เรามารู้จักชนิดของต้นไม้ ที่คนปรุงน้ำหอมเขานำมาใช้ในการปรุงน้ำหอมกันเถอะ

เรามาทำความรู้จักกับชนิดของต้นไม้


ที่คนปรุงนํ้าหอมเขานำมาใช้ใน การทำนํ้าหอม


ที่นิยมนำมาใช้มากในอันดับต้นๆ ดังนี้



- Balsam : เป็นยางไม้หอมชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง Balsam ที่นิยมในแวดวงการผลิตเครื่องหอม
ในปัจจุบันเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ
Balsam จากประเทศ
เปรู



- Bergamot : ก็คือ ต้นมะกูดนั่นเอง ส่วนของมะกูดที่ใช้สกัด ทำน้ำหอมก็คือ บริเวณเปลือก ของลูกมะกูดนั่นเอง กิ่นหอมที่สกัดจากผิวของลูกมะกูดนี้ส่วนใหญ่
จะนำไปใช้ใน
นํ้าหอมสำหรับผู้หญิง



- Frankincense :เป็นยางไม้หอมจากต้นไม้จำพวก
Boswellia เจ้าต้น Boswelliaเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก ที่เจริญเติบโตทางตอนใต้ของ Arabia และ Somalia ซึ่งยางไม้ชนิดนี้ เป็นส่วนสำคัญมาก
ในการทำเครื่องหอม
สมัยอณาจักรโรมันโบราณ
ในปัจจุบันเราใช้
Frankincense เป็นส่วนผสมของ นํ้าหอมสมัยใหม่ถึง 13%



- Galbanum :เป็นยางไม้ของ ต้นยี่หร่า
จากประเทศ
Iran เจ้า Galbanum
จะมีกลิ่นหอม ออกไปทาง Spicy



- Jasmine : ต้นมะลิใช้เป็นส่วนผสมหลัก ของนํ้าหอมในปัจจุบันมากกว่า 80 % เป็นรองก็ แค่ดอกกุหลาบ พันธุ์ของมะลิที่นิยมใช้ในการทำนํ้หอมก็คือ มะลิจากประเทศสเปน หรือที่เรียกกันว่า Royal Jasmine ซึ่งใช้มากที่สุดในยุโรป
มาตั้งแต่ศตรวรรษที่
16 แล้ว Royal Jasmine นี้จะเป็น ส่วนผสม
ในการทำนํ้าหอม ที่แพงที่สุด เพราะว่า จากมะลิ
500 ปอนด์
จะกลั่นออกมาใช้ทำนํ้าหอม ได้แค่เพียง
0.1
%
เท่านั้น



- Labdanum : เป็นหยดเล็กๆ ของยางไม้จากใบของต้น Cistus ที่ขึ้นอยู่ ในตะวันออกกลาง เราใช้ยางไม้ชนิดนี้ถึง
33% ในการทำนํ้าหอมในปัจจุบัน



- Lavender : เป็นส่วนผสมหลัก ในการทำนํ้าหอมมานานแล้ว
นับตั้งแต่สมัย กรีก - โรมันโบราณครั้งหนึ่งในประเทศ ฝรั่งเศส เคยปลูกต้น
Lavender นี้ถึง 5,000
ตัน ต่อปีมาแล้ว



- Lemon : ผิวของผลมะนาว เป็นส่วนผสมที่จำเป็น ในการทำนํ้าหอม
ที่ต้องการให้ได้กลิ่นหอม ที่สดชื่น สดใส มีชีวิตชีวา



- Lily of the Valley : ในช่วงเริ่มแรกของการทำนํ้าหอมนั้น เราได้
กลิ่นหอมของดอก
Lily โดยการใส่ดอก lily ลงไปในนํ้ามัน แต่ในปัจจุบัน
เราใช้กรรมวิธีที่ทันสมัย
โดยการสกัดเอากลิ่นหอมของ lily
ออกมา ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เราใช้ lily เป็นส่วนผสมในการทำนํ้าหอม ประมาณ 14 % ในปัจจุบัน



- Myrrh : เป็นยางไม้จากต้น Myrrh ซึ่งพบได้ใน
Arabia, Somalia และ Ethiopia ในสมัยโบราณ เขาใช้ยางไม้ชนิดนี้ทำเป็นยาสมุนไพร
และ ใช้ทำ นํ้ายา ดองศพแต่ในปัจจุบัน นักปรุงนํ้าหอมบอกว่า คุณสมบัติที่เด่นของ
Myrrh นี้คือ มันเป็นตัวช่วยให้กลิ่นของนํ้าหอม ติดร่างกายทนนานยิ่งขึ้น เพราะมันมีสารที่ทำให้ นํ้าหอม ระเหยไปในอากาศ
ช้าลงนั่นเอง



- Neroli : ได้จากการกลั่น จากดอกของต้นส้ม ชื่อ Neroli นี้ได้มาจากในช่วง หลังศตรววรษที่ 16 โดยภรรยาของ เจ้าชายของ อิตาลีคนหนึ่ง ใช้ Neroli ผสมในนํ้า ที่เธออาบ ทำให้กลิ่นหอม
นี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายในยุโรป
แต่จริงๆแล้ว Neroli เข้ามาในยุโรปนานแล้ว
ตั้งแต่ศตรวรรษที่
12 โดยชาว าหรับเป้นผู้นำเข้ามา ในปัจจุบันใช้เป้นส่วนผสม
ในการทำนํ้าหอมถึง
12%




- Oak Moss :
เป็น Lichen ที่อยู่ตาม ต้นโอ๊ก ต้นสน และต้นไม้อื่นๆ
ในแถบเถือกเขา
ทางเหนือ ของแอฟริกา และ
ยุโรป เราใช้
oak moss เป็นตัวที่ยึด กลิ่นหอมของนํ้าหอมไว้ ไม่ให้ระเหยไปเร็ว






Free TextEditor



Create Date : 10 กันยายน 2552
Last Update : 15 กันยายน 2552 16:12:53 น.
Counter : 324 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

seviyorum
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



< sponsored link
กันยายน 2552

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30