Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
14 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
O กรุ่นกลิ่น .. บุปผากรอง O





เพลง..ลาวเด็ดดวงดอกไม้
อัศวลีลา


๑. กุสุมาลย์ .. แห่งวานวัน ..





O งามเอย .. กุสุมาลย์แห่งวานก่อน
แต่ละตอนจับจ้องย่อมมองเห็น
เช่นอัปสร .. กรกรีด .. ประณีตเป็น-
ความชื่นเย็นหลั่งริน .. สู่ถิ่นทรวง
O น้ำใจนั้นปรากฎ .. ฤๅหมดสิ้น
เช่นฝนหยาดรดริน .. จากถิ่นสรวง
ให้แผ่นดินเตรียมผืนซับชื่นปวง
โลมหยดร่วงเย็นฉ่ำแห่งน้ำใจ
O เงียบงัน .. สง่างามในความเงียบ
หากพูนเพียบอาทร-ความอ่อนไหว
ชัดเจนถ้วนในนิยามของความนัย
อันขับไขเห็นระยับอยู่กับตา
O คืองดงามพวงผกาแห่งป่าฝน
ช้อยช่ออยู่เบื้องบนให้ค้นหา
เปล่งสีสันเร้ารุม .. เหล่าภุมรา
เทียบคุณค่าหวานหอม .. ขึ้นพร้อมแล้ว
O แดดฉายหรือฝนพรำ .. เม็ดน้ำหลั่ง
คงเปล่งปลั่ง .. กลีบกรองยังผ่องแผ้ว
เมื่อสีสัน .. รสประทิ่น .. โลมถิ่นแนว
ก็ยากแคล้วคลาดประทิ่นที่ริน-รม
O หอมหวานตระการอยู่ .. ไม่รู้สิ้น
พอลมรินร่ำสู่ .. ก็รู้ฉม
เมื่อกลีบกรองกุสุมาลย์ละลานลม
ก็ทับถมรสสุมาลย์แผ่ซ่านมา
O เสาวคนธ์บรรดาคันธารส
เมื่อปรากฎก็แต่คอยละห้อยหา
จะแหนห้อมถนอมอยู่ไม่รู้ลา
หอมคุณค่า .. หวงกลิ่น .. อย่าสิ้นเลย



๒. นพรัตน์ .. จำรัสแสง ..






O คือพลอยเพชรผ่องผายกำจายแสง
เพื่อหล้าแหล่งเบิกบทความสดใส
แปรเหลี่ยมรัตตมณีน้ำ .. อ่าอำไพ
เป็นน้ำใจหยาดหลั่ง .. โลมฝั่งทรวง
O พร่างพร้อยผกายเก็จทั้งเจ็ดสี
ร้างราคีวับวาวดั่งดาวสรวง
เช่นงดงามอัชฌา .. สุดาดวง
แต่จะช่วงโชนผกายให้หมายมอง
O อันน้ำใจเช่นฝนที่หล่นหลั่ง
เข้าประดังใจชายให้คลายหมอง
ละหยาดหยดสายอุทกที่ตกนอง
ย่อมตกต้อง .. ละอองสู่ .. ให้รู้ .. เย็น
O ราวผกายพร่างพร้อยแห่งรอยรุ้ง
ทาบขอบคุ้งโค้งฟ้า .. ให้ตาเห็น
จึงครบครันผกายสี .. อย่างที่เป็น
ย่อมยากเข็ญจะซ่อนงาม .. ให้ข้ามตา
O อ่อนไหวและอ่อนหวานที่ผ่านเผย
ค่อยยื่นเย้ยยั่วลงที่ตรงหน้า
ล่อเลศนัยลึกลับ .. ให้อัปรา
ปอกทีท่าสับสน .. ของคนไกล
O ก่อนโชติช่วงเหลี่ยมรัตต์จำรัสรูป
ยอแสงลูบหม่นหมองจนผ่องใส
เริดร้างการบิดเบือน .. ซ่อนเงื่อนนัย
เปิดพิสัยก้าวต่าง .. เส้นทางเดิม
O เมื่อเพชรพลอยผ่องผายกำจายแสง
เหลี่ยมย่อมแต่งสัตตรงค์เข้าส่งเสริม
โอนมณีน้ำลออ .. ไว้รอเติม
บ่อ .. น้ำใจ .. ที่เริ่มเริ่ม .. กระเหิมแรง



๓. หวามไหว .. ดวงใจพ่อ






O เงียบงันสงบงาม .. เจ้าทรามสวาดิ
โอนพิลาสเผยแผ่ให้แลเห็น
มณีรุ้งหยาดรื่น .. จนชื่นเย็น
อกย่อมเต้นตามตาละล้าละลัง
O สง่างามสดใส .. ดวงใจพ่อ-
ภาพทอดทอพิศเพ่งก็เปล่งปลั่ง
เผยจริตประณีตล้ำเป็นกำลัง
และทุกครั้งอ่อนหวานพาดผ่านตา
O เช่นมิตรที่อบอุ่นการุณมิตร
ส่งดวงจิตอ่อนละมุนเป็นคุณค่า-
เข้าขับไล่หม่นหมองให้ล่องลา
ปรารถนาก็งามล่วงถึงดวงใจ
O น้อยไปหรือ .. ขุ่นขึ้งสักหนึ่งหน
ยังยากค้นออกเค้นให้เห็นได้
สายัณห์ยามลับช่วงแห่งดวงไฟ
ย่อมรำไรงามล้ำด้วยฉ่ำเย็น
O เยือกเย็นฉ่ำหวานบรรสารพากย์
ครั้นยามพรากเฝ้าแต่คอยละห้อยเห็น
ถวิลหวานชิดเชยอย่างเคยเป็น
หอมก็เค้นคั้นให้หัวใจคอย
O ฟ้างามด้วยดวงไฟ, ดวงใจพ่อ-
ย่อมงามพอ-กล่อมเกลาความเศร้าสร้อย-
ฤทธิ์แล่งลาญเลือนดับจนลับรอย
ชื่นจะช้อยชูช่อขึ้นรอใจ
O ดวงใจพ่อ .. จะรอให้ดวงใจพี่-
สืบรู้เงื่อนงำที่ .. เจ้ามีไฉน
เงียบงันหากช่วงเชื้อ .. แห่งเยื่อใย
รอโอบให้ปลายนั้น .. รัด .. พันธนา


๔. น้ำทิพย์ จากลิบไกล ..






O น้ำทิพย์ ..
คืนเดือนดาวกระพริบ .. ไกลลิบแสน
เจ้าแฝงเร้น .. รั้งหยาดบำราศแดน
จะห้อมแหนสายฟ้าแจ่มจ้ารอย
O หยาดฝน ..
เมื่อเจ้าหล่นฟายฟ่องละอองฝอย
รู้หรือไม่ใครหนึ่งคะนึงคอย
รอร่องรอยน้ำทิพย์ .. จากลิบไกล
O รอเจ้า .. หล่นหลั่งจากฝั่งฟ้า
ให้โลกคลาคล่ำชื่น .. ที่รื่นไหล
เพื่อว่าทั้งแดนดิน .. และจินตะใด
รอโลมไล้ซับฉ่ำ .. หยาดน้ำฟ้า
O ลงมาเถิด .. หยาดประกาย
ลงรำบายแดนดิน .. ทุกถิ่นท่า
เพื่อลิดรอนทุกข์ท้อ .. ผู้ทรมา
ซึมซาบวาระรื่นของชื่นเย็น
O หลังฝอยฝนหล่นหลั่งถมฝั่งหล้า
ก็แจ่มจ้า .. เรื่อรองจนมองเห็น-
งดงามด้วยแสงสี .. อย่างที่เป็น
ทั้งแฝงเร้นหม่นหมองให้ล่องลา
O หล่นลงพื้นเม็ดกระแทก .. น้ำแตกช่อ
เป็นละอองหยาดลออ .. ขึ้นรอท่า
เพื่อสะท้อนเกล็ดผกายผ่านสายตา
ระบัดรอบรมยาทาบทาทรวง
O หยาดเย็นชื่นฉ่ำแห่งน้ำทิพย์
จากไกลลิบขอบแคว้นถิ่นแมนสรวง
ช่วย-ลบแล้งที่ประดังเสียทั้งปวง
ให้ลับล่วง .. เริดร้างจืดจางรอย



๕. ลมพลิ้วปลิวผ่าน






O เจ้าปลิดปลิวตามลมที่พรมโบก
ให้กระแสลมโลกล้างโศกเศร้า
เพื่อว่าแรงใฝ่ฝันแห่งวันเยาว์
อยู่รุมเร้าอุ่นขวัญ .. ทุกวันคืน
O ปลิดปลิวลิ่วมาจากฟ้าห่าง
เพื่อจะวางบริบท .. ความสดชื่น
รอบภิรมย์ก็ระบัดขึ้นหยัดยืน
ค่อยแตะตื่นงดงาม .. ให้ตามมอง
O รอบยามค่อยปรับแปรกระแสลม
ก็เมื่อฉมผ่าวผ่านจากมาลย์ผอง
เป็นริ้วหอมหวานรับการจับจอง
อันจะล่องไหลตามกระแสใจ
O เช่นโอภาสดวงตะวันในชั้นสรวง
ค่อยค่อยช่วงลำดับ .. ขึ้นขับไข
ลมเอื่อยอ่อยออดอ้อน .. ผ่านตอนไป
เหลือเพียงความอ่อนไหว .. อยู่ในลม
O อุ่นไอแสงยามสาย .. รำบายออก
เพื่อม่านหมอกตอบรับ .. การขับข่ม
ปีกผีเสื้อดาษดื่น .. รอชื่นชม
เช่นปรารมภ์หนึ่งผู้ .. รอรู้ใจ
O เก็บกักความอ่อนไหว .. ด้วยใจหวั่น
เกรงแทรกสู่ใจนั้น .. ทำหวั่นไหว
จะเผยออกพ้นพรางได้อย่างไร
เถิด .. เก็บไว้กักออมอย่ายอมคลาย
O พัดผ่านให้รับรู้ .. ฤดูลม
ก็ด่ำดมสุมาลย์รอ .. แสงทอ-ฉาย
ปลิดปลิวท่ามปรารถนาจนกว่าวาย
รอเพียงสายเยื่อใย .. จากใครนั้น



๖. เรือลำน้อย .. เจ้าลอยลำ ..






O เห็นลำเรือลอยมา .. ที่ท่าน้ำ
พายวาดค้ำลำแอบเข้าแนบข้าง
หลากหลายเท้าคู่น้อย .. ก็พลอยวาง-
ก้าวเหยียบย่างลงสู่ .. เสียงกรูเกรียว
O เรือจ้างน้อยลอยลำ .. พายจ้ำจ้วง
แต่ละช่วงจังหวะ .. น้ำชะ-เชี่ยว
เห็นเธอวาด .. พายค้ำ .. เรือลำเรียว
อยู่กลางสายชลเปลี่ยว .. อย่างเดียวดาย
O เช่น .. ดวงวันลอยดวง .. ขึ้นช่วงแสง
ทาบหล้าแหล่งให้พิสุทธิ์ .. เห็นจุดหมาย
เมื่อหัวใจมุ่งอยู่ .. ไม่รู้วาย
จักจ้วงพายพาคน .. ข้ามพ้นน้ำ
O งามยิ่งงาม .. ก็ระยับอยู่กับโลก
ปรุงปรนหอมบ่ายโบกโลมโลกต่ำ
เมื่อปรารมภ์พร่างพร้อย .. ทุกรอยกรรม-
ย่อมจักย้ำยุดงามอยู่ท่ามตา
O มือเรียววาดพาย-วนกลางชลเปลี่ยว
พร้อมทุกเสี้ยวส่วนใจ .. รู้-ใฝ่หา
คลื่นสวนลำโหมหนัก .. ในมรรคา
เห็นเพียงใจแกร่งกล้าไม่ล้าโรย
O ร่างน้อยน้อยนั่งมองตาจ้อง-เพ่ง
ท่ามสูรย์เปล่งปลาบแนว .. ลมแผ่วโผย
แรงคลื่นสายธารโลก .. คอยโบกโบย
พาพ้นโดยมือเรียว .. ที่เคี่ยวกรำ
O ปีแล้ว .. และปีเล่า .. ที่เจ้าเป็น
ผ่านร้อยเข็ญ .. พันโศกแห่งโลกต่ำ
ด้วยจิตที่สำนึก .. งามลึกล้ำ
ค่อยค่อยจ้ำเรือน้อย .. ล่องลอยไป
O ละเที่ยวพาย .. ละเที่ยวผ่าน .. ฝ่าธารเชี่ยว
ค่อยค่อยเคี่ยวกรำสอน .. อาทรให้-
ลูกศิษย์น้อยคล้อยหลัง .. สู่ฝั่งไกล
ผ่านน้ำไหล .. ชะเชี่ยว .. ด้วยเรี่ยวแรง
O คือเรือน้อยลอยผ่านสายธารไหล
ด้วยจิตใจครูสาวผู้กร้าวแกร่ง
ที่จะคอยคัดท้าย-วาดพาย .. ทะแยง
พาหัวเรือทิ่มแทง .. สู้แรงน้ำ
O ทอดทิ้งตัวตนอยู่ .. เพื่อผู้อื่น
ท่ามกระแสลมตื่น .. เสียงคลื่นคร่ำ-
ครวญระดมห่มห้อม .. อยู่ล้อมลำ-
เรือน้อยคอยพลิกคว่ำ .. จมลำเรือ
O ภาพเด็กน้อยจำพราก .. พ้นฟากฝั่ง
มือเรียววาดพายยัง .. อีกฝั่งเพื่อ –
รับส่งอีกทุกรุ่น .. ช่วยจุนเจือ-
ภาพงดงามให้หลงเหลือ .. ในแผ่นดิน .. !





Create Date : 14 ธันวาคม 2556
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:02:39 น. 2 comments
Counter : 1886 Pageviews.

 

และแล้วก็ได้เห็นกลอนบทนี้อีกครั้ง กำลังนึกถึงอยู่ทีเดียวเจ้าค่ะ


โดย: หยาดฝน IP: 124.122.92.199 วันที่: 19 ธันวาคม 2556 เวลา:9:22:15 น.  

 
เอาบทเก่ามาปัดฝุ่นน่ะฝน .. เปลี่ยนแต่รูป


โดย: สดายุ IP: 118.172.105.12 วันที่: 19 ธันวาคม 2556 เวลา:17:34:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.