่อนไปก็นัดเจอกันแร้ววววววว


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:16:03:18 น.  

 
เอ่อ อยากจะบอกอะไรสักนิดน่ะครับ
ว่าผมไม่รู้จักวงที่กล่าวมาเลยสักวง


ไม่เคยลองฟังเพลงแนวนี้เลยน่ะครับ
ที่เคยเห็นพอคุ้นตาบ้างก็มีแต่หัวแดงบลอนด์
แค่อัลบั้มเดียว จำได้ติดตาเพราะปกอัลบั้มประหลาดเหลือเกิน
พอลองกดฟังดูแล้วก็เพราะดีครับ ชอบเสียงนักร้องนำ


แหะ แหะ แต่เผอิญไม่ใช่คอเพลงแนวนี้สักเท่าไหร่ซะด้วย
เลยไม่ค่อยมีคอมเม้นท์อะไรเท่าไหร่น่ะครับ




ปล. อัลบั้ม Begin To Hope ล่าสุดของ Regina Spektor (จนถึง ณ ตอนนี้) เธอทำซิงเกิลป๊อบๆกะฟาดกระแสสุดๆ แต่เพลงอื่นๆในอัลบั้มผมว่าก็ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอาย anti-folk สไตล์เก่าเธอนะ แต่ฟังไม่ยากเท่า Soviet Kitsch


โดย: Unravel วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:21:34:02 น.  

 
ในสาย PROG นี่ชอบ RUSH กว่าเพื่อนครับ
..
แต่ไม่รู้ทำไม ผมชอบจำสบสน 2 วง ระหว่าง Arcade Fire กับ Arctic Monkey เรียก ผิดๆถูกๆ ทุกที


โดย: แร้ไฟ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:29:36 น.  

 
ตาย เวรกรรม Rush กับ Dream ออกชุดใหม่แล้ว ! ท่าผมจะตกยุคจริงๆ ส่วนวงอื่นๆ ก็น่าสนใจดีครับ


โดย: yuttipung วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:2:25:46 น.  

 
พี่ ได้ไปดู ฮัลโลวีน มา ป่าว ??!

คิดถึงนะ
จากไอ้เอส :)


โดย: เอศเธระ วันที่: 3 มีนาคม 2551 เวลา:8:28:14 น.  

 
^
^
วงเขาชื่อเฮลโลวีนเด้อ


โดย: ShadowServant วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:23:39:56 น.  

 
มีให้ฟังอยู่ 2 แผ่นเอง Blonde Redhead & Arcade Fire

ดีจายจัง มีคนรู้สึกเฉยๆ กะ Arctic Monkeys เหมือนกัน อิอิ ทำมั๊ยได้รางวัลกันเยอะแยะ แจกวงอื่นๆบ้างสิ


โดย: โนเนมจัง วันที่: 20 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:40:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ShadowServant
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add ShadowServant's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.