|
|
"สุกำพล"ใช้1.7หมื่นล้านฟื้นน้ำท่วม จตุจักรคลี่คลาย-พระราม2ยังอ่วม
.
ปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเหนือกรุงเทพฯลดลงใกล้สู่ระดับปรกติ ส่งผลสถานการณ์น้ำท่วมโดยรวมเริ่มดีขึ้น แนวบิ๊กแบ็ก ช่วยลดน้ำทางตอนเหนือ ส่งผลกรุงเทพชั้นในเขตลาดพร้าว-จตุจักร น้ำเริ่มแห้ง แต่ฝั่งตะวันตกยังหนัก น้ำจ่อข้ามพระราม 2 ลงทะเล ขณะที่ "สุกำพล" ของบฯรัฐบาล 17,945 ล้านบาท กู้สนามบินดอนเมือง-ถนน 25 สาย โทลล์เวย์ขยับขอชดเชย 70 ล้าน
หลังจากที่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ลดปริมาณการระบายน้ำลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างเห็นได้ชัดจนเกือบจะอยู่ในภาวะปกติ โดยระดับน้ำ ณ สถานีตรวจวัด อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,084 ลบ.ม./วินาที เหนือเขื่อนเจ้าพระยา 2,398 ลบ.ม./วินาที และสถานี อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำไหลผ่าน 2,797 ลบ.ม./วินาที
ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงไหลผ่านกรุงเทพมหานครมีปริมาณน้ำลดลง เป็นโอกาสให้น้ำทุ่งทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเข้าสู่ระบบการระบายน้ำมากขึ้น ณ ปัจจุบันสามารถระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยได้ ประมาณ 330 ล้าน ลบ.ม./วัน ทำให้ปริมาณน้ำท่วมโดยรวมมีแนวโน้มลดลง น้ำทางตอนเหนือของกรุงเทพฯอยู่ในระดับทรงตัว หรือเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง
ประกอบกับการวางแนวกระสอบทรายยักษ์ (บิ๊กแบ็ก) ช่วยลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่กรุงเทพฯทางตอนเหนือลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งในชุมชนดอนเมืองที่ต้องการรื้อกระสอบทรายยักษ์ จนสุดท้ายได้ข้อสรุปว่าจะยอมลดระดับความสูงของบิ๊กแบ็กลงในช่วงความยาวประมาณ 10 เมตร ปรับสภาพให้เป็นฝายน้ำล้น ยอมให้น้ำไหลผ่านเพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่นอกแนวบิ๊กแบ็กลง รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำนอกแนวบิ๊กแบ็กด้วยการเร่งระบายน้ำลงคลองรังสิต-คลองเปรมประชากร
ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่เขตตอนเหนือต่อตอนกลางของกรุงเทพฯมีระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผลจากการตรวจวัดน้ำในคลองระบายน้ำสำคัญพบว่า คลองบางเขนช่วงวิภาวดี-หลักสี่ ระดับน้ำ 1.61 เมตร ตลิ่งซ้ายขวา 1.79-1.59 เมตร, คลองบางซื่อช่วงถนนพหลโยธิน-จตุจักร ระดับน้ำ 0.8 เมตร ตลิ่ง 0.83-0.44 เมตร, คลองเปรมประชากรช่วงวัดเทวสุนทร จตุจักร 1.3 เมตร ตลิ่ง 0.83-1.11 เมตร
ส่วนใน 4 เขตของกรุงเทพฯที่กำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำ (มีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบัง) ยังมีระดับน้ำท่วมสูง นิคมอุตสาหกรรมบางชัน/ ลาดกระบัง ยังมีความสามารถที่จะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านไปลงคลองแสนแสบเพื่อระบายลงสู่อุโมงค์ยักษ์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป
ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในฝั่งตะวันตกยังย่ำแย่กว่าฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำที่ล้นออกมาจากคลอง ภาษีเจริญ ซึ่งรับน้ำมาจากคลองทวีวัฒนาต่อเนื่องคลองมหาสวัสดิ์ กำลังจะข้ามถนนพระรามที่ 2 เพื่อระบายลงสู่ชายทะเลบางขุนเทียน ประกอบกับน้ำที่ถูกผันไปลงแม่น้ำท่าจีนทางฝั่งตะวันตกได้เข้าท่วมพื้นที่ในหลายอำเภอของ จ.นครปฐม-สมุทรสาคร ดังนั้นจึงมีความพยายามที่จะกู้ถนนสาย 340 วงแหวนรอบตะวันตกเพื่อใช้เป็นเส้นทางสำรองกรณีถนนพระรามที่ 2 ถูกตัดขาด แต่การดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้ามาก
ระดับน้ำในคลองระบายน้ำสำคัญฝั่งตะวันตกพบว่ายังมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ อาทิ คลองบางเชือกหนังช่วงพุทธมณฑลสาย 2-ทวีวัฒนา ระดับน้ำสูง 1.95 เมตร ตลิ่งซ้ายขวา 1.7-1.6 เมตร, คลองพระยาราชมนตรี ระดับน้ำ 1.48 เมตร ตลิ่ง 1.33-1.59 เมตร และคลองบางแวก ช่วงสถานีสูบน้ำบางแวก ระดับน้ำ 1.95 เมตร ตลิ่ง 1.45-1.47 เมตร
กู้สาย 340 ล่าช้า
นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า การกู้ทางหลวงหมายเลข 340 (บางบัวทอง-ลาดหลุมแก้ว-สุพรรณบุรี) ช่วงบางบัวทอง-แยกนพวงศ์ และช่วงแยกนพวงศ์-บางเลน กับถนนวงแหวนรอบนอกตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9) ช่วงต่างระดับบางใหญ่-บางบัวทอง ระยะทางรวมประมาณ 20 กิโลเมตร มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 70-80% จากเป้าหมายเดิมที่จะต้องแล้วเสร็จในวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัญหาอุปสรรคด้านระดับน้ำที่สูงอยู่ ทำให้การเข้าไปสูบน้ำค่อนข้างลำบาก ประกอบกับการขาดแคลนวัสดุก่อสร้างทั้งทรายและท่อคอนกรีต เนื่องจากเส้นทางขนส่งมาค่อนข้างลำบาก ทำให้การกู้ถนนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ส่วนถนนพระรามที่ 2 ปัจจุบันยังสามารถใช้เดินทางสัญจรได้ ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด นอกจากนี้กรมทางหลวงยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นพยายามช่วยกันป้องกันถนนพระรามที่ 2 ไม่ให้ถูกน้ำท่วมจนถึงขั้นตัดขาดการเดินทาง แต่หากระดับน้ำสูงเกิน 30 เซนติเมตร คงจะต้องปิดการจราจร เพราะรถเล็กคงจะไม่สัญจรผ่านไปได้
ฟื้นถนน-ดอนเมือง 1.7 หมื่นล้าน
ล่าสุดผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานเพิ่มเติมเข้ามาว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 นี้ ทางคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) ที่มี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน จะเสนอขออนุมัติวงเงินงบประมาณประจำปี 2555 เพื่อฟื้นฟูเป็นการเร่งด่วนในพื้นที่สำคัญทั้งถนน ท่าอากาศยาน สถานศึกษา โดยวงเงินดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) แล้ว
มีรายละเอียดโครงการที่จะต้องฟื้นฟู 4 โครงการ วงเงินรวม 17,945 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 6 เดือนถึง 1 ปี ประกอบด้วย 1) การฟื้นฟูสนามบินดอนเมืองของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เบื้องต้นจะฟื้นฟูในส่วนด้านตะวันออก เช่น ทางวิ่ง ทางขับ ฯลฯ วงเงิน 489.20 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 60 วัน 2) การบูรณะโรงเรียน อาคาร สถานศึกษา และเครื่องมือการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 799 แห่ง วงเงินกว่า 964.94 ล้านบาท 3) การซ่อมแซมถนนสายหลักให้กลับคืนสู่สภาพเดิมของกรมทางหลวง (ทล.) จำนวน 708 สายทาง วงเงิน 11,898 ล้านบาท ใช้เวลา 10 เดือน และ 4) การซ่อมแซมบูรณะถนนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้คืนสู่สภาพเดิม จำนวน 549 สายทาง วงเงิน 4,594.30 ล้านบาท
ด้านนายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงทาง กรมทางหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวงเงิน 11,898 ล้านบาท ที่จะใช้บูรณะถนนสายหลักให้กลับสู่สภาพเดิมนั้น ในที่นี้มีประมาณ 21 สายทาง วงเงิน 1,800 ล้านบาท ที่กรมเสนอให้ซ่อมแซมเป็นการเร่งด่วนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3-4 เดือนนี้ เพื่อให้การเดินทางสะดวกทั้งการขนคนและโลจิสติกส์ ซึ่งสาย 340 ก็เป็นส่วนหนึ่งในนี้ด้วย ส่วนที่เหลือจะเป็นในระยะต่อไปให้แล้วเสร็จใน 10 เดือน
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ในวงเงิน 4,594 ล้านบาท กรมมี 4 สายทางเร่งด่วนที่จะต้องกู้ให้เสร็จใน 6 เดือน คือถนนนครอินทร์ ถนนราชพฤกษ์ ถนนชัยพฤกษ์ และถนนสาย 3013 ใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางเข้านิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ใช้วงเงิน 78 ล้านบาท ที่เหลือจะแล้วเสร็จใน 10 เดือน
ดอนเมืองโทลล์เวย์ขอค่าชดเชย
นายสมบัติ พานิชชีวะ ประธานกรรมการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือโทลล์เวย์ กล่าวว่า บริษัทได้ขยายเวลาการเปิดใช้บริการโทลล์เวย์ฟรีออกไปจนถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 20 พฤศจิกายน โดยบริษัทหารือกับกรมทางหลวง (ทล.) คู่สัญญาสัมปทาน เพื่อขอเงินค่าชดเชยรายได้ของบริษัทที่สูญเสียไปจากการยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางโทลล์เวย์วันละประมาณ 5 ล้านบาท หลังจากที่กระทรวงคมนาคมจ่ายค่าชดเชยให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีซีแอล คู่สัญญาสัมปทานทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่บริษัทยอมยกเว้นค่าผ่านทางด่วนให้
"อยากให้รัฐบาลพิจารณาข้อเสนอของบริษัทเพื่อให้เป็นหลักการเดียวกับบริษัทบีอีซีแอล ซึ่งบริษัทให้ความร่วมมือกับกรมทางหลวง ยกเว้นค่าผ่านทางให้ตั้งแต่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อรายได้เฉลี่ยวันละ 5 ล้านบาท ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน รวม 14 วัน เป็นเงิน 70 ล้านบาท"
โดยนายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมจะใช้หลักการเดียวกันคิดบนพื้นฐานปริมาณการจราจรที่เป็นจริง โดยจะใช้ปริมาณจราจรในช่วง 6 วันก่อนที่จะมีการเปิดใช้ฟรี คิดเป็นเม็ดเงินที่จะชดเชยให้บริษัทวันละ 1 ล้านบาทเศษ รวม 8 วันเป็นเม็ดเงินกว่า 10 ล้านบาท คงไม่ถึงวันละ 5 ล้านบาท อย่างที่บริษัทประเมิน เนื่องจากช่วงเวลานั้นปริมาณการจราจรบนโทลล์เวย์ลดลง 30%
ประชาชาติธุรกิจ
| Create Date : 18 พฤศจิกายน 2554 |
| Last Update : 18 พฤศจิกายน 2554 6:11:07 น. |
|
0 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
|
|
|
|
|
|
|
|