การดูแลผิว
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 
4 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
กระ ฝ้า ปัญหาอมตะของผู้หญิง สาเหตุและการรักษาอย่างถูกต้อง

วันนี้หมอจุฬาพรีเมี่ยมไปอ่านเจอบทความ ปัญหา ฝ้า กระ ที่เขียนโดย นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ เกี่ยวกับฝ้า กระ ตั้งแต่สาเหตุและการดูแลรักษา เห็นว่าคุณหมอเขียนเข้าใจง่ายดี จึงนำมาเผยแพร่ต่อครับ

http://www.morchulapremium.com

ปัญหา กระ ฝ้า
กระ ฝ้า ปัญหาอมตะของผู้หญิง
จากปัญหาสุขภาพของ ผู้หญิงทั้งที่เป็นอาการปกติทั่วไปหรือร้ายแรง ทำให้ผู้หญิงสมัยใหม่ตื่นตัวและหันมาสนใจดูแลร่างกายตนเองมากขึ้น ด้วยการหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือต่างๆ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และในบรรดาเรื่องสุขภาพสุดฮิตที่ผู้หญิงให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ก็ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสวยงาม โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณบนใบหน้า ยิ่งมีกระแสและค่านิยมผิวหน้าขาวใส ปราศจากจุดด่างดำมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มความกังวลใจแก่สาวๆ มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ปัญหา กระ และ ฝ้า ซึ่งขึ้นชื่อว่ารักษายากและมีปัญหาจากการรักษาที่ไม่ได้ผลมากมายตามหน้า หนังสือพิมพ์ ทางที่ดีเราจึงควรทำความรู้จักกับปัญหาทั้งสองอย่างให้ดีเสียก่อนที่จะ ตัดสินใจทำการรักษา

สาเหตุและลักษณะของการเกิด ฝ้า และ กระ

กระ และ ฝ้าเกิด จากการที่มีเม็ดสีเมลานิน (melanin pigment) สะสมในผิวหนังมากผิดปกติ ทำให้เกิดผื่นสีน้ำตาลเป็นรอยคล้ำ อย่างไรก็ตามผื่นทั้งสองจะมีลักษณะที่แตกต่างกันดังนี้

กระ มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดมักเล็กกว่า 0.5 ซม. พบกระจายอยู่บริเวณใบหน้าและผิวหนังที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ เชื่อว่าอาจมีสาเหตุจากพันธุกรรมร่วมด้วย เริ่มพบได้ตั้งแต่วัยเด็ก จากนั้นจะค่อยๆ มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นและสีเข้มขึ้น


สำหรับ ฝ้า พบบ่อยในสุภาพสตรีวัยกลางคน มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาล พบบริเวณแก้ม จมูก หน้าผาก เหนือริมฝีปากด้านบนและคาง ผื่นมักมีสีคล้ำขึ้นเมื่อถูกแสงแดด เราสามารถแบ่งชนิดของ ฝ้า ได้เป็นสามชนิด

• ฝ้า ที่เกิดในบริเวณหนังกำพร้า มีลักษณะเป็นผื่นสีน้ำตาลเข้ม บริเวณขอบเขตของผื่นจะเห็นชัด ฝ้า ชนิดนี้ค่อนข้างตอบสนองดีต่อการรักษาเนื่องจากเม็ดสีเมลานินอยู่ไม่ลึกในผิวหนังจึงง่ายต่อการกำจัด


• ฝ้า ที่อยู่ในชั้นหนังแท้ ผื่น ฝ้าจะ เป็นสีน้ำตาลผสมสีเทาเข้ม ขอบเขตจะเห็นไม่ชัดเจน เนื่องจากเม็ดสีเมลานินอยู่ในระดับที่ลึกมากขึ้น มีผลทำให้รักษาค่อนข้างยาก ตอบสนองไม่ดีต่อการรักษา


• ฝ้า ชนิดผสม มีเม็ดสีเมลานินสะสมมากผิดปกติทั้งในชั้นหนังแท้และหนังกำพร้า การแยกชนิดของ ฝ้า นั้น จะมีประโยชน์ต่อการรักษา ทำให้สามารถประเมินได้ว่าจะรักษาได้ผลดีมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามการตรวจด้วยสายตาอาจมีข้อจำกัด บางครั้งอาจต้องใช้กล้องแสงอัลตราไวโอเลต (UV Camera) ช่วยในการจำแนกชนิดของ ฝ้า

สาเหตุของการเกิด ฝ้า นั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะมีปัจจัยหลายอย่างร่วมกันได้แก่ แสงแดด ฮอร์โมน ยา การแพ้เครื่องสำอาง ตลอดจนพันธุกรรม
สำหรับแสงแดดมีส่วนประกอบของรังสีอัลตร้าไวโอเลตชนิด A (UVA) และชนิด B (UVB) รังสีทั้งสองชนิดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ ฝ้า เป็นมากขึ้น
ในส่วนของฮอร์โมนเชื่อว่าฮอร์โมนเพศชนิดเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีผลทำให้เกิด ฝ้า โดยสังเกตพบว่า ฝ้า จะเป็นมากขึ้นในสตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือสตรีที่ตั้งครรภ์ และ ฝ้า มักจะจางลงภายหลังหยุดยาคุมกำเนิดหรือหลังคลอดบุตร
นอกจากนั้นการรับประทานยาบางชนิดอาจมีส่วนทำให้ ฝ้า มีสีคล้ำขึ้นเช่น ยากันชักชนิด diphenylhydantoin เป็นต้น สำหรับการแพ้เครื่องสำอางอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิด ฝ้า ได้ โดยเฉพาะการแพ้น้ำหอมหรือสีที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอางนั้นๆ

วิธีการรักษา กระ และ ฝ้า

อันดับแรกต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า กระ และ ฝ้า ส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทั้งนี้เพราะเราไม่ทราบสาเหตุต้นกำเนิดที่แท้จริง การรักษามุ่งเน้นหลักสำคัญสองประการ คือ
หลีกเลี่ยงหรือป้องกันปัจจัยที่จะมากระตุ้นให้ กระ หรือ ฝ้า เป็นมากขึ้น ร่วมกับ การพยายามรักษาให้รอยคล้ำนั้นจางลง ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมกำเนิด หรือยาอื่นๆ ที่อาจทำให้รอยคล้ำนั้นเป็นมากขึ้น การหลีกเลี่ยงการตากแดดเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นต้องใช้ ครีมกันแดด อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

การเลือก ครีมกันแดด จะต้องเลือกใช้ชนิดที่เหมาะสมกับปัญหาของตัวเรา ในกรณีที่มีปัญหา กระ หรือ ฝ้า ควรเลือก ครีมกันแดด ที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB สำหรับค่า SPF (Sun Protection Factor) ควรมีค่าประมาณ 15 ถึง 30 หรือสูงกว่าขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูงๆ บางชนิดอาจมีลักษณะข้นเหนียว ทำให้รู้สึกเหนอะหนะไม่น่าใช้ รวมทั้งอาจทำให้เกิด สิวง่ายขึ้น ควรทา ครีมกันแดด ทุกวัน และถ้าจำเป็นต้องตากแดด ควรทา ครีมกันแดด วันละสองครั้งหรือมากกว่า ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ครีมกันแดด บน ผิวหน้ายังมีปริมาณที่เพียงพอต่อการป้องกันแสงแดด มิได้จางหายไปกับเหงื่อที่มักจะถูกซับด้วยกระดาษหรือผ้าเช็ดหน้าอยู่เสมอ ในกรณีที่มีสภาพผิวหน้าแบบผิวมันเป็น สิว ง่าย ควรเลือกใช้ ครีมกันแดด ที่เป็นสูตร Non-comedogenic หรือ สูตร water-based และ ควรอยู่ในรูปของเจลหรือโลชั่นจะเหมาะสมกว่าในรูปของครีม

ส่วนการรักษาให้รอยคล้ำจาก กระ และฝ้า จางลงมีได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป วิธีที่ง่ายและสะดวกคือ
การรักษาด้วยการทายา
ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือ ยาทา ที่ใช้ในการรักษานั้น แบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ ได้แก่

• กลุ่มที่เร่งการขจัดเซลล์หนังกำพร้า มีผลทำให้เม็ดสีเมลานินถูกกำจัดออกไปได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ หรือ Alphahydroxy acid (AHA) และกรดวิตามินเอ เป็นต้น


• กลุ่มยาหรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีผลลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน เช่น ยาไฮโดรคิวโนน (Hydroquinone) กรดโคจิค (Kojic acid) หรือเจลวิตามินซี ผลการรักษาจะต้องใช้ระยะเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์จึงเห็นการเปลี่ยนแปลง และมักได้ผลในกรณีที่ ฝ้า เกิดในชั้นหนังกำพร้า ส่วน กระ อาจจะจางลงได้บ้าง
ข้อควรระวัง คือใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการหน้าลอกเป็นขุย แสบแดง ระคายเคือง ทำให้คล้ำมากกว่าเดิมหรือาจเกิดเป็นด่างขาวได้
ดังนั้นยาทาบาง ชนิดควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น กรดวิตามินเอ หรือยาทาไฮโดรคิวโนน ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้น มักจะมีผลข้างเคียงน้อยกว่า แต่ในขณะเดียวกันผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะน้อยกว่าด้วยเช่นกัน
นอกจากนั้นยังมีการนำยารับประทานชนิด Tranxemic acid ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทำให้บริเวณที่กำลังมีเลือดไหลออกมานั้นหยุดได้เร็วขึ้น มาประยุกต์ใช้รักษา ฝ้า เนื่องจากยาชนิดนี้สามารถลดการสร้างเม็ดสีในผิวหนัง มีผลทำให้ ฝ้า จาง ลงบ้างในบางราย อย่างไรก็ตามยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยเป็นที่ยืนยันอย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังต้องรับประทานยาระยะยาวจึงจะเห็นผล จึงควรต้องระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเช่น ภาวะหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดดำเกิดการอุดตัน ซึ่งอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต

การรักษา กระ และ ฝ้า ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีอื่นๆ

นอกจากนี้การใช้ยาทาหรือยารับประทาน ปัจจุบันยังมีการรักษา กระ และ ฝ้า โดยอาศัยเครื่องมือและเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษามากขึ้น เช่น

• วิธีกรอผิวชนิด Microdermabrasion (เครื่อง กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีผู้นำมาใช้ในการรักษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการขจัดเซลล์ชั้นหนังกำพร้าให้ลอกหลุดเร็วขึ้น ได้ผลสำหรับ ฝ้า และ กระ ที่อยู่ในชั้นตื้นๆ
ข้อควรระวัง คือ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากำหนดระดับความแรงในการทำงานของเครื่องมือสูงมากเกินไป อาจทำให้เกิดบาดแผลถลอก และมีเลือดออกได้

• การรักษาด้วยเครื่องไอออนโตฟอรีซิส อาศัยหลักการให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าในระดับอ่อนๆ และมีผลช่วยผลักยาหรือวิตามินที่เราทาไว้ก่อนบนผิวหน้าให้ซึมผ่านผิวหนัง เข้าไปได้เพิ่มมากขึ้นหรือออกฤทธิ์ได้ดียิ่งขึ้น
การรักษาด้วยวิธี นี้ มีผลข้างเคียงน้อย อาจมีอาการระคายเคืองได้บ้างแต่มักไม่รุนแรง อย่างไรก็ตามผลการรักษายังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าได้ผลดีอย่าง ชัดเจน


• สำหรับเทคโนโลยีของเลเซอร์และเครื่องให้กำเนิดแสงความเข้มสูง( Intense Pulsed Light หรือ IPL) เป็นการรักษาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน ถึงแม้ เลเซอร์และIPL จะมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่แตกต่างกัน แต่กลไกในการทำงานใช้หลักการเดียวกัน กล่าวคือ เครื่องมือทั้งสองชนิดให้กำเนิดพลังงานแสงไปยังบริเวณผิวหนังที่มีรอยคล้ำ จาก กระหรือ ฝ้า ผิวหนังในส่วนที่มีเม็ดสีเมลานินปริมาณมากกว่าปกติจะดูดซับพลังงานแสงแล้ว เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน มีผลทำให้เม็ดสีเมลานินในบริเวณนั้นถูกทำลายและมีจำนวนลดลง มีผลทำให้ กระ หรือ ฝ้า นั้นจางลงหรือหายไป เห็นผลการรักษาได้ค่อนข้างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามการ รักษาด้วยวิธีนี้ยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และ เสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทำการรักษาโดยผู้ที่ขาดความรู้ความชำนาญ และที่สำคัญ กระ และ ฝ้า ยังจะกลับมาเป็นใหม่ได้อีกเมื่อหยุดการรักษา ทั้งนี้เพราะ เลเซอร์ และ IPL สามารถกำจัดเม็ดสีส่วนเกินในผิวหนังได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดเม็ดสีที่สะสมขึ้นมาใหม่ ดังนั้นภายหลังการรักษาด้วย เลเซอร์ หรือ IPL ยังคงต้องทายาเพื่อลดจำนวนเม็ดสีร่วมกับการใช้ ครีมกันแดด เป็นประจำ

จากที่ได้รวบรวมมาทั้งหมดจะพบว่า การรักษา ฝ้า และ กระ ยัง มีข้อจำกัดอยู่มาก เนื่องจากเรายังไม่ทราบสาเหตุของปัญหาอย่างชัดเจน การแก้ปัญหาส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุทำให้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ได้ นอกจากนั้นการรักษาแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้นการตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาจึงควรทำด้วยความระมัดระวัง
...ทางที่ดีควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ต้องร่วมป้องกันปัจจัยที่จะกระตุ้นการเกิด กระ และ ฝ้า การรักษาจึงจะได้ผลดี

บทความโดย : นพ.จินดา โรจนเมธินทร์
ที่มา http://www.doctorcosmetics.com/read_content.php?id=1866&pagetype=articles

ดูแลปัญหา กระ ฝ้า แบบมีความเข้าใจที่ถูกต้อง จะได้รักษาอย่างได้ผล และไม่มีอันตรายจากสารต้องห้ามนะครับ ^^


Create Date : 04 กรกฎาคม 2554
Last Update : 4 กรกฎาคม 2554 16:43:08 น. 13 comments
Counter : 2442 Pageviews.

 
เลเซอร์มีโอกาสหายมั้ยคะ


โดย: ลูกชิ้น IP: 101.109.190.32 วันที่: 6 กรกฎาคม 2554 เวลา:23:19:18 น.  

 
ฝ้า เป็นสิ่งที่ทำลายความสวยงาม ความมั่นใจ ของใบหน้าได้อย่างโหดร้ายที่สุด ใครๆก็ไม่อยากเผชิญกับมัน ทั้งกลุ้ม ทั้งกังวล จริงไหมค่ะ แต่ถ้าใครที่เป็นแล้วขอแนะนำว่า อย่ากังวลกับมันมากนักเลยค่ะ ลองใช้ ครีม T&T เป็นครีมที่สกัดจากหัวไชเท้าสมุนไพรไทยแท้ๆ มีส่วนผสมของ น้ำผึ้ง วิตามิน E นางพญาหน้าขาว ตอนแรกซื้อใช้เอง และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง จึงกล้าบอกต่อ เพราะก่อนหน้านี้หน้าหยาบกร้าน เป็นสิวจุดด่างดำ กระ ฝ้า ตรงโหนกแก้ม และ ข้างแก้ม เคยใช้ครีมและไปเข้าคอร์ส ของครีมยี่ห้ออื่นหลายยี่ห้อ หมดไปหลายตังค์ แต่พอเลิกใช้ หน้ากลับแย่ยิ่งกว่าเดิม ตอนนั้นเครียดและกลุ้มใจมากๆ เพราะต้องไปพบลูกค้า ลูกค้าก็ทักว่าทำไมหน้าหมองคล้ำจัง ไม่มั่นใจในตัวเองเลย เครียดสุดๆ แต่โชคดีที่มาเจอ “ครีมสกัดจากหัวไชเท้า T&T” หน้าก็เริ่มดีขึ้น เวลาแต่งหน้าไปทำงาน หน้าจะเนียน ไม่ต้องคอยเติมแป้งระหว่างวัน ที่สำคัญ ไม่แสบ ไม่แดง ไม่แพ้ ทำให้หน้า เนียน นุ่ม ชุ่มชื่นขึ้น ได้ขนาดนี้ คิดว่าไม่เปลี่ยนใจแล้วหล่ะค่ะ คนรู้จักและเพื่อนที่ทำงาน ลูกค้าที่เคยถามเราด้วยความเป็นห่วง ต่างก็ทักว่า หน้าใสขึ้นนะ ไปทำไรมา ความมั่นใจเริ่มกลับมาอีกครั้ง เพราะใช้ดีแล้วอยากบอกต่อทุกคน ที่มีปัญหาเดียวกันใครไม่เป็นไม่รู้หรอกค่ะ ว่ามันเครียดขนาดไหน ที่สำคัญครีม T&T มี อย. จึงมั่นใจได้ว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้แล้วปลอดภัยค่ะ ทุกปัญหามีทางออก ปรึกษาเรื่อง สิว กระ ฝ้า “ฟรี” E-mail : rakdee2520@hotmail.com โทร. 086-0901029 ยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ / รุ่งทิวา



โดย: รุ่ง IP: 125.24.57.220 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:51:59 น.  

 
เป็นกระเยอะมากเลยค่ะ เราไปทำเมโสไว้ท์เอ๊กเพลสที่พรีมาดอนน่าคลินิกค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าจางไปเยอะมากเลยค่ะ สู้ๆๆ


โดย: หมิว IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:14:07:33 น.  

 
มีปัญหาเรื่องฝ้ากระนะ เราแนะนำเลยคร่า ที่พรีมาดอนนาคลินิก เชียงใหม่ มีหลายคนแล้วไปรักษาที่นี่แล้วฝ้ากระจางลง จนหายเกลี้ยงเลยค่ะ


โดย: ลอร่า IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:14:08:40 น.  

 
คุณหมอที่พรีมาดอนน่าคลินิกค่ะ ให้คำแนะนำดีมากๆเลย เรื่องฝ้าของเรา ชอบมากๆค่ะ ได้ความรู้ในการดูแลตัวเองอีกเยอะเลยค่ะ


โดย: ชมพู่ IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:14:09:32 น.  

 
ครีมลดเลือนรอยฝ้ากระที่พรีมาดอนน่าคลินิกค่ะ ดีมากๆเลย ฝ้ากระจางลงมากจิงๆนะ ไม่เชื่อลองดูค่ะ


โดย: จิ๋ว IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:15:43:42 น.  

 
เราก็รักษากระที่พรีมาดอนน่าคลินิกเหมือนกัน ตอนนี้จางไปเยอะมากเลยค่ะ


โดย: บี IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:15:44:37 น.  

 
ยิงเลเซอร์กระที่พรีมาดอนน่าคลินิกค่ะ ใครว่ายิงเลเซอร์แล้วกระจะกลับมาเหมือนเดิม ที่นี่เค้ามีครีมให้เราทาต่อเนื่องค่ะ กระเลยไม่กลับมาอีก


โดย: แยมมี่ IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:15:46:28 น.  

 
ยิงเฟกเซลไปเลยคร่า หายเกลี้ยงเพียงครั้งเดียว แต่ต้องทำที่พรีมาดอนน่าคลินิกนะคะ เพราะที่นี่มีครีมให้บำรุงรักษาต่อเนื่องค่ะ


โดย: เฟย์ IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:15:49:44 น.  

 
ตอนนี้กะลังยิงไอพีแอลรีจูที่พรีมาดอนน่าคลินิกอยู่ค่ะ หน้าขาวใส กระจางลงเหมือนกันนะคะ ที่สำคัญราคาไม่แพง แต่บริการดีมากๆๆๆๆค่ะ


โดย: เม IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:15:50:43 น.  

 
กระที่โหนกแก้มเพิ่งหายค่ะ ทำสปร์ตคอนโทลค่ะ กระหาย ผิวหน้าขาวสว่างใสขึ้นมากๆด้วยค่ะ


โดย: ไก่ IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:15:52:18 น.  

 
เพื่อนเราก็แนะนำให้ไปที่พรีมาดอนน่าคลินิกเหมือนกันเค้าบอกว่าที่นี่ปรึกษาคุณหมอก่อนได้ ฟรีด้วยค่ะ


โดย: ปิ่น IP: 49.49.1.81 วันที่: 12 ธันวาคม 2556 เวลา:15:53:16 น.  

 
ตอนนี้เราใช้ครีมที่เป็นสมุนไพรที่สกัดจากหัวไชเท้าค่ะ ใช้ดีมากๆ ค่ะ บอกเลย..หน้านุ่มเนียน ใสขึ้นเยอะเลย เพราะก่อนหน้านี้เป็นสิว รอยดำจากสิว กระ ฝ้าตรงจมูก หมองคล้ำ สีผิวไม่เสมอ เครียดมากๆ พอมาใช้ชุดผลิตภัณฑ์สมุนไพรT&T ที่เพื่อนแนะนำ เราใช้ครบทุกขั้นตอนเลย

เริ่มจาก ล้างหน้าด้วยสบู่ชาเขียว เพราะ เป็นคนผิวมัน (คนที่ผิวแห้ง ใช้สบู่น้ำผึ้งนะคะ) ทาเซรั่มแอปเปิ้ลเขียว ตามด้วยครีมสมุนไพรหน้าใสจากหัวไชเท้า ตอนเช้าไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดที่มีค่าSPF50PA++สีเบส เนื่อเนียนละเอียดมากๆ ไม่มันเยิ้ม เราชอบสุดๆ ใช้ไป 3-4 สัปดาห์หน้าก็เริ่มดีขึ้น รอยดำจากสิวตอนนี้หายแล้ว ฝ้าค่อยๆจาง จนเกือบมองไม่เห็นแล้วค่ะ

ตอนนี้ไม่ต้องโบ๊ะแป้ง หรือ ใช้ครีมรองพื้นหนาๆ อีกต่อไปแล้วเราดีใจมากๆ อยากให้เพื่อนๆ ลองใช้ดูค่ะ เพราะ เป็นสมุนไพรไทยของแท้100%มีอย.ทุกรายการเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวแพ้ค่ะ ใช้ได้แม้ผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย เพื่อนเราไปเลเซอร์มายังใช้ได้ค่ะ

สอบถามได้นะคะ Line Id : rungtiwa0860901029

ดูข้อมูลสินค้า http://www.rungtiwashop.com

บางทีเพื่อนอาจจะชอบและใช้ถูก หน้าจะได้เนียนใส ไร้สิวกระ จุดด่างดำ ปลอดภัย มั่นใจยิ่งขึ้นเหมือนเราค่ะ ใช้ดีจริงๆค่ะ ราคาไม่แพงด้วย จึงอยากบอกต่อและแบ่งปันความรู้สึกดีๆให้กับเพื่อนๆที่มีปัญหาเหมือนกันค่ะ ใจเย็นๆ นะคะ


โดย: Rung Tel.086-0901029 IP: 1.20.199.25 วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:21:26:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Septu
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หมอจุฬา พรีเมี่ยม เวชสำอางสูตรที่แพทย์ผิวหนังเลือกใช้ในคลินิคความงาม

ศูนย์รวม ครีมหน้าเด้ง ครีมลดสิวอุดตัน เวชสำอางสูตรที่แพทย์ผิวหนัง เลือกใช้ในคลินิคความงาม

กระจ่างใส ปลอดภัย ไร้สารต้องห้าม ด้วยมาตรฐานการผลิต GMP/ ISO9001/2008
Friends' blogs
[Add Septu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.