ฝนพรำ คำลวง ไขควง = ฆาตกรรม
ด้านนอกโรงจอดรถฝนกำลังตกพรำๆ

ผมจำได้ว่าวันนั้นฝนก็ตกพรำๆ เหมือนวันนี้

รถเก๋งอายุการใช้งานสิบสี่ปีของครอบครัวเราถูกปล่อยปละละเลยมาหลายเดือนแล้ว มันจอดตายอยู่ในโรงเก็บ ไม่ต่างจากขยะไร้ค่า ในฐานะที่วันนั้นว่าง ไม่มีอะไรให้ทำ ผมเลยเดินหิ้วกล่องใส่เครื่องมือซ่อมรถมาเปิดฝากระโปรง และก้มๆ เงยๆ ดูมันอยู่นานสองนาน

จนกระทั่งเธอเดินเข้ามาตาม

เราแต่งงานกันมาเท่าอายุรถ แน่นอนละ รถคันนี้เป็นของต่างหน้าที่งานแต่งงานนั้นทิ้งไว้ให้เรา ตอนนี้เธอมีอายุสามสิบกว่า จะสี่สิบเข้าไปแล้ว ผมนั้นก็ไม่ต่างกัน ที่จริงแล้วผมแก่กว่าเธอหนึ่งปี…ช่างเถอะ มาพูดถึงเรื่องอายุอานามเอาตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์ ว่ากันถึงเหตุที่ทำให้ผมนึกอยากซ่อมรถดีกว่า

ผมอยากซ่อมรถ เพราะผมอยากฆ่าเธอ



มันเป็นความบังเอิญมากๆ ทีเดียวที่ทำให้ผมได้ค้นพบประตูลับที่เปิดสู่ห้องใต้ดิน ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้พื้นของโรงจอดรถหลังนี้ บ้านมือสองมันก็ดีอย่างนี้นี่เอง เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเจ้าของบ้านคนเก่าเขาสร้างอะไรเอาไว้บ้าง หากผมนำศพเธอเข้าไปซ่อนในนั้น คงไม่มีทางที่ใครจะหาเจอแน่ๆ

บางครั้งผมก็นึกแปลกใจว่าเจ้าของบ้านคนเก่าเขาสร้างห้องใต้ดินแบบลับๆ อย่างนี้ไว้ทำไม

มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมโล่ง ขนาดความกว้างประมาณสิบห้าตารางวา ประตูทางเข้าใช้วิธีเปิดจากด้านบน มีประตูสองชั้น ชั้นแรกเป็นประตูที่ทำกลืนกับพื้นของโรงจอดรถและมีพรมสีซีดปกคลุมอยู่ ส่วนชั้นที่สองเป็นประตูทำจากเหล็ก มีขั้นบันไดหินทอดระดับลดหลั่นสำหรับก้าวเดินลงไปสู่ความมืดมิดด้านล่าง

ภายในห้องใต้ดินปราศจากช่องระบายลม ในสายตาของสถาปนิก ผมรู้ดีว่าห้องๆ นี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนอยู่อาศัย และสิ่งมีชีวิตใดที่พลัดหลงเข้ามาอยู่ในห้องนี้คงต้องขาดอากาศหายใจเสียชีวิตในเวลาไม่นานนักหากประตูด้านบนถูกงับปิดลงทั้งสองบาน

ห้องใต้ดินแห่งนี้ ถ้าจะพูดไปแล้ว มันก็เหมือนโลงศพขนาดใหญ่ดีๆ นี่เอง

ผมเคยเดาเล่นๆ ว่าหรือเจ้าของคนเก่าเขาจะสร้างเอาไว้เก็บของ แต่คุณก็คงพอจะคิดออกนะ คนบ้าอะไรจะสร้างห้องเก็บของใต้พื้นโรงจอดรถที่ประตูทางเข้าซ่อนอยู่ใต้พื้นเป็นอย่างดี มันไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากของที่เขาต้องการเก็บ จะเป็นของที่เขาไม่ต้องการให้ใครหาพบ

เช่นศพของภรรยาหรือสามีของตัวเอง

แต่ไม่ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรกับห้องใต้ดิน เขาก็คงไม่ได้ทำ และปล่อยทิ้งให้มันว่างเปล่าจวบจนตัวเองย้ายออกไป

ผมไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านคนเก่าเป็นใคร – ไม่เคยคิดจะรู้ด้วย – ตอนที่นายหน้าขายบ้านพาเรามาดูบ้านเดี่ยวเนื้อที่สองไร่สไตล์โมเดิร์นหลังนี้เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก บ้านใหญ่ขนาดนี้ อยู่ในเขตสำคัญของกรุงเทพ กับราคาไม่ถึงหนึ่งล้านบาทเมื่อสิบกว่าปีก่อน มันถูกเหมือนได้ฟรี ใครไม่รีบคว้าไว้ก็คงเป็นคนโง่

ณ ปัจจุบัน ผมก็ยังคงไม่รู้อยู่นั่นเองว่าเจ้าของบ้านคนเก่าเขาเป็นใครหรือสร้างห้องใต้ดินแห่งนี้ไว้ทำไม

แต่ผมอยากจะใช้มันเป็นหลุมฝังศพเมียของผมเอง





ผมจึงล่อให้เธอเดินตามเข้ามาที่โรงจอดรถ ในวันที่มีฝนตกพรำๆ

“คุณ เรื่องใบหย่าจะว่าไง คุณจะเซ็นให้ฉันได้หรือยัง?” เธอเข้ามาหยุดยืนพูดข้างหลังผม

ผมแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน คำว่าหย่ามันเจ็บปวดนะคุณว่าไหม? ผมเชื่อว่าคนที่แต่งงานและจดทะเบียนสมรสส่วนใหญ่ไม่มีใครเคยคิดหรอกว่าสักวันหนึ่งต้องมาจรดปากกาเซ็นใบหย่า – แผ่นกระดาษที่เป็นสิ่งประกาศว่าความเป็นสามีภรรยาของเรามันจบลงแล้ว

ผมเองก็ยังอดรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้เมื่อนึกภาพตัวเองนั่งคู่กับเธอหน้าโต๊ะเจ้าหน้าที่บนที่ทำการเขตและแจ้งจุดประสงค์ว่าพวกเรา ในวัยใกล้กลางคน ไปที่นั่นเพื่อทำเรื่องหย่า

ใช่ ผมยังเจ็บปวดอย่างประหลาด แม้จะไม่ได้รู้สึกอาวรณ์อะไรในตัวเธอแล้วก็ตาม



คุณคงรู้นะ การฆ่าใครสักคน มันต้องวางแผนมาแล้วเป็นอย่างดี ผมไตร่ตรองอยู่นานมาก หากผมฆ่าเธอ มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่เธอต้องหายตัวไป ไม่สามารถไปทำงานที่ฝ่ายบัญชีบริษัทนำเข้าสีเคลือบรถยนต์ได้ ที่ทำงานของเธอก็ต้องติดต่อมาสอบถาม และถ้าผมให้เหตุผลที่ไม่ดีพอ เรื่องอาจส่งต่อไปถึงมือตำรวจซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการ

ผมเลยคิดว่า สร้างชายชู้ที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาดีกว่า

ผมจะบอกทุกคนว่าเธอหนีไปกับชู้ ยืนกรานแบบนี้ ใครจะมาทำอะไรผมได้ ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเมียผมนิสัยเป็นอย่างไร

แต่คุณคงไม่รู้สินะ อย่างนั้นผมจะบอกให้ เมียผมน่ะมะม่วงแรดเรียกพี่เชียวแหละ เรื่องตอแหลนี่ที่หนึ่ง เธอชอบไปปลดปล่อยความเปลี่ยวเหงาที่บาร์ผู้ชาย เสาร์ – อาทิตย์อย่าได้หวังจะเห็นหน้า ทิ้งให้ผม ผัวของเธอ ต้องอยู่บ้านกับกองกระดาษเขียนแบบบ้านที่นานๆ จะมีคนมาจ้างสักที ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงทำเช่นนั้น ในเมื่อพฤติกรรมเรื่องนอกใจของผมนั้นมีเปอร์เซ็นต์เป็นศูนย์

ความรักของผมมันเปลี่ยนเป็นความแค้นไปเสียแล้ว

"บอกแล้วไงว่าถ้าจะให้เซ็น ก็เอามาสิบล้าน" ผมพูดกับหม้อน้ำรถยนต์ มือขวากำประแจแน่น เตรียมหันกลับไปฟาดใส่เธอ

"สิบล้าน! ฉันจะไปเอามาจากไหน..." เธอสบถ

ผมแสยะยิ้ม กำลังจินตนาการว่าต้องฟาดเธอกี่ทีนะถึงจะตาย แต่คงต้องหาอะไรอุดปากไม่ให้แหกปากร้องก่อนล่ะ ฉับพลันนั้น ผมก็ตัวเย็นวาบเมื่อศีรษะถูกอะไรบางอย่างปักจึกเข้ามาจากด้านหลัง ร่างของผมอ่อนยวบทรุดลงทันที ผมพยายามตะกายลุกขึ้น แต่อะไรบางอย่างที่ปักศีรษะผมก็ถูกดึงขึ้นไปและปักลงมาใหม่นับครั้งไม่ถ้วนที่ด้านข้างของลำคอ

เลือดสีแดงพุ่งทะลักทะล้น

แล้วผมก็ตาย

ผมมองเห็นเมียผมยืนหอบ ในมือของเธอถือไขควงที่ชุ่มเลือด เสื้อผ้า แขนและใบหน้าของเธอเปรอะเลือดของผมที่กระเซ็นไปโดน

ผมไม่เห็นน้ำตาเธอสักหยด

หลังจากโยนไขควงเข้าไปในกล่องเครื่องมือ เธอก็ลากศพผมมาที่ประตูลับบนพื้น ผมเพิ่งรู้ในวินาทีนั้นว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่รู้ถึงการมีอยู่ของห้องใต้ดิน

และคงไม่ใช่ผมคนเดียวที่วางแผนฆาตกรรม



วันนี้ก็เกิดเหตุครบหนึ่งปีแล้ว เมียผมทิ้งบ้านไปพักร้อนกับผัวใหมที่ฮ่องกง ส่วนผมยังติดแหง็กอยู่ในห้องใต้ดิน

ถ้าใครพอมีเวลา ช่วยพาศพผมออกไปทีเถอะ

เพราะในนี้มันน่าเบื่อเหลือจะทน...





*หมายเหตุ: เรื่องสั้นขนาดสั้นเรื่องนี้ ได้รับการตีพิมพ์ในต่วยตูนพ็อคเกตบุ้คส์ประจำปักษ์แรกของเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2556 ครับผม



Create Date : 09 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2556 12:00:12 น.
Counter : 576 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ทะเลเดือดพันธุ์ร็อค
Location :
นครปฐม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



บล็อกของทะเลเดือด หรือเธียร อาชาปราชญ์ หรือล่องลอย ลมทะเล หรือบุหลันสีคราม หรือมารุน หรือ Seaglopur

พื้นที่ห้ามเข้าสำหรับความเครียด
พฤศจิกายน 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30