การเดินทางที่อ่อนไหวกับเด็กชายออทิสติก
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 

เตรียมตัวไปอเมริกา



เรื่องของเรื่องคือ ได้แรงอยากไปนิวยอร์คจากหนังสือ 2 เล่มของคุณหมอ 2 ท่านตั้งแต่ปีที่แล้ว
พยายามลองนัดหมายเวลาดู ปรากฎว่า ทั้งสองคุณหมอไม่มีเวลาว่างเลยจนถึงกลางปีหน้า
อยู่มาวันหนึ่งปลายเดือนมิถุนายนทั้งสองคุณหมอก็ตอบมาว่า มีเวลาว่างให้ต้นเดือนสิงหาคม
ลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปดี จะไม่ไปก็เพราะเวลากระชั้นชิดมาก คิดว่าเตรียมตัวไม่ทันแน่
พ่อกับลูกยังไม่มีวีซ่า พ่อมีงานช่วงเดือนสิงหาที่อาจจะไปไหนไม่ได้ ตัวเองก็มีงานค้างรอส่งหลายชิ้น
คิดกลับไปกลับมาตามประสาคนลังเลหลายใจ ว่า ไปดีกว่า นัดหมอไม่ได้ง่ายๆ ลูกหาหมอเร็วขึ้นก็เท่ากับว่ามีโอกาสดีขึ้น

คิดวกมาวนไปอยู่หลายวัน จึงตัดสินใจเองโดยยังไม่ต้องถามสามีว่า ไปก็ไป
ว่าแล้วก็เข้าห้องไกลบ้าน ห้อง Blue Planet ถามลุง Google หาข้อมูลจิปาถะประมาณว่าเริ่มจากศูนย์ทีเดียวเชียว
ความยากของการไปอเมริกาหนนี้คือ ที่ที่หมออยู่คือชานเมืองนิวยอร์ค ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แถมต้องอยู่นานครึ่งเดือน
ทุกอย่างต้องเตรียมตัว(และเตรียมใจ)เองทั้งหมด ถ้าพลาดมีหวังโดนสามี”ยำใหญ่” เพราะสามีไม่ค่อยอยากไปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

กระทู้นี้ อยากจะแบ่งปันข้อมูลเพื่อการเตรียมตัวไปอเมริกา อาจจะซ้ำไปซ้ำมาอยู่บ้าง คิดว่าเป็น”ทางลัด”สำหรับมือใหม่หัดขับแบบแม่ก้อยละกันนะคะ



จะไปอเมริกา เริ่มแรกคือ มีหนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 6 เดือน ถ้ายังไม่มี ก็ต้องไปทำ ถ้าจะหมดอายุ ก็ต้องไปทำใหม่ค่ะ เดี๋ยวนี้เขาไม่มีแบบต่ออายุเพิ่มอีก 5 ปีแล้ว
เดี๋ยวนี้การทำหนังสือเดินทางสะดวกสบาย แป๊บเดียวเสร็จ มีบัตรประชาชนใบเดียวก็ทำได้แล้ว นัดล่วงหน้าทาง internet ก็ได้ ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท (และค่าส่งไปรษณีย์ 35 บาทหากประสงค์ให้จัดส่งทางไปรษณีย์)
หนังสือเดินทางของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พ่อและแม่ต้องไปพร้อมกันจะง่ายที่สุด ไม่งั้นต้องทำหนังสือมอบอำนาจและมีเอกสารรับรองจากทางเขต

รายละเอียดการทำหนังสือเดินทางดูได้ที่นี่ค่ะ
http://www.consular.go.th/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=63

นัดหมายทำหนังสือเดินทางผ่าน internet ได้เฉพาะผู้ที่ใช้บริการสาขาแจ้งวัฒนะเท่านั้น
http://122.0.3.112/advancebooking/user/index.php

เมื่อได้หนังสือเดินทางแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
เริ่มยังไงดี แม่ก้อยได้รับข้อมูลจาก Blog ของคุณซูซี่ ค่อยๆอ่านไปทำไปเรื่อยๆไม่ยากแต่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lovergirl&group=11

แนะนำว่าควรจะอ่าน Blog ของคุณซูซี่เป็นอย่างยิ่ง บอกละเอียดสุดๆ ตั้งแต่ศูนย์ทีเดียวเชียว



ประสบการณ์ส่วนตัวกับคำถามสุดฮิต

ซื้อ Pin จองสัมภาษณ์แบบไหนดี แบบจองทางโทรศัพท์ หรือ ผ่าน website ??

>> แม่ก้อยคิดเองเออเองว่า จองทางโทรศัพท์น่าจะชัวร์กว่า เพราะแพงกว่านี่นา พอโทรไปปุ๊บเสียงตามสายภาษาไทยก็สอบถามข้อมูลส่วนตัวตามปกติ
แล้วก็บอกว่า ตอนนี้เรายังไม่มีเวลาว่างให้นะคะ คุณต้องโทรมาถามเอาเอง แต่โทรได้แค่อีก 2 ครั้งนะคะ แม่ก้อยถึงกับเหวอไปชั่วขณะ ถามกลับไปว่า อ้าว..แล้วจะรู้ได้ยังไงคะ ว่ามีวันว่างหรือยัง
เสียงตามสายบอกว่า คุณก็ต้อง login เข้าทาง website นะคะ เพราะทางเราก็ดูจากทาง website เหมือนกัน ฮ่วย..แล้วตรูจะซื้อแบบโทรศัพท์ให้แพงกว่าทำไมเนี่ย
ว่าแล้วก็กลับมา login ทาง net ข้อดีอย่างเดียวคือ เขาบันทึกข้อมูลให้เราเรียบร้อยแล้ว 1 Pin ใช้สำหรับคนในครอบครัวเดียวกันได้ 5 คน นัดเวลาเดียวกัน
เวลาดูวันสัมภาษณ์แรกๆอย่าตกใจ เพราะไม่ว่าคุณจิ้มไปดูวันไหนเดือนไหน ไปจนถึงปีหน้าก็จะบอกว่า ไม่มีวันว่าง แต่ถ้าอดทน Refresh ไปบ่อยๆ สามเวลาหลังอาหาร รวมตอนดึกๆ และเช้าๆ
สถานทูตจะค่อยๆทยอยปล่อยวันว่างออกมา แม่ก้อยนัดล่วงหน้าแค่สัปดาห์เดียวเองก็ยังได้มาไม่ลำบากนัก



คำถามสุดฮิต คือ ต้องซื้อตั๋วเครื่องบิน จองทัวร์ จองโรงแรมก่อนไปหรือไม่
>> คำตอบคือ ไม่จำเป็น แต่คุณต้องมีแผนการไปให้พร้อม เพราะในฟอร์ม DS156 และ DS157 มีให้คุณกรอกว่า คุณจะไปพักที่ไหน กี่วัน มีแผนการไปอย่างไรบ้าง
ที่แม่ก้อยทำคือ จองตั๋วไว้ก่อน สายการบินก็จะออกเหมือนใบจองมาให้ ยังไม่ต้องจ่ายเงิน แล้วก็ไปค้นหารายการทัวร์ที่อยากไป จองโรงแรมทาง net ที่เขาให้ cancel ได้ถึงหนึ่งวันก่อนเข้าพัก

ข้อควรระวังในการทำ DS156และDS157
>> DS156 ต้องกรอกลงในเครื่องและพิมพ์ออกมา และให้สังเกตด้วยว่า Barcode หน้าสุดท้ายสมบูรณ์ไม่แหว่งวิ่น เพราะแม่ก้อยมีประสบการณ์ที่จะจำไม่ลืมเลย

คือคิดว่าเรากรอกมาสมบูรณ์แล้ว ปรากฎว่า Barcode ของสามีแหว่งไป เขาบอกว่าไปทำใหม่ได้ ข้างในมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ใช้ 2 เครื่อง และต้องกรอกให้เสร็จภายใน 10 โมงเพื่อมาเอาบัตรคิว

พอเข้าไปปุ๊บ พระเจ้าช่วยมีคนยืนรอใช้เครื่องอยู่ข้างละ 3 คน แถมวันนี้ net สถานทูตมีปัญหาช้าอย่างแรง คนนึงเสียเวลาอย่างน้อยมากกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะ keyboard อันเล็กอย่างรุนแรง

แม่ก้อยกรอกเสร็จ 10 โมงพอดี (ไปตั้งแต่แปดโมงครึ่ง) ได้คิวเกือบสุดท้าย เสร็จประมาณบ่ายโมงตรง คุณสามีมาบอกทีหลังว่า ร่ำๆจะบอกว่า อย่าไปเลย อะไรมันจะยุ่งขนาดนั้น




ส่วน DS157 จะกรอกไปบนเครื่องเลย หรือ พิมพ์ออกมากรอกก็ได้ แต่ถ้าให้สวยงามก็พิมพ์บนเครื่องเลยดีกว่า ถ้าเคยมีวีซ่าและหมดอายุแล้ว และจำไม่ได้แล้วว่าได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็เขียนไปว่าเคยมี ประมาณปีไหนก็ว่าไป
เพราะเขามีฐานข้อมูลเราอยู่แล้ว ส่วนข้อที่ว่า แผนการเดินทางเป็นยังไง ไม่ต้องกรอกรายละเอียดให้ยุ่งยาก เขียนแค่ว่า Please see attachment แล้วก็เตรียมแผนของทัวร์หรือรายละเอียดที่เราทำไว้แนบไป

เอกสารอะไรดีที่จะทำให้ได้วีซ่า
>> ถ้าคุณทำงานบริษัท ก็ต้องมีหนังสือรับรองเงินเดือน สมุดเงินฝากที่เงินเดือนเข้า ถ้าคุณมีใบประกอบวิชาชีพอิสระ (แพทย์ นักบัญชี สถาปนิก ทนายความ) เอาไปด้วย
ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัว เอาบัญชีธนาคาร งบการเงินปีล่าสุด บอจ. 5 ที่ระบุว่าคุณเป็นผู้ถือหุ้น เรื่องที่น่าสนใจคือ ถ้าตอนนี้คุณทำงานอยู่ในบริษัทสัญชาติอเมริกัน คุณอาจขอวีซ่าไว้ก่อน (แม้จะยังไม่ได้ไป)
โดยทำใบลาและให้บริษัทออกหนังสือรับรองการทำงานมาให้ ก็จะเป็นใบเบิกทางที่ดีเหมือนกัน เพราะของคุณสามี เคยมีวีซ่าที่ได้ตอนทำงานกับบริษัทอเมริกัน ไปขอเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมนี้ เขาไม่ขอดูเอกสารอะไรเลยซักอย่าง

ถามอยู่สองคำถามคือ ไปทำอะไร ไปกี่วัน แล้วก็บอกว่า Welcome to America !!!

เนื่องจากต้องนั่งรอคิว (ซึ่งได้เกือบสุดท้าย) ทำให้ได้สังเกตดูการสัมภาษณ์นานมากๆ
นั่งเล็งอยู่หลายชั่วโมง สัดส่วนคนได้กับไม่ได้ประมาณ 30/70
ส่วนใหญ่พวกทำงานแป๊บเดียว แล้วลาออกไปเรียนต่อ ด้วยทุนตัวเองมักไม่ได้ เพราะจะตอบคำถามไม่เคลียร์ว่า จะกลับมามีงานทำไหม ประมาณว่าเขากลัวเราจะไม่กลับ
คนทีมีแฟนอเมริกันเป็น sponsor มักไม่ได้ สาวโสดไปเรียนต่อด้วยทุนตัวเอง ไม่ได้มากกว่าได้
คนทำงานนานแล้ว มักได้
คนที่ไม่ได้โดนสัมภาษณ์นานมาก ถามวนมาวนไป แบบคนมีจิตวิทยาสูงมาก สามีบอกว่า จะไม่ให้ก็น่าจะบอกตั้งแต่เนิ่นๆ คิดว่าเขามี criteria อยู่แล้ว
คนสัมภาษณ์ตัวเล็กๆ คล้ายๆคนฟิลิปปินส์ จะใช้เวลาสัมภาษณ์นานมาก บางคนใช้เวลามากกว่า 15 นาที ที่สุดก็คือ ไม่ได้ สงสารคนไม่ได้ มีร้องไห้กันด้วย
สามีบ่น(ตามเคย) ถ้าไม่รักลูก และ ไม่เห็นแก่ความอยากไปของเรา ไม่ทน(และไม่มา) นะเนี่ย

ข้อควรระวังคือ ควรเก็บใบเสร็จทุกใบไว้อย่างดี เพราะมันสำคัญไปหมด ใบเสร็จที่ซื้อซองไปรษณีย์ก็ต้องเก็บไว้ เพื่อเช็คว่า เขาส่งหนังสือเดินทางกลับมาให้เราหรือยัง ถ้าเขาให้วีซ่าเรา
ปกติแล้วใช้เวลา 3-5 วันที่จะได้ทาง EMS เช็คได้ที่ website นี้ค่ะ โดยใส่หมายเลขพัสดุลงไป
http://track.thailandpost.co.th/trackinternet/Default.aspx


คำถามอื่นๆ ที่สถานทูตตอบไว้
http://thai.bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/frequently-asked-questions.html



เตรียมตัวเรื่องต่อไป เรื่องตั๋วเครื่องบิน
ถ้าเป็นเรื่องว่า อันไหนราคาเป็นอย่างไร อันนี้ตอบไม่ได้ค่ะ (แหะแหะ) อาจจะลองหาจากหลายๆที่มาเปรียบเทียบกัน
แต่คำถามที่เห็นบ่อยคือ ที่นั่งตรงไหนดี อันนี้ดูได้จากที่นี่ค่ะ
http://www.seatguru.com/

มีข้อมูลทุกสายการบิน เวลาจองเขาบอกว่าไปเครื่องบินแบบไหนก็มาหาได้จากที่นี่ว่าที่นั่งเป็นยังไง ใกล้ห้องน้ำ ใกล้ทางเดิน ที่นั่งหลังสุดเอนได้น้อยหรือเปล่า

ลืมบอกไป เมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้วอย่าพึ่งวางใจ ไปเช็คเพื่อความมั่นใจอีกทีว่า ตั๋วของเรายังเป็นของเราอยู่หรือไม่
มีข่าวบ่อยๆว่า เจอ Agency ขี้โกง เอาตังค์เราไปแล้วยังยกเลิกตั๋วของเราไปขายคนอื่นอีก
เช็คที่นี่ โดยใส่รหัสการจองของเราลงไป ก็จะมีรายละเอียดทั้งหมด ถ้ามีก็สบายใจได้ ถ้าไม่มีอันนี้เรื่องคงยาว

http://www.checkmytrip.com/



แม่ก้อยไปสายการบิน ANA ที่เลือกเพราะมีเวลาต่อเครื่องบินที่นาริตะสองชั่วโมงนิดๆ เผื่อเครื่อง Delay และไปถึงนิวยอร์คก่อนเที่ยง ทำให้เดินทางต่อไม่ลำบาก

พึ่งเคยไป ANA ครั้งแรก ส่วนตัวแล้วไม่ชอบหลายๆเรื่อง เรื่องแรกคือ ความกว้างของที่นั่งแคบ ถึงจะไป Business Class ถ้าเป็นคนอ้วนหน่อยคงอึดอัด
นอกจากนี้ที่นั่งซึ่งปรับเอนราบได้ 180 องศาก็จริงอยู่ แต่มุมมันเอียงลงทำให้นอนไม่สบายเอาเลย

ยังมีเรื่องอาหารที่ทำเอามึน
จากกรุงเทพไปนาริตะก็โอเคอยู่ แต่จากนาริตะไปนิวยอร์คจะให้อาหารหนักมื้อแรกมื้อเดียว หลังจากนั้นจะมีอาหารว่างตลอดเวลา ขอเมื่อไหร่ก็ได้
แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้บอก และเราก็ไม่หิวด้วย พอเช้าเขามาถามจะเอาอะไร ก็บอกไปว่าขอเป็น international หายไปนาน กลับมาบอกว่า Sorry อาหารหมด

เหลือแต่บะหมี่เอาไหม เราบอกว่า ก็เอามาแล้วกัน ปรากฎว่า มาเป็น บะหมี่เหมือนมาม่า มีผู้โดยสารร่วมชะตากรรมหลายคน เจ้าหน้าที่ได้แต่บอกว่า Sorry เป็นความผิดของเขาที่นับจำนวนผิดซะงั้น




เรื่องต่อไปคือ เรื่องจองโรงแรม จากการท่อง web อย่างเมามัน
แม่ก้อยสรุปแบบเหมาเอาเองว่า ถ้าเรามีแผนการว่าจะไปแน่นอน 100% แล้ว เวปที่รับจองและให้จ่ายล่วงหน้าผ่านบัตรเครดิตมักจะให้ราคาถูกกว่า
แต่ความเสี่ยงคือ มันจะมี cancellation fee ที่แพง ถ้าเราไปไม่ได้หรือต้องเปลี่ยนวัน

แต่ถ้าเป็น web ของโรงแรมนั้นๆโดยตรง จะรับจองโดยสามารถยกเลิกได้ภายใน 6 โมงเย็นของวันแรกที่จองไว้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไร
ไปหนนี้แม่ก้อยจอง Marriott และ Sheraton ย้ายโรงแรมไปมาได้สบายใจไม่ถูกปรับ

อ้อ.. บัตรสมาชิกเครือโรงแรมต่างๆ ที่ซื้อในไทย ใช้ไม่ได้ในอเมริกานะคะ ส่วนใหญ่จะใช้ได้กับประเทศในเอเชียแปซิฟิครวมออสเตรเลีย

Guarantee Rules and Cancellation Policy
Your room is guaranteed with a(n) VISA card.
Cancel by 6:00 PM Hotel time -arrival day to avoid 1 Night penalty

Web ที่ควรเข้าไปหาข้อมูลอีกอันนึงคือ
http://www.tripadvisor.com/ShowForum-g28953-i4-o100-New_York.html

อ่านแล้วฟังหูไว้หูเป็นข้อมูล อ่านให้หลายๆหน้าหน่อย จะได้ทราบข้อมูลของสถานที่ โรงแรมและเรื่องอื่นๆของเมืองที่เราจะไป



ขั้นต่อไป คือ การวางแผนการเดินทาง เส้นทางที่จะไป อาหารการกิน และอื่นๆ รวมทั้งการดูสถานที่จริง
แค่ปลายนิ้วก็เที่ยวรอบโลกได้แล้ว...

ถ้าเป็นเรื่องการวางแผนเส้นทาง การหาสถานที่รอบๆ เช่น ที่กินข้าว ที่ช้อปปิ้ง ปั๊มน้ำมัน จิปาถะ แม่ก้อยถูกใจกับ Mapquest
เพราะ search ง่ายกว่า และเก็บข้อมูลได้ถูกใจกว่า

http://www.mapquest.com/

แต่ถ้าเอาความชัดเจน แจ่มแจ้งเห็นเหมือนไปดูเองด้วยตา ต้องเป็นที่ web นี้ค่ะ

http://www.bing.com/maps/



ตัวอย่างรูปจาก Mapquest และ Bing ชัดต่างกันราวกับหนังคนละม้วน
ซ้ายมือคือจาก Mapquest แบบชัดที่สุดได้ขนาดนี้ แต่ถ้าเป็นขวามือคือจาก Bing ใสกิ๊งเหมือนอยู่ในสถานที่จริง




ต่อไปว่าด้วยเรื่องการขับรถในอเมริกา
จะขับได้ต้องมีของดังต่อไปนี้

ใบขับขี่ธรรมดาของเรานี่แหละ ถ้าเป็นแบบเก่าเก๋ากึ้กต้องไปขอใบคำแปลที่กรมการขนส่งทางบก สนนราคา 25 บาท

จริงๆมีใบขับขี่ธรรมดารุ่นใหม่ที่มีภาษาอังกฤษกำกับก็ใช้ได้แล้ว เพราะกฎหมายของอเมริกาบอกว่า ใบขับขี่ในประเทศของคุณก็มาใช้ที่นี่ได้
ใบขับขี่สากลเป็นเพียงใบอนุญาตให้ขับรถ มีใบขับขี่สากลมาใบเดียว ใช้ขับรถไม่ได้ แต่ถ้าให้ชัวร์ก็เอาไปทั้งสองใบ คือ ใบขับขี่ธรรมดาและใบขับขี่สากล ตอนแม่ก้อยไปจองที่ Hertz เขาก็ขอดูทั้งสองใบนะคะ

ใบขับขี่แบบใหม่และใบขับขี่สากล ทำแป๊บเดียวเสร็จแล้ว บริการเร็วทันใจมากๆ ใบขับขี่สากลสนนราคา 500 บาท (อายุการใช้งานแค่ 1 ปี) ใบขับขี่แบบใหม่ 250 บาท

ท่านที่มีใบขับขี่ตลอดชีพ(อันแสนจะโบราณรุ่นพระเจ้าเหาเรียกพี่) ก็ไปทำใหม่ได้ค่ะ ได้ตลอดชีพเหมือนเดิม

รายละเอียดการทำใบขับขี่
http://www.dlt.go.th/newdrl/index.html

http://www.nydmv.state.ny.us/license.htm
A valid driver license from another country is also valid in NYS. You do not need to apply for a NYS driver license unless you become a resident of NYS.

According to NYS law, a resident of another country can get a NYS driver license. The DMV does not recommend this because:

NYS recognizes your foreign driver license if you remain a resident of the nation that issued the license. You do not need to have a
NYS driver license to drive in NYS unless you become a resident of NYS.

International Driving Permit: An International Driving Permit is not a driver license. The permit only verifies that you hold a valid driver license in your home country. Your foreign driver license, not the International Driving Permit, allows you to drive in NYS. Contact the authorities in your home country to get an International Driving Permit. If you are not a resident of the US, you cannot apply for an International Driving Permit in the US.
You are not required to have an International Driving Permit to drive in NYS, but the permit has value. The permit verifies, in several



เช่ารถที่ไหนดี
Web ที่ให้ราคาดี และมีราคาหลายแห่งเปรียบเทียบคือ

http://www.hotwire.com

ถ้าเป็น Web เจ้าของบริษัทรถเช่า ดูแล้วว่า Enterprise จะถูกกว่าที่อื่น
แม่ก้อยเลือก Hertz เพราะ Hertz มีระบบ GPS ชื่อ NeverLost มี website ที่ให้เข้าไปตั้งสถานที่ที่จะไปล่วงหน้าแล้ว load ใส่ Thumbdrive พอไปถึงก็ใส่ Thumbdrive ไปข้างๆเครื่อง NeverLost ได้เลย สะดวกที่สุด ขับรถในอเมริกา ควรจะมี GPS เป็นอย่างยิ่ง

Hertz มีบริการมารับเราที่โรงแรมเพื่อไปยัง office ที่เราเช่า เป็นบริการฟรีแต่ต้องโทรนัดกับ location นั้นๆ อย่างน้อย 2 วันทำการเพื่อความชัวร์ แม่ก้อยวางใจเลยแค่ส่ง mail ไป ปรากฎว่า พอถึงวันจริง คนรับไม่มี รถมีแต่ไม่มี GPS กว่าจะได้ทั้งคนมารับและรถที่มี GPS ก็เสียเวลาไปอีกวัน

ถ้าเช่าระยะยาวได้จะราคาถูกกว่า

http://www.hertzneverlost.com/

เรื่องประกันภัยจิปาถะ จริงๆแล้วบัตร Visa เขามีทำประกันให้ แต่โทรไปเช็คสองครั้งแล้วได้คำตอบไม่ตรงกันว่า ประกันเฉพาะในประเทศที่เราทำบัตรหรือเปล่า ด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหา (เสียน้อยเสียยาก) เลยตัดสินใจทำประกันแบบเต็มพิกัดไว้ตลอดเวลาที่เช่า ราคาก็แพงเอาการอยู่




คำถามที่เคยถามไว้ก่อนไป มาตอบเอง...

1.โทรศัพท์แบบ Pre-paid card หาซื้อง่ายไหมคะ เอาโทรศัพท์ไปจากเมืองไทย (3G และ HTC) แล้วซื้อแต่ Sim และ บัตรเติมเงินไปจะใช้ที่อเมริกาได้ไหมคะ แล้วมันเติมง่ายเหมือนของเมืองไทยไหมคะ

>> Pre-paid sim card หาซื้อง่ายมาก ทั้งในร้านขายยา ใน Supermarket มีหลายยี่ห้อ บางยี่ห้อขายพร้อมเครื่องอีกต่างหาก หากเอาโทรศัพท์จากเมืองไทยไปใช้ ขอให้มั่นใจว่าใช้กับระบบ 1900 ได้ แม่ก้อยพกมือถือยี่ห้อ i-mobile แบบใส่ได้ 2 sim ไปด้วย ใช้ได้ดีค่ะ
แล้วก็ไปซื้อยี่ห้อ T-mobile แบบ Prepaid ก็สะดวกดี มีตังค์เหลือ ถ้าใครต้องการเชิญไปกระทู้นี้ค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H8211792/H8211792.html

ส่วนถ้าจะโทรกลับเมืองไทย มีบัตรโทรศัพท์ขายหลายยี่ห้อ ที่ราคาถูกมาก แม่ก้อยซื้อแค่ 5 USD โทรกับเบอร์บ้านในเมืองไทยได้ประมาณ 5 ชั่วโมง

http://www.t-mobile.com/shop/phones/prepaid.aspx?WT.mc_n=SeePrepaidPhones&WT.mc_t=OnsiteAd
http://www.callingcardplus.com/calling-card/international-rates/hello-asia-phone-card_202.html


2.Pre-paid sim card สามารถใช้ต่อ internet กับ notebook ได้ไหมคะ หรือต้องซื้อแบบพิเศษ
>> ต้องซื้อแบบ internet โดยเฉพาะค่ะ

3. Transformer แปลงกระแสไฟฟ้าจากของเมืองไทยเป็นของอเมริกา หาซื้อใน mall ทั่วไปมีไหมคะ หรือต้องไปซื้อร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นพิเศษ ซื้อที่เมืองไทยมีไหมคะ
>> ปลั๊กขาสี่เหลี่ยมใช้ได้เลย ขอให้เครื่องใช้ไฟฟ้าระบุว่าใช้ได้ระหว่าง 110-240 ถ้าเป็นปลั๊กขากลมๆ ต้องหาซื้อตัวต่อติดไปก็ใช้ได้แล้ว

4. เช่ารถที่อเมริกา ปกติถ้าใช้บัตรเครดิต Visa จะมีผลประโยชน์ เรื่อง Auto Rental Collision Damage Waiver ซึ่งถ้าเราไปซื้อประกันต่างหากกับบริษัทรถเช่า Visa จะยกเลิกผลประโยชน์นี้ ข้อสงสัยคือ การครอบคลุมจากบัตร Visa เพียงพอไหม และถ้าเราใช้บัตรที่ออกโดยธนาคารไทย จะครอบคลุมการใช้ในต่างประเทศหรือเปล่า (โทรไปถามที่ธนาคารที่ออกบัตร ตอบได้ดีมาก คือ ไม่แน่ใจ ให้โทรไปที่ Broker แล้วก็โอนโทรศัพท์กันไปมา สุดท้ายตอบไม่ได้ซะงั้น) หรือ ควรจะตัดใจจากผลประโยชน์ของ Visa แล้วไปซื้อเอาใหม่กับบริษัทรถเช่า
>> อันนี้ตอบไปแล้วข้างบน

5. ปั๊มน้ำมันที่นี่ต้องเติมเองหรือเปล่าคะ
>> เติมเองค่ะ ใช้บัตรเครดิตรูด แล้วก็เลือกน้ำมันที่จะเติม ยากนิดหน่อยแบบเก้ๆกังๆ

6. ถ้าเราไม่ได้ไปเที่ยวไหนมาก ใช้บริการ Taxi ให้รับส่ง จะถูกกว่าเช่ารถไหม หรือเช่ารถดีกว่า ปัญหาคือ คุณสามีเป็นกังวลเรื่องการขับรถพวงมาลัยซ้ายอย่างแรง
>> Taxi นอกเมืองแพงหูฉี่ เช่ารถดีที่สุด ขับรถพวงมาลัยซ้ายฝืนความรู้สึกสุดๆ (สามีบอกมา)

7. ใบขับขี่ระหว่างประเทศของเมืองไทย ใช้ขับที่นิวยอร์คได้ใช่ไหมคะ (ถามเผื่อไว้ก่อน เหมือนเคยอ่านว่า บางรัฐใช้ไม่ได้)
>> อันนี้ตอบไปแล้วข้างบน

8. มีเวลาว่างที่สามารถไปเที่ยวได้ประมาณ 4 วันหนึ่งช่วงและ 2 วันหนึ่งช่วง เล็งว่าจะไปกับ GotoBus ปัญหาคือ ตอนไปกับ GotoBus จำกัดจำนวนกระเป๋าหรือไม่ ถ้าจำกัดก็ต้องไปหาที่ฝากกระเป๋าใบใหญ่แล้ว เอาไปเฉพาะใบเล็ก มีทัวร์อื่นนอกจาก GotoBus ไหมคะ
>> ไปกับ GotoBus ต้องบอกว่า โหดมันฮา และสาหัส เดี๋ยวมาเล่าเต็มๆทีหลัง จำนวนกระเป๋าไม่จำกัด แต่เอาไปแยะจะทำให้ชีวิตลำบาก เพราะเปลี่ยนที่นอนทุกวัน กว่าจะถึงที่พักไม่เคยต่ำกว่า 5 ทุ่มและต้องออกจากที่พักไม่เคยเกิน 7 โมงเช้า ถ้ามีเด็กเล็ก ไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง
สนนราคาถูกจริง บางโปรแกรมมีซื้อสองแถมหนึ่งอีกต่างหาก ราคาเฉพาะค่ารถกับโรงแรม ค่ากิน ค่าบัตรผ่านประตู และค่าทิป (วันละ 6 เหรียญต่อคน เด็กเล็กไม่มีเว้น) จ่ายต่างหาก ทัวร์อื่นนอกจาก GotoBus ก็มี แต่ถ้าเป็นทัวร์สัญชาติจีน เหมือน GotoBus เดี๋ยวนี้เขาจับมือประสานเสียงใช้ Facility ร่วมกัน เปลี่ยนรถไปมาวุ่นวายปวดหัว ที่สำคัญไม่ค่อยบอกรายละเอียดอีกต่างหาก คุณสามีและแม่ก้อยเราเห็นพ้องต้องกันว่า “Once is more than enough.”

9. ถ้าเราจะไปซื้อของที่ Outlet กับ GotoBus เขามีจำกัดจำนวนของที่เราซื้อไหมคะ เช่น ถ้าเราซื้อกระเป๋าเดินทางอะไรทำนองนี้ หรือ เราควรจะขับรถไปเองดี จะได้ซื้อได้อย่างจุใจ (ที่จอดรถของ Woodberry outlet ไปจอดไกลไหมคะ
>> เท่าที่ไปทัวร์อื่น ที่เก็บของเหลือเฟือมากๆ ขับรถไปเองจะดีกว่า เพราะค่าบริการก็คนละ 40 กว่าเหรียญแล้ว เผลอๆ ซื้อในเมืองจะถูกกว่า

10. ถ้าเกิดเจ็บป่วย และเราซื้อประกันจิปาถะไปจากกรุงเทพแล้ว เราสามารถไปโรงพยาบาลไหนก็ได้เลยไหมคะ และสมมติว่าถ้าเราบังเอิญเป็นหวัดสุดฮิต H1N1 เขาจะกักตัวเราไว้ไหมคะ
>> ซื้อประกันการเดินทางจากกรุงเทพ เจ็บป่วยออกตังค์ไปก่อน แล้วขอใบรับรองแพทย์มาเบิกทีหลัง ส่วนเรื่อง Swine Flu เท่าที่ไปมาหลายเมือง ไม่เห็นคนอเมริกันตื่นเต้น ไม่เจอใครใส่ Masks แม้แต่บนเครื่องบินทั้งไปและกลับ

11. บรรดาเสื้อผ้าทั้งหลาย ถ้าไปซักแบบหยอดเหรียญใช้เวลานานไหมคะ กำลังคิดว่า เอาไปไม่ต้องมาก แล้วไปหาซื้อเอาที่นู่นแล้วใส่เลยน่าจะดีกว่า
>> โรงแรมส่วนใหญ่มีบริการเครื่องซักผ้าและเครื่องอบแห้ง ราคาไม่แพง ที่ Marriott คิดครั้งละ 1 เหรียญ ให้ผงซักฟอกฟรีด้วย ไม่ควรเอาเสื้อผ้ามามาก เพราะใช้เวลาซักและปั่นแห้งประมาณชั่วโมงเดียว แถมใส่ซ้ำบ้างก็ยังได้ เพราะอากาศไม่ร้อนมาก ยังเสียดายว่าเอาเสื้อผ้าเกินไปตั้งกระเป่านึง ส่วนสนนราคาเสื้อผ้าที่นี่ Brandname ซื้อที่ Century 21 ก็จะถูกกว่าเมืองไทย แต่เสื้อผ้ากีฬาอื่นๆ เมืองไทยถุกกว่าแยะ

12. นมกล่อง UHT เอาเข้าได้ไหมคะ ลูกแพ้นมวัว อาจจะต้องเอาไปซัก 2 pack ก่อนไปหาซื้อที่นู่น บรรดาวิตามินและยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ต้อง declare ไหมคะ (รวมทั้งนมและ snack บางอย่าง ไม่ได้เอาไปแยะ แต่เอาไปเผื่อไว้ก่อนหาซื้อที่นู่น) วิตามินและยาต้องเอาไปแยะมาก ลูกต้องกินแยะ เพราะมีปัญหาเรื่องการย่อยอาหารและการขาดวิตามินรุนแรง คิดว่าจะให้หมอที่นี่ออกใบรับรองแพทย์ไปด้วย
>> นมกล่องถั่วเหลืองเข้าได้ แต่นมวัวไม่ได้ เนื้อหมู ไม่ได้ อาหารทะเลเข้าได้ ขาไปพกมาม่าไป 6 กล่อง กับมะขามกวน โชคดี Declare ไว้ก่อน ขอค้นกระเป๋าก็เลยเปิดให้ตรวจ พอเห็นว่าเป็นมาม่าต้มยำกุ้งก็ให้ผ่านไป เรื่องวิตามินไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นยาควรมีใบรับรองแพทย์จะปลอดภัยกว่า นมกล่อง UHT ไม่เป็นที่นิยม เพราะคนที่นี่ดื่มนมสดกันมากกว่า แม่ก้อยเดินหานมกล่อง UHT ที่เป็นนมถั่วเหลืองหลายห้าง เจอที่เดียวคือ WallMart วางซ่อนอยู่ในมุมอับลึกลับมากๆ




สุดท้ายคือ หาข้อมูลให้มากๆ จะจากใน net หรือในหนังสือก็ได้
เดี๋ยวนี้หนังสือท่องเที่ยวทำละเอียดดีมีหลายสำนักเชียวค่ะ

วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ก็ประมาทไม่ได้
ขนาดแม่ก้อยว่าตัวเองวางแผนดีแล้วเชียวนะ แต่..ร้อยละ 80 ไม่เป็นไปตามแผนเลย (ฮือฮือ)

ข้อดีของการไปนิวยอร์ค คือ น้ำหนักลดไปสามกิโล เพราะเหนื่อยสุดๆ ลุ้นระทึกไปทุกเรื่อง แต่ก็มันไปอีกแบบ มีลูกสนุกอยู่คนเดียว

ส่วนคุณสามี ป่านนี้ยังตั้งคำถามอยู่มั๊งว่า คุณภรรยาพาตรูมาอเมริกาทำไมฟระเนี่ย ฮี่ฮี่




แถมท้ายนิดหน่อย ตอนผ่าน Immigration เข้าเมือง
ถ้าไม่ได้ไปกับทัวร์ต้องเตรียมตอบคำถามดีๆด้วยนะคะ
ส่วนใหญ่เขาก็จะถามคำถามทั่วไป ว่า ไปไหน อยู่กี่วัน ไปยังไง ทำไมถึงเลือกมาที่นี่ ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ต้องเตรียมท่องไว้นิดหน่อย เดี๋ยวไปตอบอึกอัก คำถามจะยิ่งยาว

เล่าต่ออีกนิดนึง ตอนไปขอวีซ่า แม่ก้อยไม่ได้เตี๊ยมกับคุณสามีว่าให้บอกว่าเราจะไปเที่ยวนะ เพราะถ้าบอกไปหาหมอ เดี๋ยวจะเรื่องยาวอีก (ทั้งที่ต้องใช้ Visa B1/B2 แบบเดียวกัน) ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่คนไทยถาม เราสองคนตอบพร้อมกันแต่คนละอย่าง แม่ก้อย : ไปเที่ยว สามี : พาลูกไปหาหมอ เจ้าหน้าที่มองหน้าถามว่าตกลงจะไปทำอะไรคะ

ตอนสัมภาษณ์สามีก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แม่ก้อยตอบเองหมด แล้วนึกขึ้นได้ เลยบอกเขาไปว่า ขอโทษที ควรจะให้สามีตอบ เจ้าหน้าที่ขำกึกกัก แล้วบอกว่า ไม่เป็นไร ไอเข้าใจว่า ยูเป็น House Master แล้วก็บอกว่า Welcome to America !!

เล่ามาเสียยืดยาว เดี๋ยวไปลดขนาดรูปก่อน แล้วจะมาโม้ต่อว่า ชานเมืองนิวยอร์คเป็นยังไง รวมไปถึงทัวร์ GotoBus ที่สุดแสนจะโหดมันฮา ตั้งแต่ยังไม่ทันจะขึ้นรถ





 

Create Date : 21 สิงหาคม 2552
8 comments
Last Update : 21 สิงหาคม 2552 14:14:29 น.
Counter : 5721 Pageviews.

 

review ได้ดีมากคะ เดือนตุลาคมนี้ จะไปเป็นครั้งที่สอง ยินดีที่ได้รู้จักคะ ว่างๆ add มาคุยกันได้คะ little-finger129@hotmail.com

 

โดย: พยาบาลสวย IP: 115.67.238.163 21 สิงหาคม 2552 21:25:22 น.  

 


ไปกลับมาก็เหนื่อยอยู่
แต่พี่ก้อยก็ยังมีน้ำใจมาแชร์ กันอย่างละเอียด

 

โดย: พ่อวาบิ IP: 124.121.68.170 31 สิงหาคม 2552 0:13:33 น.  

 

อ่านสนุกมากเลยค่ะ กำลังจะไปสัม อาทิตย์หน้าแล้ว
ขอบคุณนะคะ

 

โดย: ชะเอม IP: 124.120.190.117 13 กันยายน 2552 10:39:23 น.  

 

ตอนที่เหลืออ่านได้จากตรงไหนคะ

 

โดย: แม่ภูรี IP: 118.172.90.182 9 เมษายน 2553 3:17:24 น.  

 


ด้วยความขี้เกียจ ยังไม่ได้เอามาแปะใน Blog
อ่านกันจากตรงนี้ไปพลางๆก่อนนะคะ

บินข้ามฟ้ากับครอบครัวอลเวง – #1
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/08/E8217420/E8217420.html

บินข้ามฟ้ากับครอบครัวอลเวง – #2
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/08/E8219920/E8219920.html

บินข้ามฟ้ากับครอบครัวอลเวง – #3
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/08/E8225064/E8225064.html

บินข้ามฟ้ากับครอบครัวอลเวง – #4
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/08/E8227821/E8227821.html

บินข้ามฟ้ากับครอบครัวอลเวง – #5
http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/08/E8239667/E8239667.html

 

โดย: แม่ก้อย 10 เมษายน 2553 19:49:39 น.  

 

ขอบคุณแม่ก้อยมากนะค่ะที่ส่งหนังสือมาให้ พอได้อ่านแล้วบางตอนถึงกับร้องไห้เลยค่ะ ทำให้เราคิดถึงน้องภัทรมากขึ้นว่าจะทำยังไงดี แต่ขอปรึกษาแม่ก้อยหน่อยนะค่ะว่าน้องจะมีพฤติกรรมทีชอบร้องไห้ ไม่อยากทำอะไรก็ร้องไห้ บางที่อยู่เฉยๆก็ร้องไห้จะทำไงดีค่ะแม่ก้อย และเวลาทำการบ้านก็ร้องไห้มากเลยค่ะ

 

โดย: แม่น้องภัทร IP: 192.168.2.4, 124.120.111.40 11 สิงหาคม 2553 19:26:00 น.  

 

ขอบอกคนที่จะมาอเมริกา แล้วลูก ๆ แพ้นมวัว ไม่ต้องแบกนมมาหรอกคะ ที่นี่เขามีนมถั่วเหลืองหรือ นม almond ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่คุณหมอไม่ให้ดื่มนมวัว คุณหมอบอกว่านมจากเมล็ด almond ดีกว่า หาซื้อได้ที่ซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป แต่ต้องเดินหาหน่อยนะคะ เพราะบางที่เขาจะแยกนมพวกนี้ไว้อีกที่หนึ่ง ไม่วางไว้ปะปนกับนมวัวทั่วไป แต่บางที่เขาก็ไว้ที่เดียวกันคะ

 

โดย: เพ็ญ IP: 72.243.210.97 10 กันยายน 2553 2:08:33 น.  

 

คุณแม่ก้อยคะ ไม่ทราบว่าทัวร์อื่นที่ไม่ใช่ของ gotobus และที่ดีๆหน่อยเนี่ย ชื่ออะไรหรอคะ

 

โดย: มะนาว IP: 68.1.69.238 1 พฤษภาคม 2554 7:46:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่ก้อย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




บันทึกจิปาถะของแม่...
ที่รู้สึกงดงามกับทุกความเป็นไปของลูก
Friends' blogs
[Add แม่ก้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.