Find your happy place.


วันอังคารที่ 27 กันยายน เป็นวันคล้ายวันเกิดของอิชั้นเองค่ะ แต่งตัวไปทำงานตอนบ่ายๆ รอแขกมาเช็คอิน ซึ่งมาถึงตอนดึกๆ อิชั้นเลยเดินออกไปหลังที่ทำงาน ติดโบสถ์ประจำหมู่บ้าน ถ่ายรูปต้นและผลแอ๊บเปิ้ลที่กำลังรอการเก็บเกี่ยว อาทิตย์นี้และอาทิตย์หน้าคงจะเก็บกันหมดแล้ว เอารูปลงเฟสบุ๊ค ซึ่งรูปแอ๊บเปิ้ลสีแดงๆนี่เรียกเสียงคะแนนเกรียวกราวจากพี่ๆน้องๆได้เยอะทีเดียว เนอะ ก็สีสวยขนาดนั้น ถ่ายรูปขึ้นอีกต่างหาก ส่วนรสชาติก็โอเค ตอนเพิ่งเก็บใหม่ๆนี่ หวาน กรอบ แต่พอเก็บไว้นานๆ เนื้อเริ่มเป็นทรายๆ ไม่อร่อยแล้วแหละค่ะ 











และเกาลัด ต้นไม่ไหญ่มาก แต่ติดลูกเสียแล้ว เม็ดใหญ่เบิ้ม ไม่ได้เก็บมานะคะ แค่ถ่ายรูปเฉยๆ เพราะเป็นที่ทางที่มีเจ้าของ เห็นเค้าดูแล หญ้าไม่สูง ตัดแต่งเรียบร้อย ปลูกผลไม้อย่างอื่นด้วยเป็นแถวเรียงกันไป









ลองเทียบขนาดกับโทรศัพท์รุ่นเก่าๆ แต่ยังใช้งานได้ดีอยู่ 




ตอนนี้อากาศยังดีอยู่ ไม่ร้อนไม่หนาวมาก ใส่เสื้อแขนยาวบางๆ เดินไปไหนมาได้สบายใจ แต่ต่อไปนี้ อากาศหนาวของจริงก็จะมาถึงแน่ๆ อิชั้นเลยมักเดินออกกำลังขานิดหน่อย ชมวิวทิวทัศน์ที่เริ่มคุ้นตา ก็สิบปีแล้วเนอะ ที่พาตัวเองมาอยู่ตรงนี้ สุขทุกข์เหงาไปตามประสา แต่เป็นคนเลือกที่จะสุขมากกว่า สุขใจไปกับธรรมชาติรอบตัว หน้าร้อนออกไปหาเห็ด กิจกรรมโปรดเลยทีเดียว หรือไม่ก็ก้มๆเงยๆถ่ายรูปดอกไม้ป่า ที่คนแถวนี้เค้าจะงงๆ ว่าถ่ายอะไรหนักหนายะแม่คุณ และเดินหนีบรรดาตัวผึ้งที่มักมาชอบดูดเกสรดอกไม้ไปด้วยเช่นกัน ส่วนฤดูนี้ใบไม้ร่วง ช่วงต้นฤดูก็ไปเก็บเกาลัดในป่า ซึ่งมีเยอะแยะจนเก็บไม่หวาดไม่ไหว ปล่อยให้แห้งเหี่ยวไว้ในดงเกาลัดนั่นแหละค่ะ ปีนี้ว่าจะทำแยมเกาลัดด้วย ตอนนี้เก็บขวดแก้วจากขวดน้ำผึ้งไว้หลายขวดแล้ว ยังไม่เคยทำนะคะ แต่น่าจะออกมาใช้ได้เพราะเกาลัดที่นี่มีรสหวานอยู่ในตัวแล้ว ส่วนปลายฤดูก็ออกไปถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี ที่ๆอิชั้นอยู่นี่ บนเขาบนดอยที่มีความสูงกว่า 1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใบไม้ ต้นสน ต้นไผ่เยอะแยะ เอ้ย ไม่ใช่ละ ต้นไผ่บนเขาไม่มีค่ะ แต่ข้างล่างๆ มีต้นไผ่ชนิดนึง ปล้องเล็กๆ มีพี่คนไทยเข้าป่าเก็บหน่อไม้มาได้เยอะนะคะ แต่แถวบ้านอิชั้นไม่มี ไม่งั้นคงได้หน่อไม้สดมาแกงบ้างแล้ว

ส่วนหน้าหนาว ช่วงที่หิมะยังไม่ตกก็จิตตกไปนิดหน่อย อึมครึม แดดน้อย สว่างช้ามืดเร็ว ช่วงนี้แหละที่อยากกลับไทยใจจะขาด แต่พอหิมะตกก็จะรู้สึกดีขึ้น อย่างน้อยๆ สีขาวๆของหิมะก็ยังดีกว่าสีมืดๆดูอับๆของกิ่งไม้ใบหญ้าที่แห้งถับถมกันอยู่ แถมการออกไปเดินย่ำหิมะออกกำลังขาก็สนุกดีเหมือนกัน ถึงแม้ต้องคลุมเนื้อคลุมตัวเหลือแค่ลูกกะตาดำ

ส่วนฤดูใบไม้ผลินั้น โอ้ ช่างดีงามเสียเหลือเกิน ดอกไม้บางชนิดที่งอกหลังจากหิมะละลายนั้น ชวนมอง น่าหลงใหล เพิ่มความสดใสให้ชีวิตแม่บ้านวัยกลางคนอย่างอิชั้นจริงๆ เพราะแต่ละที่จะงอกไม่พร้อมกัน หลังจากอยู่ที่นี่มาหลายปี อิชั้นก็เริ่มรู้ว่า ตรงไหนบานก่อน ตรงไหนบานหลังสุด แม้อากาศจะยังไม่ร้อนมาก หนาวนิดๆ แต่เดินไปดูดอกไม้สวยๆนี่ หายเหนื่อยหายหนาวเป็นปลิดทิ้ง 


กิจกรรมทั้งหลายแหล่ที่อิชั้นเขียนถึงนั้น อิชั้นมักไปทำคนเดียวค่ะ  ซึ่งเมื่อคืนนี่เอง นั่งคุยกันดีๆอยู่กับสามี ฮีถามอิชั้นว่า เธอมีความสุขดีไหม เห็นเธอมักไปไหนมาไหนคนเดียว ฮีกลัวอิชั้นเหงา ไม่มีเพื่อน คำตอบคือ ไม่เลยค่ะ อิชั้นไม่เหงาเลย อิชั้นมีกิจกรรมที่อิชั้นชอบทำ และชอบทำคนเดียวด้วย ไม่ยุ่งกะใครดี การได้เดินดุ่มๆคนเดียวในป่า ไม่ได้ยินเสียงรบกวนอะไร ได้ยินเสียงกร๊วบแกร๊บจากการที่ไปเหยียบกิ่งไม้แห้ง หรือบางทีได้ยินเสียงนกร้อง แต่ที่พีคสุดๆคือได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง (อุ้ย ป้าคะ ป้าจะเวิ่นเว้อเกินไปแล้วนะ) จริงๆนะคะ เต้นตุ๊บๆๆ รัวๆสั่นๆ เพราะเผลอเรอเดินเร็วเกินไป หรือเดินบวกคลานขึ้นเนินนี่แหละ อิชั้นชอบเสียงนี้จริงๆ 555 เพราะปกติอิชั้นไม่ได้ออกกำลังกายแบบที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วๆ ฉะนั้นการได้ยินเสียงนี้นี่สวรรค์ของคนอยากออกกำลังกาย แต่ผลัดวันประกันรุ่งอย่างอิชั้นจริงๆค่ะ 


ส่วนคนที่อยู่ในเมือง คงจะมีกิจกรรมอย่างอิชั้นยากไปหน่อย แต่สวนสาธารณะในเมืองมีนะคะ เดินค่ะเดิน หรือถ้าเมื่อยนัก นั่งพักบนม้านั่ง มองคนที่เดินผ่านไปผ่านมาไปด้วย หายเหนื่อยเดินต่อ สูดอากาศนอกบ้านซะบ้าง อย่านั่งหน้าซีดน้ำลายบูดอยู่บ้าน ขากลับอาจแวะดื่มชากาแฟแกล้มขนมอร่อยๆที่ถูกปากคุณ การเห็นรูปขนม กาฟงกาแฟอยู่หน้าคอมหรือหน้าจอมือถือ ไม่ทำให้คุณได้กลิ่น ออกไปข้างนอกบ้าน แล้วคุณจะรู้ว่า กลิ่นหอมๆของกาแฟที่บาร์หรือร้านกาแฟ มันหอมหวลต่างจากการต้มกินเองที่บ้านอย่างไร ยิ่งมีคนชงหน้าตาดีๆ ยิ้มเก่งๆ ชวนลูกค้าคุยโน่นนี่นั่น เป็นหนุ่มรุ่นน้องด้วยก็ดีนะคะ กาแฟจะอร่อยขึ้น 50% ป้าปุ๊กกี้ได้กล่าวไว้ 555 โอ้ นี่อิชั้นเขียนอะไรลงไปเนี่ย ยาวเหยียดเชียวบล็อกนี้ ตอนนี้ขอไปนั่งหันหลัง ตากแดดสักนิด แต่กาแฟไม่ เอาแอ๊บเปิ้ลหนึ่งลูกเล็กๆไปแทะแทนดีกว่า เพื่อสุขภาพ 

 "Happy Place" ของคุณๆอยู่ที่ไหนกันบ้างคะ หากันเจอหรือยังเอ่ย?



Create Date : 29 กันยายน 2559
Last Update : 29 กันยายน 2559 21:57:08 น.
Counter : 397 Pageviews.

1 comments
  
อ่านแล้วขำอ่ะ "อย่านั่งหน้าซีดน้ำลายบูดอยู่บ้าน" เอ๊ะมันคล้ายเรานะเนี่ย ฮ่าๆๆ แต่สาวเมืองกรุงอย่างเราใช้วิธีเดินกำลังกายในห้างสรรพสินค้าต่างหาก หุหุ
โดย: LaRosa วันที่: 30 กันยายน 2559 เวลา:21:12:34 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

settembre
Location :
ปัตตานี  Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]



We just have one Life,
Keep it Simple.

หรือติดตามได้ที่เพจ
facebook/lifeinitalybypk



เริ่มนับจำนวนคนอ่าน วันที่ 22/04/15




Flag Counter
New Comments
กันยายน 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
17
18
19
20
21
22
24
25
27
28
30
 
 
29 กันยายน 2559
All Blog