Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
27 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
เชียงใหม่อ่วมหมอกควันป่วยพุ่ง 2พันคน/วัน !

.



เชียงใหม่อ่วมสำลักหมอกควัน ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจพุ่งวันละ 2,100 คน ยาแก้ไอเริ่มหมดสต๊อก ด้านจังหวัดเชียงใหม่เดินหน้ามาตรการกำหนดโซนนิ่ง 25 อำเภอคุมเข้มหยุดเผา ขณะที่นักท่องเที่ยวไม่หวั่นควันพิษอัตราเข้าพักโรงแรมยังสูง 80-90%


ดร.ทพ.สุ รสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 ได้เริ่มส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นอย่างมาก โดยตั้งแต่วันที่ 1-21 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งเป็นช่วงของการเฝ้าระวังพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นเป็น 2,100 คนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคม 2555 ที่มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจจากสถานพยาบาลในสังกัดสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่มารับการรักษาเฉลี่ย 1,500 คนต่อวัน

ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองของจังหวัดเชียงใหม่แม้ค่า PM10 ในภาพรวมจะยังไม่สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ยังถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง ซึ่งประชาชนที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจอยู่เดิมต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่มีอาการหอบหืด

แหล่ง ข่าวจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ประจำศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปกติในแต่ละวันจะมีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเข้ามารับการรักษาเป็นจำนวน มากอยู่แล้ว แต่ในช่วงที่เกิดปัญหาหมอกควันในช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้พบว่าจำนวนผู้ป่วย โรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว ซึ่งทำให้ยาแก้ไอและยาที่เกี่ยวข้องกับโรคทางเดินหายใจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะยาแก้ไอขณะนี้หมดสต๊อก

ด้านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้ออกมาตรการแก้ปัญหาหมอกควันด้วยการจัดทำโซนนิ่ง หรือแบ่งพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละอำเภอ รวม 25 อำเภอที่ต้องคุมเข้มและรับผิดชอบการเผาของประชาชน ได้แก่ งดเผาขยะมูลฝอย งดเผากิ่งไม้ในชุมชน ห้ามเผาวัชพืชริมทางเด็ดขาด และเฝ้าระวังการเกิดไฟป่า

นาย สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในระยะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของ จังหวัดเชียงใหม่มากนัก เพราะยังมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอัตราการเข้าพักของโรงแรม ยังอยู่ในระดับที่ดีมาก 80-90% แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวไม่ได้กังวลต่อปัญหานี้มากนัก ส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวระยะสั้น ๆ ประมาณ 3-5 วัน

อย่างไร ก็ตาม ผลกระทบจากปัญหานี้อาจส่งผลต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มพำนักระยะยาว หรือลองสเตย์ (long stay) โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มาพำนักในเชียงใหม่ จำนวนมาก และค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ หากปัญหานี้ยังเกิดขึ้นทุกปีในระยะยาวก็จะกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้แน่ นอน และประชาชนในท้องถิ่นที่อยู่อาศัยในเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของคนในท้องถิ่นอย่างรุนแรงหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ อย่างเบ็ดเสร็จ


ที่มา นสพ.ประชาชาติธุรกิจ


Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2555 9:58:01 น. 0 comments
Counter : Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
สดายุ...
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember






O เมื่อดาวลอยดวง .. O






O เรื่อยรี้คีตะกานท์ .. ค่อยผ่านแว่ว
เมื่อลมแผ่วผ่านริ้ว .. น้ำพลิ้วผืน
กรุ่นกลิ่นแก้วอบร่ำ .. รอค่ำคืน-
คลี่ลงโอบกอดคลื่น .. ที่ตื่นฟอง

O เจื้อยแจ้วเสียงสูงต่ำ .. คล้ายรำพัน-
กล่อมดวงขวัญทอนโศกแห่งโลกผอง
มีจังหวะใจย้ำเร่งทำนอง-
เสียงพร่ำพร้องแห่งชู้ .. ให้รู้นัย

O ร้างเดือนดาวกลางพลบ, หรือ-หลบซ่อน-
จากแววตาออดอ้อน .. แสนอ่อนไหว
รื่นเย็นลมร่ำหา, แววตาใคร-
ก็ช่างแสนร่ำไร .. ล้อใจคน

O แม้น-เหมือนจันทร์ซ่อนแสงจากแหล่งที่
ทั้งราศีดาวช่วง .. ลับห้วงหน
หากแววตาหวั่นสะทก .. ยังวก-วน-
ทอดทอแสงอำพน .. เข้าดลใจ

O โบกโบยลมเย็นรื่น .. ล้อมผืนน้ำ
เมื่อคืนค่ำปรากฏความสดใส
โดยความซึ้งซ่านล้ำ, แก้มก่ำใคร-
ก็เรื่อสีแต้มใส่ .. ทุกนัยน์ตา

O ระริกสายน้ำตื่นพลิ้วผืนระลอก-
เข้ายั่วหยอกโลมหลั่ง .. ริมฝั่งท่า
รูปละม่อมเนียนแก้มยั่วแย้มมา
ปรารถนาอาวรณ์ – ฤๅถอนพ้น ?

O อ้อยอิ่งเสียงสังคีตแว่วหวีดผ่าน
พาหอมหวานทั้งปวงให้ร่วงหล่น-
ลงสู่ห้วงคำนึง .. ของหนึ่งคน-
เลื่อนระดับเอ่อล้นท่วมท้นใจ

O รูปนามเอย .. เผยลักษณ์มาดักขวาง-
หรือเพื่อรอก้าวย่างทุกย่างให้-
ย่ำเหยียบลงกลางบ่วง .. ความห่วงใย-
แล้วอาลัยเสน่หา .. ไม่ล้าเลือน ?

O พร่างพรายน้ำเหลื่อมรับอยู่วับไหว
เมื่อหัวใจคำนึง .. ซาบซึ้งเหมือน-
ว่า .. รูปนามตามติด .. คอยพิศเบือน-
สายตาเลื่อนแววชู้ .. ให้รู้การณ์

O สูงต่ำแห่งสังคีตแว่วหวีดเสียง
ยังแว่วเพียงขับกล่อมพาหอมหวาน-
เข้าโอบไล้โลมสิ้นจิตวิญญาณ
ให้สะท้านสะเทื้อนอยู่ .. แต่ผู้เดียว

O วิกาลคล้อยน้ำค้างพรายพร่างเม็ด
ดั่งแพรเพชรลอยผืนในคืนเปลี่ยว
สรวงย่อมมืดหม่นครัน .. เพราะจันทร์เรียว-
เร้นส่วนเสี้ยวเลื่อนดวงจนล่วงรอย

O ป่านฉะนี้ .. รูปแพงจักแฝงร่าง-
ในท่ามกลางเย็นเยียบและเงียบหงอย
หรือ .. หัวใจพร่ำพ้อเฝ้ารอคอย-
อกแขนอ้อยสร้อยโอบให้แอบอิง ?

O คิดถึงกันมากไหม .. หัวใจนั่น
แล้ว .. ไหวสั่นเพียงไหนหนอ .. ใจหญิง ?
แทน-เตียงนุ่ม .. เนื้ออ่อนเจ้าผ่อนพิง-
หมาย .. เกลือกกลิ้งก่ายร่างที่กลางทรวง

O รอคอยเถิด .. รูปละม่อมในอ้อมแขน-
จักโอบรูปไว้แน่น .. อย่างแหนหวง-
เพียงเพื่อแววหวามไหวที่ในดวง-
ตาคู่ช่วงโชนความออกล่ามพัน !

O แม้นจันทร์แรมเร้นดวง .. เลือนช่วงแสง
หากที่แฝงฝากช่วงในห้วงฝัน-
กลับเจิดจ้าโชนช่วงเยี่ยงดวงวัน-
เมื่อแรกผันเรือนรุ้งทาบคุ้งฟ้า

O เก็บงำแวววับวามแห่งยามเช้า-
พร้อมเหลื่อมเงาสายน้ำที่หลามบ่า
ก่อรูปนามพร่างพรายในสายตา
ให้แต่ปรารมภ์ชู้ .. ไม่รู้แล้ว

O ค่ำนี้ .. แววตาระยับเกินขับข่ม
แก้วกรุ่นกลิ่นรื่นฉม, สายลมแผ่ว-
ก็รำบัดรำบายปัดป่ายแนว
ลูบโลมความผ่องแผ้ว .. ล้อมแววตา

O ฟากฟ้า .. เมฆหม่นดำ, เสียงคำรน-
ก้องกาหลครึกโครม, ลมโหมหา
บนโลกต่ำ-รูปนาม .. ก็ล่ามคา-
ปรารถนาอาลัย .. ที่ในตน

O มีใจ .. พร้อมรูปเงา-รุมเร้าอยู่-
เมื่อรอบชู้โหมช่วง, กลางห้วงหน-
สายวิชชุเฟื้อยเส้น .. แล้วเต้น .. วน
แข่งใจคนรัวเต้นไม่เว้นยาม

O ถวิลถึง .. รูปสล้างที่กลางหมอน-
จักทอดถอนใจทราบ - รสวาบหวาม
อ้อมแขน .. อกอุ่นเอื้อ .. นิ่มเนื้องาม-
หรืออาจห้ามใจข่ม .. การสมยอม ?

O ลมลูบน้ำกระเพื่อมผิวเป็นริ้วตื่น
เสียงโอดอื้นพร่ำพ้อ .. ร่ำรอ-ถนอม-
ก็แผ่วผ่านตอกย้ำ .. ให้ด่ำดอม-
รสหวานหอมรูปนามแห่งยามนั้น

O เรื่อยรี้ .. คีตะกานท์ยังผ่านแว่ว-
ก็เมื่อแววในตา .. ค่อยพร่าสั่น
ระทึก .. ระทวยใจ .. ของใครกัน-
คงแว่วอยู่เช่นนั้น .. เสียง-สั่นเครือ

O คงแว่วอยู่ในโสต .. เสียงโอดอื้น
รัญจวนตื่น .. ในยามก็งามเหลือ
ร้างเหน็บหนาวทุกรอย .. จะคอยเจือ-
จางช่วงเชื้ออุ่นร้อน .. ให้ผ่อนแรง

O ราวเสียงแผ่วไกลลิบ .. กระซิบกระซาบ
ก่อนนัยน์ตาสบทราบ .. แล้ววาบแสง
ออดอ้อนผ่านรูปคำ .. ก็สำแดง-
นัยฝากแฝงอาวรณ์ .. อันร้อนรน

O วูบวับความอ่อนไหว .. ผ่านนัยน์ตา
ที่เหมือนว่าไหวสั่นนับพันหน-
จากอาวรณ์สั่นสะทก .. ในอกคน-
ผู้วกวนเวียนหอมไม่ยอมร้าง

O คะเนนึก .. รูปพรรณในบรรจถรณ์-
จักออดอ้อนแวดล้อมไม่ยอมห่าง
ช่วงแขนเรียว, ดวงขวัญ, รูปสรรพางค์-
จักร่วมวางชาติภพบรรจบลง

O คะเนนึก .. เนื้อนวลคร่ำครวญถวิล
เมื่อกรุ่นกลิ่นหอมระรุม .. ให้ลุ่มหลง-
ค่อยผ่านรสรื่นล้ำ .. ร่วมจำนง-
การรับส่งหวานหอม .. รายล้อมใจ

O เรื่อยรี้คีตาพร้องทำนองประณีต
ดังแว่วหวีดโลมรุกผ่านยุคสมัย
เสียงสั่นเครือคร่ำครวญ, เนื้อนวลใย-
ค่อยพลิ้วไหวตอบรู้ .. แรงชู้นั้น

O พร้อมคีตาพร่ำพร้องทำนองประณีต
เสียงแว่วหวีดก้องรัว, เนื้อตัวสั่น-
ก็เผยผ่านแขนเรียว .. โอบเหนี่ยวพัน-
ธนา-ความใฝ่ฝัน .. บัดนั้นเอง !












free counters





Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.