• หล่อ สวย (เลือกได้) อย่างฉลาด •
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
3 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 

คำแนะนำเกี่ยวกับ "ไข้หวัด H1N1/2009"

ฤดูใบไม้ร่วง ตอนนี้ใบไม้เริ่มร่วงเกือบจะหมดต้นแล้ว
อีกไม่นาน ก็จะเข้าฤดูหนาวแล้ว หิมะ และอากาศที่หนาวเย็น
อากาศหนาวๆ คนส่วนมากจะเป็นโรคหวัดกันเยอะ เดินถนนหนทาง ช้อปปิ้ง
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ใครเป็นโรคหวัดธรรมดา หรือว่าโรคหวัด H1N1

ช่วงนี้ในหน้านสพ ในทีวี เกือบจะทุกวัน
ต้องมีข่าวเกี่ยวกับ ไข้หวัด H1N1 ชนิด A
เห็นแล้วทำให้น่ากลัว เป็นภัยมืดอีกโรคหนึ่ง
ในที่สุด ผมก็ตัดสินใจ ฉีดวัคซีน H1N1/09 ฉีดแค่ครั้งเดียวกันได้ตลอดชีวิต เพราะผมเดินทาง ไปโน้นไปนี่ ค่อยข้างบ่อย กันไว้ดีกว่า ถ้าเกิดติดโรคนี้ขึ้นมาแล้วจะลำบาก ว่ามันจะทรมานขนาดไหน และมีโครงการจะกลับบ้านเมืองไทยอีก ไหนๆก็ไหนแล้ว เวลาเจอเพื่อน ช ญ เวลาทักทายจะมีการจับมือ และหอมแก้มซ้ายขวา ตลอด แต่ก็ไม่แน่ใจนะว่าใครจะเอาโรคหวัดมาติดเราบ้าง

ฉีดที่ต้นแขน ตอนฉีดจะรู้สึกเจ็บเหมือนกันมดกัดนั่นแหล่ะ ถ้าใครกลัวเข็มไม่ต้องมอง จะรู้สึกเจ็บๆ ปวดๆ นิดๆ
ประมาณ 2-3 วัน ถ้าใครถนัดแขนข้างขวา ให้ฉีดแขนข้างซ้าย จะไม่ได้ทรมาน เวลาจับโน้นจับนี่
ที่เยอรมนี ถ้าใครสนใจอยากจะฉีดวัคซีน ใครมี Krankenkasse ให้โทรไปนัดหมอก่อน แล้วจะได้คิวมา ไม่ต้องเสียเงิน เพราะทางรัฐบาลช่วยกันจ่ายร่วมกับ krankenkasse แต่จะเสียค่าธรรมเนียมหมอ praxisgebühr
10 ยูโร ในไตรมาสที่ 4 นี้ ถ้าใครจ่ายค่าธรรมเนียมหมอไปแล้วก็ไม่ต้องเสียเพิ่มอีก
ถ้าใครมีประกันแบบ privat ไม่รู้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? ต้องถามหมอกันเอาเอง

ส่วนวัคซีนอีกตัวหนึ่ง คือ
ไข้หวัดใหญ่ Influenza Vaccine (Grippeimpfung)
ผมจะฉีดทุกๆ ปี อยู่แล้ว ประมาณจะเข้าฤดูใบไม้ร่วง
ฉีดมาประมาณ 10 ปีติดต่อกันแล้วครับ รู้สึกว่า ไม่เคยเป็นไข้ ตัวร้อน เจ็บคอ หนาว สั่น เลย ถึงจะเป็นหวัด ก็แค่น้ำมูกไหลนิดๆหน่อยเท่านั้น วีคซีนตัวนี้ดีมากครับ



อาการ ไข้หวัด 2009 ไข้หวัดใหญ่ 2009 สัญญานและอาการของคนที่ติดเชื้อ

สัญญานไข้หวัด 2009 และอาการของคนที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัด 2009 สายพันธ์ใหม่ ชนิด A 2009 H1N1 ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก

อาการไข้หวัด 2009 ในคนนั้นมีอาการคล้ายกันกับอาการของคนที่เป็นหวัดปกติ และมีอาการต่อไปนี้คือ มีไข้ ท้องเสีย เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศรีษะ หนาว และ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนล้า ร่วมด้วย ในบางคนมีอาการท้องเสียร่วมกับอาเจียน และในอดีตมีรายงานว่าผู้ป่วยหลายคนมีอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นปอดบวม และ ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด เช่นเดียวกันกับหวัด ที่ไข้หวัด2009 อาจจะแย่ลงจนต้องมีสภาพการเรื้อรัง

ผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัด 2009 ควรได้รับการพิจารณาถึงศักยภาพในการติดเชื้อ ไข้หวัด 2009 ระยะเวลาความยาวนานของการฟักเชื้อจนมีอาการ และความเป็นไปได้ของอาการป่วยที่ยาวนานถึง 7 วัน เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กอาจได้รับเชื้อเป็นเวลานาน


ถ้าเพื่อนติดหวัด...เราจะวางตัวอย่างไร

ถ้าตอนนี้เพื่อนของเราไม่สบาย เราอาจไม่แน่ใจว่า เพื่อนของเราป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือว่าเป็น ไข้หวัด2009 ซึ่งเป็นโรคที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีช่วงนี้ก็ให้ห่างกันสักพัก ไม่ได้รังเกียจนะ แต่รักกันก็ต้องห่วงใยกัน ถ้าจำเป็นต้องเจอหรือพูดคุยกัน ก็มีคำแนะนำในการวางตัวระหว่างเรากับเพื่อนที่เป็นหวัดมาฝาก 4 วิธีง่ายๆ ด้วยกัน ลองนำไปปฏิบัติกันดูเพื่อช่วยลดการระบาดของโรคไข้หวัด2009

สัญญานเตือนภัย ไข้หวัด 2009 ที่จะบ่งบอกถึงการต้องเข้ารับการรักษา อย่างเร่งด่วนที่ต้องสังเกตมีดังนี้ ในเด็ก หากเด็กมีอาการหายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก ผิวหนังเป็นจ้ำสีน้ำเงิน ดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอ ปลุกไม่ตื่น หรือไม่มีอาการตอบสนอง มีอาการงอแงไม่ยอมให้อุ้ม มีไข้เฉียบพลัน หรือมีอาหารหวัด ไออย่างรุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที ในผู้ใหญ่ สัญญานเตือนภัยที่จะต้องรีบรักษาเช่นกันคือ อาการหายใจลำบาก หรือหายใจถี่ เจ็บ แน่นหน้าอกหรือช่องท้อง วิงเวียน หน้ามืด และอาเจียนอย่างรุนแรง หรืออาเจียนเป็นเลือด หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน


มารู้จัก วัคซีน "ไข้หวัด2009" กันเถอะ

วัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่หลายประเทศกำลังเร่งผลิตและทดลองกันอยู่ในขณะนี้ กลายเป็นความหวังของคนทั่วโลก ในยามที่โรคอุบัติใหม่ดังกล่าวกำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ ขณะที่นักวิจัยของไทยเองได้มีการสร้างเชื้อไวรัสสำหรับผลิตวัคซีนเองเหมือน กัน ทั้งวัคซีนชนิด เชื้อเป็นและ เชื้อตาย แต่วัคซีนชนิดไหนดี เด่น หรือด้อย อย่างไร คงต้องลองเปรียบเทียบดูหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น ผลิตจากอะไร?

วัคซีนเชื้อเป็น :
ผลิต มาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นชนิดที่อ่อนแรงไม่ก่อให้เกิดโรค นำมาเลี้ยงเพิ่มจำนวนแล้วนำไปใช้เป็นวัคซีนได้เลย

วัคซีนเชื้อตาย : เป็นการ นำเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เอช1 เอ็น1 2009 มาพัฒนาด้วยเทคนิคทางพันธุกรรม สร้างไวรัสตัวใหม่ที่ไม่ก่อโรคขึ้นมา นำไปเลี้ยงเพิ่มจำนวนแล้วทำให้ตาย เหลือแต่ส่วนผิวซึ่งมีลักษณะจำเพาะของไวรัสที่ใช้กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ แล้วจึงนำไปทำเป็นวัคซีนต่อไป

วิธีการใช้?

วัคซีนเชื้อเป็น : ใช้วิธีฉีดพ่นใส่โพรงจมูก

วัคซีนเชื้อตาย : ฉีดผ่านทางกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง

สามารถขับออกจากร่างกายได้หรือไม่?
วัคซีนเชื้อเป็น : เชื้อไวรัสที่อ่อนแรงนี้ออกมากับน้ำมูก น้ำลายได้

วัคซีนเชื้อตาย : ไม่มีเชื้อไวรัส

จุดเด่น?
วัคซีนเชื้อเป็น : สามารถ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และสามารถผลิตได้ครั้งละเป็นจำนวนมากๆ ภายในเวลาอันสั้น แถมยังมีต้นทุนต่ำอีกด้วย

วัคซีนเชื้อตาย : ข้อดี ของวัคซีนเชื้อตายคือปลอดภัย 100% เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายแล้วจะไม่ก่อให้เกิดโรคหรืออาการเจ็บป่วยใดๆ สามารถให้ได้เกือบทุกคน โดยไม่มีอาการแพ้

ข้อจำกัดของวัคซีน?
วัคซีนเชื้อเป็น : ห้าม ใช้กับคนบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่แพ้ไข่ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ที่มีความบกพร่องของ ภูมิคุ้มกัน

วัคซีนเชื้อตาย : หลัง จากฉีดแล้ว ค่อนข้างต้องใช้เวลานานในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและต้นทุนในการ ผลิตก็สูง จำนวนที่ผลิตได้ในแต่ละครั้งต้องใช้เวลามากและได้วัคซีนค่อนข้าง น้อย และอาจสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีเท่ากับวัคซีนเชื้อเป็น

ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนชนิดไหน ก็ขอให้คนไทยทำสำเร็จ สามารถนำมาใช้กับคนได้จริงๆ สำหรับตอนนี้ในขณะที่วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังไม่มี พวกเราก็ต้องใช้วิธีดูแลตัวเองไปก่อน พยายามป้องกันอย่าให้ป่วยเป็นโรคนี้ ด้วยการล้างมือบ่อยๆ หากยังไม่ได้ล้างมือก็อย่านำมือมาขยี้ตา แคะจมูก หรือหยิบสิ่งของเข้าปาก ไอจามใส่กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้า และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการสวมหน้ากากอนามัยทันทีที่ไม่สบายหรือเป็น หวัด สำหรับคนปกติหากเข้าที่แออัดก็ควรสวมหน้ากากอนามัยเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองรับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว หากพวกเรา “รวมพลังกันสู้หวัด” ตามมาตรการเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เชื่อว่า เราจะสามารถเอาชนะเจ้าไข้หวัด2009 ได้อย่างแน่นอน

ข้อมูลจากทีมงาน flu2009thailand.com

1+1 ใน 5 = สัญญาณอันตราย

วิธีง่ายๆ ที่ใช้สังเกตอาการไข้หวัด 2009
ลดความกังวลใจ ลดความเสี่ยงในการไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น

ถ้ามีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส ร่วมกับ ไอ เจ็บคอ ให้ดูว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นหนักหรือเปล่า ถ้าใช่ต้องไปหาหมอทันที

ถ้าไม่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง (ข้อมูลกลุ่มเสี่ยงอยู่ในหมวดการรักษา) ในเบื้องต้นให้กินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้

ถ้า กินยาพาราเซตามอลแล้ว อาการขั้นแรกยังมีอยู่ นั่นคือ ไข้สูง ไอ เจ็บคอ แล้วก็มีอาการเพิ่มเติมเพียงแค่ 1 ใน 5 สัญญาณอันตราย ก็ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน นั่นคือ

1. ปวดหัวมากแม้กินยาพาราเซตามอลก็ยังไม่ดีขึ้นนัก
2. เบื่ออาหารอย่างมาก ไม่อยากกินอะไรเลย น้ำก็ไม่อยากดื่ม
3. เหนื่อย อ่อนเพลียและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก
4. ไอแล้วเหนื่อย หรือไอแล้วเจ็บเฉพาะที่ ไอแล้วเจ็บหน้าอก
5. มีอาการท้องเสียหรืออาเจียน

เรียก ว่าถ้ามี 1 อาการหลัก(ไข้ ไอ เจ็บคอ) ร่วมกับอาการที่เป็นสัญญาณอันตราย อย่างน้อย 1 ใน 5 ดังกล่าวก็ต้องรีบไปหาหมอโดยด่วน จำไว้ว่า 1+1 ใน 5 = สัญญาณอันตราย

*แต่ถึงแม้จะไม่มีอาการร่วม 1 ใน 5 สัญญาณอันตราย แต่ถ้าพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน 2 วัน แล้วอาการยังไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย ก็จะต้องไปหาหมอเช่นกัน
ห้ามกินยาแอสไพรินโดยเด็ดขาด
เพราะอาการของไข้หวัดใหญ่นั้นจะใกล้เคียงกับไข้เลือดออก ซึ่งถ้าเป็นไข้เลือดออกหากเรากินยาแอสไพรินเข้าไปอาจทำให้ภาวะเลือด ออกรุนแรงขึ้นหรือเลือดออกมากขึ้น แต่ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่การกินยาแอสไพริน อาจจะทำให้เกิดอาการ สมองบวม ปวดหัว จนถึงไม่รู้สึกตัวและในบางรายอาจถึงขั้นตับวายได้

กินยาปฏิชีวนะ ไม่ช่วยอะไร

เพราะไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะยาปฏิชีวนะมีไว้สำหรับจัดการเจ้าเชื้อแบคทีเรีย ยกเว้นว่าพบเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จึงค่อยรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง


รับเชื้อ ไข้หวัด 2009

การกระจายและการติดเชื้อของเชื้อไข้หวัด 2009 มี 2 ทาง คือ ทางแรก เกิดจาการสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ หรือการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อไข้หวัด 2009ทางที่สอง การเกิดจากสัมผัสระหว่างคนกับคนที่ติดเชื้อ การกระจายและติดเชื้อระหว่างคนสู่คนนั้นได้มีการมีบันทึกไว้ และ ถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูที่มีไข้หวัดระบาด (Seasonal flu) สาเหตุให้ที่จะทำให้เชื้อแพร่กระจายจากคนสู่คนถือการไอ หรือจาม ของผู้ติดเชื้อ

ยา ที่จะใช้รักษาอาการไข้หวัด 2009นั้น CDC แนะนำให้ใช้ตัวยา oseltamivir หรือ zanamivir (ทางที่ดีอย่าซื้อกินเอง ควรไปพบแพทย์) สำหรับการบำบัดรักษา การป้องกันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสนี้ ยาต้านไวรัส (Antivirus drug) ตามคำสั่งยาของแพทย์ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาน้ำ หรือ ยาชนิดสูดดม ที่มีฤทธิ์ต้านหวัดช่วยได้โดยการป้องกันการเจริญและพิ่มจำนวนในร่างกาย (ยังคงมีไวสหลงเหลือในร่างกาย) ถ้าหากมีอาการป่วย ยาต้านไวรัสเหล่านี้สามารถทำให้อาการป่วยลดลงและสามารถทำให้รู้สึกดีขึ้น เร็วขึ้น และอาจใช้ป้องกันอาการหวัดที่รุนแรงได้ สำหรับการรักษานั้นยาต้านไวรัสทำ

งานได้ดีที่สุดถ้าใช้ตั้งแต่เริ่มมีอาการ ป่วย โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 2 วันแรกที่มีอาการเหมือนเชื้อหวัด..ไม่มีวัคซีนในการรักษา อย่างไรก็ตามหากการกระทำใดๆในชีวิตประจำวันที่ผู้คนสามารถใช้ช่วยป้องกันการ แพร่กระจายของเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจได้ก็ สามารถนำมาใช้ป้องกันเชื้อไข้หวัด 2009 นี้ได้


ข้อแนะนำตามขั้นตอนพึงปฏิบัติเป็นประจำ เพื่อปกป้องไข้หวัด 2009 และสุขภาพของตัวคุณเอง ดังต่อไปนี้
1. ใช้กระดาษทิชชูปิดจมูกและปากของคุณเมื่อไอ หรือจาม และทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่มีฝาปิดหลังการใช้ทันที

2. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ หรือล้างด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ (เช่นเจลล้างมือ) บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังการไอ หรือ จาม

3. พยายามหลีกเลี่ยงการพบปะ และสัมผัสกับผู้ป่วย ถ้าหากป่วยเป็นหวัดควรหยุดพักอยู่บ้าน เพื่อจำกัดการพบปะผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูก หรือ ปาก เพราะเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายทางอวัยวะเหล่านี้ได้

ประชาชน ยังไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลกับการจัดเตรียมและรับประทานเนื้อหมู เชื้อไวรัสไข้หวัด 2009 นี้ไม่สามารถแพร่กระจายได้ทางอาหาร อนึ่งการรับประทานเนื้อหมูที่ผ่านการเตรียมที่ดีและผ่านการปรุงสุกจะช่วยให้ มีความปลอดภัยจากเชื้อโรคไข้หวัด 2009 นี้
ข้อมูลจาก http://men.mthai.com/content/1678


ขอให้ผู้อ่านทุกท่าน โชคดีครับ




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2552
3 comments
Last Update : 3 ธันวาคม 2552 22:44:10 น.
Counter : 627 Pageviews.

 

ขอบคุณบทความดีๆ แล้วอย่าลืมใส่ ผ้าปิดจมูกกันนะคะ

 

โดย: Aussie angel 2 กุมภาพันธ์ 2553 21:44:09 น.  

 



Romantic Birthday Scraps, images for Orkut, Myspace, hi5




ขอให้มีความสุขดั่งใจหวัง
ขอให้มีพลังก้าวมั่นอย่าหวั่นไหว
ขอให้คนรอบข้างจงรักมั่นฤทัย
ขอให้สุขภาพใจสุขภาพกายแข็งแรงเทอญ

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะคะ มีเพลงเพราะ ๆ มาฝากด้วยจ้า




 

โดย: KeRiDa 24 มีนาคม 2554 4:20:17 น.  

 

ขอบคุณมากครับ
คุณ KeRiDa
สำหรับคำอวยพรวันเกิดและเพลงเพราะๆส่งมาให้กันฟัง
ขอให้คุณมีความสุขมากๆเช่นกันครับ...

 

โดย: SchatziBussi 29 มีนาคม 2554 3:35:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


SchatziBussi
Location :
เมืองเบียร์ Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






• My Skin Profile •

• Skin Tone Color •
# NC25-30

Mat Lumiere Make Up Fluide #30 Cendre
Perfection Lumière Velvet #20 Beige

Double Wear Light Make-up #INT.2.0

Luminous Silk Foundation #5 #5.5
Maestro Fusion Make Up #4.5

• Skin Type •
Combination/Oily/Acne Prone Skin


• สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 •
ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใด
ของข้อความใน Blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่
และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
จะถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

free counter
Google

All WebBloggang.Com
New Comments
Friends' blogs
[Add SchatziBussi's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.