Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
3 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
=== มาฟังเรื่อง สาเหตุลูกตัวเล็ก ของเราบ้างไหม ===




เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนที่มีลูกตัวเล็กเหมือนเรา เลยเอามาลงอีกรอบค่ะ เพราะจากที่ตั้งกระทู้ห้องชานเรือนแล้วเห็นว่า น่าจะเอามาเก็บไว้ในบล๊อกของตัวเองด้วย ข้อมูลจะได้ไม่หายไป


กระทู้ห้องชานเรือนจากลิ้งค์นี้ค่ะ http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N7927035/N7927035.html






.............................

จากข้อมูลบล๊อกครั้งก่อน ที่บ่นว่า ปุ้งแพ้กุ้ง และถั่วลิสง แถมต้องพก Epipen ด้วย ทีนี้ เรื่องมันไม่ได้จบลงแค่นั้น




..........................



จากที่ช่วงก่อน มีกระทู้เรื่อง "ลูกตัวเล็ก" ทำให้เราก็รู้สึกว่า alert เหมือน เพราะเจ้าปุ้งก็เข้าข่ายเรื่องพวกนี้
ยิ่งดูจาก น้ำหนัก และส่วนสูงแล้ว เจ้าปุ้งจะตัวเล็กกว่ามาตรฐานมากๆ ทำให้คนที่เจอ มักจะพูดว่า
ไม่โตขึ้นเลย ทีแรก เรารู้สึกว่าเฉยๆ กับคำพูดเหล่านี้มาก เพราะรู้ว่า เจ้าปุ้งป่วยตอนเล็กๆ อาเจียนเก่ง
กินอะไรก็ออกง่ายๆ คิดว่า โตก็ค่อยๆ หายไปเอง แล้วมารู้ตอนหลังเพิ่มว่าแพ้กุ้ง เพราะกินกุ้งจะแพ้
มีจุดสีแดงๆ รอบปาก และแพ้ถั่วลิสง เพราะกินแล้วปากบวมน่ากลัวมาก ทำให้เราสอนลูกว่า
ห้ามกินสองอย่างนี้


ทุกครั้งที่เราพาปุ้งไปหาหมอ ตรวจสุขภาพประจำปี ก็จะบ่นกับหมอว่า ลูกตัวเล็ก เมื่อเทียบกับเด็กในห้อง
หมอก็พูดว่า เทียบกับเด็กในห้องไม่ได้ เราจะต้องเทียบตัวเองกับพ่อแม่เด็กคนอื่นๆ เพราะเราเป็นคนตัวเล็ก
ทำให้เราจำคำพูดหมอตรงนี้ไปเลย และก็ไม่ได้กังวลอะไร แต่เราก็บอกหมอว่า ลูกแพ้กุ้งและถั่วลิสง
หมอเลยให้เราพก Epipen ไว้ติดตัวตลอดเวลา ซึ่ง Epipen ตัวนี้ มีไว้เพื่อใช้ในเวลาฉุกเฉินตอนที่ลูก
มีอาการแพ้อย่างรุนแรง เช่นถ้ากินถั่วลิสงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และปากบวม รุนแรงไปถึงหลอดลมบวม
ทำให้หายใจไม่ออก ก็ต้องดึงออกมา แล้วทิ่มเข็มไปที่ต้นขา จากนั้นให้ไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
หรือกดหมายเลขฉุกเฉินเพื่อให้รถพยาบาลมารับ



.................................................




ตัดมาที่เดือนก่อน ปุ้งมาอยู่เมืองไทยเรียบร้อยแล้ว คุณยายก็โด๊ปหลานให้กินสารพัด
ทั้งไข่ ผัก นม เนื้อสัตว์ ทุกอย่างที่คิดว่าจะบำรุงให้โตและแข็งแรงได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด
เพราะบางวัน ไม่ได้กินกุ้งหรือถั่วลิสง ก็อาเจียน แถมอาเจียนน่ากลัวมากๆ
อาเจียนบ่อยจนน่าห่วง เราก็บอกคุณยายไปว่า ปุ้งเคยเป็นไวรัสลงกระเพาะ ต้องค่อยๆ กิน
กินทีละนิด แต่ไม่เอะใจอะไรเลย แต่คุณยายบอกว่า น่าจะไปให้หมอตรวจซะหน่อยว่าเป็นอะไร
เราก็ยังเฉย จนกระทั่งไปเชียงรายกัน ปุ้งทั้งเมารถ และกินอาหารบางอย่าง แล้วอาเจียน
ทีนี้ล่ะ เรารู้สึกว่า สงสารลูกมากๆ เลยหาวันที่เหมาะๆ แล้วพาเข้ากรุงเทพไปหาหมอที่บำรุงราษฏร์เลย


หมอคนแรกที่เราไปเจอคือ คุณหมอสิริยากร ขออนุญาตเอ่ยชื่อ เพราะกลัวคนอ่านจะสับสน
เราก็เล่าปัญหาให้คุณหมอฟัง คุณหมอก็ซักประวัติครอบครัวดังนี้
......น้ำหนักพ่อแม่ น้ำหนักลูกตอนแรกคลอด ประวัติการเจ็บป่วยของพ่อแม่ และครอบครัว
โรคประจำตัวของครอบครัว ปู่ย่าตายาย การเลี้ยงด้วยนมแม่หรือนมฟอร์มูล่า
ตอนเล็กๆ เป็นโคลิกหรือเปล่า ความยาวของตัวเด็กตอนแรกคลอด ฯลฯ .......
และคุณหมอก็เช็คอะไรนิดหน่อย ดูทั่วๆ ไป การเต้นของหัวใจ กดท้อง
คุณหมอก็พูดว่าอาจจะเป็น reflux เลยส่งตัวไปให้หมอคนที่ 2 คือคุณหมอมิ่งเมือง
ซึ่งเฉพาะทางด้านมากขึ้น


ไปถึงคุณหมอมิ่งเมือง ทีนี้ก็คุยเจาะลึกมากขึ้นเรื่องช่องท้อง กระเพาะอาหาร
คุณหมอก็ถามว่า แม่เคยเป็นโรคกระเพาะไหม เราตอบว่าเคยเป็น ซึ่งมันมีผลตอนท้อง
ที่อาจจะมีเชื้อโรคจากกระเพาะอาหารไปสู่ลูกประมาณนี้นะคะ ซึ่งเราก็เริ่มกลัวแล้ว
เพราะอาจจะเป็นเหตุให้กระเพาะลูกไม่รับอาหารที่กินเข้าไปเท่าที่ควร และอาจจะมีปัจจัย
อื่นๆ ประกอบด้วย และหมอก็พูดเหมือนคุณหมอสิริยากรว่า อาจจะเป็น reflux
เลยส่งตัวไปให้หมอคนที่ 3 เพื่อทำการอัลตร้าซาวน์ช่องท้องว่า มีปัญหาอะไร
และก็มีพูดถึงวิธีที่จะตรวจให้ละเอียดอีก 2 วิธีก็คือ ส่องกล้อง และ กลืนแป้ง
ซึ่งจะพูดภายหลัง หลังจากที่ผลอัลตร้าซาวน์ออกแล้ว






..............................................


พอไปหาคุณหมอคนที่ 3 จำชื่อท่านไม่ได้ค่ะ แต่ก็ทำได้อัลตร้าซาวน์ช่องท้อง
คุณหมอน่ารักมากเลยค่ะ เข้าใจหลอกล่อเด็ก เอาเจลมาทาที่ท้องเย็นๆ
แล้วบอกปุ้งว่า ขอดูหนอนในท้องว่ามีกี่ตัว จะได้ไล่ออกไป แล้วก็ให้ดูหน้าจอทีวีไปด้วย
คุณหมอก็ชวนคุยไปด้วย ปุ้งหัวเราะขำใหญ่ เพราะจี๋ คุณหมอก็ถามปุ้งว่า
โตขึ้นอยากเป็นอะไร
ปุ้งตอบเสียงดังฟังชัดว่า "อยากเป็นคนขายขนมเส้น" (ขนมเส้น = ขนมจีน)
คุณหมอหัวเราะขำมาก แล้วบอกปุ้งว่า หมอก็เคยอยากเป็นคนขายส้มตำ


พอเสร็จแล้ว คุณหมอมิ่งเมืองก็ส่งตัวไปที่หมอภูมิแพ้ทำ skin test ต่อ
เราไม่เคยรู้ว่า skin test ทำอย่างไร เพราะเคยแค่ได้ยิน แต่ไม่เคยเจอกับตัวเองซะที
ตอนไปเจอคุณหมอคนที่ 4 คือ คุณหมอภัทริน คุณหมอก็ซักประวัติโรคภูมิแพ้
ของครอบครัว และอาการแพ้ของปุ้งว่า อาการเป็นยังไง เราก็เลยบอกหมอว่า
ตอนนี้ก็รู้แค่ว่า แพ้กุ้ง และถั่วลิสง และเราก็พก Epipen ไปด้วย เป็นรุ่น Jr.
คุณหมอก็บอกว่า หลักการพก Epipen ก็คือ พกไว้เพื่อให้หมดอายุแล้วทิ้งไป
แล้วก็ต้องซื้อใหม่ พกต่อไป เพื่อใช้ในกระณีฉุกเฉินจริงๆ

ประวัติโรคภูมิแพ้ของครอบครัวทางเราก็คือ อากงเป็นหอบหืด
มารุ่นพ่อ ก็เป็นภูมิแพ้ คือแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น กันทุกคน พอมาถึงรุ่นเรา
เราก็แพ้อากาศ แพ้ละอองเกษรดอกไม้

ส่วนประวัติทางสามีเราก็คือ แพ้นมวัว และอาหารทะเล แตไม่ได้ระบุว่า
อาหารทะเลชนิดไหน หมอก็ถามถึงอาการแพ้ว่าเป็นยังไง หมอก็ถามถึงอาการทั่วไปอีกว่า
ไอหรือเปล่า ขี้มูกไหลไหม เราก็ตอบไปว่า ไอตอนเช้าๆ ที่อากาศเย็น และขี้มูกไหล
หมอก็ถามว่า เสียงไอเป็นยังไงอีก มีเสียงวี๊ดๆ คล้ายเสียงนกหวีดหรือเปล่า
หลังจากนั้น ก็ตกลงว่าจะทำ skin test กัน คนที่ทำก็คงรู้ว่า แค่หยดน้ำยาลง
แล้วเข็มจิ้มเบาๆ ให้น้ำยาซึมลงผิวหนัง แล้วดูปฏิกิริยา เท่านั้นเอง


หมอก็ดูในรายการว่า ควรจะเทสต์ตัวไหนบ้าง ก็เน้นไปที่อาหารทะเล กับถั่ว
แล้วหมอก็ถามว่า ลองไข่ด้วยไหม เพราะเด็กแพ้กันเยอะ เราก็ตอบไปว่า กินไข่ได้ค่ะ
(ถ้าหมอเชื่อคำตอบเราตอนนั้น เราคงต้องเสียใจแน่ๆ ) หมอบอกว่า ลองดูก็แล้วกัน
เพราะเด็กแพ้กันเยอะ เลยบอกให้พยาบาลว่า เพิ่มเทสต์ไข่ขาวไปด้วย


การเทสต์มันไม่ง่ายกับเด็กอายุแค่นี้ ทีแรก ก็ยื่นแขนให้หยดน้ำยาอย่างดีอยู่หรอก
พอจะเอาเข็มจิ้มแค่ครั้งแรกเท่านั้นแหละ เจ้าปุ้งสะบัดมือออก ขาถีบ และกระโดดลงจากเตียง
จับหมอนได้ ฟาดใส่คุณยายด้วย แล้ววิ่งสะบัดรองเท้าออกมานอกห้อง
คุณพยาบาลก็ใจดี บอกว่า พักให้น้องหายเครียดก่อนก็ได้ แล้วค่อยเริ่มใหม่
เราเลยซื้อไอติมกับขนมให้กิน ชวนคุยไปเรื่อยๆ กล่อมจนสำเร็จ


ทีนี้มาถึง second try ปุ้งก็ยอมไปนั่งบนเตียงแบบไม่เต็มใจ ทีนี้พยาบาลแห่กันเข้ามาในห้อง
เตรียมพร้อมอย่างดี ปุ้งเปลี่ยนใจ โวยวายลั่นห้องว่า ไม่เอาแล้ว พอๆๆ จะกลับบ้าน
ตอนที่หยดน้ำยาลงแขน ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอเสร็จ ก็เริ่มเอาเข็มมาสะกิดผิวหนัง
ทีนี้ล่ะ ผู้ใหญ่ 4 คน ช่วยกัน จับแขน จับขา และรีบจิ้มแขนให้เสร็จ อย่างรวดเร็วมาก
ถึงจะร้องไห้เสียงดัง ก็ต้องรีบทำ ใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็เสร็จ และรออาการที่เกิดขึ้น
ประมาณ 15 นาทีว่าจะมีจุดไหนที่บวมบ้าง


ผ่านไป 15 นาที ก็เข้าไปหาคุณหมอภัทริน คุณหมอก็ถามว่า เจ็บไหมครับ
ปุ้งตอบด้วยน้ำตานองหน้าว่า "เจ็บโค่ดๆ" คุณหมอขำกลิ้ง ถามว่า ไปเอามาจากไหน ใครสอน
ผลการเทสต์ อันนี้สำคัญมาก ที่ทำให้เราตกใจ และสบายใจด้วยก็คือ
เทสต์ไป 18 ชนิด ปุ้งแพ้ไป 15 ชนิด คือ อาหารทะเลทุกชนิดที่เทสต์ ถั่วทุกชนิดที่เทสต์
และ .... ไข่ขาว ..... ที่เราเคยบอกหมอไปก่อนหน้านี้ว่า ปุ้งกินได้ และที่น่าตกใจอีกก็คือ
ระดับการแพ้ มันจะมีระดับ 1 2 3 4 ปุ้งแพ้ระดับ 4 ทุกอย่าง ยกเว้น Walnut ที่แพ้แค่
ระดับ 3 แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่า แพ้น้อยอะไรเลย



........................................


สรุปการเทสต์นี้ก็คือว่า ที่ปุ้งอาเจียนบ่อยๆ ก็คือ แพ้อาหารเหล่านี้ แล้วร่างกายปฏิเสธ
เลยทำให้อาหารย้อนกลับออกมา อาหารที่ควรจะทำให้โต ก็มีไม่พอ
ตอนนี้ที่กินได้ก็คือ กินได้แค่ สัตว์พวก farm animal พวกไก่ เป็น หมู
เรารู้สึกว่า เหมือนเราผิดเต็มๆ ที่อัดให้ลูกกินไข่ทุกวัน อยากให้โต กินไข่ กินนม กินผัก
โดยอัดไข่ให้เยอะมาก แล้วที่ลูกอาเจียนก็ไปโทษลูกว่า กินเยอะเกินไป หรือไม่ก็คิดว่า
ลูกอาจจะเป็นไวรัสลงกระเพาะก็ได้


หลังจากผล skin test จบลง เราก็ขึ้นไปหาหมอมิ่งเมือง เพื่อสรุปและรอฟังผลอัลตร้าซาวน์ต่อ
ผลก็คือ ต่อมน้ำเหลืองโตกว่าปกตินิดหน่อย เนื่องจากว่าทำงานหนัก เพราะอาเจียนบ่อยเกินไป
แต่คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ถ้าลดความถี่อาเจียนลง ไม่ถือว่าเป็นปัญหา คุณหมอค่อนข้างมั่นใจ
ว่าปุ้งมีอาการ reflux แต่ถ้าอยากจะให้ดูละเอียดกว่านี้ มี 2 วิธีก็คือ ส่องกล้อง และกลืนแป้ง
การกลืนแป้ง นี้ คุณหมอบอกตรงๆ ว่า อยู่ที่ตัวเราอยากให้ลูกทำหรือเปล่า เพราะเป็นวิธีใหม่
ที่เพิ่งมีไม่กี่ปี ส่วนส่องกล้อง ก็ต้องดมยา คุณหมอพูดแบบนี้นะคะ เราเลยบอกว่า ตัดเรื่องส่องกล้อง
ไปได้เลย ส่วนกลืนแป้งนี่ เลยถามย้อนไปว่า ถ้าเป็นคุณหมอ คุณหมอจะทำไหม คุณหมอบอกว่า
ยังไม่อยากทำ เพราะตอนนี้ basicly เรารู้อยู่แล้วชัวร์ๆ ว่า ลูกแพ้อาหารอะไรบ้าง แพ้ระดับไหน
เอาอาการ reflux ให้บรรเทาลงก่อน โดยการเลี่ยงอาหารที่แพ้ กินไข่ไม่ได้ ก็ไม่ต้องกิน หาอย่างอื่นทดแทน
อาหารทะเล ก็ไม่ต้องกิน ไม่เปลือง ส่วนตระกูลถั่ว กินไม่ได้ ก็ต้องระวัง ขนม หรืออาหารชนิดไหน
ไม่มั่นใจ ก็ไม่ต้องกิน พวกตระกูล tree nut ทั้งหลาย พวก peanut almond cashew nut etc เลิกกินไปเลย
แต่โดนัทกินได้ hahaha.... ส่วนตระกูล bean กินได้ ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้น ก็ยังกินพวกถั่วลันเตาได้
แล้วปีหน้า กลับเมืองไทย ก็มาตรวจอีกครั้ง


อยากจะบอกต่อ คนที่มีลูกที่มีอาการคล้ายๆ กับลูกเรา อย่าชะล่าใจไป เพราะอาจจะเป็นอะไรมากกว่า
ที่เราคิดก็ได้ อย่างน้อยไปตรวจให้ละเอียดแล้วจะได้สบายใจ เด็กตัวเล็ก ไม่ได้มีแค่สาเหตุเรื่องนิสัยการกิน
หรือออกกำลังกายเท่านั้น แต่อาจจะมีสาเหตุเหมือนลูกเราก็ได้

ปล. เจ้าปุ้ง อายุ 5 ขวบ หนัก 15.3 กิโลกรัม สูง 103.5 ซม. ค่ะ เล็กไหม แต่วันนี้เป็นต้นไป
เราจะเริ่มระวังเรื่องอาหารให้มากขึ้น แล้วดูว่า 1 ปี จะโตขึ้นขนาดไหน


.......................................................................



เรื่องย้อนหลังสัพเพเหระทั่วไป




ย้อนหลังอันเก่า ... เกี่ยวกับ Baby Sign Language





Create Date : 03 มิถุนายน 2552
Last Update : 3 มิถุนายน 2552 15:14:55 น. 10 comments
Counter : 9859 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ มีความสุขมาก ๆ นะค่ะ


โดย: พี่อันดา (ทบทวน ) วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:15:49:22 น.  

 
เรื่องตัวเล็ก ไม่เล็กเหมือนชื่อแล้วล่ะค่ะ

สาวน้อยก้อตัวเล็กเหมือนกันค่ะ คงต้องท้าวความหาสาเหตุดู ก้อท่าจะดีเหมือนกันค่ะ

ขอให้พี่ปุ้งแข็งแรง โตขึ้น ไวๆนะค่ะ


โดย: ปลายดินสอ วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:17:37:55 น.  

 
น้องปุ้งคงจะสูงมากเลยดูเพรียวหรือเปล่าค่ะ
ดูจากรูปน้องปุ้งแล้วไม่เห็นเหมือนเด็กตัวเล็กเลยค่ะ
แต่คุณแม่ทุกคนก็ย่อมเป็นห่วงลูกเป็นธรรมดา
เอาใจช่วยพี่แอนนะคะ สู้ สู้ค่ะ


โดย: nutonkla1 วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:18:00:58 น.  

 
สงสารปุ้ง แต่รู้แล้วแบบนี้ก็ดีนะพี่แอน จะได้ระวังเรื่องการกิน ปุ้งจะโตแล้ว


โดย: offita วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:21:24:55 น.  

 
น้องปุ้งเค้าไม่เห็นตัวเล็กเลยนะคะ ปลาว่าหุ่นนายเเบบเลยเเหละ อิอิ หล่อด้วย


โดย: pingpongzung วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:23:03:52 น.  

 
อ่านแล้วได้ประโยชน์มากเลยคะ มันเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็นจริงๆ คนเราเป็นแม่ก็โด๊ปลูกซะทุกอย่าง

สรุปว่ามากก็ไม่ดี น้อยก็ไม่ดี


โดย: Azizan วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:10:02:11 น.  

 
ดีแล้วค่ะ ที่รู้ว่าแพ้อะไรบ้าง

จะได้รู้ว่าอันไหนกินได้ อันไหนกินไม่ได้

ของแต๋งก็ว่าจะพาไป Test เหมือนกันค่ะ

แต่รอโตอีกนิดก่อน...


โดย: ครอบครัวตัวน้อย วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:14:28:56 น.  

 
สวัสดีค่ะ แอบตามมาจากกระทู้ห้องชานเรือนจ้า
แอบมาอ่านเก็บข้อมูลค่ะ ต่อไปคงต้องเข้ามาเก็บเกี่ยวประสบการณ์บ่อยๆ แล้วค่ะ
จะได้เอาไว้เป็นความรู้เผื่อสำหรับเลี้ยงลูกต่อไป
ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่า


โดย: มิสซิสอาร์โนลด์ วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:8:07:31 น.  

 


สวัสดีวันเสาร์คร๊าบบคุณแอน...


ช่วงนี้ฝนตกทู๊กวัน...รักษาสุขภาพด้วยนะคร๊าบบ...emo


โดย: หนุ่มน้อยแห่งลุ่มแม่น้ำบางปะกง วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:11:34:59 น.  

 


โดย: น้องเมย์น่ารัก วันที่: 9 กรกฎาคม 2557 เวลา:13:09:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Second impact
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด





เป็นแม่นี้ยากจริงหนอ แต่พอเจอวิชาภาษามือ 101 มันช่างน่าสนใจ และสนุกจนอยากจะบอกต่อ







Friends' blogs
[Add Second impact's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.