Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
9 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
"ดร.เสรี" เตือนอีก7วันน้ำล้นบิ๊กแบ็คทะลักเข้ากทม.ถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ ราชเทวี

.


เมื่อเวลาประมาณ18.09น. ร.ศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ สรยุทธ สุทัศนจินดา ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง3 ความตอนหนึ่งเกี่ยวกับการวางบิ๊กแบ็คทางตอนบนเพื่อชะลอน้ำเข้าเขตกรุงเทพชั้นในว่า



การวางบิ๊กแบ็คจะช่วยยื้อเวลาเท่านั้น วันนี้เราไปวัดจริงๆเลย ระดับเหนือบิ๊กแบ็คกับใต้บิ๊กแบ็คต่างกันแค่30ซม.เท่านั้น ประเด็นคือมันเป็นการยื้อเวลาเฉยๆเพราะมวลน้ำมันไม่ได้หายไปไหน หมายความว่าเมื่อน้ำมาปะทะบิ๊กแบ็คน้ำก็ชะลอไว้ เพราะฉนั้นขณะนี้น้ำเหนือบิ๊กแบ็คมันสูงขึ้นกว่าน้ำใต้บิ๊กแบ็ค30ซม. ไม่ได้หมายความว่าน้ำใต้บิ๊กแบ็คลดลง แต่น้ำเหนือบิ๊กแบ็คมันเพิ่มขึ้น น้ำใต้บิ๊กแบ็คก็เท่ากับน้ำที่ลดที่รังสิตประมาณ10-15ซม. ก็คือมันเท่ากัน


"เพราะฉนั้นบิ๊กแบ็คทำให้น้ำเหนือบิ๊กแบ็คมันสูงขึ้น ผมก็คิดว่า7วันเท่านั้นเองน้ำจะล้นบิ๊กแบ็คหมดและจะเข้ากรุงเทพ มวลน้ำก็จะกลับมาเหมือนเดิม อันนี้เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์"


ดร.เสรีกล่าวว่า ที่น่ากลัวที่สุดน้ำจากพหลโยธินคือน้ำจากคลองสองจะไหลมาทางด้านวิภาวดีรังสิตหมดเลย เพราะฉนั้นขณะนี้เองผมมีความเป็นห่วงว่า คนแถวนั้นตอนนี้มีเพรสเชอร์หรือแรงกดดันกับเขาแล้ว เพราะฉนั้นทำอย่างไรที่จะต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่องว่า เราจะต้องดูแลเขา แน่นอนว่าเราจะปิดได้แค่7วันน้ำก็จะต้องมาวิภาวดีรังสิต พหลโยธินเหมือนเดิมทุกอย่าง เพราะมันแค่เป็นการยื้อเวลาเท่านั้น แต่ข้อดีก็จะได้ให้กรุงเทพฯเขาหายใจได้ แต่หลังจากนี้กรุงเทพฯจะไม่มีเวลาหายใจ ตอนนี้กรุงเทพต้องเร่งระบายน้ำออก


ส่วนกรณีที่ศปภ.บอกว่าเมื่อกั้นบิ๊กแบ็คแล้วจะดันน้ำออกไปทางฝั่งตะวันออก ไปทางคลองหกวา ไปสูบออกทางคลอง 13นั้น รวมถึงระบายน้ำลงเจ้าพระยาอีกทางหนึ่งนั้นดร.เสรีกล่าวว่า ถ้าดูจากภาพเฉยๆมันจะไปได้ แต่ในข้อเท็จจริงจากคลองหกวามารังสิตทางมันสโลป ความชันมันลงมา จากการวัดดูน้ำไม่ไป มันจะไปฝืนธรรมชาติไม่ได้ มันไหลลงมาวิภาวดีหมดเลย เพราะระดับมันต่างกันถึง1เมตร ต้องยกระดับน้ำสูงถึง1เมตรถึงจะไปได้


ส่วนจะให้ลงเจ้าพระยาได้น้ำในเจ้าพระยาจะต้องลดลง แต่ขณะนี้น้ำในเจ้าพระยาก็สูงกว่าในประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ คลองรังสิตก็เปิดไม่ได้อีก มันก็ไปไม่ได้ ถ้าจะให้ไปได้ต้องใช้เครื่องสูบน้ำอย่างเดียว


ดร.เสรีกล่าวว่า ตอนนี้กทม.อาจจะสูบได้ซึ่งเขาก็ระดมสูบได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคลองบางซื่อเขาสูบได้80ลบ.ม./วินาที ก็น่าชมเชย แต่หลังจากนี้มันจะระดมมาเป็นหน้าด่าน ปัญหาที่ผมห่วงคือคุณสู้ไม่ได้หรอก น้ำจะมากว่า100ลบ.ม.ขึ้นไป เพราะเมื่อน้ำล้นบิ๊กแบ็คแล้วมันจะมาเร็วกว่าน้ำที่มาตอนนี้อย่าลืมว่าน้ำที่กทม.สูบทุกวันเป็นน้ำจากคลองเปรมประชากร ยังไม่มีบิ๊กแบ็คเข้ามา





"เมื่อน้ำเข้ามาแล้วอีก7วันน้ำจะไปถึงอนุสาวรีย์แน่ เพราะมวลน้ำมีมาก ตอนนี้มวลน้ำทางฝั่งตะวันออกยังมีอยู่600ล้านลบ.ม. เข้ามาแล้ว300ล้านลบ.ม. 600ล้านลบ.ม.ต้องประเมินว่าเขาสูบได้เท่าไรถึงจะลงแม่น้ำเจ้าพระยาไปได้ นั่นคือประเด็นว่าหลังจากนี้มันยากมากที่จะไม่ให้น้ำเข้ามา"


ส่วนกรณีที่จะเข้ากรุงเทพชั้นในหรือไม่นั้น กรุงเทพชั้นในของผมตอนนี้หมายถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพราะถ้าไปแล้วมันจะเข้าไปถึงราชเทวี อนุสาวรีย์ชัยจะไม่เข้าตรงๆ เพราะเวลาน้ำเข้าไปมันจะตีโอบไปทางจตุจักร กำแพงเพชร เพราะตอนนี้ถนนวิภาวดีฯมันเริ่มข้ามคลองบางซื่อแล้ว เราไปดูเราจะเห็นชัดเลย


"คืนนี้แถวๆสุทธิสารไปถึงแน่นอนคืนนี้ เพราะเราไปเห็นว่าน้ำผุดขึ้นมาจากท่อระบายน้ำแล้วไปท่วมบริเวณก่อนถึงแยกสุทธิสารสัก20-30เมตรเอง จากนั้นจะไปเจอถนนที่ต่ำก็จะไปราชเทวี จะไปรามคำแหง ถ.พระราม9ทางซ้าย ส่วนจะถึงสยามสแควร์หรือไม่ขณะนี้ยังไม่ได้ประเมิน"ดร.เสรกล่าว


ส่วนบางกะปิก็จะไปแน่นอน เพราะน้ำไม่ได้มาทางผิวดิน แต่มาทางใต้ดิน จนกว่าจะเห็นว่าผุดขึ้นมาจากท่อ ถ้าผุดขึ้นมาก็เห็นสัญญาณแล้วว่าทีนี้จะเร็วแล้ว เพราะมันเต็มท่อแล้ว ถ้าไปทางบางกะปิได้จุดที่น่าห่วงอีกทีหนึ่งคือถนนศรีนครินทร์


ส่วนทางฝั่งตะวันตกที่คนห่วงว่าจะท่วมถนนพระราม2นั้น ตอนนี้น้ำจะยังไม่ข้ามพระราม2 แต่จะมุดถนนพระราม2ไปก่อนแล้ว ตอนนี้เท่าที่ทราบน้ำได้มุดใต้พระราม2ไปแล้ว และจะไปโผล่ตามคลองต่างๆ เช่นคลองราชมนตรี คลองสนามไชย ตอนนี้มันรอเวลาหลังจากที่มุดไปแล้ว จะไปรวมกับน้ำในคลองดังที่กล่าวข้างต้นก็จะเอ่อล้นถนนพระราม2



"ถ้าให้ประเมินจะท่วมถนนพระราม2ในอีกประมาณ5-6วัน" ดร.เสรีกล่าว








ประชาชาติธุรกิจ


Create Date : 09 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2554 6:47:08 น. 0 comments
Counter : Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember






O เมื่อดาวลอยดวง .. O






O เรื่อยรี้คีตะกานท์ .. ค่อยผ่านแว่ว
เมื่อลมแผ่วผ่านริ้ว .. น้ำพลิ้วผืน
กรุ่นกลิ่นแก้วอบร่ำ .. รอค่ำคืน-
คลี่ลงโอบกอดคลื่น .. ที่ตื่นฟอง

O เจื้อยแจ้วเสียงสูงต่ำ .. คล้ายรำพัน-
กล่อมดวงขวัญทอนโศกแห่งโลกผอง
มีจังหวะใจย้ำเร่งทำนอง-
เสียงพร่ำพร้องแห่งชู้ .. ให้รู้นัย

O ร้างเดือนดาวกลางพลบ, หรือ-หลบซ่อน-
จากแววตาออดอ้อน .. แสนอ่อนไหว
รื่นเย็นลมร่ำหา, แววตาใคร-
ก็ช่างแสนร่ำไร .. ล้อใจคน

O แม้น-เหมือนจันทร์ซ่อนแสงจากแหล่งที่
ทั้งราศีดาวช่วง .. ลับห้วงหน
หากแววตาหวั่นสะทก .. ยังวก-วน-
ทอดทอแสงอำพน .. เข้าดลใจ

O โบกโบยลมเย็นรื่น .. ล้อมผืนน้ำ
เมื่อคืนค่ำปรากฏความสดใส
โดยความซึ้งซ่านล้ำ, แก้มก่ำใคร-
ก็เรื่อสีแต้มใส่ .. ทุกนัยน์ตา

O ระริกสายน้ำตื่นพลิ้วผืนระลอก-
เข้ายั่วหยอกโลมหลั่ง .. ริมฝั่งท่า
รูปละม่อมเนียนแก้มยั่วแย้มมา
ปรารถนาอาวรณ์ – ฤๅถอนพ้น ?

O อ้อยอิ่งเสียงสังคีตแว่วหวีดผ่าน
พาหอมหวานทั้งปวงให้ร่วงหล่น-
ลงสู่ห้วงคำนึง .. ของหนึ่งคน-
เลื่อนระดับเอ่อล้นท่วมท้นใจ

O รูปนามเอย .. เผยลักษณ์มาดักขวาง-
หรือเพื่อรอก้าวย่างทุกย่างให้-
ย่ำเหยียบลงกลางบ่วง .. ความห่วงใย-
แล้วอาลัยเสน่หา .. ไม่ล้าเลือน ?

O พร่างพรายน้ำเหลื่อมรับอยู่วับไหว
เมื่อหัวใจคำนึง .. ซาบซึ้งเหมือน-
ว่า .. รูปนามตามติด .. คอยพิศเบือน-
สายตาเลื่อนแววชู้ .. ให้รู้การณ์

O สูงต่ำแห่งสังคีตแว่วหวีดเสียง
ยังแว่วเพียงขับกล่อมพาหอมหวาน-
เข้าโอบไล้โลมสิ้นจิตวิญญาณ
ให้สะท้านสะเทื้อนอยู่ .. แต่ผู้เดียว

O วิกาลคล้อยน้ำค้างพรายพร่างเม็ด
ดั่งแพรเพชรลอยผืนในคืนเปลี่ยว
สรวงย่อมมืดหม่นครัน .. เพราะจันทร์เรียว-
เร้นส่วนเสี้ยวเลื่อนดวงจนล่วงรอย

O ป่านฉะนี้ .. รูปแพงจักแฝงร่าง-
ในท่ามกลางเย็นเยียบและเงียบหงอย
หรือ .. หัวใจพร่ำพ้อเฝ้ารอคอย-
อกแขนอ้อยสร้อยโอบให้แอบอิง ?

O คิดถึงกันมากไหม .. หัวใจนั่น
แล้ว .. ไหวสั่นเพียงไหนหนอ .. ใจหญิง ?
แทน-เตียงนุ่ม .. เนื้ออ่อนเจ้าผ่อนพิง-
หมาย .. เกลือกกลิ้งก่ายร่างที่กลางทรวง

O รอคอยเถิด .. รูปละม่อมในอ้อมแขน-
จักโอบรูปไว้แน่น .. อย่างแหนหวง-
เพียงเพื่อแววหวามไหวที่ในดวง-
ตาคู่ช่วงโชนความออกล่ามพัน !

O แม้นจันทร์แรมเร้นดวง .. เลือนช่วงแสง
หากที่แฝงฝากช่วงในห้วงฝัน-
กลับเจิดจ้าโชนช่วงเยี่ยงดวงวัน-
เมื่อแรกผันเรือนรุ้งทาบคุ้งฟ้า

O เก็บงำแวววับวามแห่งยามเช้า-
พร้อมเหลื่อมเงาสายน้ำที่หลามบ่า
ก่อรูปนามพร่างพรายในสายตา
ให้แต่ปรารมภ์ชู้ .. ไม่รู้แล้ว

O ค่ำนี้ .. แววตาระยับเกินขับข่ม
แก้วกรุ่นกลิ่นรื่นฉม, สายลมแผ่ว-
ก็รำบัดรำบายปัดป่ายแนว
ลูบโลมความผ่องแผ้ว .. ล้อมแววตา

O ฟากฟ้า .. เมฆหม่นดำ, เสียงคำรน-
ก้องกาหลครึกโครม, ลมโหมหา
บนโลกต่ำ-รูปนาม .. ก็ล่ามคา-
ปรารถนาอาลัย .. ที่ในตน

O มีใจ .. พร้อมรูปเงา-รุมเร้าอยู่-
เมื่อรอบชู้โหมช่วง, กลางห้วงหน-
สายวิชชุเฟื้อยเส้น .. แล้วเต้น .. วน
แข่งใจคนรัวเต้นไม่เว้นยาม

O ถวิลถึง .. รูปสล้างที่กลางหมอน-
จักทอดถอนใจทราบ - รสวาบหวาม
อ้อมแขน .. อกอุ่นเอื้อ .. นิ่มเนื้องาม-
หรืออาจห้ามใจข่ม .. การสมยอม ?

O ลมลูบน้ำกระเพื่อมผิวเป็นริ้วตื่น
เสียงโอดอื้นพร่ำพ้อ .. ร่ำรอ-ถนอม-
ก็แผ่วผ่านตอกย้ำ .. ให้ด่ำดอม-
รสหวานหอมรูปนามแห่งยามนั้น

O เรื่อยรี้ .. คีตะกานท์ยังผ่านแว่ว-
ก็เมื่อแววในตา .. ค่อยพร่าสั่น
ระทึก .. ระทวยใจ .. ของใครกัน-
คงแว่วอยู่เช่นนั้น .. เสียง-สั่นเครือ

O คงแว่วอยู่ในโสต .. เสียงโอดอื้น
รัญจวนตื่น .. ในยามก็งามเหลือ
ร้างเหน็บหนาวทุกรอย .. จะคอยเจือ-
จางช่วงเชื้ออุ่นร้อน .. ให้ผ่อนแรง

O ราวเสียงแผ่วไกลลิบ .. กระซิบกระซาบ
ก่อนนัยน์ตาสบทราบ .. แล้ววาบแสง
ออดอ้อนผ่านรูปคำ .. ก็สำแดง-
นัยฝากแฝงอาวรณ์ .. อันร้อนรน

O วูบวับความอ่อนไหว .. ผ่านนัยน์ตา
ที่เหมือนว่าไหวสั่นนับพันหน-
จากอาวรณ์สั่นสะทก .. ในอกคน-
ผู้วกวนเวียนหอมไม่ยอมร้าง

O คะเนนึก .. รูปพรรณในบรรจถรณ์-
จักออดอ้อนแวดล้อมไม่ยอมห่าง
ช่วงแขนเรียว, ดวงขวัญ, รูปสรรพางค์-
จักร่วมวางชาติภพบรรจบลง

O คะเนนึก .. เนื้อนวลคร่ำครวญถวิล
เมื่อกรุ่นกลิ่นหอมระรุม .. ให้ลุ่มหลง-
ค่อยผ่านรสรื่นล้ำ .. ร่วมจำนง-
การรับส่งหวานหอม .. รายล้อมใจ

O เรื่อยรี้คีตาพร้องทำนองประณีต
ดังแว่วหวีดโลมรุกผ่านยุคสมัย
เสียงสั่นเครือคร่ำครวญ, เนื้อนวลใย-
ค่อยพลิ้วไหวตอบรู้ .. แรงชู้นั้น

O พร้อมคีตาพร่ำพร้องทำนองประณีต
เสียงแว่วหวีดก้องรัว, เนื้อตัวสั่น-
ก็เผยผ่านแขนเรียว .. โอบเหนี่ยวพัน-
ธนา-ความใฝ่ฝัน .. บัดนั้นเอง !












free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.